บทที่ 19 กาลเวลาพิสูจน์คน1
ภายในความทรงจำของมาร
เจียอี้เห็นทั้งการกระทำของคนตระกูลเจียงกับเอกสารนับไม่ถ้วนภาพโหดร้ายมองแล้วคนธรรมดายังรู้สึกทรมานจับชาวบ้านหลายหมื่นชีวิตฆ่าสังหารให้ตกตายอย่างทรมาน
เพื่อก่อจิตสังหารสร้างความเคียดแค้น ความอาฆาตพยาบาท ความหวาดกลัวทั้งหมดล้วนหล่อเลี้ยงศพพันปีร่างหนึ่ง ให้กลายเป็เครื่องมือยอดเยี่ยม
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความโหดร้ายอีกมากมายทำเอาเจียอี้คิดว่าคนตระกูลเจียงเป็พวกวิกลจริต พอนับรวมพวกเอกสารเกี่ยวกับการทรมานและทดลองผู้คนนับไม่ถ้วนเขาแทบคิดว่าคนตระกูลเจียงเป็ตระกูลคนบ้า
‘เป็คนเหมือนกันมันไม่เกินไปหน่อยหรอ! ชักอยากควักสมองพวกมันสักคนมาดูจริงๆว่าข้างในมีอะไรถึงได้โหดร้ายเ็าเหมือนเดรัจฉาน’ เจียอี้คิดแต่ในใจเขาอยากลองทำดูสักครั้ง น่าเสียดายคนตระกูลเจียงถูกมารกวาดล้างสิ้น ไม่ว่าจะทารกเด็ก สตรี บุรุษ หรือคนชรามันล้วนกวาดล้างไม่เหลือเพราะป้องกันไม่ให้เกิดการถูกโต้กลับ
แม้จะเป็เช่นนั้นก็ยังมีเื่น่าใจหายสองเื่ที่เจียอี้ได้รับรู้คือเื่มารกลืนกินพลังคนตระกูลเจียงทั้งหมดจนมีระดับบ่มเพาะอยู่ในขั้นราชันจักรพรรดิเทวะ
มารมาถึงจุดนี่มันเลือกกลายเป็มารในรูปแบบจิติญญาหวังเป็ประโยชน์ให้เจียอี้ด้วยการเข้าสิงร่างสิ่งมีชีวิตเพื่อล้วงเอาข้อมูลและเกาะติดกับเจียอี้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการลอบโจมตีกะทันหัน ถ้าหากเจียอี้ยินยอมยินยอมให้มันเกาะ
เื่ที่สองเป็เื้ัของตระกูลนี่นับเป็ความดีความชอบของมาร เพราะหลายพันปีก่อน มันกล้าถลำลึกไปไกลพบเื้ัตระกูลเจียงได้เผชิญหน้ากับตัวตนระดับจักรพรรดิเทวะ ในขณะที่มันอยู่ในระดับราชันเทวะ
ครั้งนั้นนับว่าเป็ความเป็ความตายของมารเจียอี้ผู้เป็เ้านายจมดิ่งกับการดูดกลืนพลังแห่งความตายจึงมิได้รับรู้ มารู้เอาก็ยามนี้ว่ามารต่อสู้อย่างดุเดือดถึงขั้นยอมตกตายไปพร้อมกับศัตรู..
