“หยุดนะ…เ้าโจรชั่วปล่อยพี่สาวของอาเหอมานะ” พูดจบอาเหอก็กระชับไม้ในมือวิ่งเข้าไปทุบตีมู่เฟยชิงเพราะเข้าใจว่ามู่เฟยชิงนั้นจะเข้ามาทำร้ายพี่สาว
“โอ๊ยยย!! เ้าหยุดตีข้าเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่…ข้าจะตีเ้าให้ตายเ้าโจรชั่ว เ้าจะมาลักพาตัวพี่สาวไปใช่หรือไม่”
“เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้น” มู่เฟยชิวิ่งหลบหลีกเด็กน้อยที่ใช้ไม้ไล่ทุบตีเขาแต่ปากก็ยังพูดจาไม่หยุด มู่หลันฮวาเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะขำไม่ได้นานเท่าไหร่แล้วนะที่นางไม่ได้เห็นมุมนี้ของพี่ใหญ่
“อาเหอ เ้าหยุดก่อน”
“ทำไมหรือขอรับพี่สาว” อาเหอเอียงคอถามด้วยความสงสัย
“เขาไม่ใช่โจรหรอกนะอาเหอชายผู้นี้คือพี่ใหญ่เป็……พะ…..พี่ชายของพี่สาวเอง” นางเอ่ยออกมาน้ำเสียงที่ตะกุกตะกักด้วยความกังวล มู่เฟยชิงที่เห็นอาการของน้องสาวก็เข้าได้ในทันทีว่านางกำลังกังวลเพราะเหตุใด หากเป็เื่นั้นเขาเองก็ได้รับรู้มาั้แ่่แรกๆแล้วน้องสาวเปลี่ยนไปขนาดนั้นเหตุใดเขาถึงจะไม่สังเกตุเห็น น้องสาวคนเก่านั้นเป็คนไม่ชอบกินเนื้อตุ๋น แต่หันกลับมามองนางสิกลับชอบเนื้อตุ๋นยิ่งกว่าสิ่งใดไหนจะเื่คำพูดทั้งกิริยามารยาทการกระทำที่ผ่านมานั้นได้ทำให้เขารับรู้ได้ตั้งนานแล้วนางไม่ใช่มู่หลันฮวาน้องสาวคนเก่าของเขา ยิ่งได้ยืนยันจากปากของท่านพ่อและท่านแม่แล้วเขาก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปอีก แต่ถึงอย่างไรไม่ว่านางจะเป็ใครเข้ามาอยู่ในร่างของมู่หลันฮวาเขาก็ได้รักและเอ็นดูน้องสาวคนนี้ยิ่งนักยังไงนางก็คือคนในครอบครัวและเป็น้องสาวของเขาไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเห็นสีหน้าที่ยุ่งยากใจของน้องสาวมู่เฟยชิงก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งเป็การเอาคืนนิดๆหน่อยๆจากเขาพร้อมทั้งทำเสียงเข้มและสีหน้าราบเรียบเ็าใส่
“เ้ากำลังกังวลสิ่งใดอยู่มู่หลันฮวาหรือว่าเ้ามีสิ่งใดปิดบังไว้อยู่”
“อะ…เอ่อ…เอ่อ…คะ…คือว่า”
“ใยเ้าต้องพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเช่นนั้นเล่า หึหึหึ” นางจะบอกและอธิบายให้พี่ใหญ่ฟังยังไงดี ด้านมู่เฟยชิงที่เห็นว่าน้องสาวมีอาการเลิ่กลั่กก็ได้กระตุกยิ้มมุมปากไม่นานก็หายไปทันที
“คะ…คือ”
“เ้าจะคิดอีกนานไหม…หืม”
