ช่วยด้วยฉันโดนเพลย์บอยตามจีบ

    ช่วยด้วยฉันโดนเพลย์บอยตามจีบ|29 - 2

    ————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————

    นิยายเรื่องนี้มี E-BOOK วางขายแล้วนะคะ

    (เป็นการอ่านแบบรวดเดียวจบเลยค่ะ)


    # IOS แนะนำให้ซื้อผ่านเว็บซาฟารีนะคะจะได้ราคา Android ค่ะ #

    ปล. อ่านจบแล้วอย่าลืม กดหัวใจ และ พิมพ์รีวิว ให้หยกด้วยนะคะ

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————

    จากนั้นเสียงรอสายก็ดังขึ้นพร้อมชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

    นี่เขากำลังโทรหายัยพรีมงั้นเหรอ! แล้วจะเปิดสปีกเกอร์โฟนทำไมเนี่ย ไม่ได้การละ...

    “!” ฉันที่กำลังจะคว้ามือถือมากดวางสาย แต่ก็ไม่ทันเมื่อมือถือเครื่องนั้นกลับไปอยู่ในมือเจ้าของเดิมของมัน

    “ฮัลโหล” ยังไม่ทันได้พูดอะไรยัยพรีมก็รับสายเสียก่อน

    “อาจารย์ตอนนี้เราสองคนคบกันอยู่เหรอ” คำถามของเขาเล่นทำฉันมองตาโตจนเกือบจะหลุดออกมาจากเบ้า

    “ฮ้า! พูดบ้าอะไรเนี่ย เมาแต่หัววันหรือไง” ทว่าคำตอบที่ออกมาจากยัยพรีมคือคำด่าที่ดูเหมือนกำลังตกใจ

    “…” ฉันฟังสิ่งที่ได้ยินเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงอะไรเพราะกลัวจะถูกจับได้ว่าตอนนี้เราสองคนอยู่ด้วยกัน

    “พอดีมีคนกำลังเข้าใจผิดว่าเราสองคนคบกัน” มือสองข้างของฉันตะบบไปที่ปากของเขาแต่ก็ไม่ทันเมื่อคำพูดทั้งหมดนั้นถูกส่งไปหาคนในสายแล้ว

    “ยัยหลินแกอยู่ตรงนั้นด้วยใช่ไหม” เสียงยัยพรีมทำฉันใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม จากนั้นฉันก็มองหน้าโทนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนโทนจะเลือกเมินกันแทน

    ผ่านไปสักพัก

    “อือแค่นี้นะ” ฉันกดวางสายไปหลังจากได้ฟังเรื่องราวมากมายจากปากเพื่อนของตัวเองโดยทุกวินาทีที่มันเล่าโทนเองก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหนแม้เขาจะไม่ได้ยินอะไรก็ตามเพราะฉันเลือกที่จะปิดสปีกเกอร์โฟนไป

    “ทีนี้เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือยัง” พอเขาเห็นว่าฉันวางมือถือลงปุ้บเจ้าตัวก็ดึงฉันเข้าไปกอดแน่น

    ฉันไม่ปฏิเสธอะไรนอกจากมองหน้าเขาที่กำลังอ้อน

    เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิดของฉันเองที่เลือกเชื่อแต่สิ่งที่เห็นโดยไม่ถามความจริงจากเขาเหมือนอย่างที่พ่อเอาแต่เตือนแม่ในวันนั้นและก็กลายเป็นว่าคนที่ทำร้ายจิตใจกันมากที่สุดดันเป็นฉันคนนี้เสียเอง

    เขาคงจะเสียใจมากเลยใช่ไหมที่โดนฉันทำแบบนั้นแต่ทำไมเขาถึงยังทนมันอีกทั้งที่เขาจะเดินออกไปก็ได้

