มนุษย์ล้วนประกอบด้วยเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา หากมีอารมณ์ทั้งเจ็ดมากเกินไป นิสัยใจคอจะบิดเบี้ยว ดำมืดและโเี้ยิ่งกว่าเหล่ามารในพิภพทมิฬ ดั่งที่สำนักฮวาซานกำลังเผชิญอยู่
สำนักยุทธ์อันรุ่งโรจน์และดีงามสำนักหนึ่ง สลายสิ้นในค่ำคืนเดียว
“ปิดหน้าไว้”
ศิษย์หญิงที่พบระหว่างทางนางหนึ่งหยิบยื่นผ้าขาวมาให้ ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยาแจากของมีคม ทว่าเป็เพียงรอยเฉือนผ่านผิว ไม่ได้บาดลึก แต่ก็มีหยดเืสีเข้มซึมผ่านรอยแยกนั้นจนอาภรณ์ขาวถูกย้อมด้วยโลหิตแดงฉานชุ่มโชก ไม่อาจทราบได้ว่า เป็โลหิตจากกายสหายหรือศัตรู ั์ตานางฉายแววเศร้าโศกแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว
“จนกว่าจะหนีพ้น อย่าให้พวกเขาจดจำใบหน้าของเ้าได้”
“ศิษย์พี่ แล้วผู้อื่นเล่า” เหอซือซือถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ตามลำพัง
ภาพจำของตนยามนี้ฉายภาพกลุ่มสตรีที่มักนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ หัวเราะพูดคุยกันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ั์ตาอีกฝ่ายไหววูบ หน่วยตาชื้นแดงเรื่อ ทว่าครู่เดียวก็กลับมาเด็ดเดี่ยวเช่นเดิม มือขวากำกระบี่แน่น ก้าวเท้ามุ่งหน้าออกห่างจากที่นี่อย่างตั้งมั่น ไม่เหลียวกลับไปมองเื้ัแม้แต่นิด
นางกล่าวขณะเคลื่อนตัว “ที่ตายก็ตาย ที่รอดก็แยกย้ายกันหนี พี่น้องเ้าก็คงไม่ต่างกันกระมัง”
“...” ไม่ต่างจริง ๆ
“ศิษย์น้องซือซือ อาจารย์เ้าสำนักกล่าวว่าอย่างไรหรือ”
“...ไม่มีสำนักแล้ว หวังเพียงเหล่าศิษย์รอด จากไปแล้วอย่าได้หวนกลับ จงใช้ชีวิตตามเส้นทางของตน”
ศิษย์หญิงหัวเราะด้วยน้ำเสียงโศกเศร้ามุมปากเหยียดยิ้ม “สมกับเป็อาจารย์เ้าสำนัก” แล้วหันมาถาม “จากนี้เ้าจะทำอย่างไรต่อ”
“มีชีวิตรอดสำคัญที่สุด ที่เหลือก็แล้วแต่วาสนา” เหอซือซือตอบด้วยน้ำเสียงเ็า ไม่สั่นไหว
“นี่ก็สมเป็เ้า คิดอ่านได้อย่างเยือกเย็นเสมอ”
เหอซือซือไม่นำพากับคำกล่าวหาว่าตนไร้หัวใจของอีกฝ่าย ในใจนางอยากอยู่ร่วมเป็ร่วมตายกับทุกคนที่ฮวาซาน แต่แล้วอย่างไรต่อเล่า
คนตายไร้ประโยชน์ที่สุด นางจะไม่มีวันทำลายความหวังของอาจารย์ที่อยู่รั้งสร้างโอกาสให้พวกนางต้องมีชีวิตรอด
ปัง!
ง้าวสีขาวกระจ่างทั้งเล่มตวัดฟาดต้นไม้จนหักโค่น บ่งบอกถึงเรี่ยวแรงของผู้ใช้เป็อย่างดี
คนผู้หนึ่งร่วงลงมาพร้อมตั้งท่าซัดอาวุธ เป้าหมายคือสตรีถือกระบี่
เคร้ง!