ทว่า! เ้ามารมีความเ้าเล่ห์เหลือล้น ใช้โอกาสศัตรูพลาดท่าจู่โจมจิตใจและเริ่มกัดกินิญญาสร้างความได้เปรียบมหาศาล ถึงทุกเสี้ยววินาทีมันจะค่อยๆแตกสลายเวลาเดียวกันชัยชนะก็ได้ใกล้เข้ามา
สาเหตุที่มันเอาชนะตัวตนเหนือกว่าเป็ผลจากความอดทน ความบ้าคลั่งไม่มีอะไรให้เสีย ดุจเดียวกับหมาจนตรอกจุดนี้เจียอี้ให้ความสนใจมัน อีกอย่างมันยังจงรักภักดีต่อเขา
“ยอดเยี่ยม ไม่เรียกร้องขอความช่วยเหลือเหมือนพวกใจเสาะมีชีวิตรอดมาได้จากเหตุการณ์เลวร้าย ทั้งยังรู้ถึงเื้ัพวกเลวระยำข้าไม่เอาโทษเ้าเ้ายังทำให้ข้าประทับใจกับความบ้าคลั่งเฉกเช่นหมาบ้า..ข้ามีเวลาให้เ้าปรับตัวเข้ากับระดับพลังใหม่สี่ปีและเ้าต้องดูดกลืนศพ ทำลายหลักฐานทิ้งให้สิ้นซาก ก่อนมาพบเจอข้าถึงตอนนั้นข้าจะมอบรางวัลให้เ้า”
“ขอบพระคุณขอรับ..นายท่าน!” มารกล่าวน้ำเสียงจริงใจ เห็นมารเข้าใจคำกล่าวของเขาเจียอี้จึงได้ดึงจิตกลับไป
.
.
.
กลับมาทางด้านลี่ลี่
ยามนี้ลี่ลี่เดินเข้าเมืองปะปนเข้ากับฝูงชนนางสำรวจมองไปทุกทิศทุกทางไม่ต่างจากคนพึ่งเคยเข้าเมืองเป็ครั้งแรก
เจียอี้ผู้แอบเฝ้ามองเขาลอบเฝ้ามองลี่ลี่จากด้านหลังมาเนิ่นนาน สบพบโอกาสแฝงตัวเข้าสู่ฝูงชนทำทีเป็ตีเนียนเดินตามติดกระชั้นชิด
แม้ลี่ลี่หันมามองเจียอี้นางหาได้สงสัย ถึงเจียอี้จะเดินไปในทิศทางเดียวกันกับนาง เพราะผู้คนมากมายเมืองกว้างใหญ่ จุดหมายอาจอยู่ในเส้นทาง แต่ที่สำคัญนางไม่รู้เส้นทางในเมือง หากนางรู้คงรู้สึกได้ว่ามันแปลกเกินไป
แต่ถึงอย่างไรลี่ลี่ก็เริ่มรู้สึกแปลกใจหลังเดินไปได้สักพัก เป็ผู้คนเริ่มบางตาเจียอี้ยังคงเดินตามนางในระยะห่างเท่าเดิม
ยิ่งเวลาผ่านไป ลี่ลี่ถึงขั้นเดินลัดเลาะมุ่งไปยังจุดไร้ผู้คน เจียอี้ยังคงตามนางไม่ห่าง จังหวะนี้ลี่ลี่คิดหันไปตรวจสอบพร้อมถามเจียอี้เพียงแต่เจียอี้เห็นท่าทางลี่ลี่กำลังหันมา เขาพลันเปลี่ยนทิศทางตรงไปยังประตูบ้านหลังหนึ่ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“สหายรักข้ามาดื่มสุราเป็เพื่อนเ้า” เจียอี้กล่าวเสียงดังฟังชัดหลังเคาะประตูไปสามครั้งลี่ลี่จึงเดินจากไป เจียอี้เห็นลี่ลี่เดินไปแล้ว เขาถือโอกาสลบตัวตนแล้วหายตัวไปจากหน้าประตูทันที ปล่อยให้คนเปิดประตูงุนงงว่ามีสหายจากไหนมาหา เพราะหน้าประตูไม่มีใครอยู่สักคน
“เด็กนรกบ้านไหนมันมาสร้างความวุ่นวายอีก!” คนมาเปิดประตูบ่นอย่างไม่พอใจ แล้วปิดประตูเสียงดัง ปั้ง!
