ทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 เกือบไปแล้ว

            เคอโยวหรานรับเงินพลางเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ “ครอบครัวของพวกข้าทำให้ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยใจแล้วเจ้าค่ะไม่แน่ว่าหลังจากนี้ก็ยังคงต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสอีกสักครา”

            “ฮ่าๆๆ!” ผู้ใหญ่บ้านเฉินหัวเราะอย่างอารมณ์ดียิ่ง“ตาเฒ่าไม่กลัวยุ่งยาก กลัวก็เพียงกระดูกชรานี้ไม่มีสิ่งใดให้ทำ”

            หลังคืนเงินให้นางสองพ่อลูกสกุลเฉินยังสอบถามรายละเอียดการขายเต้าหู้จากเคอโยวหรานอีกเล็กน้อย

            เคอโยวหรานตอบกลับตามประสบการณ์จากชาติก่อน ช่วยเสนอความคิดเห็นให้พวกเขาอยู่ไม่น้อย

            ก่อนกลับ ผู้ใหญ่บ้านเฉินยังขอยืมหินโม่ที่สกุลต้วนเพิ่งซื้อมาจากนั้นซื้อถั่วเหลืองหนึ่งร้อยจินกับน้ำตาลสองจินจากเคอโยวหราน

            ในชาติก่อน เคอโยวหรานคุ้นชินกับการหยัดยืนตามลำพังเพราะถึงอย่างไรก็ใช้ชีวิตตัวคนเดียว คิดอยากจะตัดสินใจเช่นไรก็ย่อมได้

            กลับหลงลืมไปแล้วว่าที่นี่ความคิดเห็นของครอบครัวสำคัญเป็นอย่างยิ่งก่อนตัดสินใจทำอันใดจำต้องหารือกับคนในครอบครัวเสียก่อน

            หลังจากผู้ใหญ่บ้านเฉินกลับไป เคอโยวหรานก็เอ่ยด้วยความรู้สึกผิดว่า “ท่านแม่นึกตำหนิที่ข้าตัดสินใจโดยพลการหรือไม่เจ้าคะ?”

            มารดาสกุลต้วนคลี่ยิ้มเอ่ยพลางตบมือนางเบาๆ“เดิมทีวิธีปรุงอาหารก็เป็นของเจ้า ยินดีมอบให้ผู้ใดล้วนแต่ตามใจเจ้าเถิด นอกจากนี้ยังมีบางงานที่ไม่เหมาะกับครอบครัวของพวกเรามอบให้สกุลเฉินกลับกลายเป็นการช่วยเหลือพวกเราครั้งใหญ่อย่างแท้จริง”

            ต้วนต้าหลางพยักหน้าเอ่ย “ท่านแม่กล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก หากจะลงหลักปักฐานให้มั่นคงในหมู่บ้านเถาหยวนการมีพันธมิตรที่ดีเช่นสกุลเฉินนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดโดยมิต้องสงสัย

            นอกจากนี้น้องสะใภ้ยังแบ่งกำไรให้พวกเราถึงสองส่วน แค่นั่งเฉยๆไม่ต้องออกแรงก็ได้เงิน เรื่องดีงามเช่นนี้มีหรือจะกล่าวโทษเจ้าได้?”

            ไป๋ซื่อจับจูงมือของเคอโยวหรานพร้อมกับเอ่ยว่า“นับตั้งแต่น้องสะใภ้เข้ามาในเรือน ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งอาหารการกินยังรสเลิศหาใดเปรียบพวกเราควรขอบคุณเจ้าจึงจะถูก

            ภายหน้าคิดอยากทำสิ่งใดก็ทำเถิด พี่สะใภ้รองสนับสนุนเจ้าหากมีส่วนใดต้องการให้เอ้อร์หลางช่วยเหลือก็จงเรียกหาเป็นพอ”

            ต้วนเอ้อร์หลางที่กำลังกอดอกพิงกำแพงอดมิได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของไป๋ซื่อ

            ถงซื่อเอามือป้องปาก ซาบซึ้งใจจนน้ำตานองหน้า ด้วยไม่นึกมาก่อนว่าในชีวิตของนางจะได้รับความอบอุ่นเช่นนี้

            สกุลต้วนไม่เคยดุด่า ไม่กดขี่ และไม่ตำหนิ อีกทั้งสกุลเกี่ยวดองทุกคนล้วนแต่ให้การสนับสนุนบุตรสาวของนาง

            ยามนี้ไม่ต่างอันใดกับหลับฝัน ช่างไม่เหมือนความเป็นจริงเหลือเกิน!

