บทที่ 2 ลูกสาวคนที่เจ็ด
ทันใดนั้นเขาก็จำได้ว่ามีอีกสิ่งสำคัญที่สุดหนึ่งสิ่งที่เขายังไม่ได้บอกเธอ ไช่เจินเริ่นใมากจนิญญาของเขายังหลั่งเหงื่อเย็นและะโกลางอากาศว่า
“ศิษย์! เ้าห้ามละเมิดศีลทางเพศเด็ดขาด ชะตาของเ้าคือดาวเดียวดาย หากมีบุคคลใดแตะต้องเ้า เ้าจะตาย!” เสียงนั้นดังก้องในมิติที่ว่างเปล่า อาจารย์เฒ่าไม่รู้เลยว่าเื่นี้ได้เข้าหูของศิษย์ตนหรือเปล่า…
โม่เชียนทำตามคำแนะนำของอาจารย์ และไปที่สถานีตำรวจเพื่อทำเื่แจ้งตาย จากนั้นก็ขุดหลุมบนูเาและฝังศพอาจารย์ของเธอ นอกจากนี้ยังติดยันต์อีก 33 แผ่นไว้บนร่างของอาจารย์ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครหน้าไหนหรือแมลงตัวใดกล้าเข้าใกล้เขา
หลังจากจัดการเื่การฝังศพแล้ว หญิงสาวก็ลากรถเข็นไม้ทำเองลงจากูเาโดยมีแมวดำที่เลี้ยงในอารามอยู่ในอ้อมแขน
หมู่บ้านต้าต้าวเชิงเขาต้าต้าว ทันทีที่ชาวบ้านเห็นโม่เชียน พวกเขาก็รีบวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง
“วิ่งเร็ว! โม่เชียนกำลังจะลงมาจากูเา! อย่าปล่อยให้เธออ้าปาก!!!” โม่เชียนเป็เหมือน ‘ตัวซวย’ ที่ทุกคนในหมู่บ้านต้าต้าวรังเกียจ เธอมักจะลงจากูเาเพื่อขอทาน คนในหมู่บ้านก็เห็นใจเธอ มอบอาหาร ผลไม้ และผักให้กับเธอ
แต่สาวน้อยคนนี้มีวิธีขอบคุณที่ไม่เหมือนใคร เธอมักจะพูดว่า
‘ครอบครัวของคุณจะตกอยู่ในหายนะนองเื’ ‘ครอบครัวของคุณกำลังจะสูญเสียเงิน’ ‘ลูกของคุณเป็ของครอบครัวข้างบ้าน’ และอื่น ๆ อีกมากมายที่น่ากลัวกว่านั้น
ที่สำคัญคือคำพูดเลวร้ายเ่าั้ล้วนเป็ความจริงอีกต่างหาก ผู้คนในหมู่บ้านกลัวเธอมากจนอยากจะตัดหูของตัวเองออกเมื่อเห็นเธออ้าปาก...
ดังนั้นไม่ว่าโม่เชียนจะไปที่ไหน ระแวกนั้นจะกลายเป็เหมือนเมืองร้างเงียบงัน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ เธอลากรถเข็นคันเล็กแล้วเดินช้า ๆ ไปตามท้องถนนในชนบท เสียงล้อรถเข็นลอยอยู่ในหมู่บ้านอันเงียบสงบในเวลาพลบค่ำ
ชาวบ้านซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ใช้กุญแจทั้งหมดที่พวกเขาสามารถใช้ได้คล้องไว้ที่ประตูสามชั้น พวกเขาแอบมองผ่านรอยแยกของประตู ฟังเสียงข้างนอก กลัวว่าเสียงล้อ ‘หายนะ’ นั้นจะหยุดลงที่ประตูบ้านของพวกเขา
โชคดีที่โม่เชียนไม่หยุดฝีเท้า หญิงสาวเดินผ่านบ้านแต่ละหลัง ห่างออกไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดจนกระทั่งถึงชายขอบของหมู่บ้าน ตรงหน้าเธอเป็ลานบ้านที่สร้างด้วยอิฐสีแดงและกระเบื้องสีน้ำเงิน เธอยกมือขึ้นแล้วเคาะประตูลานบ้านหลังนี้
