ขณะเดียวกันด้านกฤษณะที่ได้เร่งจัดการเื่รีสอร์ตใหม่ให้เสร็จก่อนจะส่งมอบให้อนุรักษ์เป็คนดูแลเพื่อที่ว่าเขาจะได้กลับไปไร่องุ่นในเร็ววัน ซึ่งดูเหมือนว่าเวลานี้อะไรๆ ก็เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้นแล้วทั้งแบบรีสอร์ตที่ออกแบบใหม่ให้อยู่ในรูป3D สามมิติ ให้มองดูง่ายขึ้นและเข้าถึงรายละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม
อีกทั้งเื่วัสดุต่างๆ ที่เริ่มจัดหาให้เข้ากับรูปแบบดังกล่าวจึงทำให้สองสามวันนี้เขาจึงต้องเข้าไปพูดคุยกับอนุรักษ์และผู้รับเหมาก่อสร้างก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินทางกลับภาคเหนือเร็วๆนี้
รถคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ในตอนเย็นของวันนางกรองแก้วที่นั่งคอยลูกชายอยู่ในห้องรับแขกเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามานางก็รีบเดินออกมายืนรอส่งยิ้มอย่างมีความหมายให้
“มีอะไรรึเปล่าครับคุณแม่”กฤษณะเอ่ยถามเมื่อก้าวเท้าลงมาจากรถ ไม่ทันจะได้เดินเข้าไปในบ้านก็พบว่ามารดากำลังส่งรอยยิ้มที่น่าขนลุก(มากมาย)มา
“เอานี่”นางส่งกระดาษแผ่นเล็กๆ ภายในมือให้ซึ่งอีกฝ่ายได้แต่รับมาดูอย่างมึนงงกับตัวเลขที่อยู่ในกระดาษ
“อะไรกันครับรึว่าคุณแม่จะเล่นหวย”
“จะบ้ารึไงนี่มันฤกษ์แต่งงานของแก ฉันเพิ่งจะไปดูมาให้เมื่อเช้านี้เอง”
เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าคมเข้มถึงกับหน้าตึงขึ้นมา“แล้วเอามาให้ผมทำไมกันล่ะครับ ผมไม่เอาหรอก”ว่าแล้วก็เดินผ่านมารดาเพื่อจะเข้าบ้านไปแต่ทว่าอีกฝ่ายที่รู้สึกไม่พอใจนักพูดเสียงเข้มอย่างไม่ยอม
“จะไม่เอาได้ไงกันในเมื่อแกจะต้องแต่งงานกับหนูลูกหว้า อย่าบอกนะว่าแกจะผิดสัญญาน่ะถ้าเป็งั้นจริงฉันก็จะได้รู้ว่าผู้บริหารระดับสูงเก่งกาจมากความสามารถไม่ยอมทำตามคำพูดแถมยังขี้ขลาดอีกต่างหาก
คำพูดสบประมาทของนางกรองแก้วทำเอาสองหนุ่มคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านล่างถึงกับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ พลางหันมามองหน้ากันตาปริบๆ
ก่อนหันกลับไปมองหน้าผู้เป็นายที่ยืนอยู่ ทั้งสองสะดุ้งเฮือกพร้อมกันเมื่อปะทะเข้ากับสายตาคมที่มองมาอย่างจัง จึงได้แต่พากันก้มหน้ามองพื้นหลบสายตาของผู้เป็นายด้วยความหวาดหวั่น
“เกือบซวยแล้วไหมล่ะ”กระซิบกระซาบกันเพียงสองคน
“แล้วคุณแม่จะให้ผมทำยังไงจะให้แต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รักเนี่ยนะ”เขาหันกลับมาถามมารดาอย่างไม่สบอารมณ์
“ถึงตอนนี้ยังไม่ได้รักพอแต่งไปสักพักเดี๋ยวแกก็รักเองนั่นแหละ น้องเค้าออกจะน่ารักแกก็ทำความรู้จักกับน้องเค้าแล้วไม่ใช่รึไง”
“ไม่มีทาง ยังไงผมก็ไม่มีวันรักเธอ เพราะผมมีคนที่อยากแต่งงานด้วยอยู่แล้วและก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจเด็ดขาด” รีบปฏิเสธอย่างทันควัน
และเวลานั้นเองเสียงเอะอะโวยวายที่ดังขึ้นลั่นบ้านก็ได้ทำให้พลเมืองภายในห้องครัวต้องรีบเดินออกมาดูด้วยความสงสัยพร้อมกับยืนลุ้นกันอย่างลับๆ
