ตอนที่ 8
เปลี่ยนแปลง
“อะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับบ้านสกุลซูงั้นหรือ” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้าไปถามชายชราที่อยู่ข้างๆด้วยท่าทีสงสัยเพราะในเช้าวันนี้เหล่าผู้คนทั้งตลาดต่างพากันมารุมล้อมหน้าบ้านสกุลซูราวกับมีแขกคนสำคัญกำลังจะมาแต่ยามมองผ่านฝูงชนเ่าั้กลับพบเห็นเหล่าเ้าหน้าที่ทางการจำนวนมากเดินเข้าออกอย่างกับกำลังจะรื้อถอนบ้านสกุลซูไม่มีผิด
“เ้านี่ไปอยู่ไหนมาเมื่อวันก่อนท่านเ้าเมืองตรวจพบความผิดของนายหญิงตระกูลซูเข้าให้ตอนนี้บ้านสกุลซูโดนจับกันทั้งตระกูลแล้ว”ใบหน้าของชายผู้ถูกถามหมองชายวัยกลางคนราวกับบ้านนอกเข้ากรุงไม่มีผิดเื่ตระกูลซูโดนเ้าเมืองตรวจสอบนั้นรู้กันทั่วเมืองแล้วแท้ๆ
“โดนจับ! แล้วนายหญิงสกุลซูไม่ทำอะไรเลยงั้นหรือ”ท่าทางชายวัยกลางคนผู้นั้นจะยังไม่ทราบความจริงๆเื่ความผิดของตระกูลซูนั้นชาวบ้านทราบมาหลายต่อหลายเื่แล้วเพียงแต่ชื่อของนายหญิงตระกูลซูอย่างซูเยว่เซียงนั้นค้ำอำนาจของเ้าเมืองอยู่ก็เลยไม่มีใครกล้าทำอะไร
“เฮ้อนี่เ้าเพิ่งจะหลับยาวมาหรืออย่างไรยามนี้นายหญิงของตระกูลซูตายไปแล้วท่านเ้าเมืองก็เลยพาคนเข้าไปตรวจสอบตระกูลซูทันทีไม่ใช่ค้นพบเพียงความผิดทั่วไปเท่านั้นได้ยินว่าภายในสวนด้านหลังนายหญิงคนนั้นเก็บซ้อนศพของชายหนุ่มเอาไว้นับร้อยศพเลยทีเดียว”ยามได้ยินเื่ศพแม้แต่ชายวัยกลางคนผู้เข้ามาถามก็ยังตกตะลึงไปด้วยถึงจะเคยได้ยินเื่ความผิดของตระกูลซูมาบ้างแต่ส่วนใหญ่ก็เป็ความผิดเล็กๆน้อยๆอย่างเื่ที่หัวหน้าตระกูลอย่างซูฉางพาตัวหญิงสาวในเมืองเข้าไปในเรือนโดยไม่ยินยอมหรือเื่ที่คนในตระกูลไปมีเื่กับผู้อื่นเท่านั้นไม่นึกเลยว่ายามขุดคุ้ยเข้าไปถึงภายในเรือนกลับได้เจอเื่เช่นนี้
“ได้ยินว่าศพเ่าั้เป็ศพของชายหนุ่มที่ถูกนายหญิงของบ้านหลังนั้นใช้เพื่อฝึกฝนวิชานางกับสาวรับใช้คนสนิทแอบลักพาตัวผู้ชายในเมืองไปไม่น้อย ที่แท้ข่าวเื่ปีศาจลักซ่อนก็เป็เพราะนางนี่เอง”ชายผู้ถูกถามเล่าเื่ที่ได้ยินมาไม่หยุดราวกับกำลังติดลมเพียงแต่เื่ที่เขาเล่านั้นก็ไม่ผิดเสียทีเดียวเพราะหลังจากซูเยว่เซียงตายไปก็มีเพียงเจียลี่เท่านั้นที่รับอ้างว่าเป็ผู้ลงมือลักพาตัวเหล่าชายหนุ่มที่กลายเป็ศพอยู่หลังเรือนด้วยตัวเองหาได้มีสาวรับใช้หรือบ่าวรับใช้คนอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วมไม่ทำให้หลังจากนี้เหล่าผู้รับใช้ของบ้านสกุลซูก็คงมีเพียงเจียลี่เท่านั้นที่ต้องเข้าไปรับโทษส่วนคนอื่นๆก็ถูกขายให้กับบ้านหลังอื่นเพื่อเข้าไปเป็บ่าวรับใช้ของบ้านหลังอื่นต่อไปจะมีก็เพียงบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งที่ถูกซื้อด้วยเงินของผู้ฝึกฝนพลังิญญาปริศนาที่ไม่ประสงค์ออกนามเท่านั้น
.
