MALE
“บ้านแหว่งไปครึ่งหลัง!!!” เสียงไอมุดังเข้าโสตประสาทผม มันกำลังด่าว่าผมนอนกินบ้านกินเมือง ผมจึงลุกไปตบหัวมันทีนึงก่อนจะเดินไปอาบน้ำแต่งตัว
ที่นี่คือหอพักหนึ่งชาย ตึก Blue Lagoon ห้อง 407 ใช่แล้วครับ ห้องของพวกผมเอง เอาเป็ว่าก่อนอื่นผมขอแนะนำไอพวกเพื่อนรักของผมก่อนแล้วกัน
เริ่มด้วยคนแรกครับ ‘ไอลี’ จริงๆ แล้วชื่อของมันคือ ‘เจ’ ส่วนคำว่า ‘ลี’ ที่พวกผมเรียกกันนั้นมาจากคำว่า “ผู้ใหญ่ลี” คือเวลาพูดแม่งติดเด่นไง พวกผมเลยยกให้มันเป็ผู้ใหญ่บ้านประจำแก๊ง ไอลีนี่กวนตีนที่สุดในกลุ่มเลยครับ แต่มันก็เป็คนที่สุขุมเยือกเย็นที่สุดของแก๊งเช่นกัน ผู้ชายที่อารมณ์ดีตลอดเวลาแบบนี้ ลองไปทำอะไรให้มันได้นิ่งใส่แสดงว่าคุณตกอยู่ในอันตรายแล้ว ลีเป็คนน่ากลัวครับเวลามันโมโห แต่ก็ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้เห็นมุมนั้นของมัน แน่นอนว่าสาวๆ ต่างพากันรุมกรี๊ดมันกันทั้งโรงเรียนเพราะไอความกวนตีนขี้เล่นแต่พอถึงเวลาจริงจังก็มาดนิ่งขึ้นมาทันทีนั่นแหละที่เป็เสน่ห์ดึงดูดอย่างดี โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่บ้าหนุ่มหน้าเกาหลี เพราะทั้งรูปร่างหน้าตาเสื้อผ้าหน้าผมของมันถ้าไปหลอกใครว่าอยู่วงบอยแบนด์แดนกิมจิใครเค้าก็เชื่อกันทั้งนั้น
คนต่อมา ‘ไอพีท’ ลูกครึ่งไทยอเมริกัน ตอนไอพีทอยู่ที่อเมริกาเรียกได้ว่ามันคือหัวโจกวัยรุ่นย่านนั้นเลย และก็เพราะเหตุนี้แหละที่ทำให้มันถูกส่งตัวกลับมาที่ไทย ตอนเจอกันครั้งแรกไอลีกับไอพีทเคยต่อยกันเกือบตาย ก็อย่างที่เค้าว่าแหละครับ เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ คนนึงก็กวนตีน อีกคนก็ไม่ได้กวนน้อยไปกว่า แต่ไปๆ มาๆ ไอสองคนนี้กลับกลายเป็เพื่อนซี้กันที่สุดซะงั้น ไอพีทเป็เพลย์บอยประจำโรงเรียนครับ นั่งอยู่เฉยๆ ใช้สายตาแค่คู่เดียว สาวๆ ก็อ่อนระทวยหลงมันทุกรายแล้ว จะว่าไปก็ไม่ใช่ทุกคนหรอก มีอยู่รายนึงที่ทำให้พีทมันหงุดหงิดเป็พิเศษครับ เพราะให้ตายยังไงเธอก็ไม่สนใจอยู่ดี แถมยังทำท่าเกลียดมันซะอีก ดูท่าเสน่ห์ของมันจะใช้ไม่ได้กับเธอคนนี้ ถ้าไอพีทเป็สิงห์หนุ่ม เ้าหล่อนก็คงเป็แม่เสือสาวที่ลวดลายแพรวพราวไม่แพ้กัน ไปทายกันเอาเองแล้วกันนะครับว่าใคร
ส่วน ‘ไอกรีน’ นอกจากหน้าหล่อๆ ของมันแล้ว ความสามารถพิเศษของมันก็เรียกได้ว่าเทพไม่แพ้กัน ไอกรีนมันเก่งทั้งเื่ดนตรีและกีฬาเลยครับ เคยมีคนเรียกมันให้ไปคัดตัวเป็นักกีฬาทีมชาติ มันก็ไม่เอา ผมถามว่ามึงจะเป็นักดนตรีอาชีพเหรอ มันก็บอกว่าเรื่อยๆ ยังไม่มีจุดหมาย ในกลุ่มนี้ถ้าพูดถึงเื่ดนตรีและกีฬายกให้ไอกรีนมันไปคนเดียวเลยครับ แต่เื่เรียนอย่าไปคุยกับมัน ดูเหมือนว่าสมองด้านกิจกรรมและพร์ของมันได้แย่งพื้นที่สมองฝั่งวิชาการไปหมดแล้ว และนั่นก็เลยกลายเป็ปมด้อยของมันไปซะงั้น ผมเคยถามมันนะครับว่ามึงจะใส่แว่นไปทำไมสายตาก็ไม่ได้สั้น มันก็ตอบผมมาว่า “กูอยากเป็เด็กเรียน” แค่นั้นจบ ปล่อยมันไปเถอะครับ ถึงจะเรียนไม่เอาไหนแต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็ผู้เป็คนมากที่สุดในแก๊งสเต็ปเทพที่เหลืออยู่ตอนนี้
