เมืองชายแดนตอนใต้ในยามนี้ ว่ากันว่าเต็มไปด้วยโจรป่าที่ออกอาละวาด ขบวนขนสินค้ามากมายถูกดักปล้นจี้อยู่บ่อยครั้ง ทางการมิได้นิ่งนอนใจส่งทหารออกมาปราบปรามพวกมันอยู่บ่อยครั้ง ทว่า...กำจัดเท่าไหร่ก็หาได้หมดไปสักที ครั้นพ่อค้าหลายคนจะไม่นำสินค้ามาขายทางนี้ก็ไม่ได้ เพราะเมืองทางใต้นับว่าเป็บ่อเงินบ่อทองของพวกมัน ซึ่งในที่นี้นับรวมไปถึงหวู่เผิงหลงด้วย
เส้นทางสายนี้บิดาของมันหวู๋ฟู่ไชค้าขายมานาน ั้แ่เผิงหลงยังไม่เกิดด้วยซ้ำ แล้วจะให้มันทิ้งไปได้อย่างไรกัน...
แต่ก็อย่างที่ทราบ เพราะหลายคนเกิดความกลัวในเื่ของโจรที่คอยดักปล้น ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครอยากมาทำงานแบบนี้เผิงหลงร้อนใจมาก แต่แล้วมันก็นึกถึงสหายรักในวัยเยาว์ขึ้นมาได้ผู้หนึ่ง ซึ่งสหายผู้นี้คล้ายกับกำลังลำบากอยู่พอดี เผิงหลงจึงสอดมือเข้าช่วย โดยการมอบหมายงานคุ้มกันสินค้าในครั้งนี้ให้ ซึ่งคนผู้นี้ไม่ใช่ใคร จ้าวหยุน นั้นเอง
แม้นจ้าวหยุนจะไร้วรยุทธ์ใดติดตัว แต่มันก็มีพละกำลังอันมหาศาลซึ่งมากพอจะทดแทนกันได้
...
แสงแดดอ่อนส่องลอดยอดไม้สูงเสียดฟ้า ใบไม้ขยับไหวเบา ๆ ไปตามแรงลม ขบวนเกวียนบรรทุกสินค้าเคลื่อนผ่านทางในป่าลึก—มีเพียงเสียงล้อไม้บดกับดินแห้ง และเสียงนกป่าร้องหริ่งเรไรเป็ระยะ
จ้าวหยุนเดินอยู่ด้านหน้า ร่างสูงใหญ่ หอบหาบไม้พะรุงพะรังบนบ่าเหงื่อหยดเต็มแผ่นหลัง แต่ใบหน้ายังคงยิ้มละไม
“เฮ้ จ้าวหยุน” เสียงจากคนขับเกวียนคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
“พวกเราพักสักหน่อยดีหรือไม่ นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว”
จ้าวหยุนหันมายิ้มแห้ง ๆ “พี่หยางข้าว่าพวกเราไปต่อกันอีกสักนิดเถิด แถวนี้ดูไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้ อดทนอีกนิดก็น่าจะเข้าใกล้เขตเมืองทางใต้แล้ว เดี๋ยวไปถึงที่นั่นก็ได้พักกันยาว ๆ”
“หากเ้าตัดสินใจเช่นนั้น ก็เอาตามนั้น” คนขับเกวียนตอบเสียงห้วนด้วยท่าทางไม่พอใจนิดหน่อย ซึ่งจ้าวหยุนนั้นทราบดี แต่ก็อย่างที่มันบอก ว่าป่าแถวนี้ดูไม่น่าไว้วางใจเพราะทุกอย่างดูเงียบอย่างน่าขนลุก สายลมไม่พัด นกป่าก็เงียบหายอย่างผิดปกติ และในยามนั้นเอง จ้าวหยุนก็หยุดฝีเท้า พร้อมหรี่ตา
“ทุกคนหยุดก่อน” จ้าวหยุนยกกำปั้นขึ้น เชิงบอกให้ทุกคนนิ่งไว้
“นิ่งไว้! ข้าว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล”
ฟึ่บ! จ้าวหยุนพูดไม่ทันขาดคำ ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเฉียดใบหน้าคนขับเกวียน ลึกเข้าไปปักในลำต้นไม้ข้างทางเสียงดัง ปึก!
