“เพียงเกิดอะไรขึ้น !”
เสียงน้าอิ่มที่วิ่งตามพลเอกมาเอ่ยถามขึ้นอย่างร้อนใจพร้อมกับเข้ามาโอบกอดหลานสาวของตัวเองไว้
“ผู้ชายคนนั้นเค้าไม่ใช่คนดีค่ะน้าอิ่มเค้าฉวยโอกาสเพียง เพียงไม่อยากแต่งงานค่ะน้าอิ่ม เพียงไม่อยากแต่งงาน ฮือ ๆ ๆน้าอิ่มคะ ช่วยเพียงด้วยนะคะ”
“ไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่งค่ะไม่เป็ไรนะลูก”
น้าอิ่มปลอบโยนหลานสาวด้วยความรักสุดหัวใจพร้อมกับลูบศีรษะเพียงดาวอย่างนุ่มนวล
“ไม่แต่งไม่ได้!!!”
เสียงของพลเอกที่อยู่ด้านหลังน้าอิ่มดังขึ้นทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างหันกลับไปมองต้นเสียงเป็สายตาเดียวกัน
“พ่อให้ผู้ใหญ่ฝั่งคุณชาติชายเตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้วแกจะทำให้พ่ออับอายไม่ได้นะเพียง”
คำพูดของพลเอกดังชัดมากพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้ยินชัดเจนรวมถึงเพียงดาวด้วย
“พ่ออยากจัดงานแต่งงานมากใช่มั้ยคะพ่อไม่อยากเสียหน้าอย่างนั้นสินะ อยากยกเพียงให้คนอื่นมากเลยใช่มั้ยงั้นคุณพ่อก็ต้องเองเลยค่ะ เชิญจัดงานแต่งไปคนเดียวเลย !!!!!”
เพียงดาวตวาดกร้าวก่อนจะจับมือทอฝันไว้แน่นแล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไปยังรถของทอฝันที่จอดอยู่
“ไปค่ะพี่ฝันวิ่งเร็ว !!”
“เดี๋ยวนังลูกตัวดี จะไปไหน”
พลเอกรีบวิ่งตามไปแต่น้าอิ่มก็เข้ามาขวางไว้ซะก่อน
“ไม่ต้องตามไปหรอกค่ะได้ยินชัดแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าเพียงไม่อยากแต่งงาน เพียงรีบหนีไปนะลูก รีบหนีไป !!”
น้าอิ่มเข้ามาช่วยรั้งพลเอกไว้ไม่ให้ตามเพียงดาวและทอฝันไปแต่ในขณะนั้นชาติชายที่อาการเ็ปของเบ้าตาเริ่มจะเบาบางแล้วจึงลุกขึ้นวิ่งตามเพียงดาวและทอฝันไป
“คิดจะหนีเหรอน้องเพียงคิดผิดแล้วละ”
ชาติชายรีบวิ่งตามทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็วในขณะที่เพียงดาวและทอฝันวิ่งไปถึงรถและกำลังสตาร์ทรถเตรียมจะขับออกไป ชาติชายก็เข้าไปขวางหน้ารถเอาไว้ทันที
“แน่จริงก็ชนเลยเอาสิ เอาเลย !!”
ชาติชายขวางหน้ารถไว้และพูดท้าทายแต่คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ทอฝันหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับเหยียบคันเร่งหนักขึ้น
“เอาไงดีคะพี่ฝันเราจะชนเค้าจริง ๆ เหรอคะ เพียงกลัวจังเลย”
“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะคนแบบนี้ดูก็รู้ว่าเก่งแต่ปาก”
ทอฝันหันไปมองหน้าเพียงดาวด้วยสายตาที่มีแต่ความรักและความเป็ห่วง
“จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรเพียงเชื่อใจและไว้ใจพี่นะคะ”
พูดจบคนหลังพวงมาลัยก็เหยียบคันเร่งและใส่เกียร์เดินหน้าทันทีรถของเธอพุ่งทะยานไปข้างหน้า ชาติชายที่เห็นแบบนั้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายเอาจริงหากตนไม่หลบคงจะจบชีวิตตัวเองไว้เพียงแค่วันนี้แน่นอนจึงตัดสินใจเอี้ยวตัวหลบรถไปด้านข้างที่เป็พุ่มไม้และรถของทอฝันก็ขับออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ทอฝันขับรถออกมาจากบ้านของเพียงดาวได้สักพักเธอสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายนั่งเงียบมาตลอดทางมีบาง่ที่ยกมือปาดน้ำตาบนหน้าแต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา
“กลัวเหรอคะ”
