พร้อมหน้า 1/2
หนิงอ้ายนั้นเฝ้ารอที่จะถึงวันรุ่งขึ้นเร็วๆเพื่อที่ว่าตนนั้นจะได้ศึกษาบทเวทย์ระดับเซียนโดยตรงกับท่านตาของเขาซึ่งหนิงอ้ายมองว่าเป็สิ่งที่ดีมากเพราะก่อนหน้านั้นตนมักจะศึกษาบทเวทย์ต่างๆด้วยตนเองเเม้ว่าจะโชคดีที่หนิงอ้ายสามารถที่จะเรียนรู้เเละจดจำบทเวทย์ต่างๆได้อย่างง่ายดาย เพียงเเต่ว่าหากมีผู้ที่ใช้บทเวทย์อย่างเชี่ยวชาญนั้นมาสั่งสอนบอกเคล็ดลับเล็กน้อยในการร่ายบทเวทย์ก็จะทำให้ทุกอย่างนั้นง่ายดายกว่าเดิมหลายเท่า
อีกทั้งถึงเเม้ว่าบทเวทย์ที่นำมาใช้นั้นจะเป็บทเดียวกันเเต่ว่าผลลัพธ์ของบทเวทย์นั้นเเตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับประสบการ์ณระดับพลังิญญารวมไปถึงวิธีการร่ายบทเวทย์ที่มีความเฉพาะที่มีความโดดเด่นไม่มีใครสามารถลอกเลียนเเบบได้ อีกทั้งลู่ซีนั้นในตอนนี้ได้ขึ้นชื่อว่าตนนั้นเป็คุณชายใหญ่ของตระกูลหวังเป็หลานบุญธรรมของท่านประมุขตระกูลตอนนี้สามารถเรียนบทเวทย์เคล็ดวิชาตระกูลหวังเพื่อเสริมการใข้พลังธาตุอื่นๆเพื่อเพิ่มความเเข็งเเกร่งได้อีกด้วย
หลังจากที่ทานสำรับเย็นในการฉลองค่ำคืนที่ผ่านมานั้นทั้งลู่ซีเเละหนิงอ้ายต่างถูกพาไปพักยังเรือนรับรองของตระกูลหวังที่อยู่ทางเรือนปีกซ้ายมือของเรือนหลักซึ่งทั้งสองได้พักในห้องที่ติดกัน ต้องบอกว่าลู่ซีนั้นในตอนนี้จะขึ้นชื่อได้ว่าเป็บุตรบุญธรรมของท่านเเม่เยว่ซินที่มีศักดิ์เป็พี่ชายของหนิงอ้ายเเต่ตัวคนนั้นไม่เคยลืมตัวตนว่ามาจากที่ใด ดังนั้นลู่ซีมักจะเข้าจัดเตรียมของเล็กๆน้อยๆให้เเก่หนิงอ้ายเสมอเเต่สำหรับงานหนักอื่นๆก็จะสั่งการให้บ่าวเข้ามาทำให้ตามปกติ
''ลู่ซีเกอข้าตื่นเต้นที่จะได้เรียนบทเวทย์กับท่านตาขอรับ...อยากให้ถึงวันรุ่งขึ้นเร็วๆ''หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นมา
''เกอก็ตื่นเต้นเหมือนกันท่านตาหวังจิ่งหลงนั้นขึ้นเป็ประมุขตระกูลหวังตั้งเเต่อายุยังน้อยเเต่สามารถจัดการทุกสิ่งอย่างได้สมบูรณ์อีกทั้งยังใช้เวลาพิสูจน์ตนว่าเหมาะสมกับตำเเหน่งประมุขตระกูลหวังในเวลาไม่ถึงห้าปีเท่านั้นซึ่งย่อมหมายความว่าท่านตาเป็ผู้ที่เชี่ยวชาญการใช้บทเวทย์ที่เเข็งเเกร่งอย่างเเน่นอน''ลู่ซีเอ่ยตอบไปด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเคารพเเละนับถือ
''นี่คงเป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ตระกูลหวังนั้นยังคงยืนหยัดเป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเเคว้นเต่าดำมาอย่างยาวนานสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่นนั้นเอง''หนิงอ้ายนั้นพอที่จะเข้าใจมากขึ้นเเล้วด้วยตนนั้นคาดเดาได้ว่าท่านตาของเขานั้นเป็บุคคลประเภทคมในฝักนั่นเอง
''ถึงเเม้ว่าท่านยายเหมยฮวาจะไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงของเเคว้นท่านเกิดจากครอบครัวขุนนางน้ำดีสกุลหนึ่งที่เคยถูกโจรป่าปล้นในป่าระหว่างทางกลับจากการไปวัดเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บิดามารดาเเละน้องชายเพียงคนเดียวของท่านเหมยฮวานั้นต่างได้ตายตกไปสิ้นเหลือนางเพียงคนเดียวในตระกูล"
"เเม้ว่าท่านจะเป็สตรีเเต่ความสามารถในการจัดการทั้งงานในจวนเเละกิจการของตระกูลนั้นสามารถทำได้ดีอย่างยิ่งเมื่อครั้นท่านนั้นได้ตกลงปลงใจตบเเต่งเข้าตระกูลหวังสายหลักในตอนนั้นนางจะโดนคัดค้านจากผู้าุโของตระกูลหวังเป็อย่างมากด้วยเพราะท่านไม่ได้มีตระกูลใหญ่คอยหนุนหลังอีกทั้งเป็ตระกูลรองของเเคว้นเสียด้วยซ้ำเเต่สุดท้ายท่านตาเเละท่านยายต่างคอยจับมือกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆจนมีวันนี้ได้...''ลู่ซีนั้นเอ่ยให้หนิงอ้ายได้ฟังคร่าวๆด้วยความภาคภูมิใจ
''ข้ารู้สึกว่าตอนนี้นั้นเหมือนกับเจียวซิ่นได้ทำการเลื่อนระดับได้สำเร็จเเล้วอีกทั้งตอนนี้ยังมีร่างของนักฆ่าที่ลอบสังหารพวกเราขณะที่จะกลับตระกูลหวังข้าจะเรียกเจียวซิ่นออกมาให้จัดการพวกมันดีกว่าเพราะว่าบรรดาศพของนักฆ่าเ่าั้ต่างล้วนมีระดับพลังิญญาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว...''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาพร้อมเรียกเจียวซิ่นจากมิติจิตของตน
พรึบ!
ภาพที่ปรากฏที่ตรงหน้าของหนิงอ้ายเเละลู่ซีนั้นเป็สัตว์อสูรที่มีความสูงราวๆเกือบสองเมตร ซึ่งหนิงอ้ายนั้นรับรู้ได้ว่าร่างจริงของเจียวซิ่นนั้นคงจะใหญ่โตกว่าที่เห็นกว่าร่างจำเเลงนี้หลายเท่านักในตอนนี้เจียวซิ่นเป็สัตว์อสูรมายาระดับกลางเเล้ว ซึ่งนับว่าเป็การเพิ่มพลังิญญาอย่างก้าวะโหลายเท่าเเต่ก็สามารถเข้าใจได้เช่นกัน เพราะโดยปกติทั่วไปนั้นสัตว์อสูรต่างๆในพันธะนอกจากที่จะดูดซับพลังิญญาของผู้ฝึกตนผู้ซึ่งเป็เ้าของพันธะเเล้วยังสามารถเลื่อนระดับโดยการดูดซับพลังธาตุตามสังกัดของตนเเต่กับเจียวซิ่นนั้นกลับมีความพิเศษต่างออกไป...
