บทที่ 12
“นั่นมันอาร์ทนี่... ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่กับผู้ช่วยปาร์คได้นะ..” แอมเอ่ยบ่นออกมา ที่บอกว่าไม่ว่างหรือเขาจะมีนัดกับผู้ช่วยปาร์คแล้วอย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมเด็กเดินส่งเอกสารถึงดูท่าทีสนิทกับผู้ช่วยปาร์คคนนั้นได้ล่ะ หรือว่า..อาร์ทนายคือ... เธอคิดอยู่ภายในใจกับคำถามมากมาย แต่น้ำทิพย์ก็ได้พูดออกมาก่อนที่เธอจะจินตนาการไปมากกว่านี้“นั่นมันคนส่งเอกสารที่มาห้องเธอตอนบ่ายๆนี่นา... เขาคงจะเป็นเพื่อนกับผู้ช่วยปาร์คแน่ๆเลย ดูซิกอดคอกันใหญ่ ถึงยังไงเราก็ตั้งใจจะชวนเขาอยู่แล้ว เราเข้าไปทักทายพวกเขาหน่อยก็แล้วกัน ‘เพื่อน!!.. น่าจะใช่ล่ะมั้ง.. ที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเห็นอาร์ทในบริษัทเลย เขาอาจจะมาเลี้ยงขอบคุณผู้ช่วยปาร์คที่หางานให้กับเขาก็ได้..’ แอมที่คิดอยู่ก็ถูกเพื่อนรักอย่างน้ำทิพย์ลากเข้าไปหาผู้ช่วยปาร์ค ด้วยความตกใจอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้เธอเสียหลักเล็กน้อย ก้าวแบบกระโดดดึงๆไปข้างหน้า ก่อนจะหกล้มลงไป แน่นอนว่าพระเอกของเรื่องจะยืนบื้ออยู่ทำไม สกิลพระเอกทำงาน อาร์ทพุ่งตัวไปรับแอมอย่างสวยงาม “ทำไมเธอถึงได้ซุ่มซ่ามจริงๆเลยนะ...” อาร์ทที่รับตัวของแอมในขณะที่หน้าของแอมนั้นอยู่ตรงหน้าอกของอาร์ทอย่างพอดิบพอดี มันทำให้แอมสตั้นจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่เลยทีเดียว สองคนที่เหลืออย่างปาร์ค และน้ำทิพย์ก็ได้มองบรรยากาศที่ทั้งสองปล่อยออกมาอย่างประหลาดใจ มันเหมือนกับคนรักกันอย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่แอมจะเงยหน้ามา และได้สติ เธอผลักชายที่อยู่ตรงหน้าออกด้วยความตกใจ และกล่าวขึ้น“ฉันก็แค่เสียหลักนิดหน่อยเท่านั้น...” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับทำหน้าเหมือนคนงอนๆ น้ำทิพย์ที่เห็นอย่างนั้นก็ได้พูดขึ้นด้วยความสงสัย“แกเป็นอะไรหรือเปล่าแอม.. แล้วไอ้บรรยากาศสีชมพูนี่มันอะไรกัน ไม่ใช่ว่าพวกแกสองคนมีซัมติงอะไรกันหรือเปล่าเนี้ย..” น้ำทิพย์กล่าวออกมาอย่างสงสัย มันยิ่งทำให้ทั้งสองแสดงพฤติกรรมที่แปลกประหลาดออกมาในทันที“เปล่าาาาาาาา”x2 น้ำเสียงที่สูงดูมีพิรุธนั้น มันทำให้น้ำทิพย์จ้องมองทั้งสองตาเขม็งเลยทีเดียว ผู้ช่วยปาร์คที่ไม่ได้โง่ เขารู้อยู่แล้วว่าที่อาร์ทหายตัวไปเมื่อคืน และนอนอยู่ที่โรงแรมนั้น คนที่อาร์ทนั้นนอนด้วยน่าจะเป็นแอม ผู้จัดการแผนกการเงินคนใหม่นี่แหละ เพราะจากบัตรประชาชนที่ได้รับจากพนักงานโรงแรมก็เป็นชื่อของเธอคนนี้ ในตอนแรกเขาก็ตกใจเล็กน้อยที่ได้เจอเธอที่บริษัท และจากการกระทำของอาร์ท ทำให้เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นที่มีความหมายมากอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นอาร์ทคงไม่ยอมที่จะช่วย หรือปลอมตัวไปตีสนิทกับเธอย่างนั้น แต่ตอนนี้เขาจะต้องคลี่คลายสถานการณ์นี้ให้ได้ก่อน “ต้องขอโทษแทน...เออ เพื่อนของผมด้วยนะครับ..