‘อาร์ต’ คุยเื่ไออาร์ตนี่ต้องใช้เวลาครับ บ้านมันเป็ตระกูลหมอมาั้แ่สมัยปู่ย่า พ่อแม่มันก็หวังจะให้มันเรียนหมอและรับ่ต่อธุรกิจการแพทย์ แต่มันไม่ชอบครับ ความคิดสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ลูกชายตระกูลหมอชื่อดังจึงกลายมาเป็ไอหนุ่มมาดเซอร์หัวศิลป์ที่มีชีวิตอยู่เพื่อชื่นชมจิติญญาของงานศิลปะ บินไปประเทศนู้นประเทศนี้เพื่อชื่นชมงานศิลปะจนเกือบจะทั่วโลกแล้ว และตอนนี้ที่บ้านของมันก็ปล่อยวางแล้วครับ ลอยขึ้น์ไปแล้วคงดึงกลับมายาก คงไม่มีใครหยุดมันได้แล้วล่ะ แต่ทว่า ไออาร์ตมันหัวดีมากครับ ไอคิวมันถ้าจะเรียกว่าอัจฉริยะก็คงไม่มีใครกล้าแย้ง แต่เค้าว่ากันว่าคำว่าอัจฉริยะกับคนบ้ามีเพียงเส้นบางๆ กั้นกลางระหว่างกัน พวกผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันอยู่ฝั่งไหนแน่ แต่ที่แน่ๆ ไออาร์ตเป็คนเ็าครับ โดยเฉพาะกับผู้หญิง ถึงหน้ามันจะหล่อแต่ผู้หญิงคนไหนก็ไม่เคยทนมันได้ครบอาทิตย์สักคน ผมเองก็หวังว่าสักวันจะมีใครสักคนเข้ามาเปลี่ยนให้มันเป็คนอ่อนโยนขึ้นได้นะ
‘มุ’ บ้านไอมุเป็ตระกูลนักธุรกิจที่รวยและมีอิทธิพลมากครับ แล้วยิ่งมันเป็ลูกคนเดียวด้วย ใครๆ ก็เลยพากันตามใจมันยกใหญ่ ทุกคนต่างก็เรียกมันว่าลูกคุณหนู ไม่ใช่อะไรหรอกครับ แม่มันชื่อหนู ฮ่าๆๆ เอาใหม่ๆ เข้าโหมดซีเรียสอีกครั้ง! ไอมุบ้านรวยมากครับ มันแทบจะไม่ต้องทำอะไร ใช้เงินอย่างเดียว แต่ทว่ามันไม่ค่อยถูกกับพ่อตัวเองสักเท่าไหร่ เจอกันทีไรไม่เคยพูดกันดีๆ สักครั้ง ด้วยความที่ไอมุเตี้ยที่สุดในกลุ่ม มันก็เลยกลายเป็เสมือนน้องเล็กของแก๊งที่มักจะโดนพี่ชายสุดหล่อรุมแกล้ง โดยเฉพาะไอลี ส่วนใหญ่ที่มันโดนก็เป็เพราะปากมันพาซวยเองแหละ ไอมุมันบ้าดารานักร้องสาวญี่ปุ่นครับ สเปคสาวนี่ก็ต้องพวกคิกขุอาโนเนะ สไตล์อาติงๆ นี่ใช่เลย อาติงคืออะไรน่ะเหรอครับ? ก็ติงต๊องไง! สาวๆ กรี๊ดมันมากครับ ยิ่งตอนมันเดินกะไอลีนะ แหม่ ไอหน้าเกาหลีพวกนี้ทำให้โลกอยู่ยากขึ้นจริงๆ
อ้อ ผมลืมไปคนนึง คนนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ แกไม่ได้อยู่ในแก๊งสเต็ปเทพของเราหรอกครับ แต่เป็คนที่รู้จักกันมานานแล้ว ‘ป๋าเอิร์ท’ นั่นเอง! ป๋ากับพวกผมนี่ก็เื่เยอะครับ อย่างว่า ชีวิตลูกผู้ชาย ก่อนที่เราจะมาสนิทกันได้นี่ก็ทะเลาะกันแทบตาย แต่สุดท้ายกลับลงเอยว่าเรากลายมาเป็พี่น้องที่พร้อมจะลุยแหลกไปด้วยกันซะงั้น ก็ต้องยอมรับแหละครับว่าสมัยเด็กพวกผมก็ไม่ได้ดีกว่าอันธพาลไปสักเท่าไหร่ แต่ท้ายที่สุดป๋าเอิร์ทก็ทำให้พวกเรายอมรับได้จนนับถือแกเป็เหมือนพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่งเลย จะว่าไปมันก็ตลกดีนะครับ ที่อยู่ๆ พวกผมก็ได้รู้ว่าพี่ชายที่นับถือมานานมีน้องสาวแท้ๆ แถมเพื่อนของเธอยังมาประกาศตัวเป็คู่อริพวกผมซะด้วย
เอาเถอะครับ เค้าว่ากันว่าผู้ชายไม่มีวันชนะผู้หญิงได้ โลกมันสร้างกฎขึ้นมาแบบนี้ แต่ผมก็แฮปปี้ดีนะ แบบ ขำๆ อ่ะ ที่ชีวิต ม.ปลาย ของผมกลับมามีสีสันได้ก็ต้องขอบคุณพวกสเต็ปมารด้วยเหมือนกันแหละ
“เฮ้ยไอลี กูถามอย่างดิ”
ไอพีทเปิดประเด็นในขณะที่พวกผมกำลังอยู่ระหว่างทางเดินไปห้องเรียน
“วันที่ทำลูกโป่งแตกใส่หน้าอกแจง มึงตั้งใจรึเปล่าวะ”
“อูยยย” ไอมุบรรเลงเสียงแซวทันที
“ตั้งใจก็เหี้ยละ ถามโง่ๆ” ไอลีตอบ
“เออ ใครจะไปยอมรับว่าตั้งใจวะ ถามโง่ๆ”
“เดี๋ยวมึงได้หัวลั่น ไอมุ” ไอลีตั้งท่าจะโบกเท่านั้นแหละไอมุนี่เตรียมท่าเข้าที่ระวังไปอย่างไวเลย “มันเป็อุบัติเหตุ”
ครับ ไอพวกที่มีความเป็สุภาพบุรุษสูงอย่างมันไม่มีวันตั้งใจทำอย่างนั้นหรอก พวกผมรู้ดี ที่แซวกันนี่ก็แค่แหย่เล่นเฉยๆ
“แต่ก็นะ กูก็เพิ่งได้เห็นมุมเซ็กซี่ของยัยโหดนั่นครั้งนี้ครั้งแรกแหละ เอาจริงๆ แล้วมันก็คุ้มว่ะ”
เอาแล้วไง ผมชักเริ่มไม่แน่ใจกับความคิดเดิมซะแล้วสิ
“ชอบเค้าก็บอกมาตรงๆ เหอะ”
“เออ มึงชอบเค้าเหรอ” ผมถามไปตรงๆ บ้าง
“พวกมึงบ้าป่ะ” ไอลีหันมาด่าผมกับไอกรีน “ชอบเหี้ยไร แค่หน้ายัยนั่นตอนโมโหมันตลกดีกูเลยแกล้ง”
“อ๋อ มึงชอบแบบซาดิสม์ใช่ป่ะ แบบกวนตีนเค้าแล้วโดนเค้ากระทืบกลับมา มึงถึงสะใจใช่ป่ะ นี่มึงมาโซคิสป่ะเนี่ย”
“เออ มึงรู้ใจกู มันก็เหมือนกับการที่กูชอบตบหัวมึงอ่ะแหละ ความรู้สึกเดียวกัน” พูดไม่ทันขาดคำไอมุก็โดนไอลีโบกไปทีนึง
ผัวะ
“โอ๊ย กูผิดไรเนี่ย เออดิ กูมันไม่ได้นมใหญ่เหมือนใครหนิ”
“ไอห่ามุ!” ว่าแล้วไอลีกับไอมุก็วิ่งไล่กันเหมือนทุกๆ เช้า
“กูไปห้องน้ำนะ”
“เออกูไปด้วย” ไอลีะโเรียกแล้ววิ่งตามผมมาติดๆ หลังจากไล่เตะไอมุเสร็จแล้ว ผมกับมันจึงเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยกัน
“เฮ้ย พิมว่ะ” ผมสะกิดบอกไอลี
พิมกำลังเดินออกจากห้องน้ำหญิงไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน โชคดีที่พวกนั้นไม่เห็นผมกับไอลี เอาตรงๆ ผมว่าผู้หญิงพวกนี้รุกหนักน่ากลัวไปหน่อย
“มึงบอกกูไมเนี่ย”
“อ้าว ก็ไหนมึงบอกชอบ”
“กูแค่บอกว่าก็ดี แค่นี้มึงต้องเหมาว่ากูชอบอ่อ งี้กูไม่ชอบทั้งแม่บ้านยันภารโรงเลยอ่อ” ไอลีร่ายซะยาว
“เอ้า ก็เห็นมึงทั้งเป็ห่วงทั้งเข้าข้างเค้าที่ทะเลตอนมีเื่กับสเต็ปมาร กูเลยคิดว่ามึงชอบจริงๆ”
“เฮ้อ” ไอลีถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “กูก็ไม่ได้อยากเข้าข้างใคร แต่มึงก็เห็นอยู่ว่าแก๊งน้องป๋าเอิร์ทแม่งโมโหร้าย เราไม่เบรกแล้วใครจะเบรกวะ”
ก็จริงของไอลีมัน ผู้หญิงพวกนั้นโมโหร้ายกันจริงๆ ขนาดพวกผมยังโดนยัยพวกนั้นแผลงฤทธิ์ใส่ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง นำทีมโดยยัยเด็กใหม่ที่ชื่อฟีนนั่นแหละ อยู่ดีไม่ว่าดีมาตั้งตัวเป็ศัตรูกับพวกผม เดี๋ยวจะแกล้งให้ฉี่ราดเลยคอยดู
“มึงจะเซ็ตอีกนานมั้ยหัวอ่ะ” ผมล่ะหน่ายกับไอลีจริงๆ เจอกระจกเป็ไม่ได้ต้องจับผมตลอดเวลา และในระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆ กลิ่นควันบุหรี่ก็ลอยมาแตะจมูก
“ถุย” ผู้ชายสี่คนเดินออกมาจากห้องน้ำ แม่งถุยน้ำลายเกือบโดนเท้าผมด้วย ผมจึงหันไปมองหน้ามัน
“เนี่ยเหรอวะ แก๊งที่คนเค้าพูดถึงกัน แม่งกะโหลกกะลาจริงๆ”
ไอหัวตั้งปากดีนี่มันใครวะ แม่งทำเป็พูดลอยๆ แต่ผมรู้เลยว่ามันหมายถึงแก๊งของพวกผม
ว่าแล้วผมก็เดินเข้าไปหาพวกมันอย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็เป็โชคดีของพวกมันที่อยู่ๆ ไอปริ๊นซ์กับเดอะแก๊งทองฝอยของมันเดินเข้ามาในห้องน้ำพอดี ไอสี่คนนั้นก็เลยได้ทีเดินเนียนหนีไป
“ไอปริ๊นซ์” ผมเรียก “มึงไปดูให้หน่อยดิ๊ว่าพวกไอหัวตั้งเมื่อกี้มันชื่ออะไร อยู่ห้องไหน ไม่เคยเห็นหน้า”
ไอปริ๊นซ์หันไปมองตามหลังไอสี่คนนั้นที่เดินออกไปอย่างไวก่อนจะตอบ
“งานกล้วยๆ”
“ดูด้วยว่ามันเด็กใคร เผื่อต้องเคลียร์กับพวกรุ่นใหญ่”
“เออน่า กูรู้งาน แค่นี้ใช่ป่ะ” ไอปริ๊นซ์ถามอีกครั้ง ผมพยักหน้าตอบก่อนจะไล่เตะไอลีขึ้นห้องเรียนด้วยเสียงหัวเราะสบายอารมณ์
นานๆ ทีจะมีพวกกระจอกมาหาเื่ เก็บไว้เล่นสนุกกันหน่อยก็ไม่เลว
“May I come in, please?”
ไอลีแหกปากกวนตีนมาดามแอนที่กำลังยืนเขียนกระดานยิกๆ อยู่หน้าห้อง อ้าว นี่พวกผมมาเลทสิบห้านาทีเลยเหรอเนี่ย เพราะไอหน้าตูดหัวตั้งนั่นเลย
“เชิญ” มาดามไม่หันมาตอบและยังคงเขียนกระดานยิกๆ ต่อไป ถามว่าทำไมพวกผมถึงชอบป่วนประสาทมาดาม จริงๆ แล้วมันมีเหตุผลครับ
มาดามแอนเป็ทั้งครูและน้าสาวที่เห็นพวกเรามาั้แ่เด็กๆ ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติแหละ ก็ั้แ่ที่พ่อแม่จับพวกผมมัดรวมกันแล้วมอบหมายหน้าที่อบรมทั้งเื่การเรียนและความประพฤติให้เจ๊แอน ก็เลยทำให้พวกผมผูกพันกับแกมากเลยทีเดียว เห็นพวกผมกวนตีนแบบนี้แต่เราก็เคารพมาดามมากเลยนะครับ
เอาล่ะสิ นี่ผมต้องเดินผ่านโต๊ะยัยฟีนจอมคิดมากอีกแล้วสินะ
พูดเื่จริงเลยนะครับ ที่ผู้หญิงพวกนี้ตั้งแก๊งมาเป็ศัตรูกับพวกผมมันค่อนข้างจะไร้สาระไปหน่อย กะอีแค่ผมไปว่ารถเมล์โง่แค่นั้นทำโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ผมนี่งง! ขนาดพวกผมล้อชื่อพ่อกัน เล่นกันยันโคตรเหง้ามันยังไม่เคืองเลย สงสัยจะจริงอย่างที่แม่ผมบอกว่าผู้หญิงเป็เพศที่ละเอียดอ่อน แต่กับคนหัวรุนแรงเข้าขั้นโรคจิตอย่างยัยฟีนเนี่ยนะ จะสะกดคำว่าละเอียดอ่อนเป็ ไหนๆ สมองผมก็คิดเื่เ้าหล่อนแล้ว เอาซะหน่อยละกัน
โป๊ก
ผมแกล้งเอาศอกไปโดนหัวเธอทีนึง โดยลืมดูว่าที่มือยัยซาดิสม์นี่ถือไม้ฟุตเหล็กไว้อยู่
“ไอบ้าเมลล์!”
ตามคาด คุณเธอแหกปากลั่นก่อนจะเงื้อไม้บรรทัดขึ้นมาเกือบฟาดหน้าผม แต่มีเหรอคนที่ทั้งหล่อทั้งเก่งอย่างผมจะหลบไม่ทัน ผมเบี่ยงตัวหลบทันทีก่อนจะคว้าข้อมือของยัยซาดิสม์นี่ไว้
“สนุกมากรึไง อยากตายเหรอ!” ปากเธอยังไวเหมือนเดิมจริงๆ
“ไม่สนุกแล้วจะแกล้งเหรอวะ”
ไอกรีนตอบแทนผมแล้วไอพีทก็ช่วยผสมโรงหัวเราะ
“อะไรกัน อะไรกัน” มาดามกระแทกเสียง “เข้าห้องสายแล้วยังวุ่นวายอีกนะปาณัสม์” อ้าว ชื่อหล่อๆ นั่นมันชื่อผมนี่หว่า
“ครับ”
ผมตีเนียนปล่อยมือคุณฟีนอย่างไวแล้วรีบเดินไปนั่งที่ทันที แน่นอนว่าสายตาอำมหิตจากยัยนั่นก็ยังถูกส่งมาเรื่อยๆ ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย จนกระทั่งมาดามแอนประกาศเื่สำคัญขึ้น
“วันนี้เราจะมาเลือกหัวหน้าห้องกันนะคะ ใครคิดว่าเพื่อนคนไหนมีความเป็ผู้นำเหมาะสมที่จะมาทำหน้าที่นี้ ก็เสนอชื่อมาได้เลย”
พอเจ๊แอนพูดจบ ไอมุก็หันมาสุมหัวพวกผมทันที
“เฮ้ย กูว่าไอนั่นอ่ะ ที่นั่งแถวสองหน้าโต๊ะอาจารย์อ่ะ”
ผมหันไปดูตามที่ไอมุมันบอก คงไม่ใช่แค่พวกผมพวกเดียวหรอกที่สนใจไอเด็กใหม่คนนั้น เพราะผมแอบเห็นพวกสเต็ปมารก็มองๆ ไอคนนั้นอยู่เช่นกัน
“เออ เข้าท่าดีว่ะ มึงดูดิ แม่งตัดผมทรงกะลาครอบ หน้าแม่งโคตรก๊ากเลย” ไอลีหัวเราะคิกคักกับไอพีท แล้วไอพีทก็ะโบอกชื่อให้เจ๊แอน
“ไอซ์ครับ”
“ใครวะไอซ์”
“ควาย” ไอพีทหันไปด่าไออาร์ตก่อนจะตอบ “ก็ไอกะลาครอบน่ะแหละ”
“ไอซ์คะ?” มาดามเรียก
“ครับ” พูดแล้วไอหมอนั่นก็ลุกขึ้น
ผมกับเดอะแก๊งประสานเสียงหัวเราะลั่นห้องทันที
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“เชี่ย ดึงกางเกงซะสูงเกือบถึงหัวนม หัวก็เกรียน แว่นก็หนา หน้าแม่งโคตรเด็กเรียน” ไอมุกระซิบกับผมที่ยังขำไม่หยุด
“คนนี้แหละครับจารย์ เฮ้ยๆ ยกมือเดะ” ผมะโ แล้วทุกคนก็ยกมือขึ้นตามที่ผมบอกกันทั้งห้อง ยกเว้นพวกสเต็ปมาร
“แล้วสาวๆ ที่เหลือล่ะ อยากเสนอใครนอกจากไอซ์รึเปล่าคะ” เจ๊แอนหันไปถามแม่สาวพวกนั้น
“ไม่หรอกค่ะ พวกหนูคิดว่าไอซ์ก็เหมาะสมดี แต่การที่มีคนมาสั่งให้ยกมือแบบนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย พวกเราก็เลยยอมรับไม่ได้แล้วก็ไม่ขอออกความเห็น แค่นี้แหละค่ะ” คุณแจงพูดจบก็นั่งลงไปทำหน้าบูดต่อ แล้วก็โดนไอลีสวนทันที
“ไปเป็นายกมั้ย”
“เป็แน่ แต่ยังก่อน” แล้วเจ๊แกก็ตอบกลับอย่างไว
“งั้นถ้าไม่มีใครเสนอคนอื่นอีกแล้วก็สรุปว่า ไอซ์ พุฒิพิชญ์ เป็หัวหน้าห้อง 10F ของเรานับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปนะคะ”
พวกผมนำทีมตบมือแล้วก็โห่ร้องแสดงความยินดีให้ไอหมอนั่น ซึ่งต่อไปนี้ผมขอเรียกมันว่า ‘ไอติสม์’ ก็แล้วกันนะ เพราะดูจากสไตล์การแต่งตัวของมันแล้วแม่งล้ำจริงๆ ระดับความติสม์แม่งพอๆ กับไออาร์ตเลย
“ขอให้ทุกคนเชื่อฟังเพื่อน แล้วก็อย่าสร้างปัญหาอะไรให้เพื่อนต้องปวดหัวนะ” ประโยคสุดท้ายเจ๊แอนจ้องมาทางพวกผมเป็พิเศษ
เอาล่ะครับ เอาล่ะครับ! ถึงพวกผมจะกวนตีน แต่ก็ไม่ได้ชอบสร้างปัญหานักหรอกนะ จริงๆ แล้วผมชอบอยู่อย่างสงบมากกว่า ถ้าจะโทษเื่ที่พวกผมเคยก่อความวุ่นวายก่อนหน้านี้ก็ต้องโทษแม่สาวแก๊งข้างหน้านี่แหละ โดยเฉพาะยัยสองสาวจากเชียงใหม่นั่น ั้แ่ผู้หญิงสองคนนี้มาเรียนที่โรงเรียนเราชีวิตผมก็เจอแต่เื่ยุ่งๆ วันแรกผมก็โดนหมัดยัยคุณฟีนไปไม่รู้ตั้งกี่ทีแล้ว ไหนจะอ้วกอีกอ่ะ ด่าพวกผมว่ากิ๊กก๊อก แล้วก็มาตั้งแก๊งติงต๊องเรนเจอร์ขึ้นมาแก้แค้นพวกผมซะงั้น ถามจริงผมทำไรผิดวะครับ
คาบต่อไปจะเป็วิชาอะไรก็ช่าง แต่สำหรับพวกผมมันคือวิชาอ่านการ์ตูนนับสิบเล่มที่ไอลีเพิ่งไปยืมมาเมื่อเช้านี้ พูดง่ายๆ ก็คือ โดด!
“กูหิวว่ะ”
ไอกรีนพูดขึ้นลอยๆ แล้วปิดหนังสือเล่มหนาที่ไม่ใช่การ์ตูนที่พวกผมแย่งกันอ่านแต่เป็นวนิยายรักโรแมนติกแฟนตาซีห่าอะไรก็ไม่รู้ของแม่งที่แค่ชื่อหนังสือก็ปวดหัวแล้ว
“เดี๋ยวดิ มึงรีบเหรอ” ไอลีด่า ตาก็ยังจ้องหนังสือการ์ตูนต่อไป
“เฮ้ย” เสียงไอปริ๊นซ์ดังขึ้น “โดดเรียนอีกแล้วดิพวกมึงอ่ะ แล้วกูสงสัยมานานละว่าทำไมต้องมาบ้านภารโรงด้วยวะ มันจรรโลงใจตรงไหนเนี่ย”
“ก็ตรงที่บรรยากาศมันไม่ชวนให้นักเรียนคนอื่นเข้ามาไง” ไออาร์ตตอบมือยังไม่วางดินสอกับสมุดวาดภาพของมัน
“ไงวะ ได้เื่ที่กูให้ไปสืบป่ะ” ผมถามทันที
“ไม่พลาด มันชื่อหยก อยู่ห้อง 10D เด็กใหม่ ไม่มีสังกัดรุ่นพี่คุ้มกะลาหัว”
“เออ เดี๋ยวแม่งโดนพวกกูแน่” ผมพูดแล้วตบไหล่ไอปริ๊นซ์ไปทีนึงเชิงขอบคุณ ก่อนที่จะชวนมันไปกินข้าวด้วยกัน
“เื่ไรกันวะ” ไอพีทถามระหว่างทางที่เราเดินไปแคนทีน
ผมยังไม่ได้เล่าให้ใครฟังเพราะไม่ได้เห็นว่าเป็เื่ใหญ่อะไร อีกอย่างคงเพราะเมื่อเช้าผมติดภารกิจกวนตีนยัยคุณฟีนอยู่มั้งเลยไม่มีเวลาเล่า
“ก็ตอนที่พวกกูไปเข้าห้องน้ำเมื่อเช้า มีไอเชี่ยหัวตั้งคนนึงมาด่าว่าแก๊งเราอ่อน หน้าแม่งอย่างกะจิ้งเหลน” ไอลีเป็คนเล่าตายังไม่วางจากหนังสือการ์ตูนที่เดินไปอ่านไป
“ยอมได้ไงวะ ถ้ากูอยู่ด้วยนะ..” ไอมุทำคุย แล้วสายตาผมก็หันไปป๊ะกับไอหัวตั้งที่เรากำลังพูดถึงเข้าพอดี
“แม่งนั่งหน้าเสี่ยวอยู่นั่นไง” ผมสะกิดบอกพรรคพวก ไอหัวตั้งนั่นนั่งอยู่กลางโรงอาหารพร้อมกับพรรคพวกเต็มโต๊ะ
“ไปดิ”
พูดจบไอลีก็ไม่รอช้า เดินเข้าไปเปิดก่อนคนแรกเลย
“What’s up dude?”
ไอพีทที่เดินตามไปติดๆ ก็ชูนิ้วกลางทักทาย นั่นทำให้เพื่อนไอหัวตั้งลุกหนีอย่างไวไปแล้วสองคน เหลือก็แต่แก๊งที่ผมเจอที่ห้องน้ำเมื่อเช้า
“เฮ้ยไออาร์ต มึงรู้จักสเต็ปเทพป่ะวะ”
“อ๋อ รู้จัก” ไออาร์ตรับมุกผม “แก๊งที่เย็นนี้จะรุมกระทืบไอหน้าแมวที่ปากดีๆ อ่ะนะ”
“งั้นเย็นนี้กูก็ได้ดูยำตีนสิวะ” ไอมุผสมโรง
“มึงอย่าหวังมากไอมุ”
“ทำไมวะไอลี”
“กูกลัวไอปากดีตัวนั้นแม่งจะไม่มาอ่ะดิ”
“เออ กูก็ว่างั้น แม่งคงดีแต่ปาก” ผมให้ไอลีทิ้งท้ายก่อนที่เราจะเดินหัวเราะด้วยน้ำเสียงกวนตีนไปสั่งข้าวกินกัน
ระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่ไอพวกนั้นก็จ้องพวกผมไม่วางตา แต่พอกินเสร็จ ผมก็ไม่เห็นพวกมันอยู่แล้ว แหม่ กะจะต่อให้จบเลยซะหน่อย
คาบต่อไปเป็คาบคอมพิวเตอร์ครับ ผมบอกให้พรรคพวกเดินไปก่อนเพราะลืมหูฟังไว้ในห้อง ทายซิว่าผมเจอใครยืนใส่หูฟังตีหน้าเศร้าอยู่ริมเบียงทางเดิน นี่เธอคิดว่าตัวเองเป็นางเอกเอ็มวีรึไง ว่าแล้วก็เอาอีกซะหน่อยละกัน
“นี่นายเห็นฉันเป็คนหน้าด้านเหรอถึงได้เอาก้านไม้กวาดมาเขี่ยหน้าฉันเนี่ย นายจะด่าฉันว่าหน้าด้านเหมือนพื้นถนนใช่มั้ย!”
เออ เอาเข้าไป ยัยนี่เค้าชอบคิดมากเกินเหตุจริงๆ
“ถามจริงเธอเป็โรคจิตป่ะเนี่ย” ผมพูดแล้วยกแขนขึ้นบังตัวเองเมื่อโดนยัยโรคจิตนี่ฟาดใส่ไม่ยั้ง มือหนักชะมัด
ผมเดินถอยมาเรื่อยๆ เพราะโต้ตอบอะไรไม่ได้ก็เลยต้องปล่อยให้เธอตบอยู่อย่างนั้น แล้วผมก็เบี่ยงตัวหลบทำให้ยัยนั่นเซจนไปชนกับผู้ชายคนหนึ่งเข้าอย่างจัง
พลั่ก
ตุบ
“โอ๊ย” ฟีนล้มลงกับพื้นทันทีเมื่อโดนไอห่านั่นผลักอย่างแรง
ผมหันไปมองหน้ามันด้วยความโมโห แม่งผลักผู้หญิงแบบนี้ได้ไงวะ แล้วก็อย่างว่าอ่ะครับ ดวงคนมันจะมีเื่
ปรากฏว่าผู้ชายที่เพิ่งผลักฟีนล้มลงไปคือ ‘ไอหยก’ ห้อง 10D ที่พวกผมเพิ่งไปหาเื่มันมาเมื่อพักเที่ยงนี้เอง
ผัวะ
ผมซัดหมัดไปที่หน้าไอห่านั่นเต็มแรงทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด
“มึงอยากมีเื่มากใช่มั้ย” ผมพูดพร้อมกับถีบหน้าอกมันไปอีกที
พลั่ก
กวนตีนอ่ะผมไม่ถือ แต่ถ้ามาทำร้ายผู้หญิงให้เห็นล่ะก็ผมไม่ปล่อยมันแน่
แรงถีบของผมทำเอาตัวของไอหมอนั่นกระแทกไปชนกับกำแพงเข้าอย่างจัง ผมไม่รอช้ารีบเข้าไประดมหมัดซ้ำใส่มันทันที ผมหันไปมองฟีนแวบนึงแล้วก็เห็นยัยนั่นกำลังก้มเก็บโทรศัพท์กับหูฟังอยู่ข้างๆ ขาผม
“นายเมลล์ระวัง”
ผัวะ
ผมเสียหลักเพราะต้องยกขาหลบ เพราะยัยฟีนแท้ๆ ทำให้ผมต้องโดนไอกระจอกนี่ต่อยเข้าเต็มๆ ปาก แต่ผมก็ไม่รอช้าระดมหมัดซัดเข้าที่ใบหน้ามันอย่างจังหลายหมัดจนมันล้มลงกับพื้นไป แล้วผมก็กระชากคอมันขึ้นมา ตอนนี้หน้าของมันซีดลงยิ่งกว่าเดิมเพราะไม่มีเพื่อนอยู่ด้วยเลยจ๋อยเป็หมาหงอย
“ขอโทษผู้หญิง” ผมจับมันหันหน้าไปหาฟีนที่ยังดูอึ้งๆ งงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ไม่ต้องก็ได้นายเมลล์”
“บอกให้ขอโทษ” ผมตะคอกแล้วกระชากคอเสื้อไอหัวตั้งอีกทีกว่ามันจะยอมปริปาก
“ขะ ขอโทษ” ไอหัวตั้งพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก
“นายเมลล์ พอได้แล้ว ขอโทษแล้วก็จบดิ ฉันไม่ได้เป็อะไรซะหน่อย”