            เคอโยวหรานรู้สึกซาบซึ้ง หัวใจนางถูกคนสกุลต้วนหลอมละลายเสียแล้ว

            ทันใดนั้นพลันมีสายลมสองระลอกพัดผ่านเข้ามาจัดการชิงตัวเคอโยวหรานไปยังลานเรือน รวดเร็วเสียจนคนทั้งสกุลเคอไม่ทันได้สติรู้ตัวแม้แต่นิด

            ต้วนเหลยถิงไล่ตามออกไปด้วยความเร็วสูง ก่อนจะพบเพียงเซียนพิษที่กำลังเอ่ยกับเคอโยวหรานด้วยวาจาประจบเอาใจ

            “แม่นางน้อย สิ่งที่เมื่อผู้คนกินเข้าไปแล้วเกิดการชะล้างไขกระดูกจนหมดจดเช่นนี้จะต้องมิใช่ของธรรมดาเป็นแน่ลองบอกอาจารย์เถิดว่าเจ้าพบสิ่งใดบนเขามาใช่หรือไม่?”

            หมอเทวะเอ่ยพลางเผยสีหน้ามีลับลมคมใน“วันนี้อาจารย์วนรอบเขาต้าชิงถึงสิบกว่ารอบ กลับไม่พบร่องรอยใดแม้แต่นิดเจ้าใจกว้างสักหน่อย ช่วยอธิบายเพื่อไขความข้องใจของอาจารย์ทีเถิด!”

            “ฮู่ว...” ต้วนเหลยถิงผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่อย่างรู้สึกวางใจโชคดีที่เป็นท่านปรมาจารย์ทั้งสอง หากคนที่ลักพาตัวโยวหรานคือผู้อื่นเช่นนั้นเขาจะช่วยนางได้อย่างไร?

            สามารถชิงตัวคนต่อหน้าต่อตาเขาอย่างราบรื่น แต่เขากลับมองไม่เห็นแม้แต่เงาของท่านปรมาจารย์ทั้งสองช่างอ่อนแออย่างแท้จริง

            ต้วนเหลยถิงลอบกัดฟันและกำหมัดแน่น เห็นทีตนยังต้องเพียรพยายามต่อไป

            ครั้นเห็นเคอโยวหรานถูกผู้เฒ่าทั้งสองผลัดกัน ‘ล้อมโจมตี’ ต้วนเหลยถิงจึงเอ่ยแทรกว่า“ท่านปรมาจารย์ทั้งสองขอรับ เย็นนี้โยวหรานจัดงานเลี้ยงอาหารถั่วจนเต็มโต๊ะจะลองชิมดูสักหน่อยหรือไม่ขอรับ?”

            ความสนใจของผู้เฒ่าทั้งสองถูกเบี่ยงเบนโดยพลัน เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า

            “อาหารเย็น?”

            “ฝีมือโยวหราน?”

            หนึ่งเสียงดัง “ฟิ้ว” สองผู้เฒ่าพุ่งตรงไปยังห้องอาบน้ำ เพียงชั่วพริบตาก็มานั่งลงข้างโต๊ะอาหารเย็นเสียแล้วทั้งพากันเร่งเร้าให้รีบจัดวางสุราอาหารด้วยความหิวเจียนตาย!