“โจร!! โจรบุก!!” ห่าวหรานตวาดเสียงดัง จากนั้นเสียงโกลาหลก็ขึ้นทันที พวกคนขับรีบะโลงจากเกวียน จากนั้นกลุ่มชายชุดดำจำนวนห้าหกคนก็โผล่ออกจากพุ่มไม้สองฝั่งทาง ดาบ และขวานสะท้อนแสงแดดเป็ประกายวูบไหว
“ส่งของมีค่ามา! ถ้าไม่อยากตาย!!” พวกมันคนหนึ่งถลึงตา ก่อนตวาดด้วยเสียงดัง จากนั้นคนขับเกวียนกับคุ้มกันคนอื่น ๆ ก็พากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน จ้าวหยุนงุนงง เล็กน้อย แต่ก็พอเข้าใจได้ เมื่อต้องเจอสถานการณ์ขับดันเช่นนี้ ผู้ใดจะอยากเอาชีวิตของตนมาทิ้งให้เสียเปล่า หากแต่ไม่ใช่ตัวของมันเป็แน่ จ้าวหยุนกลับหยิบท่อนไม้หนา ๆ จากเกวียนขึ้นมาแทนดาบแววตาของมันแข็งกร้าวดุดันยิ่งนัก
“ข้าไม่ยอมให้พวกเ้าปล้นของเหล่านี้ไปเป็แน่ ถ้าอยากได้ก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
หนึ่งในโจรหัวเราะเย้ย “ฮ่า ๆ ๆ ๆ เ้าช่างมีความกล้าหาญ น่ายกย่องยิ่งนัก แต่เสียดายที่โง่เง่าไปหน่อย ข้ามศพกระนั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะเป็คนข้ามคนแรกเอง ตายซะ!!!” มันคำรามเสียงดุ ก่อนพุ่งเข้าหาจ้าวหยุน เมื่อนั้นท่อนไม้ในมือฟาดของจ้าวหยุนจึงฟาดสุดแรงใส่แขนของชายชุดดำผู้หนึ่งจนกระดูกมันหัก เสียงกรีดร้องดังลั่นป่า
ทว่า...ศัตรูไม่ได้มีเพียงคนเดียว อีกห้าคนล้อมมันไว้ในพริบตา จ้าวหยุนไม่กริ่งเกรง เหวี่ยงท่อนไม้ไปรอบกาย พร้อม เตะ ต่อยเป็พัลวัน มันล้มโจรชุดดำไปได้สองคน และฟาดจนอีกคนต้องคลานหนี แต่ดังคำโบราณว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟกองใหญ่เสมอ จ้าวหยุนเริ่มหอบแรง เสียงลมหายใจหนักขึ้นทุกที
ฉึก! ปลายดาบแทงเข้าด้านหลังอย่างรวดเร็ว โลหิตสีแดงพลันพุ่งกระเซ็นจากปากของเขา อั้ก…!! จ้าวหยุน ทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความเ็ป แต่มือนั้นยังกำท่อนไม้แน่น ไม่ยอมล้ม
“ชั่วช้าสามานย์ เล่นลอบกัด ช่างสมกับสันดานโจรอย่างพวกเ้าจริง ๆ” จ้าวหยุนกัดฟัน แค่นเสียงพูด เืยังไหลออกมาจากปากไม่หยุด
“ข้าจะถือว่านี้เป็คำชม เอาล่ะยามนี้เ้าไปเฝ้ายมบาลได้แล้ว” โจรปิดหน้าในชุดดำเอ่ยขึ้น ก่อนจะเงื้อดาบฟันลงมาสุดแรง โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็น พร้อมกับร่างของจ้าวหยุนที่ค่อย ๆ ล้มลงกับพื้น สองตาของมันเบิกค้าง ก่อนจะค่อย ๆ ปิดลง จากนั้นรอบกายเหลือแค่ความมืดมิด
จ้าวหยุนถูกโจรป่าสังหารกลางป่าอย่างน่าเวทนา
...
