หน้าทางเข้าป่าหมอกปีศาจ... หมอกสีขาวขุ่นลอยหนาทึบปกคลุมยอดไม้สูงใหญ่ บดบังแสงตะวันจนบรรยากาศดูมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว เสียงร้องโหยหวนของสัตว์อสูรดังแว่วออกมาเป็นระยะ ราวกับคำเตือนจากนรก
ผู้เข้าสอบนับร้อยคนยืนรวมตัวกันอยู่ที่ลานหน้าป่า ส่วนใหญ่เป็นศิษย์สายนอกและผู้มีพรสวรรค์จากตระกูลต่างๆ ที่พกพากระบี่และชุดเกราะชั้นดี แต่ที่มุมหนึ่ง... กลุ่มศิษย์แรงงานในชุดสีเทาเก่ายืนรวมกันด้วยความหวาดกลัว
เย่เฉิน ยืนสงบนิ่งอยู่ในกลุ่มนั้น เขาไม่ได้ถืออาวุธใดๆ มีเพียงสองมือเปล่าที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ แต่สายตาของเขากลับจ้องมองเข้าไปในหมอกหนาทึบนั้นด้วยความสนใจ
"เงียบ!"
เสียงตวาดก้องกังวานด้วยพลังปราณ ดังมาจากแท่นหินด้านหน้า ผู้อาวุโสคุมสอบ ร่างสูงใหญ่ประกาศก้อง
"การทดสอบเริ่มขึ้นแล้ว! กติกามีเพียงข้อเดียว... รวบรวม 'ป้ายวิญญาณอสูร' ให้ได้มากที่สุด ภายในเวลา 3 วัน!"
"ป้ายวิญญาณจะซ่อนอยู่ในตัวของสัตว์อสูรในป่า... หรืออยู่กับผู้เข้าสอบคนอื่น!" ผู้อาวุโสแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "วิธีการได้มา ไม่จำกัด... จะฆ่าอสูร หรือแย่งชิงจากผู้อื่น ก็สุดแล้วแต่ความสามารถของพวกเจ้า!"
สิ้นเสียงประกาศ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันที สายตาของผู้เข้าสอบเริ่มมองคนรอบข้างด้วยความระแวง
กลุ่มคุณชายจากตระกูลจาง สามคนในชุดหรูหรา หัวเราะเสียงดังพลางมองมาทางกลุ่มศิษย์แรงงานด้วยสายตาดูแคลน
"ฮ่าๆๆ! ดูพวกสวะพวกนั้นสิ... ถือมีดตัดฟืนมาสอบ!" คุณชายจางคนหนึ่งตะโกนจงใจให้ได้ยิน "พวกเจ้าไม่ได้มาล่าอสูรหรอก... แต่พวกเจ้ามาเป็น 'เหยื่อล่อ' ให้พวกอสูรกินต่างหาก! ดีเหมือนกัน... พออสูรสนใจพวกมัน พวกเราก็จะได้ล่าสบายๆ!"
เย่เฉินปรายตามองกลุ่มคุณชายเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย
‘เหยื่อล่องั้นรึ... ขอบคุณที่เตือน... ข้าจะจำไว้ว่าพวกเจ้าคือ แหล่งคะแนน ที่เดินได้’
ทันใดนั้น สัญญาณกลองรบก็ดังขึ้น!
ตึง! ตึง! ตึง!
"เริ่มได้!"
ฝูงชนพุ่งทะยานเข้าสู่ม่านหมอกทันที การล่า... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ทันทีที่เย่เฉินก้าวเท้าเข้าสู่ป่าหมอกปีศาจ ความหนาวเหน็บก็พุ่งเข้าเกาะกุมร่างกาย หมอกสีขาวขุ่นที่หนาทึบจนมองไม่เห็นปลายจมูกตัวเอง ไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่มันคือ "หมอกพิษกัดกร่อน"
"อ๊าก! แสบตา! ข้ามองไม่เห็น!"