“จะเป็อะไรไหมจ๊ะป้าดูแล้วเหมือนไม่มีใครยอมใครเลยอะ” น้อยที่ยืนซ่อนอยู่ด้านหลังแม่แช่มเอ่ยถาม
“ไม่ต้องมายุ่งเื่ของเ้านายกลับไปหันผักต่อเลยไปนางน้อย” แม่แช่มดุหลานสาวเสียงเข้ม แล้วหันกลับมาดูเหตุการณ์เบื้องหน้าต่อด้วยความหนักใจแต่เมื่อมีเสียงที่รู้สึกว่าอ่อนลงของนางกรองแก้วดังตามมาจึงทำให้หล่อนเริ่มรู้สึกโล่งใจ
“ฉันก็ไม่ได้บอกให้แกเปลี่ยนใจสักหน่อย”นางยักไหล่บอกอย่างอารมณ์ดี
“ส่วนเื่วันแต่งงานฉันให้แกเลือกเองแล้วกัน ระหว่างอาทิตย์หน้ากับเดือนหน้า อ่อ!!งานนี้ไม่มีชาติหน้านะจ๊ะพ่อลูกชาย”
พูดจบนางก็เดินไปทันทีโดยไม่อยู่ฟังเสียงคัดค้านใดๆอีกทิ้งให้อีกฝ่ายได้แต่ยืนขบกรามแน่น พร้อมกับขยำกระดาษภายในมือทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์เท้าเรียวยาวเดินกลับไปที่รถและสตาร์ตเครื่องขับออกไปด้วยความรวดเร็ว
ในขณะที่กองเชียร์สนับสนุน ที่ยืนลุ้นอยู่นอกกรอบประตูได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจหลังจากาขนาดย่อมสิ้นสุดลงไปอย่างสวยงามโดยไม่มีผู้าเ็แม้แต่คนเดียว
ณผับหรูของจีระยุซึ่งเป็สถานที่นัดหมายของแก๊งหนุ่มโสดจากที่เจอะเจอกันอาทิตย์ละครั้ง กลับกลายเป็ว่าอาทิตย์นี้เกือบทั้งอาทิตย์พวกเขาได้มานั่งรวมตัวกันแทบจะครบเจ็ดวันอยู่แล้ว
บรรยากาศครึกครื้นกับเสียงเพลงที่เปิดภายในร้านดูจะไม่ช่วยให้บุคคลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกดีด้วยเลยทั้งสามคนนั่งมองผู้มาใหม่กันอย่างมึนงงั้แ่เดินเข้ามาจนกระทั่งนั่งลงใบหน้าของเพื่อนรักก็ดูบึ้งตึงราวกับว่าโกรธใครมาอย่างงั้นแหละ
ช่างผิดกับเมื่อวันก่อนอย่างลิบลับที่ออกจะอารมณ์ดีเหลียวกลับไปมองกฤษณะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยในมือมีแก้วเหล้าราคาแพงที่จับเอาไว้ไม่ยอมปล่อยอีกครั้งหนึ่ง
“เฮ้ยๆๆนั่นเหล้านะโว้ย ฉันขอย้ำอีกทีว่าที่แกถือน่ะมันเหล้าไม่ใช่น้ำ มาถึงก็ซดเอาซดเอาเดี๋ยวก็เมาตายกันพอดีสิวะไอ้นี่”
ทันทีที่เห็นเพื่อนรักกำลังจะเปิดขวดเหล้าขึ้นมารินเป็แก้วที่สาม อนุรักษ์ก็รีบเข้าไปคว้าขวดเหล้านั้นจากมือกฤษณะเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“อย่ามาตายที่ร้านฉันนะโว้ย ยิ่งคนน้อยๆ อยู่ด้วย”
จีระยุที่นั่งอยู่ข้างๆพูดเสริมขึ้นมาอีกระลอก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากอีกฝ่ายอีกตามเคยไม่ได้ผล เป็ไปได้ไงวะ มองอย่างมึนงง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กำลังเสริมอีกคนทดสอบดูบ้าง
“อารมณ์เสียมาจากที่ไหนกันฮะไอ้กฤษมาถึงก็โซ้ยเหล้าของพวกเราไปซะเกือบหมดเลย”คุณหมอหนุ่มเอ่ยบ่นอย่างไม่คิดที่จะจริงจัง
“เดี๋ยวฉันสั่งมาให้ใหม่และคืนนี้จะเลี้ยงพวกแกเอง”
ทันทีที่ได้ยินประโยคแรกของเพื่อนรักทั้งสามถึงกับหันมามองหน้ากัน เมื่อวันก่อนอารมณ์ดี วันนี้อารมณ์เสียพรุ่งนี้เพื่อนกูไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ้าเลยรึไงกันวะ อารมณ์แปรปรวนซะเหลือเกินนั่งคิดอย่างขำๆ ก่อนจะมีเสียงลูกถีบสามัญชนดังขึ้นมา
ผลั่ก!!!!!!!!!!! / โอ๊ย!!!!!!!!!!!!!