“หากข้าบอกสิ่งนี้ออกไปท่านจะโกรธเกลียดข้าหรือไม่จะรักและยังเห็นว่าข้าเป็คนในครอบครัวอยู่อีกไหม” ความรู้สึกผิดเสียใจหวาดกลัวและการสูญเสียในครั้งนั้นเริ่มค่อยๆกลับมาหานางอีกครั้ง ร่างกายเริ่มสั่นระรัวดั่งลูกนก น้ำตาไหลพราก มู่เฟยชิงที่เห็นอาการหวาดกลัวกับน้ำตาที่ไหลออกมามากมายของน้องสาวก็ใจึงได้เข้าไปโอบกอดนางทันที ตลอดเวลาที่เขาไม่ได้อยู่ด้วยน้องสาวเขาไปเจอกับอะไรมากันแน่ถึงได้มีอาการเป็เช่นนี้ทำเอามู่เฟยชิงแกล้งนางไม่ลงกันเลยทีเดียว จึงทำได้แค่ลูบหัวไปมา
“นี่…นี่…พวกท่านหลงลืมข้าไปแล้วหรือขอรับ” อาเหอพูดออกมาด้วยความงุนงงปนสงสัย
“นั่นสิอาเหอ อะ…เอ่อ เชิญท่านเข้ามานั่งในบ้านก่อน เดี๋ยวข้าไปยกน้ำชามาให้นะเ้าคะ”
“หลันเอ๋อร์ใยเ้าไม่เรียกพี่ว่าพี่ใหญ่”
“ข้าไม่กล้าหรอกเ้าค่ะ”
“ทำไมหลันเอ๋อร์หรือเพราะเ้ากังวลเกี่ยวกับเื่นั้นเมื่อหลายปีก่อน” นางได้แต่ใจนหน้าซีดเมื่อมู่เฟยชิงพูดออกมา นางจึงได้หันไปพูดกับอาเหอทันที
“อาเหอ”
“ขอรับพี่สาว”
“อะ…พี่สาวยกขนมจานนี้ให้เ้ากิน เ้าออกไปเล่นด้านนอกก่อนนะพี่สาวมีเื่สำคัญต้องพูดคุยกับพี่ชาย”
“ขอรับ” อาเหอที่เดินออกไปแล้วไม่วายเหลียวหลังกลับมาพูดกับพี่สาวอีกครั้งก่อนจะเดินหายออกไป “พี่สาวหากพี่ชายท่านนี้จะตีท่าน พี่สาวต้องร้องเสียงดังๆนะขอรับข้าจะรีบเข้ามาช่วยพี่สาวทันที” หลังจากที่อาเหอได้ออกไปได้ไม่นานนางก็ได้ทำการร่ายเวทอักขระม่านเก็บเสียงทันทีเพื่อความปลอดภัยจากนั้นนางจึงได้เอ่ยบอกความจริงแก่มู่เฟยชิงทุกอย่างไม่ว่าจะเป็เื่ที่นางไม่ใช่น้องสาวของเขาแต่เป็คนอื่นที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทนจวบจนไปถึงเื่ของท่านแม่ทุกอย่างเป็เพราะนางที่ทำให้ท่านแม่ต้องตายทำให้ท่านพ่อต้องทุกข์ใจ นางจึงไม่กล้าที่จะอยู่สู้หน้าทุกคน นางรู้สึกผิดและละอายใจทุกครั้งยามที่มองหน้าท่านพ่อ นางไม่อาจทำใจได้ในเื่ของท่านทุกครั้งที่อยู่ในจวนนางก็จะเห็นแต่ภาพของท่านแม่
“เรียกพี่ว่าพี่ใหญ่เหมือนเดิมเถอะนะหลันเอ๋อร์”
“ตะ…แต่ว่า”
“หลันเอ๋อร์เ้าฟังพี่พูดให้ดีๆนะเื่ที่เ้าไม่ใช่หลันเอ๋อร์นั้นพวกเรารู้กันตั้งนานแล้วที่ไม่พูดออกมาเพราะเกรงว่าจะทำให้เ้าไม่สบายใจและคิดมาก ท่านพ่อเองก็รอเ้ากลับไปอยู่ทุกวันหลังจากที่เ้าหนีออกมาแต่เ้าไม่ต้องเป็ห่วงเื่ของท่านพ่อ ตอนนี้ท่านพ่อสบายดีก่อนที่พี่จะออกเดินทางตามหาเ้าพี่ได้แวะกลับไปยังจวนตระกูลมู่เพื่อพูดคุยบางอย่างที่สำคัญแก่ท่านพ่อ ถึงตอนนี้ไม่ว่าเ้าจะเป็ใครมาจากที่ไหนพวกเราก็จะยังรักและเอ็นดูเ้าดั่งคนในครอบครัวแล้วเ้าเองก็ยังคงเป็น้องสาวที่พี่รักที่สุด