เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่2 ตอนที่ 53 : ครึ่งเดือน

            ค่ำคืนในช่วงกลางฤดูร้อนภายในเมืองล้วนมืดมิดมีเพียงแสงไฟสลัวของหลอดไฟเท่านั้นที่พอจะทำให้เห็นใบหน้าของแต่ละคน

            ตามทางถนนแปดเลน คับคั่งไปด้วยรถ บ้างขับเข้าเมืองบ้างขับออกนอกเมืองเป็นอย่างนี้วนเวียนไม่สิ้นสุดต้นไม้ริมทางด้านเหนือของเมืองทอดยาวตลอดแม่น้ำแยงซีเกียง เหล่าแมลงต่างเชยชมรอบๆแสงไฟที่เจิดจ้า ภาพที่เห็นนั้นยากที่จะบอกได้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน ใกล้ๆเป็นแม่น้ำที่คดเคี้ยวจนดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดคล้ายกับทางช้างเผือกที่สะท้อนกลับมาบนโลก

            ที่นี่คือโรงพยาบาลที่แพงที่สุดในเมืองจงไห่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายกับทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามนี้แต่ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายก็สูงจนคนธรรมดาไม่มีทางเหยียบย่ำเข้ามาที่นี่ได้

            ภายในห้องโถงของแผนกผู้ป่วยพิเศษหยางเฉินกับป้าหวังนั่งอยู่บนม้านั่งกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง

            หยางเฉินเงียบสงบผิดปกติ แต่ในที่สุดเขาก็อดรนทนไม่ได้ล้วงมือเข้าไปหยิบบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่านี่เป็นเขตห้ามสูบเขาพลันเก็บบุหรี่กลับไปด้วยความหงุดหงิด พร้อมลุกขึ้นเดินไปเดินมาอยู่รอบๆ

            "คุณชาย..." ป้าหวังดวงตาแดงก่ำเธอร้องไห้มามากก่อนหน้านี้ พูดขึ้นด้วยความกังวลว่า

            "คุณชายคะ ทำไมหมอและพยาบาลยังไม่ออกมาอีกคุณหนูจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ"

            "ไม่ต้องกังวลหรอกครับป้าหวัง ถึงผมจะไม่ใช่หมอแต่ผมก็รู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง รั่วซีจะไม่เป็นอะไรแน่ๆ" หยางเฉินกล่าวปลอบโยนเธอ เหตุการณ์ขณะส่งตัวหลินรั่วซีเข้าโรงพยาบาลวนเวียนอยู่ในหัวของเขายากนักที่จะเอามันออกไปในทันที

            หลังจากหยางเฉินโยนหลินคุนลงถังขยะแล้ว เขาเห็นหลินรั่วซีเข่าอ่อนและล้มลงสู่พื้น ทันใดนั้นหยางเฉินเคลื่อนตัวดั่งกระสุนปืนรับตัวเธอไว้ได้ทัน เขาสังเกตว่าเธอหมดสติไปแล้ว

            ประสบการณ์ในอดีตสอนให้เขาสุขุมเยือกเย็น ไม่เหมือนกับป้าหวังเขาหยิบโทรศัพท์โทรเรียกรถพยาบาลทันที และแบกหลินรั่วซีกลับเข้าบ้าน

            หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ปรากฏว่าหลินรั่วซีมีไข้ขึ้นสูงเขาบอกให้ป้าหวังเอาผ้าชุบน้ำมาให้และปฐมพยาบาลเบื้องต้น รอจนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง

            หยางเฉินรู้สึกสับสน แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะเย็นชาเหมือนน้ำแข็งแต่เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หยางเฉินรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากหรือเป็นเพราะเธอคล้ายกับคนคนนั้น หรือไม่ก็เพราะว่าเธอเป็นภรรยาตามกฎหมายของเขาหรือบางทีอาจเป็นเพราะว่านี่คือเธอ

            ขณะที่หยางเฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกป้าหวังเคลื่อนตัวเข้าไปหาคุณหมอด้วยความรวดเร็วจนเห็นเพียงภาพติดตาพร้อมเอ่ยถามอย่างเร่งรีบว่า

            "คุณหมอคะ คุณหนูเป็นยังไงบ้าง"

            หมอยิ้มกว้างกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวลครับคนไข้ปลอดภัย แล้วตอนนี้ไข้ก็เริ่มลดลงแล้ว"

            "ดีจริง..." ป้าหวังพูดขึ้นด้วยน้ำตา"ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะคะ"

            ในขณะที่หมอกำลังพิมพ์โทรศัพท์ตอบแชทอยู่นั้น เขาก็นึกขึ้นได้และหันมาถามป้าหวังว่า

            "ขอโทษนะครับคุณหลินได้รับความกดดันจากงานมาก่อนหรือเปล่าครับ"

