ผ่านไป5วัน
ตาที่หลับสนิทมาสามวันก็ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อเริ่มมองเห็นอะไรชัดเจนก็ขมวดคิ้วลงอย่างสงสัย นางรีบลุกขึ้นมองไปรอบๆก็ถอนหายใจ เพราะตอนนี้นางอยู่ที่จวนตนเอง แต่ก็ต้องขมวดคิ้วอีกรอบอีกครั้ง นางกำลังต่อสู้กับพวกนักฆ่านี่เหตุใดถึงมาอยู่นี่ได้ แล้ว คนสนิทของนางทั้งสามคนล่ะ ฮวาหลิน รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่นอกเรือนตนเอง พอออกมาก็เจอท่านจิ้นตงถือกล่องยาสวนกันกับนางพอดี
"นายหญิง ท่านฟื้นแล้วรึ"ท่านจิ้นตงใที่เห็นร่างที่นอนเป็ผักมาเกือบอาทิตย์ เล่นวิ่งออกมาด้านหน้าเรือนใหญ่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
"ท่านจิ้นตง ทั้งสามคนล่ะ"ท่านจิ้นตงก็ถึงเข้าใจทันที เพราะตนก็พึ่งไปดูอาการทั้งสามมา
"ทั้งสามคนตอนนี้ยังไม่ฟื้นขอรับ แต่ปลอดภัยดีแล้ว ท่านหายห่วงได้"ฮวาหลินได้ยินก็ถอนหายใจอย่างแรงพลางมองหาที่นั่งพักก็คือระเบียงด้านหน้าเรือนใหญ่อย่างเหนื่อยๆที่เล่นวิ่งออกมา อีกอย่างเรือนของนางก็ช่างกว้างใหญ่เสียจริง จะไม่ให้นางหอบหายใจได้อย่างไร จนคอแห้ง ท่านจิ้นตงที่ถือกระบอกน้ำมาด้วยก็ยื่นส่งไปให้นายหญิงเพื่อกระหาย
"ขอบใจท่านมาก"ฮวาหลินยกดื่มทันที
"ท่านจิ้นตง ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่จวนได้ ทั้งที่ข้ากำลัง..."
"อ่อ เื่นั้นคนที่มาส่งนายหญิงเขาบอกว่าหากท่านฟื้นก็ลองถามดูว่าท่านคงรู้จักเขาที่ไปโรงประมูลที่เป็ลูกค้าลำดับสองขอรับ เขาบอกว่าเดินทางผ่านทางนั้นพอดี ก็เจอร่างของนายหญิงกับทั้งสามแล้วก็ยังมีร่างของคนอื่นเกลื่อนพื้น แต่เพราะเขารู้จักท่าน เขาก็พามาส่งขอรับ แต่ไม่ได้มาส่งถึงเรือน แค่ส่งที่หน้าจวนเรา "ท่านจิ้นตงกล่าวอธิบาย ฮวาหลินพยักหน้าเข้าใจทันที หากมีโอกาสคงได้ตอบแทนที่ช่วยนางกลับมาจวน
"นายหน้ารูปปั้นนั้นน่ะหรอ"แล้วเขารู้จักจวนนางได้ยังไง ท่านจิ้นตงที่อ่านท่าทางออกก้เอ่ยออกมา
"ท่านคงไม่ทราบสินะ หากคนเราอยากรู้จักที่มาของอีกคนย่อมต้องสืบหาข้อมูลอยู่แล้ว ไม่แปลกที่ชายนักเดินทางผู้นั้นรู้จักที่อยู่ของจวนท่าน"อ่ออย่างงี้นี้เอง แล้วชายหน้ากากทองนั้นล่ะ
"ท่านจิ้นตงแล้วเขาได้เล่าอะไรอีกไหม เกี่ยวกับชายหน้ากากสีทองหรือเปล่า"ท่านจิ้นตงคิดตาม
"อ่อ เขาบอกว่าศพที่เจอในที่นั้นก็มีทั้งหมด 16ศพน่ะ จากนั้นก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากมาย"พอได้คำตอบฮวาหลินยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปอีก ทั้งที่นางกำลังต่อสู้กับชายหน้ากากทองนั้นอยู่นี่น่าแถมตอนนั้นนางคิดไว้แล้วว่าคงได้ตายจริงๆเสียแล้ว แล้วทำไมเขาถึงเป็คนที่ตกตายไปเองแทน ฮาหลินเกาหัวอย่างใช้ความคิด
"โอ๊ยยยย ปวดหัว"นางะโออกมา อย่างสับสน โลกนี้มันคืออะไรว่ะ ช่างลึกลับซับซ้อนเสียจริง ท่านจิ้นตงสะดุ้งใเสียงะโนายหญิงที่อยู่ๆก็ะโออกมาอย่างคนบ้า
"ข้ามียาช่วยลดอาการปวด เอาไหมท่าน"ท่านจิ้นตงลองเอ่ยดู ก็ถูกนางตวัดตาดุๆส่งให้ เขาก็ขบขันในท่าทางนั้นอย่างกับเด็กที่โดนพรากของเล่น
"นายหญิงเื่มันเป็มาอย่างไร รู้ไหมข้าแทบอาการคลั่งที่รู้ว่าท่านโดนลอบทำร้ายแบบนี้ "
"เฮ้อ...ก็แค่พวกอวดดีผู้หนึ่งท่านอย่าสนใจเลย"นางคิด ถึงตาแก่ขุนนางนั้นก็เจ็บใจ ไว้วันหลังสักวันเถอะข้าจะตามไปล้างตระกูลมันให้หมดที่กล้ามาหยามคนอย่างนาง ไอ้ขุนนางแก่โง่เง่า!!