หนิงอ้ายพึ่งมารู้ในเร็วๆนี้ว่าเจียวซิ่นนั้นเป็อสูรพฤกษาที่มีการผ่าเหล่าออกมาจึงทำให้มีความเเตกต่างจากสัตว์อสูรสังกัดพลังพฤกษาอื่นๆ ด้วยเจียวซิ่นนั้นสามารถดูดซับพลังิญญาจากซากของสัตว์อสูรได้โดยตรงซึ่งวิธีนี้จะเป็การดูดซับพลังได้อย่างดีที่สุดอีกทั้งยังสามารถดูดซับพลังิญญาจากร่างศพของผู้ฝึกตนเช่นกัน
โดยเฉพาะร่างศพของผู้ฝึกตนที่เจียวซิ่นนั้นได้มีการดูดซับพลังิญญาไปย่อมเป็เหมือนกับการสร้างทางลัดของการยกระดับพลังิญญาไม่น้อยเพราะเท่าที่หนิงอ้ายนั้นรู้ก็คือว่าสัตว์อสูรจะไม่สามารถดูดซับพลังิญญาได้โดยตรงจากซากของสัตว์อสูรหรือร่างศพของผู้ฝึกตนได้เเต่ทำได้เพียงดูดซับผลึกปราณธาตุต่างๆนั่นเอง
เจียวซิ่นนั้นหลังจากที่ยกระดับพลังิญญาเป็สัตว์อสูรมายาระดับกลางเเล้วนั้นภาพลักษณ์ภายนอกตอนนี้ปรากฏเป็อสูรพฤกษาที่คล้ายกับต้นไม้ไร้ใบสีเขียวแดงที่มีขนาดใหญ่สูงประมาณราวสองเมตร บริเวณโดยรอบของส่วนที่คล้ายกับขาลงไปถึงเท้ายืนต้นนั้นจะปรากฏเป็ลักษณะก้านที่มีดอกไม้สีเเดงทองสองสามดอกชูช่อดูงดงามเเต่แฝงด้วยอันตรายที่ไม่สามารถคาดเดาได้
สำหรับส่วนที่คล้ายกับเป็เเขนทั้งสองนั้นมีลักษณะคล้ายกับกิ่งก้านไร้ซึ่งใบใดใด ซึ่งทั่วทั้งลำต้นยกเว้นดอกไม้นั้นเป็สีเขียวที่มีลวดลายสีทองสลับงดงามเเปลกตา ซึ่งภายนอกดูเหมือนว่าจะเป็เพียงสัตว์อสูรพฤกษาทั่วไปเท่านั้น เเต่ความจริงเเล้วอสูรพฤกษาที่มีการผ่าเหล่านี้เป็ต้นไม้ที่กินสัตว์เเละเเมลงหรือสิ่งมีชีวิตได้ดังนั้นภาพลักษณ์ที่ดูสวยงามแปลกตาราวกับไม่มีพิษสงใดใดนั้นย่อมที่จะไม่ใช่เช่นนั้นอย่างเเน่นอน
''เป็อย่างไรบ้างเจียวซิ่นข้าดีใจด้วยนะที่เ้าสามารถเป็สัตว์อสูรมายาระดับกลางเเล้วเ้าเก่งมาก...''หนิงอ้ายกล่าวชมขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือลูบไปยังบริเวณคล้ายส่วนหัวของอีกฝ่าย
''เ้าใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้นเเต่สามารถยกเลื่อนขึ้นมาอย่างก้าวะโ...ข้ายังจำวันเเรกที่ได้พบเจอเ้าอยู่เลยเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก''ลู่ซีเอ่ยขึ้นเช่นกัน
เจียวซิ่นนั้นมีถ้อยคำที่อยากจะพูดกับหนิงอ้ายไม่น้อยเเต่ด้วยเพราะตอนนี้มันยังพูดภาษาไม่ได้มากนักมันจึงเลือกพูดคุยกับหนิงอ้ายผ่านมิติจิตเเทน
''ข้าเจียวซิ่น...ขอบคุณนายท่านหนิงอ้ายขอรับหากในวันนั้นท่านไม่ได้ซื้อข้ามาย่อมไม่มีข้าเช่นในวันนี้ขอรับ''เจียวซิ่นเอ่ยขึ้นมาในห้วงจิตให้หนิงอ้ายได้รับรู้
''ข้าเคยให้สัญญากับเ้าไว้ว่าหากเ้ายอมไปกับข้าเพื่อเป็สัตว์อสูรเเละผูกพันธะต่อกันเเม้ต่อให้เ้าจะไม่สามารถเพิ่มระดับพลังิญญาได้ข้าก้ไม่เคยที่จะเสียใจที่ซื้อเ้าในวันนั้นอย่างเเน่นอน''หนิงอ้ายเอ่ยตอบไป