            

            ป้าหวังหยุดไปชั่วครู่ก่อนตอบว่า

            "ใช่แล้วค่ะหมอ คุณหนูทำงานหนักมากจนเลยเวลาพักผ่อนอยู่บ่อยๆ"

            "คุณหลินร่างกายอ่อนแอมากครับจากการตรวจสอบเบื้องต้นของเรา คิดว่าสาเหตุอาจเกิดมาจากความกดดันจากการทำงานและการโดนทำร้ายจิตใจน่ะครับ"

            หมอขมวดคิ้วถามต่อไปว่า

            "ตอนนี้ไข้สูงนั้นเกิดจากการที่ร่างกายอ่อนแอและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไป ถึงเธอจะหายในครั้งนี้แต่ครั้งหน้าก็จะเป็นอีก"

            "คุณหมอคะ เราจะทำอย่างไรกันดีคุณหลินจะต้องหายนะคะ"

            คุณหมอได้ยินดังนั้น จึงแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า

            "ไม่ต้องกังวลไปครับ โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงอะไรแค่พักผ่อนสักครึ่งเดือนอยู่ที่โรงพยาบาล อาการทั้งหมดก็น่าจะหายไปครับ"

            "ครึ่งเดือน... ฉันเกรงว่าคุณหนูจะไม่ยอม"

            "เธอต้องยอมแน่ๆ" หยางเฉินแทรกขึ้นมา

            "นอกจากกินยาแล้ว มีวิธีอื่นอีกไหมหมอ"

            "คุณคือ..."

            "ผมเป็นสามีของเธอ หยางเฉิน"

            หมออึ้งไปเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว และยิ้มกล่าวว่า

            "ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับผมไม่คิดว่าคุณหลินจะแต่งงานแล้ว ถ้าคุณหยางมีเวลาล่ะก็ผมแนะนำให้คุณพาคุณหลินออกไปสูดอากาศข้างนอก ฝึกรำไท่เก๊ก เพื่อให้เธอผ่อนคลายและอาการป่วยก็จะหายเร็วขึ้นครับ"

            หยางเฉินพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

            ในการบริหารบริษัทอันดับหนึ่งของวงการแฟชั่นตั้งแต่อายุยังน้อยช่างเป็นภาระที่หนักหนา ต้องเผชิญคู่แข่งที่เจ้าเล่ห์ครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวนอกจากไม่ช่วยเหลืออะไรแล้ว ยังคอยแต่สร้างปัญหาอีกทั้งยังถูกก่อกวนโดยซูจื้อหง การที่เธออดทนมาได้ถึงขนาดนี้นั้นเป็นที่น่ายกย่องอย่างมาก

            ป้าหวังถอนหายใจกล่าวว่า "คุณชายฉันจะกลับไปเอาของใช้ที่จำเป็นให้คุณหนู"

            "ลำบากป้าแล้วครับ"

            อันที่จริง หลินรั่วซีไม่ได้อยู่คนเดียวอย่างน้อยเธอยังมีป้าหวังที่คอยห่วงใยเธออยู่ตลอด

            ป้าหวังส่ายหัว

            "สิ่งที่ฉันทำนั้นเล็กน้อยมากๆเมื่อเทียบกับคุณชายแล้ว คุณหนูอาจถูกทำร้ายจนตายโดยนายท่านการที่คุณหนูตัดสินใจแต่งงานกับคุณ แน่นอนว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วค่ะ"

            หยางเฉินหัวเราะขึ้นในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีวิชาติดตัวอยู่ท่าสองท่าหลินรั่วซีจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นยากที่จะตอบได้และการที่เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขานั้นเหมือนเธอบังเอิญถูกรางวัลที่หนึ่งนั่นเอง

            หลังจากที่ป้าหวังจากไป หยางเฉินเปิดประตูไม้อย่างช้าๆเดินเข้าไปในห้องมืดสลัวที่มีแสงจากโคมไฟส่องอ่อนๆ

            หลินรั่วซีนอนอย่างสงบ ใบหน้ายังคงเย็นชาหากแต่ว่าอ่อนแอคิ้วขมวดเล็กน้อยเหมือนว่ากำลังฝันร้ายอยู่

            หยางเฉินนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เตียงเขาเหม่อมองสาวสวยตรงหน้าด้วยความคิดจมลึก ทั้งรูปร่าง หน้าตา และลักษณะนิสัยช่างคล้ายคลึงกับคนผู้นั้น หยางเฉินจมดิ่งสู่การไหลเวียนของเวลา

            ก๊อก ก๊อก

            เสียงเคาะประตูดังขึ้น แต่ก่อนที่หยางเฉินจะเดินไปดูประตูก็เปิดออกช้าๆ ปรากฏร่างใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง!