บทที่ 15 ไม่มีใครกำเริบเสิบสานแบบนี้อีกแล้ว
ยิ่งผู้นำตระกูลหลิวพูดมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
เื่ราวที่ได้ยินเป็เพียงข่าวลือคลุมเครือ แต่กลับถูกจินตนาการของเขาปั้นแต่งจนกลายเป็หลักฐานที่ชัดเจน
แท้จริงแล้วสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เหล่าโจรที่ชาญฉลาด แต่เป็เหยื่อผู้มีจินตนาการอันกว้างไกลต่างหาก
“ไปกันเถอะ แล้วอย่าลืมนำเงินสองพันตำลึงไปด้วย พวกเราจะไปหานายอำเภอกัน”
หลิวเจียลุกขึ้นและสั่งให้คนเตรียมเงิน
นางทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะ้าล้างแค้นให้น้องชายผู้โง่เขลาของตน หากแต่คิดว่าโจรเหล่านี้ควรจะได้รับการสั่งสอน
วันนี้พวกมันสังหารคนของตระกูลหลิว หากพวกเราไม่ได้สนใจไยดี พรุ่งนี้พวกมันคงจะเห็นว่าพวกเรารังแกง่าย จนกล้าปล้นชิงสินค้าของพวกเรากระมัง?
ใช่แล้ว ในใจนาง ชีวิตของน้องชายยังเทียบไม่ได้กับสินค้าของตน
จากนั้นพ่อลูกตระกูลหลิวก็นำเงินมาถึงจวนนายอำเภอ และเมื่อนายอำเภอได้ยินว่าผู้นำตระกูลหลิวมาเยือนก็รีบร้อนออกมาต้อนรับ
“โอ้ ผู้นำตระกูลหลิวมาแล้วหรือ เชิญเข้ามาเลย ๆ รีบนำชามารับรองผู้นำตระกูลหลิวและคุณหนูหลิวเร็วเข้า”
นายอำเภอที่มีรูปร่างท้วมเอ่ยต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
แท้จริงแล้วหาใช่เื่ง่ายที่นายอำเภอผู้นี้จะแสดงท่าทางกระตือรือร้นเช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะเป็เื่สำคัญ คงไม่ได้เห็นท่าทีแบบนี้จากเขาเป็แน่
ตระกูลหลิวเป็เศรษฐีอันดับหนึ่งในเมืองเวยหู่ ปกติพวกเขาจะส่งเงินทองนับไม่ถ้วนให้แก่เ้าเมืองเพื่อเป็สินน้ำใจ และในแต่ละครั้งที่ผู้นำตระกูลหลิวเดินทางไปยังในเมือง ก็จะไปทักทายเ้าเมืองด้วยตัวเองเสมอ ส่วนเ้าเมืองก็จะต้อนรับอย่างอบอุ่น ผู้นำตระกูลหลิวจึงนับว่าเป็แขกคนสำคัญของจวนเ้าเมืองเลยทีเดียว
แม้แต่เ้าเมืองก็ยังปฏิบัติต่อผู้นำตระกูลหลิวอย่างนอบน้อม จึงยิ่งมิต้องกล่าวถึงนายอำเภอตัวเล็ก ๆ อย่างเขา ยิ่งไปกว่านั้นใน่หลายปีมานี้ ตระกูลหลิวก็มอบเงินทองให้เขามาไม่น้อยเช่นกัน
อย่างเช่นครั้งที่ใส่ร้ายตระกูลเนี่ย อีกฝ่ายก็ได้มอบเงินให้ถึงสามพันตำลึง ยิ่งไปกว่านั้นการยึดทรัพย์สินของตระกูลเนี่ยก็ยังทำให้เขาได้รับกำไรจนเต็มกระเป๋า
“ใต้เท้าเว่ย สบายดีหรือไม่”
ผู้นำตระกูลหลิวไม่ได้ยิ้ม แต่กลับมีสีหน้าเศร้าหมอง เขาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้แล้วกล่าวว่า
“ข้ามาในครั้งนี้เพราะเื่ของบุตรชาย”
เมื่อได้ยินดังนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของนายอำเภอเว่ยก็หายไป ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็สีหน้าเศร้าโศกอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงสีหน้านี้นับว่าน่าตกตะลึงยิ่งนัก
"เฮ้อ ผู้นำตระกูลหลิวอย่าโศกเศร้านักเลย เื่ที่บุตรชายของท่านเสียชีวิต ข้าเองก็เสียใจไม่น้อย แต่ท่านวางใจเถอะ ข้าจะใช้ความสามารถที่มีอยู่สืบหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อทวงยุติธรรมคืนให้แก่คุณชายหลิว!"
หลิวเจียแอบหัวเราะเยาะในใจ เมื่อเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่าย
หึ! เอาแต่พูดว่าจะสืบ แต่กลับไม่กำหนดระยะเวลา
“ไม่ต้องลำบากใต้เท้าเว่ยหรอก เื่นี้ข้าสืบสวนจนกระจ่างแล้ว”
ผู้นำตระกูลหลิววางถ้วยชาลงแล้วพูดว่า
“เื่นี้เป็ฝีมือของกลุ่มโจรบนูเาหนิวพี พวกมันทำเพื่อล้างแค้นตระกูลหลิวของพวกเราที่สังหารพวกมันไปเมื่อปีที่แล้ว”
“อะไรนะ? โจรบนูเาหนิวพีงั้นหรือ!?”
นายอำเภอเว่ยลุกพรวดขึ้น เขาโกรธจัดจนขว้างถ้วยชาในมือลงพื้นอย่างแรง
“นี่มันมากเกินไปแล้ว! กลุ่มโจรนี้อุกอาจเกินไป! ถึงกับกล้าเข้าเมืองมาสังหารคุณชายหลิว! ถ้าไม่กำจัดโจรพวกนี้ แผ่นดินจะสงบสุขได้อย่างไร! พวกมันทำให้ข้าโกรธจนแทบคลั่ง!”
นายอำเภอเว่ยสมกับที่เป็ขุนนางเก่า เล่ห์เหลี่ยมในการแสดงของเขานั้นเหนือกว่าขุนนางหนุ่มหลายเท่า
แม้จะแสดงออกว่าโกรธจนแทบทนไม่ไหว แต่กลับไม่เอ่ยถึงเื่ปราบโจรแม้แต่คำเดียว
ทว่าผู้นำตระกูลหลิวรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมนั้น จึงโบกมือพลางกล่าวว่า
“ยกเข้ามา!”
บ่าวรับใช้หลายคนช่วยกันยกเงินสองพันตำลึงเข้ามา และเมื่อเปิดหีบออก ก้อนเงินสีทองอร่ามก็เกือบจะทำให้นายอำเภอเว่ยหลั่งน้ำตาออกมาจากหางตา
“ผู้นำตระกูลหลิว นี่หมายความว่าอย่างไรกัน?”
นายอำเภอเว่ยแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบดี
“ใต้เท้าเว่ย เหล่าโจรช่างเหิมเกริมยิ่งนัก หากเป็เช่นนี้ย่อมไม่ส่งผลดีต่อชาวเมืองชิงสุ่ย ในฐานะชาวเมืองชิงสุ่ย เมื่อข้าได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็ปวดใจไม่น้อย จึงขอสละทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อเป็รางวัลแก่เหล่าทหาร ขอให้ใต้เท้าเว่ยส่งทหารออกไปปราบโจร เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่มณฑลชิงสุ่ยและชาวเมืองด้วยเถอะ”
ส่งทหารออกไป...
นายอำเภอเว่ยลังเลเล็กน้อย แต่พอเหลือบมองเงินตรงหน้าก็รู้สึกว่าตระกูลหลิวนั้นมิอาจล่วงเกินได้ จึงกัดฟันกล่าวว่า
“ผู้นำตระกูลหลิววางใจได้ พรุ่งนี้ข้าจะส่งทหารห้าร้อยนายออกไปปราบโจรทีู่เาหนิวพี!”
“ดี เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของใต้เท้าเว่ย ข้าก็วางใจแล้ว ดังนั้นข้าจะรอรับข่าวดีจากใต้เท้าเว่ยอยู่ที่จวน”
หลังพูดคุยกันอีกเล็กน้อย พ่อลูกตระกูลหลิวก็ลุกขึ้นขอตัว
ตามระเบียบของกองทัพต้าเฟิง มณฑลหนึ่งจะมีทหารในพื้นที่ได้สองพันนาย ส่วนอำเภอหนึ่งจะมีเ้าหน้าที่ประจำอำเภอได้หนึ่งร้อยคน
แต่ตอนนี้อำนาจราชสำนักอ่อนแอลง ขุนนางท้องถิ่นแบ่งแยกการปกครองเป็อิสระ แต่ละที่ต่างฝึกฝนกำลังทหารเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง อีกทั้งอำเภอชิงสุ่ยยังอยู่ใกล้ชายแดน จึงจำเป็ต้องป้องกันเมือง ดังนั้นจึงมีทหารรักษาการณ์จำนวนหนึ่งพันนาย
การที่นายอำเภอเว่ยส่งทหารออกไปห้าร้อยนาย นับว่าเป็การตัดสินใจที่ทุ่มเทไม่น้อยแล้ว เพราะเขาไม่สามารถส่งทหารทั้งหมดออกไปได้ หากพวกชนเผ่าทุ่งหญ้าเข้ามาโจมตีจะทำอย่างไร?