สองหนุ่มคู่ดูโอ้ร่วมใจกันส่งหน่วยกล้าตายออกไปอย่างสุดแรงตรีนพร้อมๆ กับร่างของอนุรักษ์ที่ลอยปลิวไปนั่งใกล้ๆ กับกฤษณะอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ
‘แม่งเอ๊ยส่งมาซะสุดแรงเลยนะพวกเอ็ง’ ส่งค้อนปะหลับปะเหลือกเพื่อนทั้งสองแล้วหันกลับมาถามคนข้างๆ ที่นั่งทำหน้าไม่รับบุญ
“เป็อะไรไปวะไอ้กฤษทำยังกับว่า ต้องสละโสดเร็วๆนี้อย่างงั้นแหละ รึว่าคุณน้าจะหาฤกษ์เหมาะๆ ให้แกได้แล้ววะ”สิ้นคำถามนั้นสายตาคมของกฤษณะก็มองมาด้วยความดุดัน
‘โอ้แม่จ้าว!! หล่อขอโทษ’
หันไปบอกขอโทษเพื่อนร่วมแก๊งทั้งสองอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะหันกลับมามองกฤษณะอีกครั้งดูท่าคงจะต้องไปทำบุญล้างซวยเสียแล้วมั้งเรา ไม่น่าเลย ใครจะไปรู้วะว่าจะถูกเผงแบบนี้โอ๊ย หล่ออยากจะบ้าตาย ช่างโชคดีอะไรเยี่ยงนี้ เวลาซื้อหวยละไม่ยอมถูกบ่นประชดโชคชะตาอย่างต่อเนื่อง คิดแล้วอยากจะร้องให้
ทางด้านสองหนุ่มแนวหลังก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันทีเช่นกันหลังจากสบตาเข้ากับสายตาคมที่มองมา
คุณพระ!!กลับเสือกถามตรงประเด็นซะงั้น ดวงมันทำด้วยอะไรวะ ช่างโครตของโครตซวยเลยแถมพลอยทำให้พวกเราซวยไปด้วยหันมามองหน้ากันตาปริบๆ
“ก็ไหนเมื่อวานแกบอกว่าเธอคงไม่กล้าแต่งงานกับแกแล้วไงวะไอ้กฤษ”
เมื่อเห็นกฤษณะไม่พูดอะไรต่อ อนุรักษ์เลยใจดีสู้เสือถามออกไปอีกครั้งแต่ผลที่ได้กลับมีเพียงความนิ่งเฉยเหมือนกับว่ากำลังครุ่นคิดเื่อะไรสักอย่างเวลามันนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา ดูน่ากลัวกว่าตอนมันพูดเสียงเข้มๆ ซะอีก คิดได้แค่นั้นก็มีเสียงเรียบๆของกฤษณะโพล่งขึ้นมา พร้อมๆ กับอาการสะดุ้งโหยงของคนทั้งสาม
“ฉันกลับละส่วนของวันนี้ก็คิดลงบัญชีฉันแล้วกัน” กฤษณะบอกหลังจากนั่งดื่มจนรู้สึกใจเย็นลง
“อ้าวเฮ้ย!!ทำไมรีบกลับนักล่ะ”
“นั่นดิเพิ่งจะมาเองจะรีบไปไหน อยู่ดื่มต่ออีกสักหน่อยสิวะ”
“ไม่ละพวกแกดื่มกันต่อแล้วกัน” เ้าตัวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เอางั้นก็ได้ส่วนวันนี้ไม่เป็ไรเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง ว่าแต่แกเถอะกลับไหวแน่นะถ้ายังไงแกนอนพักซะที่นี่ก็ได้ฉันมีห้องว่างอยู่ หรือไม่ก็ให้พวกฉันไปส่งที่คอนโดฯ ก็ได้”เ้าของผับหนุ่มบอกหลังจากนั่งเงียบเป็แนวหลังมานาน
“อื้มไม่เป็ไรฉันกลับเองได้ ไปละ” บอกแค่นั้นกฤษณะก็เดินออกไปทันทีโดยที่สามหนุ่มได้แต่มองตามหลังไปอย่างนึกเป็ห่วง
“พวกแกคิดว่าไอ้กฤษมันจะยอมแต่งงานกับคนที่คุณน้าหามาให้ไหมวะ”คล้อยหลังกฤษณะไปแล้วกรวิทย์ถึงได้เอ่ยขึ้นมา
“ไม่รู้สิอาจจะแต่งรึอาจจะไม่แต่งก็ได้ ถ้าหากว่ามันปฏิเสธได้น่ะนะ”อนุรักษ์บอกเพราะเขาคิดว่านางกรองแก้วจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เพื่อนรักปฏิเสธได้อย่างแน่นอน
“อื้มนั่นดิงานนี้คุณน้าคงจะเอาจริงแน่” ตามด้วยเสียงเป็กังวลของจีระยุที่กล่าวเสริมขึ้นมาซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเองทางด้านนางกรองแก้วก็ได้ทำให้ลางสังหรณ์ของพวกเขาเป็จริงในเช้าวันต่อมา
....................................................................................................................