เสี่ยวหลานฟังที่ภูติพิทักษ์ตัวน้อยพูดแบบนั้นแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าต่อไปนี้นางต้องระมัดระวังให้มากขึ้นและก็ต้องเคร่งครัดเื่การเข้าออกมิติด้วย
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็คอยตรวจสอบเวลาที่ข้าจะเข้าออกมิติให้รอบคอบด้วยนะเสี่ยวไป๋”
“ได้เลยเ้านาย”
“อืม เ้าก็ไปพักเถอะ วันนี้ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้วข้าจะไปแช่น้ำอุ่นสักหน่อย”
“ขอรับเ้านาย” เสี่ยวไป๋รับคำแล้วก็วิ่งหายไปทางโรงงานที่มีห้องวิจัยผลิตภัณฑ์ทันที
เสี่ยวหลานเดินไปที่ห้องนอนจากนั้นก็เข้าห้องน้ำแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่นแสนสบายแต่ใครจะรู้ล่ะว่านางจะผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น
เป็เหตุให้เสี่ยวไป๋ต้องรีบวิ่งกลับมาหาเ้านายอีกครั้งมันใช้พลังห่อหุ้มร่างกายของนางเอาไว้อย่างแ่า แล้วก็พาไปนอนบนเตียงหนานุ่ม
“เ้านาย เสี่ยวไป๋หมดแรงแล้วท่านก็นอนสภาพนี้ไปก่อนนะขอรับ” พูดได้เท่านั้นเสี่ยวไป๋ก็ปิดเปลือกตาลงทันที
ซวนเทียนจวินที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมพลันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเขาไม่อาจััได้ถึงการมีอยู่ของสาวใช้นามว่าเสี่ยวหลาน
“นางหายไปแล้ว หรือว่าจะหายไปใน...”
“นายท่านขอรับ” ไป๋อี้องครักษ์คนสนิทรีบเดินตามมาจนทันผู้เป็นาย
“มีอะไรอาอี้เื่ที่ข้าให้ไปทำเสร็จแล้วหรือ” ซวนเทียนจวินวางเื่ของสาวใช้เรือนซักล้างเอาไว้ชั่วคราว
“หนิงเยว่ก่อเื่แล้วขอรับนายท่าน”ไป๋อี้รายงานเื่นี้อย่างจนใจ
อากาศรอบตัวซวนเทียนจวินยิ่งมายิ่งเย็นเยียบ“นางก่อเื่แล้วยังไม่มีคนจัดการนางได้ หรือว่าจวนนี้จะเป็ของนางไปหมดแล้ว”
“นายท่านเื่นี้ยังจะมีใครกล้าอีกล่ะขอรับแม้แต่ข้าก็ยังเข้าใจว่าท่านจะรับนางเป็อนุอุ่นเตียงเลยนะ”ไป๋อี้ที่เติบโตมาด้วยกันเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
ซวนเทียนจวินเพียงปรายตามองไป๋อี้แล้วก็เดินนำกลับไปยังเรือนหลักของตัวเอง สตรีนางนี้คงคิดว่าที่เขาปล่อยปละเื่นี้มาเนิ่นนานคงเป็เพราะเขาคิดอะไรกับนางอย่างนั้นสินะ ฮึ!สตรีพวกนี้น่าตายจริงๆ
เสี่ยวหลานตื่นขึ้นมากลางดึกนางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายเหมือนได้รับการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักทั้งวันก่อนหน้านั้นหายเป็ปลิดทิ้ง
“เสี่ยวไป๋ ทำไมข้ามานอนอยู่ตรงนี้ล่ะอ๊ะ!” ผ้าห่มที่ร่นลงไปกองที่หน้าท้องทำให้รู้ว่ายังไม่ได้สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวจำต้องรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายอีกครั้ง
เสี่ยวไป๋ที่ยังหลับตาก็บ่นงึมงำออกมา“เ้านายนอนแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่นแล้วก็เผลอหลับไปข้าเลยใช้พลังแบกเ้านายมานอนที่นี่ แต่พลังหมดก่อนก็เลยยังไม่ได้สวมอาภรณ์ให้หาวว....ง่วงจริงๆขอรับ”
เสี่ยวหลานมองท่าทางแบบนั้นแล้วก็รู้ว่าเสี่ยวไป๋คงจะหลับต่ออีกสักพักนางจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว
ผ่านไปชั่วก้านธูปก็ออกมาด้วยชุดของยุคโบราณที่ทะมัดทะแมงคล่องตัว “เสี่ยวไป๋ ข้าจะไปที่ห้องวิจัยสักหน่อยตื่นแล้วก็ตามไปที่นั่นได้นะ”
“ขอรับเ้านาย”
เสี่ยวหลานใช้เวลาอยู่ที่ห้องวิจัยนานหลายชั่วโมงในที่สุดนางก็ได้เดินออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“เครื่องสำอางพวกนั้นที่เก็บเอาไว้ในโกดังก็ขายได้อยู่หรอกแต่ด้วยประสิทธิภาพที่ดีเกินไป อาจทำให้มีเื่ราววุ่นวายตามมาไม่สู้ครีมตัวใหม่ที่ข้าคิดค้นขึ้น รับรองต้องขายดีแน่นอน!”
“เ้านายครีมทามือทาเท้านี่ก็ดีอยู่หรอกแต่ท่านก็อย่าลืมนะว่าสตรีน่ะอย่างไรก็ยังต้องส่องคันฉ่องท่านต้องขายครีมหน้าขาวหน้าเด้งด้วยขอรับ”
เสี่ยวหลานไม่ขัดเสี่ยวไป๋รอจนมันพูดจบเธอก็พูดบ้าง “เื่นี้ข้าไม่ลืมหรอกเสี่ยวไป๋แต่เ้าลองนับดูนะว่าสตรีที่พอจะมีเงินในจวนของนายท่านน่ะมีอยู่กี่สักมากน้อยแล้วเ้าดูบ่าวชายในจวนสิ มีอยู่เท่าไหร่”
“เรือนหลังของนายท่านไม่มีฮูหยินเลยเ้านายมีแต่บ่าวรับใช้ถึงไม่มากก็ยังมีอยู่ถึงสามสิบคนนะขอรับส่วนบ่าวชายน่ะหลายร้อยคนเลยล่ะ”
“อืมก็นั่นไงเป้าหมายของข้าตอนนี้เปลี่ยนเป็บ่าวชายแต่ถ้าเ้าอยากให้ข้าขายครีมหน้าขาวหน้าเด้งของเหล่าสตรี ข้าจะแบ่งจากสินค้าในโกดังออกมาก็แล้วกัน”
“ดีเลยเ้านายแม้ตอนนี้ท่านยังไม่ทันได้เริ่มขายแต่ท่านก็อย่าลืมนะขอรับว่าดินแดนแห่งนี้น่ะมีคนรวยอยู่ทุกหนทุกแห่งถ้าหากว่าได้ค้าขายกับคนนอกจวนล่ะก็ท่านจะรวบรวมเงินได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่าเลยนะขอรับ”
“ได้ๆๆ ข้าเข้าใจแล้วเสี่ยวไป๋ตอนนี้ก็น่าจะเช้าแล้ว เ้าตรวจสอบดูที ว่าข้างนอกมีใครอยู่แถวห้องพักของข้าบ้าง”
เสี่ยวไป๋นิ่งไปอึดใจถึงรายงานผู้เป็นาย “บ่าวในเรือนยังไม่ตื่นขอรับเ้านาย”
“ถ้าพวกนางยังไม่ตื่นข้าจะออกไปนอนข้างนอก” ว่าแล้วร่างของนางก็หายวับไปจากพื้นที่มิติ
ออกมาได้ไม่นานนางก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องสาวใช้คนอื่นๆที่เริ่มตื่นขึ้นมาแล้ว
และเพียงไม่นานชุนฮวาก็มาร้องเรียกอยู่หน้าห้องนอนเก่าทรุดโทรมของนางเหมือนเช่นทุกวันแล้วทุกอย่างก็วนเวียนอยู่อย่างนี้เหมือนที่เคยเป็
ตอนบ่ายมีเวลาพักอยู่หนึ่งก้านธูปเสี่ยวหลานจึงขอตัวไปปลดทุกข์ซึ่งชุนฮวาก็เพียงมองนางอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็หันไปคุยกับลิ่วล้อของนางต่อ
เป็แบบนี้ทำให้เสี่ยวหลานผ่อนคลายขึ้นมากนางทำทีเป็เดินไปทางท้ายเรือน ซึ่งมีประตูเล็กๆอยู่ใกล้กับห้องปลดทุกข์และที่นั่นนางก็ได้เห็นน้องชายอย่างเสี่ยวหู่มายืนรอตามเวลานัดหมาย
“เป็ยังไงบ้างเสี่ยวหู่”นางรีบถลันไปเกาะขอบประตูที่เปิดแง้มเอาไว้เล็กน้อย
“ได้มาไม่มากเท่าไหร่พี่สาว เพราะหอมกับขิงที่ท่านให้มามันไม่ได้มีราคาแพงเท่าไหร่สี่จินนี่ก็ได้เงินมาแค่ 12 เถียน ข้าเลยไปซื้อขวดกระเบื้องดินเผามาได้แค่หกขวดเท่านั้น”เขาส่งถุงผ้าสีทึบให้พี่สาว
เื่ที่มีของวิเศษบางอย่างได้บอกกับน้องชายไปแล้วเสี่ยวหลานจึงล้วงเข้าไปในถุงแล้วส่งขวดกระเบื้องดินเผาเข้าไปเก็บในพื้นที่มิติจากนั้นก็นำเอาขนมเค้กชิ้นเล็กที่ห่อด้วยกระดาษใส่เข้าไปแทน และยังมีลูกพลับอีกสองลูกด้วย
“นี่เป็ขนมกับผลไม้ให้เ้ารีบกินให้หมดก่อนถึงโรงครัวนะเสี่ยวหู่ตอนหัวค่ำให้เ้ามารอพี่สาวที่นี่อีกครั้ง ข้าจะเอาขวดครีมให้เ้านำไปขาย”
เสี่ยวหู่รับถุงผ้ามาเปิดดูก็ต้องตาวาวมองพี่สาวอย่างซาบซึ้งใจ “ได้เลยพี่สาว ค่ำนี้ข้าจะมารอท่านที่นี่”
“อืม เ้าก็รีบไปเถอะอย่าลืมนะรีบกินให้หมดก่อนถึงโรงครัวแล้วก็ล้างปากให้สะอาดด้วย”
“ขอรับพี่สาว”
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเสี่ยวหลานก็ได้กินข้าวร่วมกับเหล่าบ่าวรับใช้ของเรือนซักล้างในตอนเย็นเื่ราวของหนิงเยว่ที่ถูกขายออกไป สร้างความตื่นตระหนกให้ชุนฮวาไม่น้อย
วันนี้เสี่ยวหลานจึงไม่ถูกชุนฮวาและลิ่วล้อของนางหาเื่พอกินข้าวเสร็จแล้วต่างก็แยกย้ายไปจัดการธุระของตัวเอง
เสี่ยวหลานที่เตรียมครีมเอาไว้แล้วก็ทำทีจะไปอาบน้ำซึ่งอยู่ใกล้ๆกับห้องปลดทุกข์
“พี่สาว” เสี่ยวหู่ที่รอพี่สาวมาได้สักพักแล้วก็ร้องเรียกเสียงแ่
พอได้ยินเสียงน้องชายเสี่ยวหลานก็รีบเดินไปที่ประตูเล็กที่เปิดแง้มเอาไว้“ในถุงผ้ามีขิงกับหอมอย่างละสามจินยังมีขวดครีมทามือและเท้าสำหรับคนที่มีปัญหามือแตก เท้าแตกอีกหกขวดให้เ้าขายราคาขวดละสามสิบเถียนนะเสี่ยวหู่ อ้อ ยังมีไก่ตุ๋นกับซาลาเปาด้วยนะพี่สาวใช้กระดาษห่อเอาไว้อย่างดีเลย”
“ขอรับพี่สาว ข้าจะรีบขายครีมพวกนี้พรุ่งนี้จะเอาเงินมาให้ท่านทันทีขอรับ”
“ได้ๆ ตอนขายครีมก็ระวังด้วยนะเสี่ยวหู่”นางรู้สึกลิงโลดราวกับว่าการค้านี้จะสำเร็จในเร็ววัน
“ขอรับพี่สาว ข้าต้องรีบกลับแล้วท่านก็รีบกลับเถอะแถวนี้มันไม่ค่อยปลอดภัย”
“ได้!พี่สาวจะกลับเดี๋ยวนี้แหละ”
พอกลับมาถึงเรือนพักนางก็เห็นว่ามีใครบางคนนั่งรอนางอยู่ในเรือนซักล้าง
“เสี่ยวอิง” บ่าวรับใช้นางนี้ เสี่ยวหลานเห็นนางั้แ่ที่เข้ามาอยู่ที่เรือนซักล้างแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรือคล้อยตามกลุ่มของชุนฮวาจึงไม่ค่อยดึงดูดสายตาเท่าไหร่
“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอเสี่ยวหลาน”เสี่ยวอิงมองปราดเดียวแล้วก็ลุกขึ้นเดินเข้าหาเ้าของห้อง
“อืม” เสี่ยวหลานเริ่มประเมินท่าทีของอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง
“หึหึเ้าไม่ต้องทำท่าทีเช่นนั้นหรอกเสี่ยวหลานข้าแค่จะมาบอกเ้าว่าหนิงเยว่ถูกขายออกไปแล้ว”
“ข้ารู้แล้วล่ะ ขอบใจที่เ้ามาบอกข้านะเสี่ยวอิง”
เสี่ยวอิงมองเสี่ยวหลานแล้วก็คลี่ยิ้มน้อยๆก่อนจะยื่นหน้าเข้ามากระซิบเสียงแ่ “เ้ายังมีครีมทามือทาเท้าเหลืออยู่ไหมข้าอยากซื้อสักสองขวด”
เสี่ยวหลานตาโตขึ้นมาทันที “จะ เ้าเ้ารู้แล้วเหรอเสี่ยวอิง” อุตส่าห์เตือนตัวเองและน้องชายเสียดิบดีแต่ใครจะคิดล่ะว่าเสี่ยวอิงคนนี้ จู่ๆจะเดินเข้ามาขอซื้อครีมเสียอย่างนั้น ให้ตายเถอะยังมีคนอื่นรู้เื่ของนางอีกหรือไม่นะ
“รู้แล้วล่ะก็เมื่อตอนกลางวันน่ะข้าอยู่ในห้องปลดทุกข์พอดีก็เลยได้ยินเื่ที่เ้ากับเสี่ยวหู่คุยกัน เอาน่าไม่ต้องทำหน้าใขนาดนั้นหรอกพื้นที่เก็บของเล็กๆน่ะ ไม่ได้เป็พิษภัยหรอกนะ บ่าวรับใช้อย่างพวกเราถ้ามีเงินเก็บพอก็สามารถซื้อหามาใช้ได้เ้าไม่ต้องระแวงขนาดนั้นหรอก อีกอย่างข้าก็ไม่ได้คิดจะบอกเื่ของเ้ากับใครด้วยวางใจได้เสี่ยวหลาน”
เสี่ยวหลานรีบปรับสีหน้าก่อนจะยิ้มการค้าให้เสี่ยวอิง “เ้าไม่ได้รับเบี้ยรายเดือนไม่ใช่เหรอเสี่ยวอิงแล้วเ้าจะมีเงินซื้อครีมของข้าได้เช่นไร”
ท่าทีแบบนี้ของเสี่ยวหลานทำเอาเสี่ยวอิงถึงกับหน้าเหวอก่อนจะเก็บสีหน้ากลับมาแล้วค้อนให้อีกฝ่ายอย่างเป็กันเอง “ก่อนจะมาอยู่ที่นี่ข้าก็พอจะมีฐานะอยู่บ้างนะอีกอย่างครีมนี่ข้าก็ไม่ได้จะเอาไว้ใช้คนเดียวเสียหน่อย”
“หืม เ้ายังมีคนรู้จักอยู่เหรอเสี่ยวอิง”คราวนี้เสี่ยวหลานตาโตอย่างตื่นเต้น
“แน่นอนสิเสี่ยวหลาน ครีมสองขวดนี่ถ้าใช้ดีรับรองข้าช่วยหาลูกค้าให้เ้าได้อีกเยอะเลยล่ะ”
“ได้ๆๆ แต่เ้ารอก่อนนะพอดีว่าข้ายังไม่มีเงินซื้อขวดกระเบื้องดินเผาเลย ต้องรอให้เสี่ยวหู่ซื้อกลับมาให้ก่อนถึงจะขายให้เ้าได้”
“ฮึ! เ้านี่นะคิดการใหญ่เสียเปล่า”