หลังจากพ่อลูกตระกูลหลิวออกไปก็ขึ้นรถม้ากลับจวนทันที
ระหว่างทางหลิวเจียเอ่ยกำชับว่า
“ท่านพ่อ ท่านส่งคนไปสอบถามค่ายชิงเฟิงหน่อย ว่าเื่ที่สั่งให้พวกมันไปสังหารเนี่ยเฉินเป็อย่างไรบ้าง? หลังจากฆ่าสามีภรรยาตระกูลเนี่ยแล้ว พวกเ้าหน้าที่ไร้ประโยชน์นั่นกลับปล่อยให้เนี่ยเฉินคนไร้ประโยชน์หนีไปได้ ดีที่พวกเรายังมีแผนสำรองเอาไว้
ทว่าดูเหมือนค่ายชิงเฟิงคงลงมือไม่สำเร็จเช่นกัน มิเช่นนั้นคงไม่เงียบหายไปเช่นนี้ ท่านเร่งรัดพวกมันหน่อย และบอกให้ออกตามล่าทั่วทั้งหุบเขา ไม่ว่าเนี่ยเฉินผู้นั้นจะเป็หรือตาย ข้าก็อยากได้ตัวมัน”
“เขาเป็เพียงชายเ้าสำราญและปัญญาอ่อนคนหนึ่งเท่านั้น จะหนีก็หนีไปสิ เ้าจะตามล่าเขาอย่างเอาเป็เอาตายไปทำไมกัน?”
หลิวเจียแค่นเสียงเย้ยหยัน พลางหันไปมองบิดาของนางและเอ่ยว่า
“อย่างไรก็ยังนับว่าเป็ภัยแฝงเร้น ตัดหญ้าต้องถอนรากถอนโคน ไม่เช่นนั้นหากวันหนึ่งเนี่ยเฉินย้อนกลับมา เขาอาจจะทำให้ตระกูลหลิวของพวกเราประสบกับความยากลำบากได้
ท่านพ่อ ท่านไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว ดังนั้นควรไตร่ตรองและคิดให้รอบคอบ ตัดไฟั้แ่ต้นลม
ช่างเถิด รอให้ท่านอายุเท่าข้า ท่านก็จะเข้าใจเอง”
กล่าวจบ หลิวเจียก็ก้มหน้าตรวจบัญชีต่อ ปล่อยให้บิดาที่ถูกบุตรสาวต่อว่านั่งพยักหน้ารับคำอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าภายในใจของเขากลับรู้สึกว่าถ้อยคำเมื่อครู่คล้ายจะมีบางอย่างแปลก ๆ
ณ ค่ายชิงเฟิง
“เนี่ยเฉิน มาหาข้าเดี๋ยวนี้!”
หลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน นายช่างเนี่ยเพิ่งจะวางงานในมือลงและเตรียมออกไปหาอะไรกิน ทว่าก็ถูกหญิงงามเรียกเอาไว้
“เ้าคิดจะทำอันใดอีก”
เนี่ยเฉินสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอก
พอเห็นเนี่ยเฉินทำท่าทางเหมือนตัวเองเป็เหยื่อ เวิงชิวฉานก็อดหัวเราะไม่ได้ แต่ก็ยังกัดฟันแน่นด้วยความขุ่นเคือง
เวิงชิวฉานลากเนี่ยเฉินมาที่มุมหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า
“คนแซ่เนี่ย ข้าขอเตือนเ้า หากเ้ากล้าปริปากบอกผู้อื่นเกี่ยวกับเื่เมื่อคืนนี้ ข้าจะฆ่าเ้าซะ!”
เนี่ยเฉินใ เขาไม่อาจทราบได้เลยว่าในหัวของเว่ยชิวฉานนั้นคิดอะไรอยู่
เื่นี้ยังต้องเตือนอีกหรือ? เขา เนี่ยเฉิน จะกล้าปริปากเล่าเื่นี้ออกไปได้อย่างไร เช่นนั้นไม่เท่ากับว่าเขาส่งหัวของตัวเองไปให้หัวหน้าใหญ่ตัดหรอกหรือ
แต่ก็นับว่าไม่ใช่ความผิดของเว่ยชิวฉานเสียทีเดีย คุณหนูผู้นี้เอาแต่ครุ่นคิดฟุ้งซ่านทั้งวัน จิตใจว้าวุ่น ไหนเลยจะควบคุมสติได้
"แล้ว... หากข้าพูดออกไปเล่า จะเกิดอันใดขึ้นหรือ"
เนี่ยเฉินอดไม่ได้ที่จะแกล้งนาง
ตุ้บ!
ท้องของเนี่ยเฉินถูกกำปั้นโจมตีอีกครั้ง
“เฮ้ย! หญิงชั่ว หากเ้ายังชกข้าอีก ข้าจะร้องให้คนมาช่วย และข้าก็ไม่เชื่อว่าหัวหน้าใหญ่จะไม่ลงโทษเ้า!”
“ร้องสิ ที่นี่ไม่มีผู้ใดอยู่หรอก ข้ารู้จักทุกซอกมุมในหุบเขาแห่งนี้ดี”
เวิงชิวฉานหัวเราะเยาะอย่างลำพองใจ
โอ้ เช่นนั้นหรือ?
เนี่ยเฉินยืดตัวตรง กอดเวิงชิวฉาน แล้วจูบนางหนึ่งที จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างสง่างาม
เชอะ! ไม่มีคนแล้วนางยังกล้าโอหังอีก