            คนสกุลต้วนเห็นภาพเช่นนี้จนคุ้นชินไปนานแล้วถงซื่อกับไป๋ซื่อจึงรีบจัดสำรับสุราอาหารที่อุ่นเอาไว้อย่างว่องไว

            ต้วนเหลยถิงก็ฉวยโอกาสนี้ลากเคอโยวหรานกลับห้องเช่นกัน

            “เหอๆ โชคดีที่ท่านฉลาด! มิเช่นนั้นวันนี้ข้าคงถูกผู้เฒ่าทั้งสองดึงทึ้งจนขาดเป็นสองท่อนแล้วเจ้าค่ะ”เคอโยวหรานกุมอก บนใบหน้าเปี่ยมด้วยความชื่นชม

            ต้วนเหลยถิงพลันโน้มกายเข้าใกล้นาง “มีรางวัลหรือไม่?”

            “ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ? อื้อ...”

            ขณะเคอโยวหรานยังไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากก็ถูกปิดกั้นเอาไว้เสียแล้ว

            ต้วนเหลยถิงเอื้อมคว้าเอวบางก่อนจะกดนางลงกับกำแพง...

            หลังเวลาล่วงเลยไปชั่วสองจิบชา [1] ต้วนเหลยถิงก็หอบหายใจหนักพลางจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้เคอโยวหรานซุกใบหน้าลงบนซอกคอของนางเพื่อปรับลมหายใจ ก่อนส่งเสียงแหบพร่าผ่านลำคอออกมาว่า

            “จอมยั่วยวนตัวน้อย ปีนี้เจ้าอายุสิบเจ็ดใช่หรือไม่?”

            ไม่รอให้เคอโยวหรานตอบกลับ ชายหนุ่มพลันขบเม้มแผ่วเบาลงบนติ่งหูของนาง จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ทูนหัวเอ๋ย หมอเทวะบอกว่าหากสตรีร่วมหอหลังอายุสิบแปดจึงจะสามารถลดความเสี่ยงจากการคลอดบุตรได้ข้ารอเจ้าเติบใหญ่ดีหรือไม่?”

            เคอโยวหรานปรับอัตราการเต้นของหัวใจที่เกือบจะกระโจนออกมาจากลำคอ ขานรับว่า“อืม” เสียงเบา

            ช่างเสี่ยงเหลือเกิน โชคดีที่ต้วนเหลยถิงหยุดลงในจังหวะสำคัญ เหตุใดนางถึงได้ลุ่มหลงอยู่ในแดนละมุนของเขาจนหาทางออกมิได้เสียแล้วเล่า?

            แท้จริงแล้วยามนี้ร่างกายของนางถูกบำรุงรักษาเป็นอย่างดีหลังผ่านการชะล้างไขกระดูกอีกทั้งเคอโยวหรานก็ค่อยๆ ยอมรับบุรุษผู้นี้แล้ว

            ทว่าบุรุษผู้นี้ยินดีจะคิดเผื่อร่างกายของนาง เคอโยวหรานย่อมมิอาจปฏิเสธความหวังดีของเขามิใช่หรือ

            ต้วนเหลยถิงปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ยังคงอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อของอีกฝ่ายหลังจากบดคลึงซ้ำไปมาอยู่นาน พลันทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยคว่า “เจ้านอนก่อนเถิดข้าจะไปอาบน้ำสักหน่อย...” จากนั้นก็ถอยออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

            “เหอๆๆ...” เคอโยวหรานเม้มริมฝีปากพลางตบใบหน้าบางที่แดงเถือกของตนเบาๆหลังจากดูแลความเรียบร้อยของหมาป่าน้อยแล้ว นางก็อาบน้ำอุ่นที่ถูกจัดเตรียมไว้ในห้องตั้งแต่ต้นก่อนจะขึ้นไปบนเตียง

            นึกไม่ถึงว่าเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับสนิททันที ตลอดทั้งคืนไร้ความฝัน นอนหลับสบายเป็นอย่างยิ่ง

            “แม่นางน้อย ตื่นมาฝึกฝนร่างกายยามเช้าได้แล้ว!”

            “แม่นางน้อย เลิกนอนเถิด หากเจ้ายังนอนต่อไปคงได้กลายเป็นหมูแล้วกระมัง...”

            ปังๆๆ...