''ในตอนนี้ข้าเป็สัตว์อสูรมายาระดับกลางเเล้วต่อไปนี้ข้าจะรับใช้ท่านให้ดีที่สุด...''เจียวซิ่นเอ่ยกลับออกมาด้วยความภักดีเเก่นายของตน
''เ้าอย่าคิดเเต่จะรับใช้ข้าสิข้าเคยบอกไปเเล้วว่าเ้านั้นเป็ดังสหาย...ดังนั้นเราต่างต้องคอยช่วยเหลือกันไม่ใช่รึ'' หนิงอ้ายเอ่ยตอบไปย้ำอีกครั้ง
''ข้าไม่กล้ายกตนเป็สหายกับท่านหนิงอ้ายได้หรอกขอรับ...ข้าสัญญาว่าจะทำตามคำสั่งที่ท่านบอกข้าทุกอย่างเเละจะคอยเคียงข้างท่านตลอดไป''เจียวซิ่นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
''เฮ้อ...เเล้วเเต่เ้าละกันเเต่ข้ายืนยันว่าเ้านั้นย่อมเป็สหายของข้าหาใช่เป็เเค่อสูรรับใช้เท่านั้น..."หนิงอ้ายตอบไปตามที่ตนคิดจริงๆ
''เเล้วเช่นนี้เจียวซิ่นสามารถพูดจาสื่อสารได้หรือยัง...''ลู่ซีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
''งึม งัม งึม งัม'' เจียวซิ่นตอบไปเเต่เสียงที่ออกมานั้นไม่ได้ฟังเข้าใจเหมือนกับตอนนี่ตนคุยกับหนิงอ้ายในมิติจิต
''ในตอนนี้เจียวซิ่นพึ่งเลื่อนเป็สัตว์อสูรระดับเซียนยังไม่สามารถพูดจาตอบโต้กับพวกเราข้างนอกได้เอาเป็ว่าในทุกๆวันข้าจะสอนเ้าพูดภาษานะ''หนิงอ้ายเอ่ยด้วยความเต็มใจ
''งึม งัม งึม งัม'' เจียวซิ่นตอบกลับไปแม้ลู่ซีนั้นที่ฟังอยู่จะฟังดูเเล้วไม่เข้าใจก็ตาม
''ฮ่าฮ่าฮ่า...อย่าพึ่งน้อยใจเลยเจียวซิ่นไว้ใจข้าหนิงอ้ายคนนี้ได้เลย...เอาละตอนนี้ข้ามีของขวัญให้คนเก่งเช่นเ้าด้วยนะ''หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมี่เเฝงด้วยความเ้าเล่ห์ไม่น้อย
วูบ!
พรึบ! พรึบ!
ทันใดนั้นด้านหน้าของเจียวซิ่นปรากฏเป็ร่างศพของนักฆ่าราวสิบคน เจียวซิ่นเห็นเป็เข่นนั้นก็ไม่สามารถระงับความยินดีได้ไม่น้อยต้องบอกว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของความสำเร็จของการเลื่อนระดับในครั้งนี้ย่อมเป็ร่างศพของนักฆ่าเมื่อครั้งก่อน
เเต่ครั้งนี้นั้นมีจำนวนกว่ากว่าเดิมอีกเป็เท่าตัว ดังนั้นมันสามารถที่จะดูดซับพลังิญญาจากร่างพวกนี้เพื่อเพิ่มความเเข็งเเกร่งของตน เเม้ว่าตอนนี้นั้นมันเป็สัตว์อสูรมายาระดับกลางเเล้วเเละการเลื่อนในระดับขั้นต่อไปถือว่าหลังจากนี้นั้นคงใช้เวลาอีกไม่น้อย เเต่ถึงอย่างนั้นมันจะไม่ยอมท้ออย่างเเน่นอนเจียวซิ่นยังจำความรู้สึกในครั้งนั้นตอนที่มันถูกจับมาขังไว้ที่หอประมูลพยัคฆ์รัตติกาลได้ ความจริงเเล้วในวันรุ่งขึ้นมันจะต้องถูกส่งไปชำเเหละชิ้นส่วนเพื่อขายต่อไปเเต่กลายเป็ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งอายุเพียงไม่กี่ปีกลับเลือกซื้อมันออกมา