เสียงร้องโวยวายของผู้เข้าสอบคนอื่นดังระงมไปทั่วป่า หมอกพิษนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนพลังปราณและระคายเคืองดวงตา ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปต้องตกอยู่ในความมืดบอดและเสียสมาธิ
แต่ทว่า... สำหรับเย่เฉิน "กายาหยกเหล็กไหล" ที่เพิ่งลอกคราบมาใหม่ เปล่งแสงสีมุกจางๆ ออกมาปกป้องผิวหนังของเขาไว้ พิษหมอกที่สัมผัสผิวกายถูกดีดออกไปราวกับหยดน้ำบนใบบัว
"จิตอสูรเทวะ... เบิกเนตร!"
เย่เฉินกระซิบเบาๆ ทันใดนั้น โลกสีขาวโพลนในสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป! หมอกหนาทึบกลายเป็นเพียงม่านบางๆ ที่โปร่งแสง เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่ต้นไม้และก้อนหิน แต่เขายังมองเห็น "คลื่นความร้อน" ของสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่
เขาเห็นศิษย์สายนอกที่กำลังเดินวนเวียนหลงทาง... และเขาเห็นกลุ่มคุณชายตระกูลจาง ที่กำลังจุดไฟไล่หมอกอย่างโง่เขลา ซึ่งรังแต่จะดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้าย
‘พวกเจ้าตาบอด... แต่ข้ามองเห็นทุกอย่าง ในป่าแห่งนี้... ข้าคือราชา!’
เย่เฉินเคลื่อนไหวร่างกายด้วย "วิชาตัวเบาฉบับอสูร" ที่ไร้เสียงฝีเท้า เขาลัดเลาะไปตามเงามืดของต้นไม้ มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของสัตว์อสูรตัวแรกที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างเงียบเชียบ
เย่เฉินลัดเลาะมาจนถึงบึงโคลนที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น กลางบึงนั้นมีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังนอนแช่โคลนอยู่ มันคือ "หมูป่าเขี้ยวสนิม" สัตว์อสูรระดับต่ำที่มีหนังหนาเป็นเกราะ
แต่ก่อนที่เย่เฉินจะลงมือ สัญชาตญาณของเขาก็เตือนถึง "สายตา" สามคู่ที่ซุ่มมองอยู่หลังพุ่มไม้ห่างออกไป
‘กลุ่มตระกูลจาง... พวกมันตามข้ามาสินะ’ เย่เฉินแสยะยิ้ม ‘คิดจะรอชุบมือเปิบงั้นรึ? ได้... ข้าจะแสดงละครให้พวกเจ้าดู’
เย่เฉินก้าวออกมาจากหลังต้นไม้อย่างเปิดเผย หมูป่าเขี้ยวสนิมได้กลิ่นมนุษย์ มันเงยหน้าขึ้นและส่งเสียงคำรามข่มขวัญ อู๊ดดด! ก่อนจะตะกุยโคลนพุ่งเข้าชนด้วยแรงมหาศาล!
เย่เฉินยืนนิ่งแกล้งทำเป็นตกใจเล็กน้อย เขารอจนกระทั่งเขี้ยวสนิมนั้นพุ่งเข้ามาในระยะประชิด...
หมับ!
มือทั้งสองข้างของเย่เฉินคว้าจับ "เขา" ของหมูป่าไว้อย่างแม่นยำ!
แรงพุ่งชนมหาศาลปะทะเข้ากับร่างกายของเขา แต่เท้าของเย่เฉินจิกพื้นแน่นราวกับรากไม้ ร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว พลังกายาหยกเหล็กไหลถ่ายเทแรงกระแทกลงสู่พื้นดินจนโคลนรอบข้างกระเซ็น
หมูป่าพยายามดิ้นรน แต่มันกลับพบว่าแรงของมนุษย์ผู้นี้มหาศาลยิ่งกว่าคีมเหล็กกล้า
"ตาย!" เย่เฉินแสร้งตะโกนเสียงดังเหมือนคนใช้แรงจนสุดตัว
เขากระชับมือแน่นที่เขาหมูป่า แล้วออกแรง "บิด" อย่างรุนแรง!
กร๊อบ!!!