เหอซือซือยื่นง้าวสกัดอาวุธนั้นจนสุดแขน เสียงอาวุธกระทบกันดังกังวาน นางชักง้าวกลับมาก่อนจะพุ่งสะบั้นคออีกฝ่าย ทั้งรวดเร็วและทรงพลัง
ฟันครั้งเดียว หัวของคนผู้นั้นก็ขาดกระเด็น
เหอซือซือหลบอาวุธลับอีกครั้ง คราวนี้ปรากฏผู้มาเยือนประมาณแปด...ไม่สิ สิบคน
ตรงนี้แปด ้าอีกสอง
“ชั่วช้านัก!” ศิษย์หญิงอายุมากกว่าสบถคำหยาบ
แต่งกายชุดดำสนิทปกปิดเรือนร่างมิดชิด รวมทั้งใบหน้า มีเพียงจุดสะดุดตาเป็ลายบุหลันเว้าแหว่งตรงหลังชุด เชี่ยวชาญการเคลื่อนไหวและอาวุธลับ ดูอย่างไรก็เป็คนของสำนักลอบสังหาร ที่เห็นในสำนักของตนก็คล้ายมาจากหลายกลุ่ม พวกมันยกโขยงมากี่กลุ่มกันแน่
เหอซือซือถอยหลังไปชนกับศิษย์พี่ “ข้าหก ท่านสี่”
“คนละห้า”
“ตกลง”
เหอซือซือเป็สตรีส่วนน้อยที่ฝึกศาสตราวุธยาว ร่างบอบบางเปี่ยมด้วยพละกำลัง นางควงง้าวคู่ใจสังหารศัตรูอย่างเหี้ยมโหด กระบวนท่าเต็มไปด้วยจิตสังหาร หนักหน่วง รุนแรง ไร้ปรานี
ฮวาซานเป็สำนักยุทธ์รักสงบแต่ใช่จะปรานีผู้มาบุกรุก ทว่าอย่างไรน้ำน้อยก็ย่อมแพ้ไฟ ใจนางอยากฉีกกระชากพวกมันเป็ชิ้น ๆ ให้สาสมที่มันกล้ามาทำลายวันคืนสุขสงบ
ทว่าเวลาไม่รั้งรอ ยิ่งนานก็ยิ่งอันตราย ป่านนี้พวกมันคงรู้แล้วว่าศิษย์ในสำนักเร่งหนีออกจากหุบเขาแล้ว อีกไม่นานต้องยกโขยงตามมาแน่
ต้องไปให้ไกลกว่านี้...
อาจเพราะพะวงเกินไปจึงถูกประชิดตัว เหอซือซือชักง้าวกลับมากันลูกเตะของชายชุดดำ ก้าวเท้าข้างหนึ่งยันพื้นด้านหลังเพื่อหยุดกายจากแรงเตะที่ส่งมา ด้ามง้าวปักดินพยุงร่าง หลังมืออีกข้างยกขึ้นเช็ดเืที่มุมปาก
จังหวะที่กำลังพลาดพลั้งใกล้จะเสียทีนั้น มีปลายกระบี่คมกริบเล่มหนึ่งแทงทะลุอกอีกฝ่ายสิ้นใจทันที
สตรีอาภรณ์เปื้อนโลหิตใช้เท้ายันร่างศัตรูให้หลุดจากอาวุธก่อนจะเข้ามาช่วยพยุงศิษย์น้อง
“ถูกพิษหรือ”
หญิงสาวพยักหน้า “อาวุธของพวกมันเคลือบพิษไว้ ข้าถูกเฉือนเข้าที่แขน เวลาผ่านไปไม่นานพลังกายก็ลดลง ไม่แน่ว่าอาจเป็พิษทลายปราณ ท่านมีาแหรือไม่”
ใบหน้างามขาวซีดลง นางมีแผลจริง ๆ ทั้งยังลึกเอาการ รู้ตัวอยู่บ้างว่าร่างกายผิดปกติ แต่ตนไม่เชี่ยวชาญเื่พิษ ไม่รู้ว่าถูกพิษใดเข้า ยามนี้เพียงกัดฟันทนเท่านั้น
“เราแยกกันหนีเถอะ พวกมันคงรู้แล้วว่ามีศิษย์ในสำนักหลบหนีออกมาได้ มาไกลถึงเพียงนี้ก็ยังไม่พ้น ทางที่ดีเข้าไปแฝงตัวในแคว้นใดสักแคว้นเถอะ” นางกล่าวแล้วเงยหน้ามองนภายามราตรี
“ข้าจะกลับบ้าน บ้านของข้าอยู่แคว้นจ้าว”
แคว้นจ้าวอยู่ไกลเหลือเกิน ไม่รู้จะไปถึงหรือไม่
“ข้ามียาแก้พิษอยู่สองชุด สามารถแก้พิษทลายปราณได้ ท่านเอาไปหนึ่งชุดเถอะ ส่วนนี่เป็ยาห้ามเื เราแยกกันตรงนี้ ขอให้ท่านโชคดี”
ศิษย์หญิงที่เพิ่งปรามาสอีกฝ่ายว่าไร้หัวใจ มองยาแก้พิษในมืออย่างลังเลก่อนจะโยนใส่ปากแล้วเทผงยาห้ามเืใส่าแ รู้สึกได้ถึงพละกำลังที่ฟื้นตัวอย่างช้า ๆ
“ขอบคุณศิษย์น้องซือซือ ขอให้เ้าโชคดีเช่นกัน”
คนค่อย ๆ ห่างไกลออกไป เหอซือซือมองศิษย์พี่ผู้นั้นจนลับสายตา ร่างบางทรุดลงพิงแผ่นหลังกับต้นไม้
แม้แต่ง้าวเงาจันทร์คู่กายก็ถือไม่ไหวแล้ว...