เเม้ตอนเเรกนั้นมันจะกังวลใจไม่น้อยเพราะเคยได้ยินมาเช่นกันว่าสัตว์อสูรที่ไม่มีค่านั้นมักจะถูกจับให้เป็ของเล่นระบายอารมณ์ให้กับพวกคุณชายของตระกูลต่างๆ เเต่มันกลับโชคดีมากกว่าที่คิดไว้เสียด้วยซ้ำหนิงอ้ายนั้นนับว่าเป็บุคคลที่เเปลกประหลาดอย่างยิ่งไม่มีความถือว่าตนนั้นเป็คุณชายไร้ซึ่งความยิ่งผยองเเต่ตัวคนนั้นกลับใจดีมาก
เเต่ในบางครั้งก็ทำตนราวกับเป็ผู้ใหญ่ที่ผ่านเื่ราวในชีวิตมาอย่างมากมายเเต่สิ่งที่มันนั้นััได้คือทุกการกระทำที่หนิงอ้ายนั้นทำคือมาจากจิตใจที่ดีงามนั่นเองอีกทั้งยังเป็คนที่รักษาสัจจะเเละรักพวกพ้องเป็อย่างมากอ่อนโยนเเต่ไม่อ่อนเเอคำนี้สามารถบอกถึงตัวตนของหนิงอ้ายได้ดีที่สุดเเม้ว่ามันจะถูกมองว่าเป็สหายเเต่อย่างไรมันไม่กล้าขนาดนั้นเพราะหนิงอ้ายเป็ดั่งผู้มีพระคุณเเละมันตั้งใจว่าตนนั้นจะเพิ่มระดับพลังิญญาให้ได้มากที่สุดเเละต้องเเข็งเเก่งมากกว่านี้จึงจะสามารถดูเเลหนิงอ้ายนายของมันได้นั่นเอง
จากนั้นเจียวซิ่นไม่รีรอที่จะจัดการกับรางวัลที่อยู่ด้านหน้าของตนทันใดนั้นบริเวณโดยรอบตัวของมันปรากฏเป็ระยางค์ของกับดักบุปผามรณะที่ยาวยืดไปจับร่างศพเ่าั้ส่วนที่คล้ายกับกลีบดอกไม้ส่วนปากที่เต็มไปด้วยฟันที่เเหลมคมนั้นต่างกัดกินร่างศพตรงหน้าอย่างรวดเร็วไม่เหลือเเม้กระทั่งหยดเืให้ตกลงพื้น เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นมันจึงขอหนิงอ้ายกลับเข้าสู่มิติจิตเพื่อทำการปรับระดับพลังิญญาเนื่องจากว่าร่างศพเ่าั้มีระดับพลังิญญาที่ค่อนข้างสูงดังนั้นมันต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลพลังิญญาในครั้งนี้ไม่น้อย
''ต่อให้จะเห็นมาก่อนหน้าข้าไม่เคยชินเสียทีช่างเป็ความงดงามที่อันตรายยิ่งนัก...''ลู่ซีเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เจียวซิ่นหายไปในมิติจิตของหนิงอ้ายซึ่งเขานั้นพยักหน้าตอบกลับสิ่งที่ลู่ซีเอ่ยขึ้นเพราะตนนั้นเข้าใจลู่ซีไม่น้อยเพราะว่าท่าทางการกินของเจียวซิ่นนั้นช่างน่าประทับใจจริงๆ
หลังจากนั้นหนิงอ้ายเเละลู่ซีจึงตกลงกันว่าถึงเวลาต้องเเยกไปพักผ่อนได้เเล้วเพราะว่าวันนี้นั้นพวกเขาใช้เวลาเดินทางมาเกือบทั้งวันโดยเฉพาะกับหนิงอ้ายที่มีการต่อสู้กับนักฆ่าก่อนหน้านี้จึงมีความเมื่อยล้าไม่น้อยดังนั้นลู่ซีจึงไล่ให้หนิงอ้ายเข้านอนพักผ่อนพร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะมาปลุกเพราะต้องทานสำรับเช้ากันพร้อมหน้าเเละยังต้องเรียนรู้บทเวทย์จากท่านตาอีกเมื่อคิดได้เช่นนี้เเล้วลู่ซียิ่งอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ ยิ่งนัก
..............................
