ตอนที่ 5
วันนี้ทั้งวัน กุ้ยลี่อิน รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็อย่างมาก เพราะเธอไม่เคยทำงานมากมายอย่างนี้มาก่อน แต่เื่งานนั้นยังไม่น่ารำคาญเท่าสองแม่ลูก ที่ไม่รู้อะไรกับเธอนักหนา คอยแต่จะหาเื่ เหมือนกับว่าการได้หาเื่เธอนั้น เป็งานที่ทำเป็ประจำอย่างนั้นล่ะ ช่วยอะไรก็ไม่ช่วยสักอย่าง
แต่เธอก็ไม่ได้คิดที่จะยอมไปทั้งหมดหรอกนะ ถึงแม้ร่างกายนี้จะเป็ของกุ้ยลี่อิน แต่ตอนนี้จิตใจเป็ของกิ่งแก้ว ที่เป็คนที่ไม่คิดที่จะยอมใครง่ายๆ อยู่แล้ว เพราะชีวิตของเธอผ่านการสู้มาหนักไม่น้อยเหมือนกัน และเจอคนมาหลายรูปแบบ แต่ก็สามารถที่จะยืนในจุดที่ประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง
และกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่นั้น กลับมีเสียงที่ไม่อยากได้ยินอีกครั้ง ไม่คิดที่จะให้เธออยู่อย่างสงบเลยหรือยังไง
"เผลอเป็ไม่ได้จริงๆ เผลอเมื่อไรเป็อู้งานตลอด ทำความสะอาดเรือนเสร็จแล้วหรือไง ถึงได้มานั่งเล่นอยู่ตรงนี้ได้"
ทำงานนิด งานหน่อย ชอบที่จะหยุดพัก ทำเหมือนกับว่าเหนื่อยนักหนา
"ฉันจะพักมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับน้านี่นาคนที่ไม่ยอมทำงาน เอาแต่พูดอยู่นั่น จะรู้ได้ยังไงว่าความเหนื่อยมันเป็ยังไง วันทั้งวัน ทำอะไรกันบ้าง นอกจากตามฉัน เพื่อมาคอยด่าได้ทั้งวัน ถามจริงเป็อะไรกันมากหรือเปล่า" ว่าจะไม่พูดแล้วนะ แต่ว่าอดไม่ได้ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ด้วย
"นังลี่อิน มันจะมากไปแล้วนะ แกว่าฉันอีกแล้วนะ ถ้าพ่อแกกลับมาฉันจะฟ้องพ่อแก ว่าแกไม่เชื่อฟัง และยังมาว่าฉันอีก ี้เีทำงานก็ี้เี"
"ไม่ต้องว่าตัวเองกับลูกสาวหรอกค่ะ แล้วก็เชิญบอกได้ตามสบาย ฉันไม่ได้คิดจะสนเลยสักนิด"
ใครจะไปสนใจพ่ออย่างนี้กัน มีพ่อก็เหมือนไม่มี แล้วเธอจะต้องไปสนใจเขาทำไมกัน
"ดีวันนี้พ่อแกกลับมาแล้ว แกโดนดีแน่ๆ ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าแกจะปากดีอย่างนี้หรือเปล่า"
"เชิญตามสบายค่ะ ถ้าพูดจบแล้ว จะไปไหนก็ไป ฉันจะได้พักบ้าง ทำงานทั้งวัน ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ"
"ฉันก็ไม่ได้อยากจะมาหรอกนะ แค่จะมาบอกว่าให้รีบไปทำอาหารได้แล้ว เดี๋ยวพ่อแกกลับมา ไม่มีอาหารกิน จะมาบ่นเอาได้"
"ใช่อีกอย่างฉันก็หิวแล้วด้วย แม่เราไปกันเถอะ อยู่ตรงนี้แม่จะอารมณ์เสีย มากยิ่งขึ้น"
"ดีเหมือนกัน ฉันก็ว่าอย่างนั้นล่ะ"
ไม่รู้มันเป็อะไรของมันทั้งวันของวันนี้ ลี่อิน ทำให้เธออารมณ์เสียได้ทั้งวันจริงๆ และก็เป็ทุกครั้งที่ได้เจอกันเลยด้วยซ้ำ
ส่วน กุ้ยลี่อิน ที่นั่งพักเหนื่อยอีกสักพัก จึงได้เข้าไปทำอาหาร ก็ไม่มีอะไรมาก น้องจากนำผักหลังบ้านมาผัดกับไข่ ในเมื่อมีให้เท่านี้ จะให้ทำมากกว่านี้ เธอไม่มีทางทำ ส่วนใครจะกินได้หีรือกินไม่ได้ เธอไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว ถ้าอยากให้ทำมากกว่านี้ก็ต้องหาของมาให้เธอทำ
