แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นทอดตัวยาวสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระดาษที่ถูกฉลุเป็ลายดอกเหมยอย่างประณีต เข้ามาอาบไล้เรือนร่างอรชรของ ซูหยวน ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมสำรับอาหารเช้าอย่างขะมักเขม้น กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มที่เคี่ยวจนเมล็ดข้าวบานสวย และหมั่นโถวเนื้อนุ่มฟูที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ ลอยอบอวลไปทั่วบ้านไม้หลังเล็กที่แสนอบอุ่น แม้จะไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราโอ่อ่า แต่สำหรับนางแล้ว ที่นี่คือ์บนดิน คือรังรักที่นางและ เฉินหาว ชายคนรัก ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือจากน้ำพักน้ำแรงของเขาทุกหยาดหยด
ซูหยวนในวัยยี่สิบสองปีบริบูรณ์นั้นงดงามราวกับดอกโบตั๋นแรกแย้มที่กำลังเบ่งบานรับแสงอรุณ ดวงหน้าหวานรูปไข่ประดับด้วยดวงตากลมโตที่ทอประกายอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักอยู่เสมอ ริมฝีปากอิ่มเต็มรูปกระจับแย้มยิ้มอย่างมีความสุขขณะที่นางจัดวางตะเกียบไม้ไผ่และถ้วยชาเคลือบสีเขียวหยกสำหรับคนสองคนบนโต๊ะไม้ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมานานจนขึ้นเงา ผมยาวสลวยของนางถูกรวบขึ้นเป็มวยง่ายๆ ปักด้วยปิ่นไม้เรียบๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและแผ่นหลังที่นวลเนียนภายใต้ชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนที่นางสวมใส่เป็ประจำ
ไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่และกำยำของเฉินหาวก็ปรากฏขึ้นที่ประตูห้องครัว เขากลับมาจากการฝึกฝนร่างกายยามเช้าที่ลานฝึกในหมู่บ้าน เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะพราวอยู่บนหน้าผากและแผงอกที่แข็งแกร่งดุจหินผา กล้ามเนื้อเป็มัดๆ บนท่อนแขนของเขาบ่งบอกถึงการทำงานหนักที่เขาทำเป็ประจำ เฉินหาวในวัยยี่สิบห้าปีคือช่างฝีมือแกะสลักไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในหมู่บ้าน แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ฝีมือของเขาก็เป็ที่ยอมรับและมีงานเข้ามาไม่ขาดสาย ผลงานแกะสลักของเขามีั้แ่ของชิ้นเล็กๆ อย่างรูปปั้นสัตว์มงคล ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อย่างเตียงและตู้ ซึ่งล้วนแต่มีความงดงามและประณีตจนเป็ที่เลื่องลือไปไกลถึงในเมือง
"หอมเหลือเกินหยวนเอ๋อร์" เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรักใคร พลางเดินเข้ามากอดซูหยวนจากด้านหลัง วางคางเกยบนไหล่เล็กๆ ของนาง สูดดมกลิ่นหอมละมุนจากแก้มที่นวลเนียนและซอกคอที่ขาวผ่องของนางอย่างชื่นใจ "แค่ได้กลิ่นอาหารฝีมือเ้า ข้าก็หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งแล้ว"
"ท่านพี่ก็พูดเกินไป" ซูหยวนตอบพลางหัวเราะคิกคักแก้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย นางเอี้ยวตัวหลบจมูกโด่งๆ ของเขาที่กำลังซุกไซร้ซอกคอของนางอย่างหยอกล้อ "รีบไปล้างหน้าล้างตาเถอะค่ะ ข้าวต้มกำลังร้อนๆ เลย เดี๋ยวจะไม่อร่อยเสียก่อน"
ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นเป็ที่ชื่นชมของชาวบ้านในละแวกนั้น พวกเขาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันมาเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่เฉินหาวยังคงให้เกียรตินางอย่างสูงสุด เขายืนกรานที่จะไม่แตะต้องนางจนกว่าจะได้จัดพิธีแต่งงานอย่างเป็ทางการ เพื่อเป็การให้เกียรติแก่นางและครอบครัวของนางที่ล่วงลับไปแล้ว ความรักอันบริสุทธิ์ใจนี้เองที่ทำให้ซูหยวนยิ่งรักและเทิดทูนเขามากขึ้นไปอีก นางรู้ดีว่าในยุคสมัยที่สตรีเป็เพียงทรัพย์สินของผู้ชาย การกระทำของเฉินหาวนั้นหาได้ยากยิ่งนัก เขาทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้รับความเคารพอย่างแท้จริง
ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินอาหารเช้ากันอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ซูหยวนจึงเดินไปเปิดประตู และพบกับ จางซิ่วิ เพื่อนบ้านสาวม่ายที่อาศัยอยู่บ้านติดกัน
"พี่ซิ่วิ มีอะไรหรือเ้าคะ" ซูหยวนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตร
จางซิ่วิในวัยยี่สิบแปดปีนั้น แม้จะเป็ม่าย แต่ความงามของนางก็ยังคงโดดเด่น นางมีท่าทีที่ดูเจนโลกและมีประสบการณ์มากกว่าซูหยวนนัก ดวงตาของนางมีความคมกล้าและแฝงไปด้วยความนัยบางอย่างที่ซูหยวนไม่เคยเข้าใจ นางยื่นตะกร้าใส่ผักสดๆ ให้กับซูหยวน "ข้าเห็นว่าในสวนหลังบ้านของข้ามีผักขึ้นเยอะแยะ เลยเอามาฝากพวกเ้าน่ะ"
"ขอบคุณมากค่ะพี่" ซูหยวนรับตะกร้ามาด้วยความเกรงใจ "พี่ซิ่วิเข้ามากินข้าวต้มด้วยกันก่อนสิคะ"
"ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ ข้ากินมาแล้ว" สายตาของจางซิ่วิเหลือบมองเข้าไปในบ้าน เห็นเฉินหาวกำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ นางจึงอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้ "แหมๆๆ ขยันทำงานหาเงินสร้างครอบครัวแต่เช้าเลยนะอาหาว ส่วนเ้าก็เป็แม่บ้านแม่เรือนไม่ขาดตกบกพร่อง เห็นพวกเ้ามีความสุขกันดี พี่ก็พลอยยินดีไปด้วย"
ชีวิตที่เงียบเหงาหลังจากสามีเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ทำให้จางซิ่วิรู้สึกว่าการได้เฝ้ามองความรักที่งดงามของหนุ่มสาวคู่นี้เป็สิ่งเดียวที่ช่วยเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าของนางได้ นางชื่นชมในความรักอันบริสุทธิ์ของทั้งสอง และมักจะนำของเล็กๆ น้อยๆ มาฝากอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกัน นางก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาในความสุขของซูหยวนไม่ได้ นางมักจะจินตนาการว่าถ้าสามีของนางยังมีชีวิตอยู่ ชีวิตของนางก็คงจะมีความสุขไม่ต่างจากซูหยวนเช่นกัน
หลังจากที่จางซิ่วิกลับไปแล้ว เฉินหาวก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจะออกไปทำงานที่โรงแกะสลักของเขา เขาสัญญากับซูหยวนว่า "หยวนเอ๋อร์ รอข้าอีกไม่นานนะ ตอนนี้ข้าเก็บเงินค่าสินสอดได้เกือบครบแล้ว อีกไม่เกินครึ่งปี ข้าจะไปสู่ขอเ้าอย่างสมเกียรติ จัดงานแต่งงานที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ให้ทุกคนได้รู้ว่าเ้าคือภรรยาของข้า เฉินหาว"
ซูหยวนมองคนรักด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความซาบซึ้ง นางไม่้างานแต่งงานที่ใหญ่โต ขอเพียงแค่ได้อยู่เคียงข้างเขาเช่นนี้ตลอดไปก็เพียงพอแล้ว นางเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูบ้าน จัดเสื้อผ้าให้เขาเรียบร้อยก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มเขาเบาๆ เป็การให้กำลังใจ
"ข้าจะรอท่านพี่นะเ้าคะ"
เมื่อเฉินหาวออกไปแล้ว ซูหยวนก็เริ่มทำงานบ้านของนางอย่างมีความสุข นางทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมของบ้าน ก่อนจะเริ่มทำงานฝีมือปักผ้าที่นางรับมาจากในเมืองเพื่อเป็รายได้เสริม ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและสงบสุขเหมือนเช่นทุกวัน โดยที่นางไม่รู้เลยว่า พายุลูกใหญ่กำลังจะพัดเข้ามาในชีวิตอันแสนสงบของนางในอีกไม่ช้า