ส่วนเื่ของท่านแม่นั้นเ้าไม่ต้องคิดมากและโทษว่าเป็ความผิดของเ้า” เมื่อได้ฟังสิ่งที่พี่ใหญ่พูดออกมาแม้นางจะพยายามฝืนกลั้นไว้มากแค่ไหนน้ำตาก็พลันไหลลงมาจดบดบังม่านตาทำให้นางมองภาพตรงหน้าได้ไม่ชัดเจนนักแต่สิ่งหนึ่งที่นางััได้นั้นคือความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพี่ชาย
“พี่ใหญ่ข้าขอโทษ ฮือ…ฮือ…ฮือ ข้าขอโทษ” บัดนี้ใบหน้าที่งดงามได้เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
“หลันเอ๋อร์พี่ต้องพาเ้าเดินทางไปยังที่ที่นึงก่อนเพื่อพบเจอใครบางคน”
“เมื่อไหร่เ้าค่ะ”
“อีกสามสี่วันเราต้องออกเดินทาง”
“เ้าค่ะ” แต่ถ้าหากนางไปแล้วอาเหอจะอยู่กับผู้ใดเขาอายุแค่แปดปีจะทิ้งให้อยู่เพียงลำพังได้ยังไง นางยังจำภาพที่อาเหอวิ่งเข้ามากอดนางแล้วร้องไห้ได้ดีเด็กน้อยที่ร้องไห้เพียงแค่คิดว่านางจะทิ้งให้อยู่คนเดียว
“พี่ใหญ่ ข้าพาอาเหอไปด้วยนะเ้าคะข้าไม่อยากทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียว”
“อืม เอาเถอะพี่ตามใจเ้าหลันเอ๋อร์” เมื่อได้พูดคุยและปรับความเข้าใจทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนางก็คลายม่านอักขระลงทันที
“นี่ก็ตกเย็นมากแล้วพี่ใหญ่ท่านรีบไปอาบน้ำอาบท่าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะไปทำอาหารไว้รอ”
“อืม ขอบใจเ้ามากหลันเอ๋อร์” หลังจากที่มู่เฟยชิงเดินออกไปแล้วนางก็หันหลังกลับเดินออกไปทำอาหารใช้เวลาเพียงไม่นานอาหารทั้งหมดก็ถูกจัดตั้งไว้อย่างดีทั้งยังส่งกลิ่นหอมไปทั่ว อาเหอที่ได้กลิ่นหอมของอาหารก็ได้วิ่งเข้ามาทันที
“หอม…หอมจริงๆเลยขอรับพี่สาว”
“หอมอย่างเดียวแล้วเ้าไม่หิวอย่างนั้นหรือ”
“ก็ต้องหิวสิขอรับไม่เชื่อท่านลองฟังเสียงท้องของข้าสิ”
โครกกกก!!
อุ๊ป!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“พี่สาวคนนี้เชื่อแล้วว่าเ้าหิวจริงๆอาเหอ” อาเหอได้แต้ก้มหน้าลงอย่างอายๆ
“มีเื่อะไรอย่างนั้นหรือหลันเอ๋อร์ถึงได้หัวเราะเสียงดังขนาดนี้”
“ไม่มีอะไรหรอกเ้าค่ะ ข้าว่าพวกเรารีบกินข้าวเถอะประเดี๋ยวกับข้าวจะเย็นจืดชืดไม่อร่อยเสียก่อน”
“อืม / ขอรับ”
อีกด้านตระกูลมู่
มีบางคนกำลังอารมณ์ครุกกรุ่นเข่นเขี้ยวคาดโทษอยู่ในใจ
“รอข้าก่อนเถอะน้องหญิง ข้าจะลงโทษเ้าซะให้เข็ดหลาบไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยโทษฐานที่ทำให้ข้าเสียใจอยู่นานนับปี”