"เสร็จหรือยัง พ่อแกมาแล้ว จะได้ตั้งโต๊ะกินข้าวเสียที ชักช้าไม่มีใครเกิน"
"คราวหลังทำเร็วกว่านี้ ก็มาทำเอง จะได้ไม่ต้องพูดมาก" ใช้แต่ปากทำงานอยู่นั่นล่ะ อยากให้เสร็จเร็วแทนที่จะมาช่วยกัน คอยกินอย่างเดียว
"จะไม่เถียงสักครั้งได้หรือเปล่า วันนี้แกเป็อะไรของแก ปกติไม่เคยเถียง คิดจะแข็งข้อกับฉันหรือยังไง"
"ฉันก็พูดจริงๆ มีตรงไหนที่เถียงกัน"
"ไม่ต้องพูดแล้ว ยกอาหารออกมา"
กุ้ยลี่อิน ไม่อยากจะมีเื่อีก จึงได้ยกอาหารออกไป เพราะตอนนี้เธออยากอาบน้ำ พักผ่อนมากกว่า
เมื่อยกอาหารออกมาก็เห็นพ่อของเ้าของร่างนั่งรออยู่แล้ว พร้อมกับลูกของแม่เลี้ยง และน้องชายของเธอ และเธอไม่คิดที่จะทักทาย เพราะในเมื่อไม่สนใจกัน เธอจะอยากเรียกร้องความสนใจจากเขาไปทำไม เธอไม่ใช่กุ้ยลี่อิน คนเก่าเสียหน่อย ที่้าความรักจากคนเป็พ่อ แต่เธอไม่้าเลยสักนิด
เมื่อวางอาหารบนโต๊ะแล้ว เธอจึงจะเดินออกไป เพราะไม่อยากจะอยู่ตรงนี้ ครอบครัวพร้อมหน้า แต่มันกลับไม่ใช่ที่ สำหรับเธอจะอยู่ แม้ไม่ได้คิดอะไรแต่ความรู้สึกในใจลึกๆ กลับเ็ปรุนแรง คงจะเป็ความรู้สึกของเ้าของร่างเดิม ที่ยังหลงเหลืออยู่
"จะไปไหน ทำไมถึงไม่ตักข้าวให้เรียบร้อยก่อน ถึงค่อยไป"
"ถ้าวันๆ ไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง แล้วแม้กระทั่ง จะตักข้าวกินเองไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน" ลูกสาวตัวเองนั่งเป็คุณนายไม่ยอมใช้
"เดี๋ยวผมตักเองครับแม่ พี่ลี่อินทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ให้พี่เขาไปพักเถอะครับ พี่เขาไม่สบายตั้งหลายวัน ยังไม่หายดีเลย" กุ้ยเลี่ยงหรง ที่สงสารพี่สาวที่ทำงานทั้งวันแล้ว จึงอยากจะช่วยบ้าง
"มันก็แค่สำออยไม่อยากจะทำงานน่ะสิ คุณไม่รู้อะไร ลูกสาวของคุณ เถียงฉันได้ทุกคำ ให้ทำอะไรก็ไม่ทำ แล้วยังจะมาสั่งสอนอีก"
อยากจะรู้นักจะแก้ตัวยังไง แกได้โดยพ่อแกตีแน่ๆ นังลูกชัง
"แม่ครับ พี่สาวไม่สบายจริงๆ ผมให้แม่ตามหมอมาดูแม่ก็ไม่ยอมไป" ไม่เข้าใจว่าแม่ทำไมถึงได้ชอบหาเื่พี่สาวนัก
"แกหยุดพูดได้แล้ว หรงหรง"
"หยุดพูดกันให้หมดนั่นล่ะ ฉันทำงานมาเหนื่อยๆ ้ากินข้าวแล้ว หรือว่าจะให้ฉันไปตักข้าวเองอีก แล้วที่น้าเขาพูดลูกทำจริงหรือ ทำไมถึงได้ทำอย่างนั้น"
"แล้วฉันต้องทำให้พวกคุณทุกอย่างเลยหรือยังไง แม้แต่เสื้อผ้าส่วนตัวก็ยังต้องให้ฉันซักให้ คุณไม่คิดว่ามันจะเกิดไปหน่อยหรือคะ หรือคุณเองก็คิดเหมือนกับพวกเขา ว่าฉันสมควรจะรับใช้ทุกคนด้วย"
ลี่อินพูดเสียงนิ่ง และมองพ่อของตัวเองโดยไร้รอยยิ้ม และมองตาโดยไม่หลบ และเธอจะไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่ออีก เพราะคำนี้เขาไม่สมควรที่จะได้รับมัน
"จริงหรือเปล่าที่ลี่อินบอก"
"เอ้อ..คือว่า" เลี่ยงหรูที่ไม่คิดว่าจะโดนสามีย้อนกลับมาถามตัวเอง ถึงกลับตอบอะไรไม่ออกเหมือนกัน เพราะเื่ทุกอย่างมันเป็เื่จริง
"มันจริงอย่างนั้นหรือ" เขารู้ว่าลูกสาวเขามักจะถุกใช้งานประจำ แต่เห็นเ้าตัวไม่พูดอะไร เขาเลยไม่อยากจะสนใจ แต่วันนี้ค่อนข้างแปลก ออกไปจากทุกวันที่เขาเห็น ทั้งการพูด ทั้งการแสดงออก เหมือนกับไม่ใช่ลูกสาวคนเดิมของเขาเลยสักนิด
"แต่ว่าทุกครั้ง ลี่อินก็ทำให้ตลอดนี่คะ ฉันก็คิดว่าเต็มใจทำ ใครจะคิดล่ะคะว่าไม่เต็มใจทำ"
"ลูกเต็มใจทำอย่างนั้นหรือ"
ลี่อินอยากจะหัวเราะให้โลกได้รู้ นี่พ่อของเ้าของร่างคิดแล้วอย่างนั้นหรือที่ถามเธอด้วยคำถามนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลย
"เต็มใจหรือคะ ไม่ใช่ว่าน้าบังคับฉันหรือคะ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีอาหารให้กิน"
"แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ คุณอย่าไปเชื่อลูกคุณนะคะ" รีบปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็ว
"เอาล่ะ ต่อไปเสื้อผ้าของใครก็ซักกันเอาเอง จะได้จบปัญหาเสียที ฉันจะได้กินข้าว มีแต่เื่ไร้สาระทั้งนั้น แล้วแกเป็อะไร ฉันเป็พ่อแกนะ ทำไมไม่เรียก "
กุ้ยลี่หยาง มองลูกสาว ที่เขาเกลียดชังอย่างห่างเหิน แต่ก็ไม่ชอบเช่นเดียวกัน ที่ลูกสาวคนนี้ไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่อ แต่เขาก็มักจะแอบมองอยู่เสมอ เพราะมองแล้วมันให้ความรู้สึกทั้งรักและเกลียด เพราะรลูกสาวคนนี้ของเขาทำให้เมียที่เขารักต้องตาย แต่อีกอย่างหนึ่งคือหน้าตาของลูกสาวคนนี้กลับหน้าเหมือนกับแม่มากเช่นเดียวกัน
"คุณไม่สมควรได้ใช้มันหรอกค่ะ เพราะคุณไม่เคยทำหน้าที่นั้นเลย"
พูดเสร็จแล้ว ก็เดินออกไปจากตรงนั้น และไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าคนที่ได้ฟังจะรู้สึกอย่างไร เพราะเ้าของร่างเดิมต้องทนทุกข์ มานานเท่าไรแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวเองขาดแม่ไปเพราะแม่เสียชีวิต แล้วยังมีพ่อก็เหมือนไม่มีอีก เธอแค่พูดให้เขาคิดบ้าง และอีกอย่างเธอไม่ใช่เ้าของร่างตัวจริงเสียหน่อย จึงไม่ได้มีความรู้สึกอะไรด้วย
ส่วนคนที่เป็พ่อที่ได้ฟังลูกสาวพูดอย่างนั้น ทำให้เขาถึงกับอึ้งไปในทันที เขาทำอย่างนั้นจริงๆ ไม่สนใจลูกสาวอีกเลย หลังจากเมียเขาตาย สมควรแล้ว ที่จะได้ยินคำนั้นจากลูกสาว แต่มันก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือ เพราะลูกสาวทำให้เมียรักของเขาต้องตาย จะมาโทษเขาได้ยังไง เขายังคิดเข้าข้างตัวเองว่าที่ทำนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว
"คุณเห็นหรือเปล่าว่าลูกสาวของคุณไม่เคารพแม้แต่คุณ" เลี่ยงหรู พูดให้สามีเกลียดลูกสาวมากยิ่งขึ้น
"หยุดพูดเสียที วันนี้จะได้กินข้าวหรือเปล่า" ลี่หยาง ตะคอกออกไปอย่างอารมณ์ฉุนเฉียวทันที
ที่โต๊ะอาหารจึงกลับมาเงียบอีกครั้ง และไม่มีใครที่จะกล้าพูดอะไรออกมาอีกเลย จนจบมื้ออาหาร เพราะรู้ว่าตอนนี้ผู้นำของบ้านอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไร และเป็ครั้งแรกที่เห็นว่าอารมณ์ไม่ดีมากขนาดนี้
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )