นิ้วมือที่สั่นระริกเย็นชืดััโดนมือของหญิงสาว หัวใจลึกๆของเขาสั่นระรัว ไม่ได้ขัดขืน ยินยอมให้หญิงสาวกุมมือของตัวเองเอาไว้ ก้าวขาเดินไปถูกหล่อนจูงเข้าไปตรงกลางฟลอร์เต้นรำ
ใจของฝงซื่อเจินเหมือนกับกลองของเล่นแบบไขลานที่ถูกขึ้นลานอย่างเต็มพิกัดเคาะออกมาเป็จังหวะเร็วเร้าใจ ชายหนุ่มที่ั์ตาอึ้งตะลึงอยู่นั้นมองมายังฝงซื่อเจินมองไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สายตาทั้งคู่ประสานกัน บรรยากาศลึกซึ้งแผ่ซ่านภายใต้ความเงียบงันของพวกเขาทั้ง2 คน เป็บรรยากาศที่ช่างหอมหวน ตราตรึงพวกเขาทั้ง 2 คนเอาไว้
สำเร็จจริงๆ เหรอ?
ถึงแม้ว่าจะเป็เหตุการณ์ชั่วขณะ แต่กลับทำได้จริงๆ หรืออาจเป็เพราะ์เป็ใจให้หล่อนได้ชักชวนชายหนุ่มที่สูงสง่าอย่างพระจันทร์นี้เข้าไปในฟลอร์เต้นรำได้อย่างง่ายดาย!
หนึ่งเพลงเพิ่งจบลง แขกที่เต้นรำหมดรอบห้องโถงฟลอร์เต้นรำเงียบเชียบลงมาเยอะมาก ลูกบอลไฟดิสโก้บนเพดานหมุนอย่างเงียบๆ สาดส่องแสงสีไปทั่วห้องฟลอร์เต้นรำ
ทั้งคู่ยืนอยู่เงียบๆ ตรงกลางฟลอร์เต้นรำเหมือนร่างกายแช่อยู่กลางแม่น้ำที่พัดผ่านฝงซื่อเจินจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่มควบคุมหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามนั้นให้สงบลง
เสียงเพลงดังขึ้นเป็เพลงรักที่สวยงามเพราะจับใจในจังหวะแทงโก้
แต่ทว่าชายหนุ่มยืนทื่อไม่ขยับเขยื้อน
คือเต้นจังหวะแทงโก้ไม่เป็ใช่ไหม?
แต่ว่าชายหนุ่มหน้าตาเฉยๆ ซื่อๆ สีหน้าเขามองไม่ออกเลยเขาเอาแต่มองไปที่ฝงซื่อเจินอย่างนิ่งเฉย ไม่พูดไม่จา
มือของฝงซื่อเจินวางมือไว้บนแขนของเขาจัดแจงท่าทางเพื่อเตรียมเต้นต่อไป แขกเต้นรำเริ่มเข้ามาในฟลอร์เต้นรำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเต้นอยู่รอบๆ พวกเขา ชายหนุ่มก็ยังคงไม่มีท่าทีจะขยับตัว
นักเต้นสาวที่เต้นผ่านมาเห็นเข้าแล้วก็ขำเย้ยหยันแสงไฟส่องแยงเข้าไปในตาฝงซื่อเจินจนรู้สึกเคืองตา หล่อนยืนหน้าเสียเก้ๆ กังๆ รู้สึกผิดหวังและอายจนไม่รู้จะอธิบายยังไงได้
ความกล้าที่มีทั้งหมดได้ใช้ไปหมดแล้วเมื่อสักครู่นี้หล่อนไม่สามารถที่จะนำเต้นเพลงนี้ได้ เป็เพลงที่ฝ่ายชายจะต้องเป็คนนำเต้น
หล่อนไม่อาจที่จะยืนอยู่อย่างนี้ต่อไปได้หล่อนเดินออกไปเสียตอนนี้ยังทัน
ฝงซื่อเจินกัดฟันแน่น ผละมือออกจากแขนของชายหนุ่มก้าวเท้าถอยหลังออกมาได้ครึ่งก้าว
เว้นระยะทิ้งห่างออกมาเพียงเล็กน้อย อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ขยับตัวขึ้นมากะทันหันฝงซื่อเจินรู้สึกเหมือนมีแขนออกแรงโอบเข้าที่ด้านหลังเอวเอาไว้ดึงหล่อนไปตามอย่างขัดขืนเสียไม่ได้
ฝงซื่อเจินตกกระไดพลอยโจนถูกแรงของผู้ชายดึงตัวเข้าไปประชิดเข้ากับหน้าอกที่นุ่มนวลและกว้างของเขาลมหายใจของชายหนุ่มเนื้อแน่นที่มีความร้อนของอุณหภูมิร่างกายพัดเข้ามาปกคลุมไปทั่วร่างกายให้มีชีวิตชีวาร่างกายเหมือนมีใครจุดพลุอยู่ข้างในสีหน้าของฝงซื่อเจินในตอนนั้นกลายเป็สีชมพูระเรื่อ แต่โชคดีที่ถูกไฟสลัวๆ บดบังเอาไว้
ไม่ทันได้รู้สึกตัว ก็มึนๆ งงๆ ต่ออีกรอบ
ชายหนุ่มจับมือของฝงซื่อเจิน ใช้กำลังของเขาจับตัวหล่อนหมุนออก2 รอบ แล้วหล่อนก็ถูกแรงดึงอันหนักแน่นนั้นดึงกลับมา รูปร่างผู้ชายดูผอมๆ แต่กลับมีแรงเยอะมากฝงซื่อเจินพ่นลมหายใจเบาๆ มือจับคว้าเข้าที่แขนของชายหนุ่มอย่างไม่ได้ตั้งใจ
สายตาของชายหนุ่มสะท้อนวาว ฝงซื่อเจินจ้องเข้าไปในตาของเขา ทันใดนั้นก็รับรู้ได้ถึงลักษณะนิสัยขี้เล่นหยอกเย้าของเขา
เขาคนนี้เต้นแทงโก้เป็ ดูท่าทางแล้ว ราวกับว่าเขายังเต้นได้ดีมากด้วย!
ความรู้สึกดีๆ เริ่มบังเกิดขึ้นมาพร้อมกับความ้าอันเร่าร้อนลุกเป็ไฟ สายตาที่ประสานกัน ทั้ง 2 ต่างก็เผยรอยยิ้มที่ยั่วยวนออกมาโดยไม่รู้ตัว
การเต้นรำที่ควรจะเป็ความฝันที่แสนโรแมนติกแบบง่ายๆ กลับกลายเป็เวทีประลองไปในพริบตา
นักไวโอลินชาวรัสเซียกระชากท่วงทำนองให้สูงขึ้นเสียงเปียโนก็กระชั้นตามขึ้นไป เข้าจังหวะอย่างลงตัว เหมือนกับดอกไม้ไฟ 2 ดวงลอยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามค่ำคืน
ร่างกายของทั้ง 2 เข้ามาแนบชิดกันการก้าวขาเป็จังหวะเดียวกัน ราวกับว่าร่างกายรวมเป็หนึ่งเดียวกันไปแล้วเหมือนปลาคู่หนึ่ง เคลื่อนคล้อยอย่างสบายๆ ด้วยกันในฟลอร์เต้นรำ
บอกลาการเริ่มต้นที่ไม่สวยงาม ฝงซื่อเจินดึงสติตัวเองกลับมาเท้าของพวกเขาเคลื่อนย้ายอย่างมีจังหวะ ฝ่ายชายประคองเอวของหล่อน หมุนเบาๆ หล่อนก็สามารถเต้นท่าที่สวยงามตามแรงที่ถูกหมุนได้
แขกคนอื่นๆ เริ่มหันมามองทางพวกเขา
ชุดกระโปรงบานๆ สีขาวของฝงซื่อเจินและเสื้อสีขาวของชายหนุ่มสะท้อนแสงภายใต้แสงไฟค่อยๆ ดึงดูดสายตาของคนกว่าครึ่งให้มารวมอยู่ที่เดียวได้
พวกเขาราวกับเป็แม่เหล็กคู่หนึ่ง ที่ดึงดูดซึ่งกันและกัน บางทีก็เข้าหากันแน่นบางทีก็ห่างกัน หมุนตัวผละออกไปพลังที่มีอย่างเต็มเปี่ยมขณะที่พวกเขาดึงรั้งซึ่งกันและกันทำให้คนตะลึงจนไม่อาจหยุดดูได้
ร่างกายของฝ่ายหญิงเบาราวกับปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้น ครอบคลุมอยู่รอบกายเกาะกลุ่มกัน หากไม่ระวัง ก็จะลอยกระจายหายไป หล่อนหลุดจากมือของเขา ก้าวออกมาห่างแต่ละครั้งก็ใช้แรงดึงกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมอกไว้ได้ตลอด
เสี่ยวเป่าลี่ถือกล่องครีมแต่งหน้ากลับมายังฟลอร์เต้นรำก็เจอเข้ากับคนตรงหน้า ใจนกล่องครีมเกือบจะร่วงจากมือทันใดนั้นหล่อนก็พบว่าชายคนที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นไม่ใช่คนธรรมดา ยิ่งใจนหน้าถอดสี
“คุณชายเจ็ด คุณ...”
เมิ่งซวี่อันยกมือขึ้น ขัดจังหวะการพูดของเธอเขายืนอยู่ในมุมมืดๆ ล้อมรอบด้วยบอดี้การ์ดมองคู่ชายหญิงที่เป็จุดสนใจของผู้คนในฟลอร์เต้นรำอย่างเงียบๆ สายตาลุ่มลึกยากที่จะคาดเดา
ชายหนุ่มโค้งกายลง ฝงซื่อเจินโค้งกายคำนับ และถูกดึงไปอีกแล้ว
แสงไฟที่ส่องเข้ามาบนหัวแยงเข้าั์ตา ปิดกั้นทัศนวิสัยเป็่เวลาที่หล่อนมองอะไรไม่ชัดเลยรู้สึกได้แค่เพียงว่าได้แนบชิดอยู่บนหน้าอกที่ร้อนแรงของผู้ชายทำให้เกิดลมหายใจถี่และรุนแรง
แสงไฟ กะพริบเป็ดวงๆ กะพริบเป็สายทอดยาวมาจากด้านหลังฝงซื่อเจินสะท้อนไปทั่วทั้งแขนและขา ทำให้ใ
หน้าของเขาทั้ง 2 อยู่ใกล้กันมาก ชายหนุ่มก้มหน้าปลายจมูกเกือบที่จะััโดนหล่อนตัวของเขามีกลิ่นอายของชายหนุ่มเนื้อหอมกำจายออกมาเตะจมูกของหล่อน
ทำให้ฝงซื่อเจินคิดถึงประโยคหนึ่งที่เคยเจอในหนังสือนิทานภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งที่เคยอ่านที่กล่าวไว้ว่า “นี่เป็ระยะที่เหมาะกับการจุมพิตมากที่สุด”
บทเพลงเปลี่ยนไปเป็จังหวะที่ผ่อนคลายพวกเขาก็เคลื่อนคล้อยเข้ากับจังหวะเพลง
ฝงซื่อเจินโอบที่หลังของชายหนุ่ม ถูกเขากอดเอาไว้หล่อนรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันมหัศจรรย์ใจจริงๆ หล่อนเพิ่งเคยได้เจอเขาคนนี้ครั้งแรกผู้ชายที่แค่ชื่อยังไม่รู้จัก ะโเข้ามาเต้นแทงโก้ด้วยกันอย่างกับว่าเป็คนรัก