ไม่นาน ข่าวร้ายก็ถูกส่งกลับสู่คฤหาสน์สกุลหวู่
ยามนั้น เผิงหลงในชุดคลุมสีเทาเดินตรงไปยังโรงครัว ซึ่งหลิวซิน กำลังทำงานอยู่ ท่าทางของมันนั้นร้อนรนเป็ที่สุด ใบหน้ามีความทุกข์ปรากฏให้เห็นอยู่หลายส่วน
เมื่อไปถึงทุกคนต่างตื่นใ โดยเฉพาะกับหลิวซิว นางใจคอไม่ดีมาสักพักแล้ว เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเผิงหลงแบบนี้จึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยถาม ว่าเกิดอันใดขึ้น เผิงหลงอ้ำอึ้ง น้ำท่วมปากอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจแจ้งข่าวว่า จ้าวหยุนถูกโจรป่าดักปล้นสังหาร แถมศพยังถูกหมาป่าเทพฉีกทึ้งร่างจนไม่เหลือชิ้นดี หลิวซินที่ได้ฟังนางถึงกับนิ่งอึ้ง เขาทรุดพูดอันใดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนที่น้ำตาแห่งความโศกเศร้าจะไหลออกมาอาบสองแก้มสวย คนรับใช้หญิงหลายคนพลันเข้ามากอด และปลอบนาง ส่วนเผิงหลงทำได้แค่กล่าวขอโทษเบา ๆ ก่อนที่มันจะหันหลัง เดินคอตกจากนางออกมาจากโรงครัว ทว่า.....
พอคล้อยหลังจากทุกคนไปได้ไปถึงนาที ใบหน้าแห่งความทุกข์ก็พลันเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ชั่วร้าย จากนั้นพ่อบ้านเซินที่หลบอยู่ในเงาก็เผยตัวขึ้น
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” เผิงหลงเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ขอรับคุณชาย พวกมันรายงานว่าศพถูกเผาทิ้งในหุบเหว ไม่มีใครพบหลักฐานแน่นอน”
“ดี พวกเ้าทำงานได้ดี เอ้านี่ เอาไปแบ่งให้พวกมัน แล้วก็ให้พวกมันหายหน้าไปสักพักเข้าใจหรือไม่” เผิงหลงหยิบถุงแพรใบโตออกมาจากเอวก่อนโยนให้พ่อบ้านเซิน ซึ่งในนั้นมีเงินอยู่หลายชั่งหลายทีเดียว
“ขอรับคุณชาย ข้าจะนำเงินก้อนนี้ไปมอบให้พวกมัน และจะบอกให้พวกมันหายหน้าไปตามที่ท่านสั่ง” พ่อบ้านเซินรับถุงเงิน ก่อนจะค้อมศีรษะ จากนั้นมันจึงก้าวถอยกลับเข้าไปในเงามืด
ที่แท้ทุกอย่างเป็แผนการชั่วร้ายของเผิงหลงมาั้แ่แรกแล้วนั้นเอง มันทำทีเป็มีน้ำใจมอบงานให้จ้าวหยุนทำ ทว่า...จุดประสงค์จริง ๆ คือหลอกให้ไปโดนฆ่า จากนั้นเผิงหลงจะค่อย ๆ หาทาง หลิวซิน สตรีผู้ที่มันหลงรักมาั้แ่วัยเยาว์...
จบบท