วันนี้พัชนั่งรถแท็กซี่เพื่อไปรับรถตัวเองที่อู่ซ่อมรถ หลังจากนั้นเธอก็รีบขับรถที่ซ่อมเสร็จใหม่ๆ ไปรับน้องสาวสุดที่รักที่หมอชิตทันที
“โห วันนี้พี่สาวฉันสวยจริงๆ พร้อมแล้วใช่มั้ยพี่” พันแซวพี่สาว
“มันจะดีหรอ พี่ยังไม่พร้อมเตรียมรับกับความเ็ปเลยนะ” พัชกังวล
“น่าพี่ หากเกิดอะไรขึ้น รับรองน้องไม่ทิ้งพี่อยู่แล้ว” พันกล่าว
“อะ เป็ไงเป็กัน พวกเราไปที่อพาร์ทเม้นท์ของนายวิทย์กัน” พัชขับรถมุ่งหน้าไปหาชายในดวงใจ
พัชจอดรถ กำลังจะลงไป แต่ทว่าเธอกลับมองเห็นนายวิทย์เดินควงกับสาวผมยาวร่างสูงระหง เธอเดินด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา
“พี่ นั่นพี่วิทย์นี่ เขาควงใครอยู่น่ะ” พันรีบบอกพี่สาว
“แฟนเขาน่ะสิ” พัชกล่าวเสียงเศร้า
“ฉันไม่เชื่อหรอก พวกเราตามไปดูกันเถอะ” พันยังไม่อยากเชื่อ
“ตามไปให้ปวดใจเล่นงั้นหรอ” พัชรู้สึกอกหัก
“น่า อาจเป็แค่ลูกค้าเฉยๆ ก็ได้” พันยังคงให้กำลังใจ
“ก็ได้ ตามก็ตาม” พัชก็อยากรู้ให้แน่ชัด
พัชแอบขับรถตามนายวิทย์กับสาวปริศนาไป ก็พบว่าพวกเขาไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในตอนนี้สองพี่น้องทำตัวเหมือนนักสืบ พวกเธอแอบตามไปเพื่อดูว่าพวกเขามาที่นี่ทำไม
นายวิทย์เดินควงหญิงสาวไปที่ช่องขายตั๋วหนัง พวกเขาดูสวีทกันมากยิ่งกว่าเข้าใหม่ปลามันเสียอีก
“พี่ไม่อยากตามแล้ว กลับกันเถอะ” พัชเริ่มทนดูไม่ได้
“น่าพี่ พวกเราไปดูหนังเื่เดียวกับพวกเขากันเถอะ” พันยังไม่เชื่อ
“มันเป็หนังบู๊ล้างผลาญเชียวนะ” พัชแอบเห็นสองคนนั้นไปดูรอบหนังของหนังเื่นี้
“น่าสนุกจะตาย” พันก็อยากดู
“ก็ได้ ดูก็ดู” พัช้าสืบให้แน่ชัดไปเลย
พันเลยรับเงินจากพี่สาวไปซื้อตั๋ว โดยเธอได้แอบกระซิบถามพนักงานขายตั๋วว่าคู่รักคู่นั้นนั่งตรงไหนด้วย เพื่อที่เธอจะได้ซื้อที่นั่งหลังพวกเขา
เมื่อถึงเวลาโรงหนังเปิดให้เข้า สองพี่น้องก็รอให้คู่รักคู่นั้นเดินเข้าไปก่อน ทิ้งไว้นานพอสมควร พวกเธอถึงเดินเข้าไป
พัชจ้องมองดูวิทย์กับคนรักอย่างไม่ละสายตา เธอเห็นเขาดูมีความสุข เพราะฝ่ายหญิงคอยซบไหล่เขา และป้อนขนมป้อนน้ำวิทย์อยู่ไม่ขาด
“พี่ทนดูไม่ได้แล้วล่ะ พวกเรากลับกันเถอะ” พัชหมดความอดทน
“หนังกำลังสนุกเลยนะคะ” พันเองก็สนใจแต่หนังเลยไม่ได้มองคู่รักคู่นั้น
“แต่หัวใจพี่กำลังแหลกเป็จุณแล้วนะ” พัชกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ
“ค่ะ ค่ะ งั้นพวกเรารีบออกไปกันเถอะ” พันเริ่มสงสารพี่สาว