ทอฝันหันไปมองหน้าคนที่นั่งอยู่เบาะข้างและเห็นว่าถนนตรงนี้ค่อนข้างโล่งรถไม่เยอะมากจึงใช้มือขวาในการประคองพวงมาลัยไว้มือเดียว ส่วนมือซ้ายก็เอื้อมมาลูบศีรษะเพียงดาวอย่างห่วงใย
“เพียงไม่รู้ว่าต้องทำยังไงหลังจากนี้ไปเพียงไม่เคยออกมาจากบ้านนาน ๆ เลยค่ะ นานสุดก็แค่ออกมาแต่เช้าและกลับบ้านตอนเย็น”
เพียงดาวพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าและแววตาเหม่อลอยที่มองไปยังถนนเบื้องหน้านั้นบ่งบอกความรู้สึกของเธอได้เป็อย่างดี
“ไปตั้งหลักกันก่อนนะ”
“พี่ฝันหมายความว่าไงคะ”
เพียงดาวหันมามองคนข้างๆ ที่สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าใบหน้าเรียบเฉยของอฝันนั้นไม่อาจบอกได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในใจ
“เพียงไม่เคยออกจากบ้านไปไหนนานๆ เลยใช่มั้ยละ บางทีการที่เพียงไม่อยู่ที่นั่นสักพักอาจจะทำให้พ่อของเพียงคิดทบทวนอะไรได้มากขึ้นก็ได้นะคะ”
“คนอย่างพ่อเหรอคะจะคิดอะไรได้ เพียงว่าต่อให้เพียงจะอยู่หรือหายไป ความคิดพ่อก็ไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ”
“มั่นใจได้ยังไงคะยังไม่เคยหายไปไหนเลยนี่นา”
ทอฝันลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูพร้อมกับส่งยิ้มให้ รอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นรอยยิ้มที่มีแต่ความรักในตัวผู้หญิงตรงหน้าอย่างสุดหัวใจ
“แล้วเราจะไปไหนกันคะพี่ฝันเราจะไปอยู่ที่ไหนกัน เราจะทำงานอะไร จะใช้ชีวิตกันยังไง เพียงต้องทำอะไรบ้างคะ”
เพียงดาวรัวคำถามใส่อีกฝ่ายพร้อมกับใบหน้าที่แสดงถึงความกังวลนั้นยิ่งกลับทำให้ทอฝันรู้สึกเอ็นดูเธอมากยิ่งขึ้น
“เราแค่จะไปพักผ่อนพักกาย พักใจกันเท่านั้นเองค่ะ แล้วเราก็จะกลับบ้านกัน”
“พี่ฝันพูดจริงเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วคุณพ่อจะไม่ยิ่งโกรธเพียงหนักกว่าเดิมเหรอคะ”
“ไม่หรอกค่ะเชื่อพี่นะคะคนดี”
ทอฝันละสายตาจากเพียงดาวและหันกลับมาสนใจถนนที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า เธอเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิดเพื่อจะไปยังจุดหมายก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า
รถของทอฝันขับมาจอดยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่บนเขาซึ่งที่นี่เป็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีโฮมสเตย์เปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่้าหลีกหนีความวุ่นวายในตัวเมืองมาพักผ่อนหาความเงียบสงบ นอนฟังเสียงนกและตื่นขึ้นมาสูดอากาศดี ๆ
“ไปกันค่ะพี่จองห้องไว้แล้ว”
ทอฝันดับเครื่องยนต์และเปิดประตูรถลงมาเพียงดาวเดินตามมาติด ๆ และเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าทอฝันมีกระเป๋าเป้หนึ่งใบติดตัวมาด้วย
“พี่ฝันเอาเวลาไหนเก็บเสื้อผ้าคะเนี่ยอย่างกับเตรียมพร้อมไว้เพื่อจะพาเพียงหนียังไงอย่างนั้น”
“พี่เก็บใส่รถไว้หลายวันแล้วค่ะจริง ๆ แล้วพี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้ อยู่ดี ๆ ก็มีความรู้สึกว่าพี่ควรทำแบบนี้”
ทอฝันพูดจบก็เดินเข้าไปยังที่พักและแสดงบัตรประชาชนแก่พนักงานหลังจากนั้นพนักงานต้อนรับจึงนำทั้งสองคนเดินไปยังห้องที่จองไว้
“โหห้องสบายจังเลยค่ะพี่ฝัน เพียงเคยเห็นแต่ในโซเชียลพอมาเห็นด้วยตาตัวเองสวยกว่าในรูปอีกค่ะ”
ความตื่นเต้นของเพียงดาวไม่ต่างจากเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่เธอดูตื่นเต้นกับทุกอย่างที่พบเจอแม้บางอย่างจะเป็เื่เล็ก ๆ น้อย ๆที่แสนจะธรรมดา