    หรือมันจะจริงอย่างที่ยัยพรีมบอก

    เขาชอบฉันจริง ๆ งั้นเหรอ

    แต่ถ้ายัยพรีมเลือกที่จะช่วยแสดงว่ามันก็คงเห็นแล้วว่าเขาคิดจริงจังกับฉัน แต่ก็น่าโมโหนะที่มันรู้ทุกอย่างแต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้จนหลอกฉันมาได้ถึงทุกวันนี้

    “นอกจากมีรูปยัยพรีมแล้ว ก็มีรูปคนอื่นด้วย” แต่มันยังมีเรื่องที่ฉันสงสัยอยู่ก็เลยถามไปตรง ๆ เลย เพราะไม่อยากเก็บไว้คนเดียวอีก

    “โทนไม่เห็นรูปแต่อยากถามว่าคนอื่นที่ว่าหน้าตาคนเหล่านั้นหลินรู้สึกคุ้นบ้างไหม”

    “…” ฉันเงียบพร้อมกับพยายามนึกอีกครั้ง

    “ก็คุ้นอยู่นะเป็นนักเรียนในคลาสของฉัน” พอเริ่มจำได้ก็พึ่งมารู้ว่าแต่ละคนเป็นเด็ก ๆ ที่มักจะลงเรียนกับฉันบ่อยที่สุด

    “อย่าบอกนะ” ฉันมองหน้าเขาหลังเริ่มจับทางทุกอย่างได้

    “โทนอยากรู้จักหลินให้มากขึ้นอยากรู้ว่าหลินไม่ชอบหรือชอบอะไรบ้างก็เลยไปถามจากคนที่เขารักหลินไง” ใบหน้าหล่อซุกลงมาตรงหน้าอกฉัน สองมือแกร่งโอบรัดที่เอว พลางเอ่ยคำอู้อี้อยู่ด้านล่าง

    “ขอโทษนะที่ฉันไม่ถามอะไรนายเลย” ฉันเองก็กอดผู้ชายตรงหน้าแน่น ตอนนี้เขาคงได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของฉันแล้ว

    “ขอโทษนะ” เสียงที่พูดเริ่มสั่นจนคนที่ซุกหน้าเงยขึ้นมามอง

    “อย่าร้องสิไม่งั้นโทนจะรู้สึกแย่นะ” เขาลูบหน้าฉันพลางดึงฉันเข้าไปกอดแน่น

    “ถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม” น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาเอ่ยถามถึงบางอย่างขึ้นมา

    “อะไรเหรอ” ฉันมองเขาอย่างสงสัยจนลืมเรื่องที่จะร้องไห้ไป

    “ก่อนหน้านี้โทนเห็นหลินอยู่กับผู้ชายที่ชื่อเทมแล้วดูเหมือนจะมีความสุขกันด้วย”

    “หึงเหรอ” ฉันแย้งขึ้นมาก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ

    “ใช่” ทีแรกก็ไม่คิดว่าเขาจะยอมรับ แต่ลืมไปว่าโทนเป็นแบบนี้เสมอ เขามักจะพูดตรงโดยไร้ความอายตลอด

    “แม่ของหลินเขากำลังจับคู่หลินกับคุณเทมน่ะ เราสองคนเลยตกลงกันว่าจะแสดงละครตบตาไปก่อน อีกอย่างช่วงนี้หลินกับคุณเทมก็กำลังทำโพรเจกต์บางอย่างอยู่ก็เลยต้องนัดเจอกันบ่อย อย่าคิดมากเลยนะ หลินคิดกับเขาแค่เพื่อนร่วมงาน”

    “แล้วมันคิดแบบหลินหรือเปล่า” คำถามของเขาทำเอาฉันเงียบไป

    “ผู้ชายด้วยกันยังไงก็มองออก สายตาที่มันใช้มองหลินดูยังไงก็ไม่น่าคิดเหมือนกับหลินหรอก”

    “...” ฉันไม่ตอบอะไรเพราะก็รู้สึกเหมือนอย่างที่เขาพูด และที่ไม่เลือกทำตามใจคุณเทมเพราะไม่อยากไปให้ความหวังเขานี่แหละ