พัชจูงมือน้องสาวออกไปจากโรงหนัง ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้ชม เพราะหนังเื่นี้ทั้งสนุกและบู๊กันมันมาก
พัชคิดในใจว่า “มีความสุขมากใช่มั้ยที่เห็นฉันอกหักน่ะ” ในตอนนี้พัชเริ่มมองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด
หลังจากออกจากโรงหนังแล้ว พันรีบว่าทันที “น้องรู้นะคะว่าพี่เสียใจมาก แต่พี่อย่าะเิอารมณ์ใส่ผู้อื่นแบบนั้นสิคะ มันจะทำให้เรากลายเป็คนพาล พ่อเคยสอนพวกเราไว้พี่จำได้มั้ย”
“พี่ขอโทษ พี่หัวเสียจริงๆ งั้นพวกเรากลับบ้านไปเที่ยวป่ากันเถอะ” พัชชวนน้องสาว
“แต่น้องเพิ่งมากรุงเทพฯ เองนะคะ เหยียบพื้นกรุงเทพยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ” พันบ่น
“ไปชมดาวกับพี่ดีกว่าน่า นะ พวกเราไปอุทยานแห่งชาติกัน” พัชตะล่อมน้อง
“ทำไมต้องที่นั่นด้วย น้องแขยงที่นั่นนะพี่” พันยังกลัวไม่หาย
“ตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย” พัชกล่าว
“แต่ก็ใช่ว่าจะมีเขาคนเดียวที่เป็คนร้ายนี่คะ” พันไม่ยอมประมาท
และแล้วพันธิมาก็ต้องตามใจพี่สาวสุดสวยของเธอ
พัชขับกลับใช้เวลาสองชั่วโมงเท่านั้น แล้วเธอก็ขับต่อไปที่อุทยานแห่งชาติ ด้วยความฮึกเหิมพัชขับรถไปจอดไกลพอสมควร แล้วตนก็พาน้องสาวเดิมชมป่าชมเขาด้วยระยะทางห้ากิโลเมตรกว่าจะเดินไปถึงตัวอุทยานแห่งชาติ
“ไม่เห็นต้องขับรถไปจอดไกลขนาดนี้เลยนะพี่” พันบ่น
“พวกเราต้องออกกำลังกายบ้างรู้มั้ย” พัชกล่าว
“ค่ะ ค่ะ วันนี้น้องยอมก็ได้ค่ะ” พันเห็นแก่ที่พี่สาวอกหัก
กว่าจะเดินไปถึงอุทยานก็สามโมงเย็นพอดี พันเลยบ่นอีกว่า “ต้องรีบดูแล้วนะคะ เดี๋ยวอุทยานจะปิดให้เข้าชมแล้ว เป็เพราะพี่จอดรถไกลไปนะคะ”
“ไปกันเถอะ เลิกบ่นได้แล้วคุณแม่พัน” พัชกล่าว
พันถอนหายใจ แต่ก็ยอมเดินชมพิพิธภัณฑ์กันต่อ พอหมดเวลา พวกเธอก็เดินออกจากอุทยานทันที แต่ทว่าพัชเริ่มสำนึกได้ว่าเธอจอดรถไกลไปจริงๆ อย่างที่น้องสาวเธอว่า
“โอ๊ย หนูหิวแล้วค่ะพี่” พันยังคงบ่น
“ทนอีกหน่อยนะ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” พัชกล่าวทั้งๆ ที่รู้สึกผิด
“โห อีกตั้งห้ากิโลน่ะ” พันเริ่มปวดขา
สักพัก ก็มีชายวัยกลางคนใจดีจอดรถเก๋งสอบถามพวกเธอ
“จอดรถไกลงั้นหรอหนู ไปกับอาก่อนมั้ย เดี๋ยวอาขับไปส่ง” อากล่าวอย่างใจดี
พัชมองเห็นว่าคนนั้นขับรถอยู่คนเดียว เลยรีบกล่าวขอบคุณ แล้วพากันไปนั่งด้านหลังด้วยกัน
“มาเที่ยวกันหรอหนู” อากล่าวยิ้มๆ
“ใช่ค่ะ นานๆ มาเที่ยวที” พัชตอบ
“ฉันก็เหมือนกัน” อากล่าวเสียงเศร้า
“ว่าแต่ทำไมอามาเที่ยวคนเดียวล่ะคะ” พัชสงส้ย
“ภรรยาอาตายไปแล้ว อาคิดถึงเธอมากเลย เลยมาที่นี่เพื่อระลึกถึงความหลังน่ะ” อากล่าวเสียงเศร้า
“ขอโทษค่ะที่ทำให้อาเศร้า” พันเริ่มรู้สึกได้เลยกล่าวขอโทษแทนพี่สาว
“ไม่เป็ไร” อากล่าวอย่างเข้าใจ
“ทำไมคุณอาไปคนละเส้นทางล่ะคะ” พัชเริ่มทัก
“อย่าเพิ่งใไป อาขอแวะหาเพื่อนแถวนี้แป๊ปนึงนะ อาจะไปเอาของน่ะ” อากล่าว
สองสาวเริ่มหน้าซีด เพราะกลัวภัยที่คาดไม่ถึง สักพัก อาก็จอดรถที่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่ง
“รออาอยู่ที่นี่แป๊ปนึงนะ เดี๋ยวอากลับมา” อาเดินลงจากรถทันที
“ค่ะ” พันรับคำ
พออาเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น พัชก็รีบพาน้องสาวลงจากรถ เพื่อย่องไปดูเหตุการณ์ภายในบ้านหลังนั้น
พันพยายามรั้งตัวพี่สาวไว้ “แต่คุณอาบอกว่าให้รออยู่บนรถนะคะพี่”
“พวกเราเชื่อใครไม่ได้นะพัน หากเขาไปพาพรรคพวกมาทำร้ายพวกเราล่ะ” พัชกล่าวเตือน
พันเลยยอมเดินตามไป สองพี่น้องจึงแอบดูก็เห็นภายในบ้านมีชายฉกรรจ์อีกห้าคน พวกเขาดูน่ากลัวมาก
“คงไม่มีอะไรหรอกพี่ พวกเขาคงเป็ญาติคุณอาจริงๆ พวกเรารีบกลับไปที่รถกันเถอะ” พันกังวลที่ไม่ได้ทำตามคำสั่งของคุณอา
พัชกำลังจะรั้งตัวน้องสาวไว้ แต่ไม่ทัน เพราะพันรีบเดินไปเปิดประตูรถ เธอกำลังจะเดินขึ้นไปแต่ก็ต้องชะงักค้างอยู่อย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้นหรอพัน” พัชมองเห็นน้องชะงักเท้าไม่ยอมขึ้นรถ
“นั่นถุงอะไรคะ มีเต็มไปหมดเลย” พันชี้ให้พี่สาวของเธอดู เพราะเห็นห่ออะไรบางอย่างทิ้งไว้เต็มพื้นรถ
พัชรีบหยิบมาดู พอรู้ก็รีบทิ้งทันที “มันคือห่อใส่ถุงยางอนามัยน่ะ ทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้ ไม่ดีแล้ว พวกเรารีบหนีกับเถอะพัน”
ตอนนี้พันยอมเชื่อพี่สาว เพราะเธอเริ่มกลัวว่าพวกมันอาจทำมิดีมิร้าย อาจถึงขั้นข่มขืนก็เป็ได้
สองพี่น้องรีบวิ่งไปตามป่าข้างทางเพื่อคอยหลบชายฉกรรจ์พวกนั้น พัชแอบหันไปมองก็เห็นชายฉกรรจ์เดินออกมาจากตัวบ้าน พอไม่เห็นหญิงสาวที่รถก็พากันรีบออกไปตามหาทันที
ระหว่างที่สองพี่น้องวิ่งมาด้วยกันนั้น พันก็บ่นทันที “ต่อไปถ้าพี่อกหัก ให้พี่นอนดูดาวอยู่ที่บ้านนะคะ ไม่ต้องไปเที่ยวตามป่าอีกแล้ว”
“นี่ยังจะแช่งให้พี่อกหักอีกงั้นหรอ” พัชรีบว่าน้อง