เสียงกระดูกคอหักดังลั่นสนั่นบึง! ร่างมหึมาของหมูป่าเขี้ยวสนิมกระตุกเกร็งหนึ่งครั้ง ก่อนจะล้มฟุบลงสิ้นใจคาที่
เย่เฉินทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจแฮกๆ (ซึ่งเป็นการเสแสร้ง) ข้างซากศพ เขาใช้มีดสั้นกรีดหน้าอกของมัน แล้วดึง "ป้ายวิญญาณอสูร" สีเขียวหยกที่ฝังอยู่ภายในออกมา
ทันใดนั้น เสียงปรบมือแปะๆ ก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้ด้านหลัง
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมจริงๆ สำหรับพวกใช้แรงงาน"
ร่างของชายหนุ่มสามคนในชุดเกราะหนังชั้นดีเดินฝ่าหมอกออกมาล้อมกรอบเย่เฉินไว้ทุกทิศทาง พวกเขาคือ กลุ่มคุณชายตระกูลจาง นำโดย จางขุย
"พี่ขุย... ดูนั่นสิ" ลูกน้องคนหนึ่งกระซิบ "มันหักคอหมูป่าด้วยมือเปล่า... แรงมันเยอะน่าดูนะขอรับ"
"ก็แค่แรงควายป่า..." จางขุยแค่นเสียงหัวเราะ สายตาจับจ้องไปที่เย่เฉินที่นั่งหอบอยู่ "เจ้าไม่เห็นรึไง? มันไม่ได้ใช้ปราณแม้แต่หยดเดียว... แปลว่ามันไม่มีปราณ หรือไม่ก็ใช้แรงกายไปจนหมดก๊อกแล้ว ตอนนี้มันก็แค่ลูกไก่ในกำมือ"
จางขุยเดินเข้ามาใกล้ ควงดาบยาวในมือเล่นอย่างสบายใจ "เฮ้ย! เจ้าสวะ... ขอบใจมากที่ช่วยออมแรงพวกข้า ส่งป้ายวิญญาณนั่นมาซะ แล้วข้าอาจจะเมตตาแค่ตัดเอ็นมือเอ็นเท้าเจ้า ทิ้งไว้ให้เป็นอาหารหมูป่าฝูงต่อไป"
เย่เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กำป้ายวิญญาณในมือแน่น เขาหันไปมองจางขุยด้วยสายตาที่เรียบเฉยจนน่าประหลาดใจ
"พวกเจ้า... คิดดีแล้วรึ?" เย่เฉินถามเสียงเรียบ "ข้าให้โอกาสพวกเจ้าเดินจากไปได้นะ"
"ฮ่าๆๆ! มันบ้าไปแล้ว!" จางขุยหัวเราะลั่น "จัดการมัน! อย่าให้เสียเวลา!"
โดยไร้ซึ่งสัญญาณเตือน ศิษย์ตระกูลจางคนที่ยืนซุ่มอยู่ด้านหลังเย่เฉิน พุ่งเข้ามาทันที! มันเงื้อดาบเหล็กกล้าขึ้นสุดแขน โคจรพลังปราณใส่คมดาบจนเกิดแสงวูบวาบ หมายจะฟันเข้าที่กลางหลังของเย่เฉินให้ขาดสะบั้นในดาบเดียว!
"ตายซะเถอะ ไอ้ขยะ!"
เย่เฉินยืนนิ่ง ไม่หลบ ไม่หันกลับไปมอง ราวกับยอมรับชะตากรรม
เคร้ง!!!
เสียงโลหะกระทบวัตถุแข็งดังสนั่นก้องป่า! ประกายไฟแลบแปลบปลาบขึ้นกลางความมืดสลัว!
แต่ภาพที่ปรากฏทำเอาทุกคนหยุดหายใจ...
ดาบเหล็กกล้าชั้นดีฟันเข้าที่กลางหลังของเย่เฉินเต็มแรง... แต่แทนที่เลือดจะสาดกระเซ็น หรือร่างกายจะขาดครึ่ง... ดาบกลับเด้งออก ราวกับฟันใส่ภูผาเหล็กไหล!
"อ๊ากกกก!"
ผู้ลอบโจมตีร้องลั่น ปล่อยดาบร่วงลงพื้น! มือขวาของมันสั่นระริก เลือดไหลโชกออกมาจากง่ามนิ้วที่ฉีกขาดเพราะแรงสะท้อนกลับที่รุนแรงมหาศาล! ส่วนดาบเล่มนั้น... คมดาบ บิ่น จนเสียหายยับเยิน!
เสื้อผ้าบริเวณหลังของเย่เฉินขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวหนังสีขาวผ่องที่มีประกายสีทองแดงจางๆ ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนแม้แต่ปลายเล็บ
"เป็นไปไม่ได้... นี่มันกายาอะไรกัน!" จางขุยเบิกตากว้าง ขาก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
เย่เฉินค่อยๆ หันกลับมามองผู้ลอบกัดอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีดำสนิทเริ่มทอแสงสีแดงจางๆ
"ข้าเตือนแล้ว..."
ฟุ่บ!
เย่เฉินพุ่งสวนกลับด้วยความเร็วที่ดวงตามนุษย์ไม่อาจจับทัน! มือขวาของเขาเกร็งนิ้วทั้งห้าเหยียดตรงราวกับหอก แข็งแกร่งดุจกรงเล็บมังกร
ฉึก!
มือเปล่าของเย่เฉิน "แทงทะลุ" เกราะหนังชั้นดีและหน้าอกของผู้ลอบกัดอย่างง่ายดาย! เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาตามท่อนแขนของเขา ร่างของศิษย์ผู้นั้นกระตุกเกร็งสองสามครั้งก่อนจะสิ้นใจคามือ
จางขุยและลูกน้องอีกคนยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดผวา สติหลุดลอย
"ปะ... ปีศาจ! มันเป็นปีศาจ!" ลูกน้องอีกคนกรีดร้องแล้วหันหลังวิ่งหนีเข้าป่าหมอก
"คิดจะหนี?" เย่เฉินแค่นเสียงเย็น
เขาเตะดาบที่ตกอยู่บนพื้น ฟิ้ว! ดาบเล่มนั้นพุ่งแหวกอากาศหมุนควงสว่านไปเสียบทะลุหลังคนหนีอย่างแม่นยำ! ร่างนั้นล้มฟุบลงทันที
เหลือเพียงจางขุย หัวหน้ากลุ่มที่ยืนขาสั่นระริก "ยะ... อย่าเข้ามานะ! ข้าเป็นคนของตระกูลจาง! พ่อข้าเป็นผู้อาวุโส... ถ้าเจ้าฆ่าข้า..."
หมับ!
เย่เฉินพุ่งเข้าประชิดตัว ใช้มือข้างที่เปื้อนเลือดคว้าคอหอยของจางขุยแล้วยกร่างลอยขึ้นเหนือพื้น เท้าของจางขุยตะเกียกตะกายกลางอากาศอย่างสิ้นหวัง
"ในป่าแห่งนี้... ไม่มีตระกูล ไม่มีอำนาจ..." เย่เฉินกระซิบข้างหู ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เบิกโพลงของเหยื่อ "มีแต่ผู้ล่า และผู้ถูกล่า"
"และเจ้า... คือเหยื่อที่อ่อนแอที่สุด"
กร๊อบ!
เย่เฉินออกแรงบีบเพียงครั้งเดียว คอของจางขุยก็หักพับลง สิ้นใจไปพร้อมกับความหวาดกลัวที่ยังค้างอยู่ในดวงตา
เย่เฉินโยนร่างไร้วิญญาณทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เขาค้นตัวศพทั้งสามและยึด "ป้ายวิญญาณอสูร" ที่พวกมันหามาได้ รวมกับของเขาเป็นสี่ชิ้น
เขามองป้ายในมือแล้วแสยะยิ้ม
"ล่าสัตว์อสูรมันช้าเกินไป... ล่าพวกเจ้านี่แหละ... ได้แต้มเร็วกว่าเยอะ"
เย่เฉินเก็บป้ายวิญญาณเข้าอกเสื้อ แล้วเดินหายลับเข้าไปในม่านหมอกพิษอีกครั้ง กลายเป็นฝันร้ายที่ไร้ตัวตน คอยจ้องมองผู้เข้าสอบคนอื่นๆ จากเงามืด
กฎแห่งการล่าที่แท้จริง... ได้ถูกเขียนขึ้นใหม่แล้วด้วยเลือดของผู้โง่เขลา!
[จบตอนที่ 29]