ที่แสดงพฤติกรรมอย่างนั้นออกไป” ปาร์คกล่าวออกมา ในตอนแรกเขาจะเรียกอาร์ทว่ารองประธานเสียด้วยซ้ำ แต่สัญญาณที่อาร์ทส่งมาไม่ให้บอกเขาจึงต้องพูดคำอื่นออกไป และคำว่าเพื่อนน่าจะเหมาะสมกับเหตุการณ์นี้ที่สุดแล้ว“เออ.. ไม่เป็นอะไรค่ะ ผู้ช่วยปาร์ค.. แล้วพวกคุณสองคนมาทำอะไรแถวนี้อย่างนั้นเหรอคะ” น้ำทิพย์กล่าวถามออกมา มันยิ่งทำให้พวกเขาทั้งสองตอบคำถามได้ยากขึ้น แต่ด้วยไหวพริบของอาร์ท เขาจึงเป็นผู้ตอบคำถามออกมา“อ่อ..คือว่าปาร์คกับผมเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว.. ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี ปาร์คก็เลยชวนผมมาทำงานที่บริษัทน่ะครับ นี่ถ้าไม่ได้ปาร์คช่วยไว้ล่ะก็ ผมก็ไม่รู้ว่าจะส่งเงินไปให้ที่บ้านยังไงดี ก็เลยจะมาเลี้ยงข้าวขอบคุณเจ้าปาร์คมันหน่อยน่ะครับ แฮ่ๆ” ข้ออ้างของอาร์ทที่กล่าวออกไป มันเหมือนเป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมาให้เขาพูดออกไปอย่างนั้น และมันก็ตรงใจกับพวกเธอทั้งสองที่คิดอย่างนั้นพอดี ราวกับบทละครในละครไทย“ฉันก็คิดไว้แล้ว... ก็ว่าฉันไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อนเลยในบริษัท.. ที่แท้ก็พึ่งได้งานนี่เอง... ช่างเถอะ ที่พวกเราสองคนเดินเข้ามาหาก็กะว่าจะชวนผู้ช่วยปาร์คไปทานอาหารด้วยกัน เพื่อเป็นการขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือในวันนี้... แต่นายจะมาด้วยก็ได้นะ ไม่ว่ากัน..” แอมกล่าวออกมา มันทำให้สถานการณ์จากวุ่นวายก็ยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่ เพราะตอนนี้พวกเขากำลังทำภารกิจที่สำคัญอยู่ ผู้ช่วยปาร์คที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่กล่าวปฏิเสธไป“เออ.. ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ต้องปฏิเสธ พวกเรานัดคนอื่นเอาไว้ที่อื่นแล้วครับ ตอนนี้ก็กำลังเดินทางมากันอยู่” ปาร์คยกมือสองข้างขึ้นมากล่าวปฏิเสธพวกเธอไป แอมและน้ำทิพย์เองก็เข้าใจ พวกเธอไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะเอ่ยกล่าวอีกครั้งเพื่อที่จะหาประโยคปิดการสนทนา“เข้าใจแล้วค่ะ ยังไงก็ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ ว่าแต่ทั้งสองคนจะไปทานอาหารร้านไหนกันอย่างนั้นเหรอ ทิพย์พอจะบอกทางให้ได้นะ แถวนี้พวกเรามาบ่อย” น้ำทิพย์ที่เห็นเหมือนกับว่าทั้งสองคนมองหาร้านที่พวกเขาจะไปทานอาหารอยู่จึงเอ่ยถามออกมา อย่างน้อยๆพวกเธอก็ควรจะแสดงความมีน้ำใจเล็กน้อยๆ อาร์ทที่ไม่ได้มีคำตอบอยู่ในใจ เช่นดียวกับปาร์ค พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย จะไปรู้ชื่อร้านแถวนี้ได้ยังไง สิ่งที่เขานึกได้ก็มีแค่ร้านเดียวเท่านั้น “อ่อ..