ผมลืมไปว่ายังบีบคอไอห่านี่อยู่ จนกระทั่งยัยฟีนเดินเข้ามาดึงมือของผมออกจากคอไอหมอนั่น พอผมปล่อยมือมันก็ล้มพับลงไป
“เจ็บตรงไหนรึเปล่า” ผมหันไปถามฟีน
“ไม่เจ็บหรอก ไม่ต้องมาเป็ห่วง” ทำคุณบูชาโทษจริงๆ เลยยัยนี่
“ลืมไปว่าเธอมันถึก”
ป๊อก!!!
“โอ๊ย!!!”
ผมดีดหน้าผากยัยนั่นไปอีกทีโทษฐานทำให้หมั่นไส้ ก่อนจะวิ่งเข้าห้องคอมมาด้วยความเร็วสูง ผิดคาด! ยัยนั่นไม่ยักวิ่งไล่ตีผมเหมือนที่ผ่านมา มันดูผิดปกติ ผมเลยเปิดหน้าต่างกระจกบานเลื่อนแล้วยื่นหัวออกไปมอง แล้วผมก็พบว่า…
“ถึกเหรอ นายว่าฉันถึกเหรอ!”
“เปล่า เปล่า” ไอหัวตั้งตอบ แต่แล้วก็…
“ตอแหล!!!”
ป้าบบบ
เสียงหน้าแข้งของฟีนกระทบกับลำตัวของไอหัวตั้งดังสนั่น แทนที่จะเป็ที่ระบายอารมณ์ของผม แต่ไอดวงซวยนั่นกลับกลายเป็เหยื่ออารมณ์ของยัยฟีนไปโดยปริยาย
เฮ้ย นี่เธอเป็นักเรียนหรือนักมวยกันวะเนี่ย!
FEEN
ฉันกำลังยืนมองสภาพนายหน้าเหมือนหล่อที่เพิ่งโดนนายเมลล์อัดไป
เื่ของเื่ก็คือนายเมลล์มาแหย่ฉันให้โมโหแล้วพอฉันจะเอาคืนก็ดันพลาดไปชนกับผู้ชายคนหนึ่งเข้า หมอนี่ไม่พอใจก็เลยผลักฉันล้มลงไปอีกต่อนึง จากนั้นอยู่ๆ นายเมลล์ก็เข้าไปซัดหมอนี่ชุดใหญ่เลย สุดท้ายนายคนนี้ก็ล้มแอ่กอยู่กับพื้นอย่างที่เห็นเนี่ย
จะว่าไป นายเมลล์ตอนโมโหนี่ก็น่ากลัวเหมือนกันเนอะ แต่เอ๊ะ! ไม่หรอก ยังไงตานั่นก็ยังดูกิ๊กก๊อกสำหรับฉันอยู่ดี เชอะ มาหาว่าฉันถึกงั้นเหรอ ไม่จริงอ่ะ ฉันออกจะเป็ผู้หญิงอ่อนแอบอบบางซะขนาดนี้ ฮึ่ย คิดแล้วมันก็ยิ่งโมโห
ป้าบ
“โอ๊ย”
ฉันเตะสีข้างไอหน้าเหมือนหล่ออีกครั้ง ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอระบายอารมณ์หน่อยเหอะ แต่ฉันว่าวิ่งก่อนดีกว่า ไม่รู้อีตานี่จะแค้นนายเมลล์แล้วลุกมากระทืบฉันแทนรึเปล่า
เพื่อนฉันแต่ละคนก็ดีจริงจริ๊ง พอได้เข้าห้องคอมแล้วก็ไม่สนใจฉันเลยสักคน จะมีใครรู้บ้างมั้ยเนี่ยว่าฉันเกือบโดนกระทืบแล้วนะ
“นี่พวกแก”
พอเดินเข้าห้องคอมมาก็เห็นยัยพวกนั้นยืนสุมหัวกันอยู่ที่โต๊ะของสา อะไรกันนะที่ทำให้แม่พวกนี้ลืมฉันไปได้ทั้งคนเนี่ย
“อุ๊ย หล่ออ่ะ โอ๊ยๆๆๆ น่ารักอ๊ะ!” สาร้องแล้วกรี๊ดกร๊าดใหญ่
“โซคิ้วท์มากเลยค่ะอปป้า” บิวก็เป็ไปด้วยเหรอ
“อูววว ซอกคอ อ่าส์” ยัยแจงบีบเสียงเซ็กซี่
ว่าแล้วฉันก็แทรกตัวเข้าไปดูหน้าจอคอมเครื่องนั้นบ้างแล้วก็ถึงกับอึ้ง
หูยยย นายแบบคนนี้หล่อจริงๆ มิน่าล่ะยัยพวกนี้ถึงได้ซี๊ดซ๊าดกันใหญ่
“แหวะ ดูขนรักแร้ดิ” ยัยรถเมล์พูดขึ้น ทำเอาเสียอารมณ์เลย
“อ้าว ยัยฟีน แกมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย” ยัยแจงหันมาทักฉัน “มาๆๆ มาดูคนหล่อด้วยกัน”
ช่างเหอะ ฉันก็ไม่รู้จะงอนยัยพวกนี้ไปทำไม
“เฮ้ยไอลี ของมันแม่งโคตรยาวเลย ของมึงสู้ไม่ได้แน่”
อยู่ๆ เสียงนายกรีนก็ดังขึ้น ทำให้พวกฉันหันมองหน้ากันทันที
“แม่งมีสองรูด้วย มึงดูดิ” นายมุว่า อะไรอ่ะ ยาวๆ มีรูด้วย O_o
“ยาวๆ ใหญ่ๆ แรงๆ อื้อหือ แม่งทะลวงไส้ได้สบายเลย” นายพีทมันพูดอะไรของมันเนี่ย
“โดนเข้าไปมีจุกอ่ะ”
“อ๊อก อ๊อกกกก” แล้วนี่นายมุทำเสียงอะไรเนี่ย บัดสี!
