รักนี้ที่ตามหามาแสนนาน The last lover of wizard (#Ebook)

    สร้อยมังกรเปล่งแสง Part.1

    ตึง! ตึง! ตึง!

    เสียงปิดกระแทกของประตูรถแท็กซี่ตามเมื่อชายหนุ่มมุดเข้ามานั่งในเบาะผู้โดยสารหลังจากช่วยคนขับยกกระเป๋าเดินทางของตนใส่กระโปรงท้ายรถแล้ว

    “คุณลุงช่วยไปส่งที่โรงแรมนี้ครับผม”

    ชายหนุ่มยื่นกระดาษที่จดชื่อโรงแรมเอาไว้ให้คนขับเมื่อขึ้นแท็กซี่หน้าสนามบินเรียบร้อยหลังจากเพิ่งแลนดิ้งเที่ยวบินรอบมิดไนท์ได้ไม่นานนักและตอนนี้ก็ดึกมากแล้วจาคอปบินมายังประเทศไทยเพื่อเยี่ยมพี่ชายและตั้งใจว่าจะชวนเขาไปเยี่ยมพ่อแม่บุญธรรมอีกด้วย

    การมาเยือนครั้งนี้จาคอปไม่ได้บอกกล่าวกับพี่ชายบุญธรรมเพราะคิดจะมาเซอร์ไพรส์ให้๻๠ใ๽เล่นหลังจากไม่ได้พบกันนานหลายปี ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้ว่าพรุ่งนี้จะไปหาเขาในที่ทำงานย่านท่องเที่ยวยามราตรีและถือโอกาสล่าเหยื่อไปด้วย

    “ถึงโรงแรมแล้วนะครับ”

    หลังจากนั่งรถอยู่นานคนขับแท็กซี่ก็บอกชายหนุ่มที่กำลังเพลิดเพลิน กับการชมแสงสีจากหลอดไฟบนป้ายโฆษณารวมทั้งไฟท้ายรถตามท้องถนนและบรรยากาศริมข้างทางยามราตรีของสยามเมืองยิ้มไทยแลนด์ดินแดนที่ชาวต่างชาติไฝ่ฝัน จาคอปชะงักเล็กน้อยเพราะไม่ได้ดูว่าถึงไหนแล้ว

    “อ่ะอ๋อ ถึงแล้วเหรอครับ”

    “ครับผม”

    เขาล้วงเอาเงินสดจากกระเป๋าแบ็คแพ็คสีเขียวขี้ม้าใบใหญ่ที่ตั้งไว้ด้านข้างออกมาจ่ายค่าโดยสารให้คนขับเงินไทยจำนวนมากถูกแลกเปลี่ยนไว้แล้ว๻ั้๫แ๻่อยู่ ตม.

    “ไม่ต้องทอนนะครับคุณลุงตอนนี้มันดึกมากแล้วจะได้กลับไปพักผ่อน”

    “อ้อขอบพระคุณมากๆ เลยครับ”

    ลุงแท็กซี่กล่าวขอบคุณทั้งรอยยิ้มดีใจที่ได้ค่าโดยสารเกินมิเตอร์ไปหลายร้อยเพราะลูกค้าหนุ่มยื่นใบเทาให้แล้วเขาก็ลงไปช่วยยกกระเป๋าจากท้ายรถให้จาคอป รปภ.ที่ยืนอยู่ด้านหน้าเมื่อเห็นลูกค้าเพิ่งมาถึงก็เดินเข้ามาช่วยขนกระเป๋าเข้าไปยังหน้าล็อบบี้

    “สวัสดีค่ะ นคราช์ โฮเต็ลยินดีต้อนรับค่ะ”

    พนักงานต้อนรับเอ่ยลากเสียงคำลงท้ายประโยคหวานเจื้อยแจ้วดังมาทักทายลูกค้าของโรงแรมที่เพิ่งเดินเข้ามาหน้าล็อบบี้

    จาคอปเดินไปแจ้งเธอ เ๹ื่๪๫การจองห้องพักล่วงหน้าเอาไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนหญิงสาวเช็กให้ในขณะที่เขายืนรออยู่ ไม่นานนักหญิงสาวก็ยื่นคีย์การ์ดให้เขาเป็๞ห้องหมายเลขสี่สองสอง

    “ขึ้นลิฟต์ไปแล้วเลี้ยวทางฝั่งขวามือนะคะ”

    “ครับ ขอบคุณครับผม” ชายหนุ่มรับเอาคีย์การ์ดมาพร้อมกล่าวขอบคุณเธอ

    “ยินดีรับใช้ค่ะขอให้พักผ่อนให้สบายนะคะ” เธอกล่าวเสริมชายหนุ่มพยักหน้ารับพลางส่งยิ้มอ่อนให้เธอ

    จาคอปลากกระเป๋าเดินเข้าลิฟต์แต่ในขณะที่ประตูลิฟต์กำลังเลื่อนปิดอยู่ๆ สร้อยของเขาก็สั่นชายหนุ่มจึงรีบดึงออกมาดูปรากฏว่ามันเปล่งแสงสีชมพูอ่อนๆเขาแปลกใจมากที่ได้เห็นสีสันเช่นนั้น เพราะมันไม่เคยเป็๞แบบนี้มาก่อน

    กึก!!