ก่อนจะลงจากูเา โม่เชียนได้ทำนายดวงชะตาจึงได้ล่วงรู้ว่าญาติที่มีสายเืเดียวกันกับเธออยู่บ้านหลังนี้ในหมู่บ้านต้าต้าวที่ตีนเขาทางตอนใต้สุด เธอจึงมาตามหาจนเจอที่นี่ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างสูงปรากฏตัวที่ประตู เขามีใบหน้าที่เ็าและคาบบุหรี่อยู่ในปาก กำลังเหลือบมองโม่เชียน
“มาหาใครครับ” โม่เชียนไม่พูดอะไรและจ้องมองใบหน้าของเขา ผู้ชายคนนี้จมูกกว้างและมีใบหน้าที่ดูร่ำรวย หากพลังด้านลบไม่หายไป ชีวิตแต่งงานของชายคนนี้จะพบกับอุปสรรคในอนาคต โชคลาภจะลอยจาก และต้องโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต
จากโชคชะตาแล้วนี่หมายความว่าพี่ชายของเธอโชคร้ายชนิดที่ว่าแทบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยนะเนี่ย โม่เชียนก้าวไปข้างหน้าเขา
“คุณใช่คนตระกูลกู้หรือเปล่า”
“เธอรู้จักฉันเหรอ” กู้ไป๋เหยี่ยเลิกคิ้ว
“ไม่รู้จักหรอก ฉันเพิ่งเคยเจอคุณครั้งแรก” โม่เชียนตอบคำถามของเขา แต่การตอบแบบนี้ก็เกือบจะเหมือนกับการไม่ตอบ เธอเอียงศีรษะและมองดูกู้ไป๋เหยี่ยด้วยสายตาคาดหวัง
“คุณเป็ลูกชายคนที่หกของตระกูลกู้ใช่ไหม คุณหย่าแล้วเหรอ”
“...” กู้ไป๋เหยี่ยงุนงง นี่เป็คำถามที่คนเราควรจะถามกันในตอนเจอกันครั้งแรกงั้นเหรอ ตราบใดที่ยังมีสมองก็ไม่ควรถามคนแปลกหน้าว่าหย่าแล้วหรือยังสิ เพราะคำถามแบบนี้มันจี้ใจดำเกินไป...
กู้ไป๋เหยี่ยไม่ชอบใจที่ได้ยินคำถามนี้ ใบหน้าของเขามืดลงเช่นเดียวกับความอดทนที่ขาดผึ่ง
“เธอเป็ใคร” โม่เชียนไม่สนใจถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของอีกฝ่าย อีกอย่างเธอก็เป็ที่คนพูดตรงไปตรงมาั้แ่เกิด ไม่เคยพูดอ้อมค้อมกับใคร ดังนั้นจึงไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองพูดเป็เื่ผิด
“ฉันเป็ลูกคนที่เจ็ดของครอบครัวของที่หายตัวไปเมื่อ 20 ปีก่อน”
“อะไรนะ” กู้ไป๋เหยี่ยเหยียดยิ้มและพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็รูปวงแหวน เขาหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งแล้วมองไปยังสาวน้อยตรงหน้า เธอแต่งกายด้วยชุดคลุมสีเทา หมวกสีเทา และถุงผ้าสีเทา ดูราวกับเด็กขอทาน
ผียากจนผู้น่าสงสารคนนี้ไปรู้จักเขาจากที่ไหนกัน แต่จะว่าไปแม้จะดูยากจนแต่ใบหน้าของเธอกลับสวยงามดูดี กู้ไป๋เหยี่ยอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นของเขาสองครั้ง ใบหน้าเธอช่างดูงดงาม งดงามมากจนดูคุ้นเคย…
ไม่ใช่ว่าสาวน้อยคนนี้เหมือนกับของแม่ของเขาตอนที่ยังสาว ๆ เหรอ กู้ไป๋เหยี่ยเพ่งมองใบหน้าของสาวน้อย หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เข้าใจถึงเจตนาของอีกฝ่าย เขาเยาะเย้ย