"อืม หากมันไม่ร้ายแรงเกินไปข้าก็หายห่วง"ท่านจิ้นตงกล่าวจึงลุกขึ้นพร้อมเอ่ยมาอีกที
"งั้นข้าขอตัว ท่านก็จงพักผ่อนบ้างล่ะพึ่งฟื้นขึ้นมาเอง"ฮวาหลินพยักหน้าให้ ท่านจิ้นตงก็เดินผ่านไป อยู่ๆข่ายอี้ก็ปรากฎตัว ทำเอานางแทบตกอกใ ก็เล่นมานั่งไม่ให้สุ้มให้เสียง หันมาอีกทีก็เจอหน้าที่นิ่งอย่างกับนายรูปปั้นที่โรงประมูลนั้นเสียจริง หากโกหกว่าพวกเขาเป็พี่น้องกันนางก็เชื่อ หน้ากับพิมพ์เดียวกันอย่าง ไอ้พวกหน้าตายด้านเอ้ย
"นายหญิงท่านฟื้นแล้ว?"ข่ายอี้เอ่ยขึ้น
"แล้วนั่งหัวโด่อยู่นี่คิดว่าเป็ิญญาหรือไร"นางตอบข่ายอี้ที่ถามอะไรไม่ดู ยังจะถามอีกทั้งที่ก็เห็นนั่งอยู่ ไอ้นี่
"อ่อ หัวโด่ไม่พอผมนายหญิงก็โด่เช่นกัน"มันพูดไม่พอเอาคันฉ่องมาจ่อหน้าให้นางเห็นอีก ซึ่งผมนางที่ชี้โด่เด่จากที่นางะโพลางขยี้หัวไปด้วนคงเป็ตอนนั้น นางจึงลงมะเหงกไปที่หัวของข่ายอี้ ทันที ที่นางทำได้เพราะมันอายุเท่านางนั้นเอง อายุขนาดนี้บริหารการเงินการบัญชีช่างเก่งนัก แต่ปากก็ช่างกวนประสาทเช่นกัน
"ข้าเจ็บนะนายหญิง"มันลูบหัว
"ก็ทำให้เจ็บสิ เดี๋ยวนี้ปากเก่งขึ้นเยอะนะ"มันได้ยินก็กรอกตา
"ก็ข้าได้ท่านมาเป็แบบอย่าง"นางก็ยกมะเหงกขึ้นอีกมันก็ขยับหนีทันทีอย่างยิ้มแหยๆแต่กลับกวนประสาทนางเสียจริง นี่มันมีนิสัยแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน แต่นางก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะมีมันกวนแบบนี้ก็พลอยให้หายคิดเื่อื่นบ้าง
"นายหญิง เหลืออีก1วันแล้วนะขอรับ"มันเอ่ยขึ้นหลังจากกวนประสาทเสร็จ ฮวาหลินก็งง 1วันอะไรหว่า
"เื่?"มันก็กรอกตา
"ท่านลืมไปแล้วหรือว่าจะมีการคัดเลือกการประลองเข้าร่วมงานสามสัมพันธ์"ฮวาหลินตาเบิกกว้างนางลืมไปเสียสนิทแล้วก็ยิ่งตาโตอีกเมื่อนึกอะไรขึ้นได้
"นี่เ้าอย่าบอกนะว่า ข้าสลบไปตั้ง5วันหรือ"
"ข้าก็ไม่ได้อยากบอกท่านอยู่แล้ว"มันรีบลุกขึ้นทันทีเพราะฮวาหลินได้ยินมันตอบมาอย่างกวนประสาทอีกรอบไอ้นี่ได้ทีล่ะเอาใหญ่
"ข้าแค่มาเตือนความจำท่านแค่นั้น เสียดายที่ข้าไม่ได้ไปโรงประมูลด้วย"มันแอบเสียดายที่พลาดที่นายหญิงของมันแสดงวิชาการต่อสู้อดได้ดูเลย หึยคิดแล้วก็เศร้า ขอเหล้าดองกับท่านจิ้นตงดีกว่า
"อะไร ทำหน้าแบบนั้น"