นี่ถือว่าเป็ครั้งเเรกที่หนิงอ้ายนั้นได้มายังตระกูลหวังในเเคว้นเต่าดำที่เป็ครอบครัวทางฝั่งมารดาของตนซึ่งตัวหนิงอ้ายคนเดิมนั้นก็ยังไม่เคณยมาเยือนเลยสักครั้งและแม้ว่าจะเกิดความรู้สึกไม่คุ้นชินเล็กน้อยในคราเเรกเพียงใดแต่ข้างในใจนั้นกลับััได้ถึงความสงบรู้สึกปลอดภัยราวกลับว่าอยู่ในอ้อมกอดที่เเข็งเเกร่งเเละอบอุ่นอยู่ในใจ
แต่ถึงจะรู้สึกเช่นนั้นหนิงอ้ายยังคงใช้บทเวทย์เนตรเเห่ง์อยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีความระมัดระวังเรียกได้ว่าเป็การตอบสนองตามสัญชาติญาณอาชีพนักฆ่าของตนในโลกเดิมนั่นเองถึงอย่างไรเเล้วด้วยความที่ระหว่างการเดินทางจากเเคว้นหงส์เเดงมายังเเคว้นเต่าดำนั้นจะมีเส้นทางที่นับได้ว่าไม่ลำบากสักเท่าไหร่นักเเต่ก็ทำให้ตัวคนที่ไม่เคยนั่งรถม้ามาก่อนพลันรู้สึกเมื่อยล้าทั้งตัวไปไม่น้อยเลยทีเดียว
อีกทั้งระหว่างการเดินทางได้มีกลุ่มนักฆ่ารับจ้างมาดักรอคณะการเดินทางของตนโดยหวังถึงชีวิตของเขาเเละคนบนรถม้าถึงเเม้จะไม่เกิดการต่อสู้ด้วยความรุนเเรงเหตุเพราะว่าหนิงอ้ายเลือกที่จะทดลองใช้พิษของตนอีกทั้งเพื่อที่จะให้การเดินทางไม่ล่าช้ายืดเยื้อไปมากกว่านี้เเต่ถึงอย่างไรก็ตามร่างกายที่ไม่คุ้นชินก็ทำเอาเขาเสียพลังปราณไปไม่น้อยยังดีที่หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นขณะที่นั่งรถม้าเดินทางมุ่งตรงมายังเเคว้นเต่าดำหนิงอ้ายทำการดูดซับพลังปราณฟ้าดินเข้าไปจึงพอช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวนี้ได้
หลังจากในคืนที่ผ่านมาหนิงอ้ายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เเล้วจึงตื่นขึ้นด้วยความกระปี้กระเปร่าไม่มีร่องรอยความเมื่อยล้าจากการเดินทางเมื่อวานปรากฏให้เห็น หลังจากที่จัดการล้างหน้าเเปรงฟันเสร็จแล้วตัวเขาจึงออกกำลังฝึกฝนวรยุทธตามความคุ้นชินตั้งเเต่ยามอยู่เรือนเล็กท้ายจวนตระกูลจางเเม้ว่าในยามปกตินั้นเขาจะวิ่งรอบจวนสักสิบรอบเสียก่อนจึงจะฝึกฝนวรยุทธการต่อสู้ต่างๆ
สำหรับเช้าของวันนี้ท่านตาหวังจิ่งหลงจะทำการสั่งสอนอีกทั้งถ่ายทอดบทเวทย์ที่เป็เคล็ดวิชาลับของตระกูลหวังให้เเก่เขาเเละลู่ซีที่ในตอนนี้นั้นพวกเขาทั้งสองได้ขึ้นชื่อว่าเป็ลูกหลานของตระกูลหวังสายหลักของเเคว้นเต่าดำเเล้วเหลือเพียงกระทำให้ถูกต้องตามประเพณีที่ศาลบรรพชนอันเป็สถานที่ต้องข้ามที่จะต้องมีวาระสำคัญเท่านั้นจึงจะมีการจัดทำพิธีที่ศาลบรรพชนดังกล่าวได้...