นางโกหก!
ยาแก้พิษมีอยู่ชุดเดียวเท่านั้น แต่มีคนถูกพิษถึงสองคน นางอยากรอด ไม่สิ จะต้องรอด แม้จะไม่มียาแก้พิษชุดนั้น นางก็ต้องรอดให้ได้
สตรีผู้นั้นเป็ศิษย์ร่วมสำนัก อย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้ตาย
นางผู้นั้นบอกจะกลับบ้าน อาจมีคนที่บ้านให้กลับไปหา คนไร้ที่ให้กลับไปเช่นตนนั้น...
มียาแก้พิษอีกชุดจริง ๆ ก็คงดี
「้าโอสถหมื่นพิษพ่ายหรือไม่」
“...!”
ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นในหัว ไม่ใช่เสียง ไม่คล้ายตัวอักษร อยู่ ๆ ก็ปรากฏและเข้าใจ
เป็การสื่อสารผ่านจิตโดยตรง
กลางอกมีแสงสีเขียวส่องประกาย เป็แสงจากต่างหูหยกเขียวสิ่งสุดท้ายที่อาจารย์มอบให้
ของวิเศษชิ้นนี้คืออะไรกันแน่
「เราคือหยกเขียวบันดาลฝัน ของวิเศษที่จะทำให้ความปรารถนาเป็จริง」
ทำให้ความปรารถนาเป็จริง...
ฮ่า ฮ่า ข้าคงใกล้ตายแล้วกระมังจึงได้หลอนคิดไปเองเช่นนี้ ของวิเศษใดพูดตอบโต้ได้ ช่างเป็ตลกร้ายจริง ๆ
「เราคือหยกเขียวบันดาลฝัน ผู้สร้างหล่อหลอมจิติญญาส่วนหนึ่งในกระบวนการสร้าง จึงเรียกได้ว่าเป็ของวิเศษที่มีจิติญญาสถิต」
ไม่ทันได้ไขข้อข้องใจให้กระจ่าง เสียงใบไม้เสียดสีเพราะสายลมดังขึ้นรอบกาย เหอซือซือหันมองโดยรอบอย่างระแวดระวัง
อย่างไรก็ช่าง ต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อน
“ข้าอยากได้ยาถอนพิษ”
「ยาถอนพิษที่ว่าคือโอสถหมื่นพิษพ่าย ใช่หรือไม่」
โอสถหมื่นพิษพ่ายเป็ยาที่นางเพิ่งมอบให้ศิษย์พี่ร่วมสำนักไป นั่นเป็ยาล้ำค่าที่ถอนได้สารพัดพิษ นางสามารถขอสิ่งนั้นได้จริง ๆ หรือ
「ได้แน่นอน ขอเพียงท่านปรารถนา」
คิดในใจ...หยกนี่ก็รับรู้ได้?
อัศจรรย์ยิ่งนัก มิน่าเล่าผู้คนจึงอยากได้ถึงเพียงนั้น อยากได้มากขนาดล้มล้างสำนักยุทธ์สำนักหนึ่งให้หายไปโดยไม่สนใจเืเนื้อที่ต้องสูญเสีย
นางอยากได้ยาถอนพิษและไปจากที่นี่แล้ว แต่ยังต้องถามเื่หนึ่งให้แน่ใจเสียก่อน
“ต้องแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใด”
ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่า ประโยคนี้อาจารย์มักกล่าวเสมอ ทั้งก่อนหน้านี้อาจารย์ยังกำชับไว้ หาก้าใช้ของวิเศษ ย่อมต้องแลกเปลี่ยนด้วยบางสิ่งเสมอ...
เหอซือซือไม่ไร้เดียงสาถึงขนาดคิดจะขอความปรารถนาได้โดยไม่มีความเสี่ยง ความสามารถที่แทบจะพลิกฟ้าพลิกดินเช่นนี้ ย่อม้าสิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน
「โอสถหมื่นพิษพ่ายหนึ่งเม็ด แลกกับอายุขัยหนึ่งปี ้าโอสถหมื่นพิษพ่ายหรือไม่」
หนึ่งคำขอ แลกกับอายุขัย...
เป็คำปรารถนาที่หนักหนาเหลือเกิน ไม่มีใครรู้ว่าตนเหลือเวลาอยู่เท่าไหร่ แต่อาจารย์มักบอกว่า ตนมีเส้นชีวิตที่ยืนยาวนัก
ยอมแลกหรือจะตายตอนนี้ ไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่าควรเลือกหนทางใด