"เปล่าข้าแค่คิดถึงเหล้าดองของท่านจิ้นตง"ฮวาหลินตาโต
"เหล้าดองรึ อ่าข้าไม่ได้ลิ้มลองรสสุรามานานเท่าใดแล้ว"โลกเก่านางก็คอเหล้านะ ยิ่งเมายิ่งบ้า จึงถูกท่านเมสันสั่งเด็ดขาดไม่ให้เเตะเหล้า เพราะนางเมาทีไรร่างกายกระหายการต่อสู้ทันทีจนท่านเมสันเคยโดนนางแผงฤทธิ์ใส่มาครั้งหนึ่งจนเข็ดจึงไม่ให้นางร่วมงานเลี้ยงเลย ยิ่งเมาแรงยิ่งเยอะ หึหึ คิดถึงวีรกรรมในโลกเก่านางก็ขบขันตนเอง ข่ายอี้ที่เห็นนายหญิงของมันคิดอะไรเหม่อ แถมนั่งยิ้มแปลกๆ บ้างก็ขำออกมาเล็กน้อย
"ผีเข้าหรือนายหญิง"
"เอ้อ ผีที่อยากจะฆ่าเอ็งมากๆเลยล่ะ มานี่"นางไล่เตะข่ายอี้รอบลานกว้างเหล่านักเรียนที่กำลังฝึกฝนวิชาจากตำราของนางนั้นที่มีคนอื่นสอนแทนนาง ก็ทั้งดีใจที่เห็นนายหญิงพวกมันฟื้นมาแล้ว แถมแข็งแรงขนาดไล่เตะหัวหน้าฝ่ายการเงินนั้นอีก ทำให้เหล่าคนมองดูพลอยขบขันไปกับนายบ่าวที่วิ่งไลกันอย่างกับเด็กๆ
ยามไฮ่(21.00-22.59)ที่เรือนใหญ่
"ก้อนหินนี่มันคืออันใดกันแน่"ฮวาหลินที่หลังไปเยี่ยมทั้งสามคนสนิทมาแล้วก็ทานอาหารที่มู่หลิงคนสนิทอีกคนมาทำหน้าที่แทนหนี่หวาที่ร่างกายโดนนางกระทำอย่างหนักมือไปทำให้นี่หวาถึงขึ้นกระดูกหักที่หลัง นางก็ได้แต่นั่งสำนึกผิดที่เรือนของหนี่หวา แม้หนี่หวาจะบอกว่าไม่ได้โทษนางเลยเพราะที่คุณหนูทำไปเพราะ้าปกป้องพวกเขา หลังจากเสร็จสิ้นธรุะต่างๆนางก็มานั่งฝึกฝนวิชาหัตทองคำต่อ การผสานธาตุ และโคจรลมปราณ แล้วก็หยุดลง แต่ตากลับไปเจอเข้ากับก้อนกลมๆที่นางประมูลตั้งแพงมา ก็หยิบมาสำรวจดู
"ลองส่งลมปราณไปดีหรือไม่"นางทีเคยเห็นไอ้แก่หน้ากากทองนั้นใส่ลมปราณใส่ก้อนกลมๆอะไรสักอย่างตอนสู้กันกับนาง นางจึงลองเอามาใช้ลองกับก้อนนี้ดูเพื่ออาจจะคล้ายกัน ฮวาหลินจึงส่งลมปราณพร้อมหลับตา มือทั้งสองจับยกไว้ด้านหน้าตนเองก้อนที่ธรรมดาก็เริ่มส่องแสงสีแดงขึ้นมาทันที ฮวาหลินส่งลมปราณไปตั้งเยอะก็ลืมตาขึ้นมองก็จ้องก้อนกลมนั้นๆอย่างโมโห
"นี่ไอ้ก้อนบ้า เ้ารู้ไหมข้าเสียกับก้อนไร้ค่าเช่นนี้ตั้งเท่าไหร่หาาาา"ฮวาหลินหงุดหงิดขึ้นมา ถูกนินทาในเื่ประมูลของไร้ค่านี้มาไม่พอ ยังเอามันมาใช้ประโยชน์ก็ไม่ได้ ไอ้ก้นอึเอ้ย นางไม่รู้จะด่ามันยังไงแล้ว นางจึงโยนทิ้งไปที่หัวเตียงนอนอย่างไม่มีอารมณ์ก่อนจะล้มตัวนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปฝึกร่างกายเพื่อเข้าร่วมการประลองที่จะเกิดขึ้น