ต่อไปในชีวิตของหล่อนหล่อนจะทำในเื่ที่คิดไม่ถึงมาก่อนว่าจะทำเยอะแยะมากมาย หล่อนจะตามไปแก้แค้นคนคนหนึ่งคนที่เผาบ้านของหล่อนแม้กระทั่งเข้าไปตีสนิทกับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วยเจตนาที่ไม่ดีจะต้องทำร้ายจิตใจเขา
การเต้นครั้งนี้กลายเป็สิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำเพื่อเป็การบอกลาชีวิตดีๆ
ลาก่อน ความสุขที่เต็มเปี่ยม
ลาก่อน ความฝันที่ไม่มีวันเป็จริง
นักไวโอลินสีจังหวะหนักๆ สองสามครั้ง จบเพลงเต้นรำทั้งหมด
ใน่สุดท้ายของเพลงนี้ชายหนุ่มได้หมุนฝงซื่อเจินไปพร้อมเขา 1 ครั้ง จบท่วงท่าการเต้นสุดท้ายอย่างเพอร์เฟกต์แก้มที่เต็มไปด้วยเหงื่อของฝงซื่อเจินเฉียดผ่านไปที่หน้าของเขาระยะเฉียดทำให้เกิดไอร้อนปะทุขึ้น
บทเพลงจบลง ผู้คนเดินแยกย้าย
ชายหนุ่มปล่อยมือออก ก้าวถอย 1 ก้าว พ่นลมหายใจออก แก้มขาวๆของเขาคล้ายกับจะมีสีแดงระเรื่อ ตาทั้งคู่ของเขาไม่เ็าอีกต่อไปมีประกายขึ้นมาหน่อย เหมือนน้ำพุได้รับแสงแดดตกกระทบลง
ฝงซื่อเจินชาไปทั้งตัว แก้มร้อนไปหมด เหมือนกับกำลังตื่นจากความฝันที่กำลังมีความสุขอย่างไรอย่างนั้น
“ว้าว! คิดไม่ถึงเลยว่านายก็เต้นเป็! คมในฝักจริงๆ!” คุณชายอู๋ยิ้มกรุบกริบเดินเข้ามากอดคอชายหนุ่มเอาไว้ “ไปเรียนเอาตอนไหนฮะ ทำไมฉันถึงไม่รู้เลย?”
คุณชายถังได้แต่ยิ้มๆ ไม่พูดไม่จาเหมือนเดิม
สาวนักเต้นทั้งกลุ่มได้เห็นฝีมือการเต้นของคุณชายถังแต่ละคนปลื้มอกปลื้มใจ ก็กรูกันเข้ามาห้อมล้อมเขาเต็มไปหมด คุณชายทั้ง 2 ออกแรงแหวกทางฝ่ากลุ่มคนออกมาคุณชายถังแวบคิด หันมองที่ฟลอร์เต้นรำแต่กลับหาสาวสวยคนเมื่อกี้ไม่เจอแล้วแม้แต่เงา
ฝงซื่อเจินนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ที่กำลังจะกลับบ้านลมในฤดูใบไม้ร่วงในยามค่ำคืนพัดเหงื่อของหล่อนจนแห้งไปทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้นมาแทนที่
เหมือนกับว่าในหูยังคงได้ยินเพลงเต้นรำอันไพเราะอยู่หล่อนมองไปยังพระจันทร์บนท้องฟ้า ยกมือเอื้อมขึ้นไปทำมือเหมือนจะคว้าพระจันทร์เอาไว้มาวางไว้ที่หน้าอก ยิ้มเบาๆ ขึ้นมาด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #readAwrite ด้วยน้า