“เปล่าเสียหน่อย น้องแค่กลัวเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกต่างหาก” พันกล่าว
“ช่างเถอะ อดทนอีกนิดนะ ใกล้ไปถึงที่รถพวกเราแล้ว” พัชกล่าว
“นั่นไงพี่ รถพวกเรา รีบไปกันเถอะ” พันรีบวิ่งไปที่รถ
“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป” พัชรีบรั้งตัวน้องสาวไว้
“ทำไมคะ” พันสงสัย
“พี่เห็นรถมันขยับด้วย พวกเราแอบดูไปสักพักก่อนนะ” พัชกล่าวเพื่อความรอบคอบ
“เดี๋ยวพวกมันก็ตามมาทันหรอก” พันกังวล
“น่า เชื่อพี่สักครั้ง” พัชกล่อมน้องสาว
“ก็ได้ค่ะ” พันยอมเชื่อผู้ใหญ่
พันเลยยอมหลบในป่าพร้อมกับพี่สาว แล้วจ้องไปที่รถอย่างไม่คาดสายตา
สักพักพวกเธอก็เห็นรถของอาคนนั้นจอด แล้วมีชายฉกรรจ์สองนายเดินออกมาสำรวจที่รถ ไม่เพียงเท่านั้น สักพักก็มีชายฉกรรจ์อีกสองคนเปิดประตูรถของเธอออกมา พร้อมกับรายงานสถานการณ์ นั่นหมายความว่าคนร้ายแอบงัดประตูรถของเธอแล้วพากันซ่อนตัวอยู่ที่เบาะหลังคนขับ โชคดีที่พวกเธอยั้งตัวรอดูสถานการณ์ก่อน ไม่ผลีผลามขึ้นไปบนรถ
“บ้าจริง มันหนีไปไหนน่ะ อุตส่าห์ได้เหยื่อไปขายแล้วแท้ๆ” อากล่าวอย่างเสียดาย
“ผมรอพวกมันมานานมากแล้วครับ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววเลย คงมีพลเมืองดีมารับไปแล้วมั้งครับ” ลูกน้องรายงาน
“ช่างเถอะ พวกเรากลับกันเถอะ” อายอมตัดใจ
ชายอีกสองนายขึ้นรถเก๋งของอาคนนั้นทันที พอรถออกตัวไปได้ไม่นาน สองพี่น้องก็รีบวิ่งขึ้นไปบนรถ พร้อมกับรีบสตาร์ทรถหนีไปจากบริเวณนั้นทันที
“พี่พัชคะ ขอบคุณนะคะที่พี่ยั้งตัวน้องทัน ไม่งั้นพวกเราคงถูกจับกันแล้ว” พันรู้สึกว่าตัวเองรอดอย่างหวุดหวิด
“ต่อไปเวลาอกหัก พี่จะอยู่บ้านตามที่น้องว่านะ” พัชกล่าว
“ขอให้พี่สมหวังในความรักเลยก็แล้วกันค่ะ แบบว่ารักครั้งใหม่สดใสกว่าเดิมอะไรทำนองนี้” พันกล่าวเพราะสงสารพี่
“ขอบใจมากน้องรัก พี่คงต้องเสียเงินซ่อมประตูรถอีกแล้ว เพิ่งนำรถออกมาจากอู่แท้ๆ พี่ไม่น่าหาเื่เสียตังค์เลยจริงๆ” พัชบ่น
“พวกเราซื้ออะไรไปกินกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันดีกว่าพี่” พันเปลี่ยนเื่
“นั่นสิ ไปซื้ออาหารทะเลกันดีกว่า นานๆ กินที” พัชเริ่มออกความคิด
“หวังว่าพี่จะไม่ซื้อเหล้านะคะ” พันเริ่มกลัว
“เห็นอย่างนี้ พี่งดเหล้าเข้าพรรษานะจ้ะ” พัชรีบอวด
เพราะสองพี่น้องได้เผชิญเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว ทำให้เื่อกหักแลเป็เื่เล็กไปเลย