“เพียงมาตรงนี้สิคะ”
ทอฝันเอ่ยเรียกอีกฝ่ายให้เดินออกไปตรงระเบียงที่เธอยืนอยู่
“โหพี่ฝัน ตรงนี้บรรยากาศดีจังเลยค่ะ ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว สวยมาก ๆเลยค่ะ”
“แต่พี่ว่าสวยไม่สู้เพียงเลยสักนิด”
ทอฝันเดินมาโอบกอดเพียงดาวจากด้านหลังสองแขนของเธอเกี่ยวเอวบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดกลิ่นหอมของแชมพูบนเส้นผมของเพียงดาวแตะจมูกเข้าอย่างจังทอฝันสูดดมราวกับเป็สิ่งที่โหยหา
“สบายใจขึ้นมั้ยคะ”
ทอฝันเอ่ยถามอีกฝ่ายขณะที่ปลายจมูกค่อยๆ ซุกไซร้ซอกคอขาวอย่างโหยหา
“แค่เพียงมีพี่อยู่ใกล้ๆ เพียงก็สบายใจแล้วค่ะ พี่ฝันเป็ความรัก ความอบอุ่นให้เพียงได้เสมอเลยขอบคุณนะคะ”
เพียงดาวกุมมือของทอฝันที่โอบเอวเธออยู่ไว้แแ่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับค่อย ๆมองดวงอาทิตย์เบื้องหน้าที่กำลังจะลับขอบฟ้าในอีกไม่ช้า
“รู้ตัวรึเปล่าว่าเพียงปากหวาน”
ทอฝันเอ่ยขึ้นหลังจากถอนริมฝีปากจากเพียงดาวตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่มในห้องพักพร้อมกับมอบเพลงรักให้กันและกันอย่างโหยหา
“ไม่รู้หรอกค่ะว่าเพียงปากหวานรึเปล่ารู้แค่ว่าทุกอย่างของเพียง เป็ของพี่ฝันคนเดียวนะคะ”
เพียงดาวเอ่ยพร้อมกับพลิกตัวมาอยู่้าทอฝันที่อยู่ใต้ร่างยิ้มกริ่มจ้องมองใบหน้าของทอฝันรวมถึงหน้าอกสวยได้รูปและทรวดทรงของอีกฝ่ายอย่างพอใจเอวเล็กของเพียงดาวนั้นชวนให้อารมณ์ความ้าของเธอพลุ่งพล่านได้ดีทีเดียว
“ทุกอย่างของเพียงเป็ของพี่และทุกอย่างของพี่ก็เป็ของเพียงนะคะ เราเป็ของกันและกัน”
ทอฝันเอ่ยพร้อมกับใช้สองมือโน้มคอคนบนร่างให้ก้มลงมารับความหวานละมุนจากลิ้นอุ่นๆ ของเธอที่สอดใส่เข้าไปสำรวจโพรงปากอีกฝ่ายอย่างโหยหา แต่ก็แฝงความนุ่มนวลไว้เช่นกัน
“อื้อ”
เพียงดาวเผยอริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อรับอากาศหายใจเพราะอีกฝ่ายจูบเธออย่างดูดดื่มจนแทบหายใจไม่ทัน
“ขยับตัวมา้าอีกสิคะพี่อยากชิมกลีบดอกไม้ของเพียงจนทนไม่ไหวแล้วค่ะ”
เพียงดาวทำตามอย่างว่าง่ายทำให้ตอนนี้กลางกายของเธอนั้นครอบงำริมฝีปากอวบอิ่มของทอฝันไว้และอีกฝ่ายก็โลมเลียกลีบดอกไม้ของเธอทันทีอย่างเร่าร้อน
“อ๊าพี่ฝัน”
ทันทีที่ลิ้นอุ่นๆ สอดใส่เข้าไปในช่องรักของเธอ เพียงดาวก็เสียววูบไปทั้งตัวจนทำให้เผลอขย่มตัวตอบรับลิ้นนั้นอย่างเร่าร้อนยิ่งอีกฝ่ายเร่งจังหวะสอดใส่เร็วเท่าไหร่เพียงดาวก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงในการขย่มรับแรงเท่านั้น
“อ๊าพี่ฝัน เร็วอีกค่ะ”
เธอเผลอออกคำสั่งอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเพราะอารมณ์ความเสียวซ่านของร่างกายเธอตอนนี้พุ่งทะยานสุดขีดและไม่นานนักเพียงดาวก็ถึงจุดหมายพร้อมกับร่างกายที่กระตุกติดต่อกันหลายครั้ง น้ำรักไหลเอ่อเปรอะเปื้อนปากของทอฝันแต่เธอก็ชอบใจและกลืนกินมันหมดสิ้นราวกับโหยหามานาน
เพียงดาวล้มตัวลงนอนข้างๆ ทอฝัน แต่มือข้างหนึ่งของเธอนั้นกำลังเขี่ยเม็ดปทุมของอีกฝ่ายที่แข็งสู้มือ
“อย่าแกล้งพี่สิคะไม่งั้นคืนนี้ไม่ได้นอนนะ”
ทอฝันเอ่ยกับอีกฝ่ายแล้วพลิกตัวมาคร่อมร่างของเพียงดาวไว้
“แล้วใครบอกพี่ฝันว่าคืนนี้เราจะนอนกันล่ะ”
พูดจบทั้งสองก็แลกจูบร้อนแรงกันอย่างหนักหน่วงและบทเพลงรักคืนนั้นก็ดำเนินไปจนเกือบเช้า