.
.
ทางฝั่งของชุนหยางที่ออกเดินทางร่วมกับหญิงสาวผู้สวมหน้ากากนั้นกลับกำลังหลับใหลอย่างไม่ได้สติเพราะการเดินทางผ่านูเาและป่าไม้นั้นกินพลังงานของชุนหยางไปมากต่อให้ชุนหยางปลุกพลังิญญาภายในร่างได้สำเร็จแล้วแต่เพราะชุนหยางยังไม่รู้วิธีใช้แถมยังต้องตามความเร็วของแม่นางไป๋ซิงซิน ให้ทันเสียอีกทำเอาชุนหยางแทบจะสลบไสลไปในทันทีที่เอนกายลงบนพื้นดินด้วยซ้ำ
“...” ท่ามกลาง่เวลากลางคืนอันแสนเงียบสงบ สายตาภายใต้หน้ากากของไป๋ซิงซินนั้นกลับมองไปทางชุนหยางด้วยท่าทีสับสนทั้งๆที่นางพาชุนหยางเดินทางออกมาจากเมืองจินซุยแล้วแท้ๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังสงสัยว่านางทำถูกต้องหรือไม่กฎข้อแรกของศิษย์สำนักปราบมารนั้นคือห้ามปล่อยให้ผู้ฝึกฝนวิชามารรอดชีวิตไปได้เป็อันขาดแต่นางกลับสังหารชุนหยางไม่ลงแถมยังตัดสินใจพาเขาไปทดลองรักษาอีกต่างหาก
“อึก...” ระหว่างที่ซิงซินกำลังมองใบหน้ายามหลับของชุนหยางด้วยท่าทีครุ่นคิดอยู่นั้นอยู่ๆชุนหยางก็มีท่าทีทรมานขึ้นมาเสียเฉยๆ เพียงแต่ซิงซินกลับไม่มีท่าทีตื่นใเลยเพราะอาการเช่นนี้หาได้ทั่วไปภายในสำนักปราบมารเลยก็ว่าได้หรือแม้แต่ตัวนางเองยามเข้าสำนักครั้งแรกก็มีอาการเช่นนี้เหมือนกัน
ก่อนจะเข้าสำนักปราบมารไป๋ซิงซินเคยเป็เด็กหญิงผู้แสนมีความสุขภายในตระกูลที่มั่งคั่งมาก่อนในวัยเด็กของนางนั้นราวกับนางเกิดมาเพื่อเป็ตัวเอกของนิทานที่เต็มไปด้วยความสุขครอบครัวของนางอบอุ่นและมีความรักให้กันและกันอย่างเหลือล้นเหล่าบ่าวรับใช้ต่างยินดีและตั้งใจช่วยเหลือครอบครัวของนางเป็อย่างดีแม้นางจะเป็บุตรสาวของเ้าบ้านแต่ก็สนิทสนมกับเหล่าบ่าวรับใช้ราวกับเป็ครอบครัวเดียวกันทุกอย่างราวกับฝันอันแสนสุขจนกระทั่งนางอายุได้เพียง 7 ขวบปี ในคืนที่ถูกย้อมไปด้วยเปลวเพลิงและสีแดงของโลหิตไป๋ซิงซิน ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ศพของบิดาที่สละชีวิตปกป้องตนเองจากผู้ฝึกฝนวิชามารที่เรียกว่าวิชามารคลุ้มคลั่ง ในเหตุการณ์ครั้งนั้นครอบครัวของนางโดนสังหารสิ้นไม่เว้นแม้แต่เหล่าบ่าวรับใช้และสิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือเ้ามารตนนั้นไม่ได้มีความแค้นอะไรกับครอบครัวของเธอเลยมันเพียงเกิดอาการคลุ้มคลั่งเพราะผลข้างเคียงของการฝึกวิชาเท่านั้น สุดท้ายหลังจากคนของสำนักปราบมารมาถึงผู้ฝึกฝนวิชามารคลุ้มคลั่งคนนั้นก็โดนศิษย์ของสำนักปราบมารเล่นงานจนต้องหลบหนีส่วนไป๋ซิงซินที่รอดมาได้ก็อ้อนวอนศิษย์ของสำนักปราบมารเพื่อขอเป็ศิษย์ หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ล้างแค้นผู้ฝึกฝนวิชามารคนนั้นด้วยตนเอง