กระนั้นเสียงประตูที่ดังลี่ลี่ก็ไม่ได้ยิน เพราะนางเดินออกไปไกลแล้ว อีกทั้งยังบอกกับตัวเองในใจระหว่างเดินสำรวจในเมือง
‘ข้าคงระแวงเกินไปต้องสงบใจให้มาก’
ด้านเจียอี้
หลังหลบเลี่ยงไม่ให้ลี่ลี่สงสัยได้สำเร็จเขาเลือกมาเฝ้ามองลี่ลี่ในมุมสูง จับสังเกตทุกการกระทำ ทั้งยังจับััรอบตัวว่ามีใครพบตัวตนเขาหรือไม่ขณะเดียวกันเขาหวนนึกถึงเื้ัตระกูลเจียงอันดำมืด กับศพพันปีตนหนึ่งที่หนีรอดเงื้อมมือมารไปได้
‘ไม่น่าเชื่อว่าที่ราชสีห์เร้นลับจัดการไปก่อนหน้าเป็เพียงเบื้องหน้าตระกูลเจียงมารู้เอาว่ามีเื้ัก็ตอนตระกูลเจียงถูกมารกวาดล้าง ส่วนศพพันปีไม่ใช่ปัญหาต่อให้มันกลายเป็ศพหมื่นปี มายืนต่อหน้าข้าก็เป็ได้แค่ทาสปัญหาแท้จริงคือเื้ัตระกูลเจียง ตระกูลผู้ปกครองดวงดาวมันมีส่วนหนึ่งเฝ้ามองตระกูลเจียง มารถึงได้ต่อสู้เป็ตายครึ่งหนึ่ง และข้ายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันมากไม่รู้ว่ามันคิดแก้แค้นเอาคืนเมื่อใด
ขืนพวกมันมีศพเทพหรือตัวตนเทียบเท่าข้ามากกว่าหนึ่งอาจเกิดเื่ลำบาก แต่เอาตามจริงข้าไม่จำเป็ต้องกำจัดมัน ตามรอยมาร หรือตารอยข้าแทบเป็ไปไม่ได้..ถึงอย่างไรสัญญาร้อยปีสิ้นสุดไปแล้ว
ไม่จำเป็ต้องปกป้องตระกูลหลิงเพียงภาวนาให้ในสี่ปีไม่เกิดเื่ ข้าก็จากดาวเทียนไห่ไปอย่างไร้กังวล
หากเกิดเื่ขึ้นจริง คงถึงคราวกวาดล้างความชั่วร้ายบนดาวเทียนไห่ให้มลายหายสิ้นก่อนจากไป’
หนึ่งความคิดหลีกเลี่ยงปัญหาอีกหนึ่งความคิดถาโถมเข้าใส่ยามจำเป็
“ความรู้สึกในใจข้าช่างย้อนแย้งเสียจริง” เจียอี้ส่ายหน้า เขาเร่งลบความคิดในหัวทิ้งไปเปลี่ยนไปเฝ้ามองลี่ลี่เป็การผ่อนคลาย
.
.
.
ปึ้ง
“อี้ผิง ขอเสียมารยาทท่านเ้าเมืองมีรายงานด่วน..” สตรีสวมชุดโบราณงามตา พุ่งเข้ามาในห้องหรูหรา ซึ่งด้านในมีบุรุษผู้น่าเกรงขามกำลังอ่านเอกสารกองโตอยู่
“ไร้มารยาท เปิดประตูเข้ามาหาข้าโดยพลการแค่ข่าวด่วนจำไปสลักสำคัญอันใด” เ้าเมืองกล่าวน้ำเสียงไม่พอใจใบหน้าแสดงถึงความโกรธเล็กน้อย
“แต่ว่า..รายงานด่วน”อี้ผิงพยายามกล่าวต่อ คราวนี้เ้าเมืองทุบโต๊ะเสียงลั่น
ปั้ง!