“เธอคิดว่าสามารถแกล้งทำเป็ลูกคนที่เจ็ดของตระกูลเราได้เพียงเพราะว่าเธอดูเหมือนแม่ของฉันเหรอ แผนสูงดีนี่ บ้านเรามีลูกเจ็ดคนจริง ๆ แต่ไม่มีใครหายไปทั้งนั้น ดังนั้นรีบไปซะและอย่ามาที่นี่อีก”
“เป็ไปไม่ได้” ทันทีที่กู้ไป๋เหยี่ยพูดจบ โม่เชียนก็โต้กลับไปแบบไม่ไว้หน้าชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็ขาใหญ่ในปักกิ่งเลย “แม่ของคุณให้กำเนิดลูกชายที่ไร้ประโยชน์หกคน และท้ายที่สุดก็ได้ให้กำเนิดลูกสาวที่ล้ำค่าอย่างฉัน มันจะเป็ไปได้ยังไงที่ฉันจะไม่ใช่ลูกคนที่หายไป”
“...” กู้ไป๋เหยี่ยมองดูคนโง่ตรงหน้าแล้วจุดบุหรี่อีกมวน ดวงตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกดดันอีกฝ่าย
“ถ้าเธอกล้าสบประมาทเราอีก ฉันจะเย็บปากเธอซะ” ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้หญิงละก็… กู้ไป๋เหยี่ยผู้ที่ไม่เคยยอมใครคงได้ทุบตีเธอจนฟันร่วงเต็มพื้นไปแล้ว ตระกูลกู้มีลูกสาวคนหนึ่งจริง ๆ แต่ไม่ใช่เธอ
เด็กคนนั้นคือกู้เซียงเวย ลูกสาวสุดที่รักของพ่อแม่และพี่ชายทั้งหกั้แ่เด็ก สาวน้อยคนนี้คงคิดใช้ความคล้ายคลึงกับแม่ของเขาเพื่ออยากเปลี่ยนชีวิตกับเซี่ยงเว่ยให้ได้กลายเป็ลูกสาวของครอบครัวที่ร่ำรวย
เธอคิดว่าเขาเป็คนโง่ที่ยอมให้คนอื่นมาแทนที่คนในครอบครัวของตัวเองจริงเหรอ กู้ไป๋เหยี่ยไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
“เธออยากเป็คุณหนูคนเจ็ดของตระกูลกู้ใช่ไหม สาวน้อยหากเธอ้าเป็ลูกสาวบ้านฉัน ก็ควรกลับชาติเกิดใหม่ให้เร็วขึ้นกว่านี้นะ การมาหลอกลวงผู้คนแบบนี้ไม่ได้ผลหรอก” หลังจากที่พูดจบ เขาก็กลอกตาและเดินผ่านโม่เชียนไป เขาี้เีเกินกว่าจะพูดเื่ไร้สาระกับเธอคนนี้อีก
ใกล้มืดแล้ว เขาต้องรีบออกไปตามหาคนอย่างเร่งด่วน หมู่บ้านอันห่างไกลแห่งนี้ทั้งยากจนและอันตราย ฝูเสวี่ยหนีออกไปคนเดียวแบบนี้เขาจะวางใจได้อย่างไร เมื่อโม่เชียนเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะจากไป เธอก็รีบติดตามเขาทันที
“คุณเป็ลูกคนที่หกใช่ไหม” คำถามนี้สำคัญมาก นี่เป็คำถามที่จะเป็ตัวตัดสินว่าตอนนี้เธอควรจัดการกับพี่ชายงี่เง่าคนนี้หรือไม่ แต่เห็นได้ชัดว่ากู้ไป๋เหยี่ยหมดความอดทนแล้ว
“อย่าตามฉันมาอีกนะ ออกไปจากที่นี่ซะ!” เขาะโ หลังจากดุเสร็จเขาก็เดินหนี แต่จากหางตาเขามองเห็นเธอก้มศีรษะลงเพื่อควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าใบใหญ่
ราวกับกำลังแสร้งทำเพราะอับอายที่ตัวเองโดนเปิดโปง หญิงสาวเอาแต่ยืนหาของอยู่ตรงนั้นอย่างน่าสมเพช จนแม้แต่เ้าแมวน้อยในอ้อมแขนของเธอยังดูกินดีอยู่ดีกว่าตัวเ้าของเองด้วยซ้ำ