ร้านของเชฟกวินน่ะ พวกเราจะไปทานกันที่นั่นแหละ พวกเธอพอรู้จักหรือเปล่าล่ะ” อาร์ทกล่าวออกไปอย่างไม่รู้อะไรเลย มันเป็นชื่อเดียวที่อยู่ในหัวตอนนี้ ชื่อที่มาจากภารกิจ แต่ใครจะไปรู้ว่ามันพอดีกับสองสาว“จริงเหรอ.. พวกเราสองคนกำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดีเลย มันเป็นร้านอาหารของเพื่อนเราเอง.. ยังไงก็ไปร้านด้วยกันเลยก็ได้ ร้านอยู่ตรงนั้นเอง” น้ำทิพย์กล่าวออกมาอย่างนี้พร้อมกับชี้ไปยังร้านของเชฟกวิน มันทำให้ทั้งอาร์ท และก็ปาร์คตกตะลึงกันไปพักหนึ่ง พวกเขาสองคนได้แต่อ้ำๆอึ้งๆไม่รู้จะว่ายังไงดี“พวกเธอสองคนไปก่อนเลย เดี๋ยวพวกฉันขอรอเพื่อนๆมาครบๆกันก่อน พวกมันก็พึ่งมาจากต่างจังหวัด มันคงหาไม่เจอแน่ๆ ..ยังไงก็เอาไว้ไปเจอกันที่ร้านอาหารนะ” อาร์ทกล่าวออกมาแก้ไขสถานการณ์แบบปัดๆไป แอมมองมาด้วยความสงสัยเล็กน้อยกับท่าทีของอาร์ท แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก“อย่างนั้นเหรอคะ ลำบากแย่เลย เอาไว้เจอกันในร้านก็ได้ค่ะ วินเพื่อนของเราทำอาหารอร่อยอย่าบอกใครเลย ...เดี๋ยวให้นางแอมมันขอส่วนลดให้นะคะ ฮิฮิ” น้ำทิพย์กล่าวออกมาอย่างนั้นก่อนจะกระซิบบอกกับพวกเขาทั้งสองคน จากนั้นเธอก็ลากแอมไปยังร้านอาหารเชฟกวินทันที ปล่อยให้สองหนุ่มยืนงงๆอยู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมๆกันอย่างช่วยไม่ได้“เกือบไปแล้วไง..สงสัยคืนนี้เราจะต้องทานอาหารกันที่ร้านนั้นเป็นแน่...เห้อ..ปากหนอปาก” อาร์ทบ่นกับตัวเองเล็กน้อย ปาร์คที่เห็นอย่างนั้นก็เขาก็พูดขึ้นมาบ้าง“แล้วใครใช้ให้พันตรีไปบอกว่าเราจะไปทานอาหารร้านนั้นกันล่ะครับ.. แทนที่จะได้กลับไปพักผ่อน แต่กลับต้องมาแสดงละครทานข้าวกันอีกเนี้ย” ปาร์คกล่าวออกมา เขาทำงานมาตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนนี้เขาอยากจะพักผ่อนเต็มทนแล้ว แต่ถ้าพวกเขาไม่ไปทานอาหารที่ร้านนั้น บางทีความลับของพวกเขาอาจจะถูกเปิดเผยก็เป็นไป จึงต้องแสดงละครต่ออีกฉากหนึ่ง มันทำให้เขาอดที่จะหัวเสียไม่ได้“แล้วจะให้ตอบยังไงล่ะ.. พูดอย่างกับเรารู้จักร้านอาหารตรงนี้สักร้านหนึ่งอย่างนั้นแหละ ตอบอย่างนี้ก็รับว่าบุญโขแล้วไหม...รีบๆจัดการงานให้เสร็จจะได้รีบๆกินรีบๆพักผ่อนไป.. แล้วเจ้าพวกนั้นมันยังเดินทางมาไม่ถึงหรือยังไงกันล่ะเนี้ย” อาร์ทกล่าวออกมาในอารมณ์ที่หลากหลาย เขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้พักมาตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว แต่ก็เหมือนกับจะดีใจที่ได้เจอกับแอม ผู้จัดการคนใหม่คนนี้ในขณะนั้นเอง คนที่เหลือของหน่วยไนท์แมร์ก็ได้เดินทางมาถึงกันพอดี หลังจากที่พวกเขารู้ว่าอาร์ทจะเลี้ยงอาหาร และเครื่องดื่มไม่อั้นในคืนนี้ก็รีบตั้งใจทำงานทันที มิเกล และบัสโก้ต่างก็รีบวิ่งขึ้นไปบนตึกเป้าหมายด้วยความอารมณ์ดี และทั้งสองกำลังคิดถึงเบียร์เย็นๆชุมคอ ส่วนเอมี่ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน เพราะเธอคือเจ้าแม่ขนมหวาน และร้านของเชฟกวินเองก็เป็นหนึ่งในร้านที่เธออยากจะมาลองทานอีกด้วย ผู้ช่วยปาร์ค และอาร์ทได้แต่ปลงกับทั้งสามคนที่เมื่อมีของกินมาล่อก็ตั้งใจรีบเร่งทำงาน แต่มันก็ดี ยิ่งเสร็จเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น... จะได้จบๆไปเสียทีวันนี้ที่แสนจะยาวนาน...