    แต่ฉันก็ไม่กล้าปฏิเสธคุณเทมตรง ๆ เพราะกลัวเขาเสียใจ เห็นทีตอนนี้ฉันคงจะเอาแต่คิดแบบนั้นไม่ได้แล้ว เพื่อความชัดเจนฉันต้องจบเรื่องนี้ให้ไวที่สุด และต้องไปคุยกับแม่ด้วยว่าฉันไม่ได้รู้สึกเหมือนอย่างที่เคยพูด

    “หลินจะจัดการเองโทนไม่ต้องกังวลนะ” ฉันเอื้อมมือขึ้นไปลูบหัวเขาพลางส่งยิ้มให้

    “โทน!” ทว่าสิ่งที่ทำต้องหยุดเอาไว้เมื่อเขายกฉันให้ขึ้นไปนั่งบนตัก

    “แล้วกับโทนละหลินคิดยังไง” คำถามที่ไม่คาดคิดถูกส่งผ่านออกมาจากปากของคนตรงหน้า เขาจับใบหน้าฉันไว้ไม่ให้หนีแถมยังเอาแต่จ้องมองกันไม่ละสายตาอีก

    “อะอะไร” ฉันเม้มปากแน่นและมองเขาด้วยใจที่เต้นตึกตักพลางพยายามกรอกสายตามองไปทางอื่น แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ยังเห็นเขาในสายตาอยู่ดี

    “โทนรักหลินนะเรื่องนี้โทนว่าหลินคงจะรู้อยู่แล้วแต่โทนอยากรู้ว่าหลินเองก็รักโทนเหมือนกันหรือเปล่า”

    “นะนายรู้จักอายบะบ้างไหมเนี่ย!” ฉันยกมือขึ้นมาหมายจะปัดมือที่จับใบหน้าฉันอยู่ออก แต่กลับโดนมืออีกข้างของเขาจับรวบไปแทน

    “นะบอกโทนหน่อยโทนอย่างรู้” เข้าเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นจนปลายจมูกของเราแตะเข้าหา

    “…” ฉันมองเขาด้วยใบหน้ารุมร้อนจากความอายและไม่คิดจะพูดอะไรต่อเพราะถ้าพูดยังไงปากของเรามันคงได้แตะเข้าหากันก่อนแน่

    จุ๊บ ~

    ความอ่อนนุ่มจากริมฝีปากเขาแตะลงมาบนปากของฉันอย่างอ่อนโยน จากนั้นเขาก็เว้นระยะห่างพอให้ฉันสามารถพูดได้

    “กะก็ระรัก” ฉันเสียงสั่นมากและพูดเบาจนอีกฝ่ายต้องขยับเข้ามาใกล้

    “ว่าไงนะ โทนไม่ได้ยินเลย” รอยยิ้มเจ้าเหล่ปรากฏให้เห็น ทำเอาฉันอยากยกมือขึ้นไปข่วนหน้าหล่อให้รู้แล้วรู้รอด

    “ไม่พูดแล้ว!” ฉันเอนตัวออกห่างเขาพลางสะบัดหน้านี้

    “อย่าหนีสิ” แต่หนีได้ไม่นานก็ถูกคนตรงหน้าจับให้หันกลับไปและเขาก็ขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมจนใบหน้าเราสองคนอยู่ติดกัน

    จุ๊บ ~

    “อื้อ ~” ฉันครางในลำครางเมื่อสัมผัสของเขามันแตกต่างจากการจูบทั่วไป

    มือปลาหมึกกลับมาทำงานอีกครั้งด้วยการลูบเข้ามาใต้สาบเสื้อบนแผ่นหลังของฉันก่อนจะลากมาด้านข้างแล้วบีบลงที่เอวอย่างเบามือ

    “วันนี้ขอนะ”

    ————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————

    ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย

    (https://www.facebook.com/SunisayokWriter)

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————

    คล้ายกับเรื่องช่วยด้วยฉันโดนเพลย์บอยตามจีบ ที่คุณอ่าน