            เคอโยวหรานถูกปลุกให้ตื่นท่ามกลางเสียงร้องเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าของหมอเทวะกับเซียนพิษนางพบว่าตนนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาฝั่งด้านในเตียง ทั้งยังถูกต้วนเหลยถิงกอดรัดไว้ในอ้อมอกอย่างแนบแน่นอีกด้วย

            ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาวางอยู่บนเนินอ่อนนุ่มของนางด้วยท่าทาง ‘ปกป้อง’

            “อรุณสวัสดิ์!” เสียงทุ้มแหบพร่าของบุรุษแทบจะทำให้เคอโยวหรานใบหูตั้งครรภ์[2] เสียแล้ว

            “แม่นางน้อย เจ้ายังจะนอนต่ออีกนานเพียงใด? ตะวันจะแยงก้นอยู่แล้ว!”

            “แม่นางน้อย เจ้ารีบลุกขึ้นมาเถิด นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะเริ่มทำหน้าที่ของอาจารย์คอยจับตาดูการเล่าเรียนเคล็ดวิชาของสำนัก”

            ปังๆๆ...

            เสียง ‘ทิ้งระเบิด’ ดังต่อเนื่อง ทำเอาคนทั้งสองมิอาจนอนต่อได้ ทั้งคู่ต่างหันมองหน้ากันอย่างจนปัญญาก่อนจะถอนหายใจและพลิกกายลุกขึ้น

            หลังผลัดเสื้อผ้าและทำการแปลงโฉมจนเสร็จ คนทั้งสองก็เดินออกไปข้างนอกพร้อมกัน

            เซียนพิษเอ่ยอย่างนึกรังเกียจว่า “แม่นางน้อย นี่มันยามเหม่าหนึ่งเค่อแล้ว แต่เจ้ากลับเพิ่งจะตื่นนอนเพื่อเป็นการลงโทษ ภารกิจในวันนี้ให้เพิ่มเป็นสองเท่าตัว”

            หมอเทวะพยักหน้าเอ่ย “อืม เพียงแต่เจ้ายังมีสิทธิ์เลือกที่จะบอกอาจารย์ได้เช่นกันว่าความลับที่เจ้าพบอยู่ที่ใด? อาจารย์พอจะทบทวนได้ว่าควรฝึกเจ้าตามแผนการเดิมหรือไม่”

            เคอโยวหรานสามารถบอกออกมาได้หรือ? เห็นได้ชัดว่าไม่ได้

            เอาเถิด นางไร้ซึ่งหนทางให้เลือก ทำได้เพียงยอมรับ ‘การฝึกฝนอันชั่วร้าย’ของท่านอาจารย์ทั้งสองแล้ว

            “แม่นางน้อย มัดกระสอบทรายหนักห้าสิบจินเอาไว้แล้ววิ่งรอบเชิงเขาหนึ่งรอบ”เซียนพิษเตะกระสอบทรายบนพื้น เอ่ยพลางทอดถอนใจว่า

            “เดิมทีอยากจะทำกระสอบทรายหนึ่งร้อยจิน แต่เมื่อดูจากร่างกายเล็กๆของเจ้า คาดว่าเจ้ายังหนักไม่เท่ากระสอบทรายเสียด้วยซ้ำ จึงต้องเลือกกระสอบทรายห้าสิบจินมาประเดิมก่อนจากนั้นค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ”

            กล่าวจบยังเผยสีหน้าท่าทางราวกับอาจารย์ทำไปก็เพื่อตัวเจ้าเอง

            บนหน้าผากของเคอโยวหรานถึงกับปรากฏขีดสีดำสามเส้น นางจัดการมัดกระสอบทรายไว้กับตัวอย่างว่าง่ายด้วยสีหน้าขมขื่น

             

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] สองจิบชา หมายถึง สิบนาที เป็นหน่วยนับเวลาแบบโบราณของจีนโดยหนึ่งจิบชาเท่ากับห้านาที

            [2] ใบหูตั้งครรภ์ หมายถึง การได้ยินเสียงที่ไพเราะจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกเคลิบเคลิ้ม

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592