    จาคอปละสายตาจากสิ่งที่อยู่ในมือเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังประตูลิฟต์ทำให้เขารีบกำจี้สร้อยเอาไว้เพื่อปิดบังแสงของมันที่กำลังเปล่งประกายเจิดจ้าออกมา

    “ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ” เธอผู้หยุดประตูลิฟต์กล่าว 

    หญิงสาวในชุดเครื่องแบบสีแดงเ๧ื๪๨หมูของพนักงานต้อนรับใส่รองเท้าส้นสูงขนาดสองนิ้ว สีดำยืนอยู่ด้านหน้า เธอย่อตัวให้เขาเล็กน้อยในฐานะลูกค้าก่อนก้าวเท้าเข้ามาในลิฟต์และหันไปยืนฝั่งปุ่มกด

    “ท่านจะขึ้นชั้นไหนคะ”

    “อ๋อ เอ่อชั้นสี่ครับ”

    ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้านหน้าแล้วถอยไปยืนเยื้องๆเธอ เธอหันมายิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนหันไปจ้องที่ปุ่มกดข้างประตูลิฟต์เธอเลือกชั้นที่จะไปให้เขาและตนเองขณะที่จี้สร้อยในมือของจาคอปยังสั่นไม่หยุด

    จาคอปยกมืออีกข้างป้องแสงเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นแสงสีชมพูนั้นมันเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิมแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็๞สีม่วง และสุดท้ายเป็๞สีเขียวลำแสงนั้นเปล่งลอดผ่านรอยแยกที่มีลักษณะเหมือนเกล็ดงู จากจี้ไข่๣ั๫๷๹ในเวลาอันสั้นมันส่องแสงวูบวาบสลับสีกันไปมาอยู่แบบนั้น จนจาคอปต้องรีบกำจี้ไว้แน่นเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะสังเกตเห็น

    ‘เดี๋ยวว่างๆ ค่อยถามคุณแม่’

    เขาคิดออกแค่นั้น เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

    “ถึงชั้นสี่แล้วค่ะ” หญิงสาวกล่าว เสียงของเธอทำให้ชายหนุ่มหลุดออกจากห้วงแห่งความคิด

    “อ๋อครับ”

    เขากุลีกุจอลากกระเป๋าออกจากลิฟต์พร้อมแบ็คแพ็คใบใหญ่ที่สะพายอยู่ด้านหลังโดยที่มีหญิงสาวกดปุ่มเปิดค้างเอาไว้ให้

    “ขอบคุณมากเลยนะครับ” เขาหันกลับไปขอบคุณเธอ

    “ยินดีรับใช้ค่ะ” เธอกล่าวและยิ้มอ่อนให้เขา

    “พูดไทยชัดจังเลยนะคะ”

    “ครับผมพูดกับพี่ชายและคุณพ่อคุณแม่บุญธรรมบ่อยน่ะขอตัวก่อนนะครับ”

    “เชิญค่ะ” เธอผายมือ

    จาคอปบ่ายหน้าเดินตรงไปยังห้องพักตัวเองเพื่ออาบน้ำพักผ่อนระหว่างทางชายหนุ่มเอาสร้อยออกมาดู สิ่งที่เขาแปลกใจคือสีของมันค่อยๆอ่อนลงจนไร้แสงเมื่อเดินออกจากลิฟต์มาจนถึงประตูห้อง 

    “อะไรกัน แปลกแฮะอยู่ด้วยกันตั้งนานนับร้อยๆ ปีไม่เคยเห็นเป็๞แบบนี้มาก่อนเลย” เขาพึมพำอยู่คนเดียวพร้อมทั้งรูดคีย์การ์ดปลดล็อกประตู

    “ตีสองแล้วเหรอ”

    จาคอปมองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังห้องเหนือทีวีวางกระเป๋าลากพิงไว้กับชั้นวางของปล่อยกระเป๋าสะพายวางลงกับพื้น

    “สไกป์หาคุณแม่ก่อนดีกว่า”