“นี่ เวลาใช้มึงต้องยัดไอนี่เข้าไปในรูก่อน เพราะของมันใหญ่ มึงดูดิ แม่งสมจริงว่ะ” นายอาร์ตผสมโรง
ฉันว่าไอหื่นสเต็ปเทพมันต้องเปิดเว็บโป๊ดูแน่ๆ เลย
“แกกำลังคิดอย่างที่ฉันคิดรึเปล่า” ยัยแจงเริ่มจุดชนวน
“ฉันกำลังคิดอยู่นะแก” ฉันตอบ “ไอพวกนั้นต้องเปิดเว็บโป๊ชัวร์เลย”
“อาจารย์คะ พวกสเต็ปเทพเปิดเว็บโป๊ค่ะ” ไม่รอช้า ยัยแจงรีบลุกไปดึงอาจารย์ให้เดินมาตรวจโต๊ะคอมของนายพวกนั้นทันที
“อะไรครับ ไม่มีนะครับ มาดูได้เลย” นายเจลีรีบปฏิเสธ
“แหม พวกนายเพิ่งปิดไปล่ะสิ” ฉันเถียง
คราวนี้ฉันไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้เล่นงานพวกนายไปง่ายๆ หรอก
“ไหนอ่ะหลักฐาน มีหลักฐานป่ะล่ะ” นายกรีนทำเสียงท้าทาย
“ก็ที่นายบอกว่าโคตรยาวเลยน่ะมันหมายความว่าไง” สาย้อนถามกลับ
“อะไรของคุณ พวกผมกำลังเปิดดูปืนในเว็บเกมออนไลน์แล้วก็คุยกันว่าไรเฟิลกระบอกนี้มันยาวแล้วมันก็ต้องแรงมาก ปืนไอลีคงสู้ไม่ได้แน่ๆ” นายกรีนแย้ง
“แล้วที่บอกว่ามีสองรูอ่ะ” รถเมล์ถามบ้าง
“ก็เนี่ย ลูกซอง มันมีสองรู แปลกตรงไหนวะ” นายมุตอบพร้อมเกาหัวงงๆ
“แล้วไอที่บอกว่าทะลวงไส้ได้สบายอ่ะ แถมยังบอกมีจ่งมีจุก เสียง...อ๊อก อ๊อก อะไรนั่นอีก”
“ก็ปืนยิ่งใหญ่มันก็ยิ่งแรง เวลายิงก็ทะลวงไส้ได้สบายไง โดนไปมีจุก คำเปรียบเปรยอ่ะรู้จักป่ะ” นายพีทตอบคำถามบิวพร้อมกับเสียงหัวเราะ
“แล้วที่นายว่าต้องยัดอะไรเข้าไปในรูล่ะนายอาร์ต” ฉันถาม
คราวนี้พวกนายดิ้นไม่หลุดแน่!
“พูดถึงปืนใหญ่ อะไร ไม่เคยเห็นเหรอ ปืนใหญ่สมัยโบราณเวลาจะยิงเค้าต้องยัดลูกปืนเข้าไปก่อน แล้วก็แหย่ๆ เฮ้อ พวกเธออ่ะจิตอกุศลคิดไปไหนต่อไหน”
นี่ฉันเพิ่งโดนนายอาร์ตด่าว่าจิตอกุศลใช่มั้ยเนี่ย
“เท่าที่ครูตรวจสอบ พวกนี้ก็แค่เปิดกูเกิ้ลแล้วก็หาดูรูปปืนกับเว็บเกม พวกหนูคงคิดมากไปเองมั้ง”
อาจารย์ยิ้มให้พวกฉันอย่างขำๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะ
ก็ได้! ถือว่าหลักฐานมัดตัวไม่พอ รอดตัวไปนะพวกสเต็ปเทพ
“ว้าย หน้าแตกแย่เลยสเต็ปมารผู้เหี้ยมโหด ฮ่าๆๆ”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“รีบๆ มาเอาคืนนะ ฝากไว้นานเดี๋ยวมันจะเน่า ฮ่าๆๆๆ”
นายเมลล์ะโไล่หลังฉันมา
ฮึ่ม…วันพระไม่ได้มีหนเดียว สักวันฉันต้องเอาคืนนายได้แน่!!!