ตาคมสวยหลับลงทันที เสียงหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่านางได้หลับไปแล้ว โดยหารู้ไม่ว่า ก้อนหินกลมนั้นส่องสว่างแล้วมีควันพุ่งออกมาเป็สีแดง รูปร่างของมันใหญ่โตเท่าคน ปีกที่สะบัดไปมา ช่างงดงาม ตัวมันทั้งตัวเป็สีแดงอมส้ม ตาที่แหลมคมที่ใครมองอาจจะกลัวจนขนหนีดีฟ่อ แต่ตอนนี้สายตาของมันมองมายังร่างของเด็กน้อยที่มันคุ้นเคยเป็อย่างดี นอนหลับพริ้มอย่างสบายอารมณ์ มันก็พลันน้ำตาร่วงหล่นลงมา
"นายข้า ข้าจูเชว่ตนนี้ หลายหมื่นปีแล้วสินะที่ท่านจากพวกเราไป แล้วท่านก็กลับมาตามสัญญา แม้ท่านจะเกิดใหม่ในภพชาติอื่น แต่ท่านก็ยังเป็ท่านยังคงความใจร้อนหึหึ จิติญญาที่เต็มไปด้วยพลังนั้น ข้าจดจำมันได้อยู่ดี แม้ว่าท่านจะจำข้าในตอนนี้ไม่ได้แล้ว รีบพัฒนาตนเองแล้วท่านจะได้พบกับข้าในเร็ววัน"ร่างของเทพอสูรหงค์แดงมองใบหน้าจิ้มลิ้มของนายหญิงก็ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นใจ เพราะวาสนาห่างกันมาหลายหมื่นปี เราก็ยังมาพานพบกันได้ เทพอสูรหงค์แดงคิดถึงเื่ราวเก่าๆอย่างโหยหาเวลานั้น แต่ก็ทำได้แค่คิดถึงมัน เพราะตอนนี้นายของมันก็จำอะไรไม่ได้แล้ว
เทพอสูรหงค์แดงที่กำลังจะกลับสู่ก้อนหินนั้นตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ข้อมือนายของมัน ก็ตาโต เพราะที่มันเห็นคือกำไลัหยกขาว ที่มันทราบเป็อย่างดีว่ากำไลนั้นคืออะไร เพราะกำไลนั้นก็สร้างมันมาพร้อมกับก้อนหินแสนธรรมดาที่มันอยู่เช่นกัน
"นั่น ชิงหลง เทพพอสูรัฟ้านี่ หึ เ้าก็กลับมาหานายท่านแล้วสินะ ที่เหลืออีกสองตนนายท่านคงยังไม่เจอ"จูเชว่ยิ้มแล้วกลับเข้าสู่ก้อนหินนั้นอย่างรวดเร็วเพราะมันออกมานานแล้ว แม้พลังลมปราณที่นายท่านส่งมาก็แค่กระตุ้นให้มันตื่นจากการหลับไหลเท่านั้น
ัฟ้า (ชิงหลง)หรือกำไลัหยกขาวที่ฮวาหลินใส่

จูเชว่ (เทพอสูรหงษ์แดง)เป็พันธ์ผสมค่ะ

ข่ายอี้

#วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะค่ะ อาทิตหน้าต้องสอบปลายภาคแล้ว ถ้าไรท์ว่างจะมาเพิ่มตอนให้เรื่อยๆ เพราะ่นี้ต้องอ่านหนังสือสอบ แฮร่ๆคงรอกันได้นะค่ะ