จากเื่ราวของนางนางควรจะเป็ผู้ที่เคียดแค้นวิชามารที่สุดและเป็ผู้ที่เข้าใจดีที่สุดว่าการปล่อยให้ผู้ฝึกฝนวิชามารรอดชีวิตไปได้มันจะลงเอยด้วยความเลวร้ายเช่นไรแต่ยามเห็นใบหน้าเศร้าโศกของชุนหยางนางกลับนึกย้อนถึงตัวเองในวัยเด็กและเหล่าศิษย์ผู้ร่วมชะตากรรมภายในสำนักปราบมารชุนหยางไม่ต่างอะไรกับพวกนางเลย ตัวเขาเป็เพียงผู้ได้รับผลกระทบจากวิชามารเช่นกัน
“อัก...” ระหว่างซิงซินกำลังนึกย้อนถึงอดีตของตนอยู่ๆท่าทีทรมานของชุนหยางก็เริ่มรุนแรงขึ้น พริบตานั้นไอมารที่ซิงซินััได้กลับทวีความรุนแรงขึ้นมาหลายเท่าราวกับไอมารเหล่านี้กำลังพยายามกลืนกินร่างของชุนหยางไม่มีผิด
“...” ไป๋ซิงซินลุกขึ้นยืนพร้อมวางมือบนด้ามกระบี่อย่างระมัดระวังและเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ตรงหน้าทันทีนางลืมไปเลยว่าชุนหยางเพิ่งจะฝึกฝนวิชามารได้ไม่นานก็เลยยังไม่ได้ถูกไอมารกลืนกินเลยสักครั้งถึงจะไม่ทราบว่าผู้คิดค้นวิชามารนั้นสร้างวิชาเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร แต่วิชามารที่เ้าสารเลวนั้นสร้างขึ้นกลับเปลี่ยนแปลงร่างกายของผู้ฝึกให้เข้ากับเคล็ดวิชาด้วยอย่างเช่นมารคลุ้มคลั่งที่เป็เป้าหมายของนาง ผู้ฝึกวิชามักจะสร้างกล้ามเนื้อบนร่างกายอย่างรวดเร็วแถมยังมีิัที่แข็งแกร่งทนทานจนดาบกระบี่แทงไม่เข้า ส่วนเคล็ดวิชามารราคะเองก็จะเปลี่ยนร่างของผู้ฝึกให้ดึงดูดเพศตรงข้ามที่สุดยิ่งฝึกฝนรูปร่างหน้าตาของมารราคะก็จะยิ่งน่าหลงใหลมากขึ้นโดยเฉพาะดวงตาของมารราคะที่สามารถปลุกอารมณ์ของเหยื่อได้ขอเพียงสบตากับผู้ฝึกฝนวิชามารราคะโดยไร้สิ่งใดป้องกัน ยามนั้นความรู้สึกทางเพศของเหยื่อก็จะพลุ่งพล่านอย่างควบคุมไม่ได้อีกด้วย
“อัก...” เื่การเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้วิชามารนั้นเป็บทเรียนแรกๆที่ศิษย์สำนักปราบมารจะต้องเรียนรู้เพียงแต่นี่เป็ครั้งแรกที่ซิงซินได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้ฝึกฝนวิชามารต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ไอมารที่กำลังแทรกซึมเข้าไปในทุกส่วนของร่างชุนหยางราวกับกำลังจะฉีกกระชากร่างของชุนหยางเป็ชิ้นๆแต่ยิ่งเห็นชุนหยางทรมานไป๋ซิงซินกลับยิ่งรู้สึกเห็นใจ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่อาจละด้ามกระบี่ได้เพราะหลังจากชุนหยางโดนไอมารกลืนกินจนกลายเป็ผู้ฝึกฝนวิชามารเต็มตัวแล้วนั้นจะยังสามารถรักษาความเป็ชุนหยางเอาไว้ได้หรือไม่สมัยที่ยังฝึกฝนอยู่ในสำนักซิงซินเคยได้ยินว่าพวกผู้ฝึกฝนวิชามารต่างก็ถูกจิตมารควบคุมจนไม่เป็ตัวของตัวเองหากชุนหยางตื่นขึ้นมาแล้วเปลี่ยนไปเป็คนละคนนางก็คงต้องลงมือสังหารชุนหยางเสียเพียงแต่...
“พี่ซิงซิน เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ”ชุนหยางต่อสู้กับความทรมานยามโดนไอมารกลืนกินร่างอยู่พักใหญ่ก่อนที่ชุนหยางจะลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆหลังจากขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงร่างกายจบลงความทรมานก่อนหน้านี้ก็หายไปราวกับเื่โกหกแถมยามนี้ชุนหยางยังรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ไม่ใช่แค่ท่าทีของชุนหยางเท่านั้นที่ยังเหมือนเดิมเพราะรูปร่างหน้าตาส่วนใหญ่ของชุนหยางนั้นก็แทบไม่เปลี่ยนไปเลยไม่ทราบว่าเพราะชุนหยางเพิ่งฝึกวิชามารก็เลยมีการเปลี่ยนแปลงเพียงน้อยนิดหรือเพราะชุนหยางแต่เดิมก็หน้าตาหล่อเหลาอยู่แล้วกันแน่แต่ถึงอย่างนั้นซิงซินก็มั่นใจว่าร่างกายของชุนหยางเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเพราะยามนี้นางเริ่มััมนตร์เสน่ห์จากตัวชุนหยางได้ไม่ต่างจากผู้ฝึกฝนวิชามารราคะที่นางเคยพบเจอมาเลย
“เมื่อครู่ร่างกายของเ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะวิชามารที่เ้าฝึกเข้าไป...”ไป๋ซิงซินอธิละมือจากกระบี่ก่อนจะเริ่มอธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ชุนหยางเข้าใจอย่างช้าๆทั้งเื่ที่ร่างกายของชุนหยางเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยรวมถึงเื่มนตร์เสน่ห์ที่ชุนหยางต้องระมักระวังให้ดีอีกด้วยเพียงแต่การเปลี่ยนแปลงของมารราคะนั้นไม่ได้มีเพียงสองอย่างนี้เท่านั้น
“อะไรนะขอรับ! ข้าไม่สามารถมีบุตรได้!” ชุนหยางยามได้ฟังว่ามารราคะไม่สามารถสร้างทายาทได้ถึงกับหลุดตะเสียงดังออกมาอย่างไม่ตั้งใจการมีครอบครัวถือเป็ปัจจัยหนึ่งของมนุษย์ แต่ชุนหยางในยามนี้ไม่อาจทำได้งั้นหรือ
“ถูกแล้ว ร่างกายของเ้ายามนี้ถูกเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการฝึกฝนวิชาเท่านั้นก็เลยมีผลลัพธ์เช่นนี้แต่เ้าอย่าได้กังวลไปเลยขอเพียงเ้าเข้ารับการรักษาจนหายความสามารถสร้างทายาทของเ้าก็อาจจะกลับมาเหมือนเดิมก็ได้”ไป๋ซิงซินเห็นท่าทีของชุนหยางยังเหมือนเดิมก็โล่งใจไม่น้อย แถมท่าทีใของเขาก็ดูสดชื่นมากกว่าตอนเขาทำหน้าเศร้ามาตลอดทางด้วย
“แต่ท่านบอกเองมิใช่หรือขอรับว่าการรักษานั่นไม่ได้มีผลสำเร็จแน่นอนหากท่านหมอที่เมืองกวางจิ้งรักษาข้าไม่หายล่ะขอรับ” ชุนหยางยิ้มเจื่อนๆออกมาด้วยท่าทีเศร้าๆสร้างทายาทไม่ได้เช่นนี้แล้วชุนหยางจะมีหน้าไปพบเจอเหล่าบรรพบุรุษบน์เบื้องบนได้อย่างไร
“ไม่ต้องกังวลไป หากรักษาไม่สำเร็จข้าจะเป็ผู้ลงมือสังหารเ้าเองเท่านี้เ้าก็ไม่ต้องกังวลเื่สร้างทายาทแล้ว” คำตอบของแม่นางซิงซินทำเอาชุนหยางถึงกับเหงื่อซึมแต่ก็จริงของนางหากรักษาหายเขาก็จะกลับไปใช้ชีวิตเช่นคนปกติได้ แต่ถ้าหากรักษาไม่หายชุนหยางก็ต้องตายเพราะคมกระบี่ของนางทันที