เฮือก! อี้ผิงสะดุ้งใ นางไม่เพียงััได้ถึงความโกรธ ยังััได้ถึงกลิ่นอายข่มขวัญของชนชั้นราชันเทวะแต่นางยังกล้ำกลืนฝืนทน
“รายงานด่วนสำคัญยิ่ง...”
ฮึ่ม! แรงกดดันจากเ้าเมืองเพิ่มเท่าทวี กระทั่งนางกล่าวประโยคต่อไปเ้าเมืองพลันคลายแรงสะกดข่ม
“...จากหอพิทักษ์จิตในพระราชวังองค์รัชทายาทถูกสังหาร ใกล้เมืองของเราเ้าค่ะ”
เมื่ออี้ผิงกล่าวจบประกายแสงสีระยิบระยับพลันปรากฏเบื้องหน้าเ้าเมือง ก่อนเริ่มเรียงตัวเป็อักษรทรงอำนาจ
‘ราชโองการพิเศษข้า องค์จักรพรรดิอู่ ขอสั่งให้ หลิงลี่เฉิง เ้าเมืองสุ่ย ปิดเมืองร่วมมือกับหอพิทักษ์จิต ใช้ตะเกียงพยาบาทค้นหาตัวผู้สังหารองค์รัชทายาท จับมันเป็ในสิบวัน’
เห็นอักษรทุกตัวแจ่มชัดเ้าเมืองสุ่ยถึงกับเข่าอ่อน ตัวมันรู้ว่าคนจากหอพิทักษ์จิตมาพร้อมกับตะเกียงพยาบาทย่อมเป็เื่ใหญ่โตสั่นสะท้านแผ่นดิน ไม่เพียงเท่านั้นระยะเวลาสิบวันอันจำกัด ใครได้รับราชโองการต่างอกสั่นขวัญแขวนเพราะผู้ใดที่ได้รับราชโองการ หาตัวผู้สังหารรัชทายาทไม่พบในสิบวัน ล้วนต้องตกตายในน้ำมือจักรพรรดิอู่
“ราชโองการดูเร่งรีบรัชทายาทอาจถูกสังหารไปแล้วระยะหนึ่ง คนร้ายต้องหลบหนีไปไกล ข้าขอภาวนาให้คนร้ายไม่มีวิชาทางด้านิญญาหาไม่แล้วคงเป็ข้าที่ตาย” เ้าเมืองสุ่ยหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านอี้ผิงถือโอกาสนี้จากไป ปล่อยให้เ้าเมืองสุ่ยตั้งสติ
เพราะว่าราชโองการกะทันหันเช่นนี้มิต่างจากคำสั่งปะาชีวิตแม้แต่น้อย
.
.
.
ผ่านไปสามวัน
ลี่ลี่เริ่มปรับตัวและคุ้นเคยกับเมืองสุ่ยนางเริ่มเรียนรู้การเข้าสังคม เรียนรู้การทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ เรียนรู้การแต่งตัวให้กลมกลืนกับผู้คนไม่ให้สะดุดตาและเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
ทางเจียอี้ผู้เฝ้ามองเห็นการเปลี่ยนแปลงไปของลี่ลี่ ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและมองว่าลี่ลี่น่าจับตาไม่น่าเบื่อ แต่เขายังสังเกตเห็นสิ่งผิดปกตินั่นคือการปิดเมืองกับกลุ่มคนหลายกลุ่มรวมตัวกันเพื่อทำอะไรบางอย่าง
พอเจียอี้แฝงตัวเข้าฝูงชนเขาถึงรู้ว่ามีเื่ร้ายแรง แต่เขายังยืนยันแน่ชัดไม่ได้ เขาจึงเลือกเข้าไปคลุกคลีกับผู้คนสามวันให้หลังเขาถึงยืนยันแน่ชัดว่ามันเป็เื่องค์รัชทายาทถูกสังหารซึ่งเ้าเมืองรับราชโองการมากำลังไล่ผู้สังหารองค์รัชทายาทพร้อมกับคนจากหอพิทักษ์จิต
อนิจจาไม่รู้ว่าเจียอี้อยากรู้เื่ใดมากนักหนาเขาถึงได้เลือกกลมกลืนเข้ากับผู้คน อีกสามวันต่อมาเขาก็ได้ไปทำงานอยู่ร้านอาหารร้านเดียวกับร้านที่ลี่ลี่กำลังทำงานอยู่ ส่วนจุดประสงค์นอกจากเฝ้ามองลี่ลี่ยังมีเื่ข่าวสารกับรายละเอียดต่างๆที่เขาอยากรู้
อีกสองวันถัดมาเมืองสุ่ยได้เปิดเมืองและกลับคืนสู่สภาพปกติ มีเพียงเ้าเมืองสุ่ยถูกเปลี่ยนคนจากนั้นไม่กี่วันในเมืองเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก่อนกลับสู่สภาพปกติอย่างแท้จริง
่ค่ำ
ณ ร้านอาหารเลิศล้ำ
เจียอี้กำลังเก็บจานบนโต๊ะลูกค้าโต๊ะสุดท้ายไปล้างชายหัวโล้นผู้เป็เ้าของร้านได้เดินมาหาเขาพร้อมตบไหล่เบาๆ
“เจียอี้วันนี้คงนอนในร้านต่อไปไม่ได้ ภรรยาข้า..”
“ไม่เป็ไรเถ้าแก่ข้าเข้าใจว่าภรรยาท่านเป็กังวล นับจากวันนี้ ข้าจะไปหาห้องพักอาศัย”เจียอี้กับเถ้าแก่ร้านอย่างเข้าใจ ส่วนเถ้าแก่ทำหน้าลำบากใจ
“เพื่อเป็การขอโทษที่ดูแลพนักงานไม่ดีจะเพิ่มเงินให้สามเหรียญ เอาไว้เป็ค่าเช่าห้องพัก”
“ขอบคุณน้ำใจเถ้าแก่”เจียอี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม แล้วเช็ดโต๊ะ ก่อนกลับไปล้านจาน
หลังล้างจานเสร็จเจียอี้เห็นลี่ลี่พึ่งกวาดร้านเรียบร้อย เขาถือโอกาสเข้าไปทำความคุ้นเคยเพิ่มเติม
“พี่ลี่พี่พักอยู่ที่ไหน พอแนะนำให้ข้าบางได้ไหม”
หืม? ลี่ลี่หันมามองเจียอี้ ขณะเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด “้าที่พัก?”
เจียอี้จับสังเกตประกายตาแห่งความสงสัยของลี่ลี่ได้
‘ขี้สงสัยเสียจริงดูแล้วยังไม่ลืมเื่เราเคยเดินตามนางไป...รอวันสุดท้ายเสียก่อนเถอะข้าจะไม่ปกปิดร่องรอยว่าเ้าเป็คนฆ่าองค์รัชทายาทถึงวันนั้นดูสิว่าเ้าจะทำเช่นไรกับจักรพรรดินั่น’เจียอี้คิดอยู่ไม่นานก่อนตอบกลับไป
“ข้า้าที่พัก..ยิ่งเป็ที่พักราคาถูกยิ่งดีเพราะข้าเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง หันมาทำการทำงาน ไม่เอาแต่เที่ยวเล่น ไม่ดื่มสุรากับผองเพื่อนจอมปลอมไปวันๆ”
“ฟังดูน่าสนใจรอปิดร้านจะพาเ้าไปด้วย” ลี่ลี่กล่าวจบ เจียอี้ทำท่าทางดีใจเกินหน้าเกินตาแววตาสงสัยของลี่ลี่จึงวับหายไป
“พี่ลี่ท่านเป็คนดีเสียจริง”