ณ aim kwam sook cafe’
“น้องลิล~ เปลี่ยนกะแล้วจ้า”
“อ่อค่ะ พี่เอม งั้นลิลกลับก่อนนะคะ”
“จ้า พรุ่งนี้เจอกัน”
ฉันถอดผ้ากันเปื้อน แล้วเก็บกระเป๋าออกจากร้าน ก่อนจะแวะมานั่งพัก ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวนสาธารณะใกล้ๆ
ฉัน “ลลิล” สาวสวยวัย24 ปี พึ่งเรียนจบ ป.ตรี ได้ 2 เดือน ตอนนี้ทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ฉันเป็เด็กสาวบ้านๆ คนนึง
พ่อทิ้งแม่ไปมีครอบครัวใหม่ ั้แ่ฉันยังเด็กฉันเติบโตเคียงข้างมากับแม่ และแม่ฉันพึ่งเสียไปเมื่อปีก่อน…ก่อนฉันรับปริญญาไม่เท่าไร นั่นเท่ากับว่าตอนนี้ฉันไม่เหลือใครแล้ว..
ฉันชอบมานั่งดูพระอาทิตย์ตกทุกวันหลังเลิกงานเพราะกลับบ้านไปแล้วมันเหงา ฉันทอดสายตามองดูท้องฟ้าสลับกับผู้คนที่มาพักผ่อน เดินเล่นออกกำลังกาย และปิคนิคกัน
“นะ หนู …แฮ้กๆๆ ชะ ช่วยลุง อึก ด้วยแค้กๆ”
ขณะคิดอะไรเพลินๆก็มีลุงคนนึงมาสกิดฉันแล้วทรุดนั่งลงกับพื้น ก่อนจะหอบแห้กจนฟังคำแทบไม่รู้เื่
“ว้ายย ลุง!! เป็อะไรคะ”
ฉันรีบพยุงลุงขึ้น แล้วจัดท่าให้ลุงนั่งสบาย
“ยะ ยา อยู่ในรถ แฮ้กๆๆ..ทะเบียน คร 99xx อึก..”
ฉันรีบคว้ากุญแจรถแบรนด์นอกที่ลุงชูให้แล้ววิ่งประหนึ่งพึ่งขโมยกุญแจมา
หลังวิ่งหาตาลีตาเหลือกแล้วก็เจอรถทะเบียนตามที่ลุงว่า ฉันกดปลดล็อครถแล้วเปิดประตูเข้าไป ก่อนจะคว้าถุงอะไรสักอย่างที่เหมือนถุงยาแล้ววิ่งกลับไปหาลุง
“ได้แล้วค่ะ!”
ลุงรับไปอย่างไว และเปิดเอาขวดสเปรย์อะไรสักอย่างมาฉีดใส่ปากก่อนจะสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วเริ่มนั่งนิ่ง
“ละ ลุง ดีขึ้นแล้วไหมคะ เดี๋ยวหนูเรียกรถพยาบาลให้นะคะ”
ฉันหยิบโทรศัพท์มาเพื่อเตรียมกด 1669
“มะ ไม่ต้องแล้วหนู ลุงดีขึ้นแล้วโรคหอบกำเริบน่ะ”
ลุงห้าม แล้วส่งยิ้มแห้งๆ ให้ฉันด้วยใบหน้าซีดๆ
“แน่ใจนะคะ ลุงยังหน้าซีดอยู่เลย”
“อื้ม นั่งสักพักเดี๋ยวก็ดีขึ้นน่ะหนู..ขอบใจมากๆ เลยนะ ถ้าไม่ได้หนู ลุงคงไปเฝ้ายมบาลแล้ว”
ลุงเล่นมุกพลางหัวเราะ ฉันมองตามและขำแห้งๆ ใส่
ฉันนั่งเป็เพื่อนลุงอยู่นานเพราะกลัวแกจะเป็อะไรขึ้นมาอีก
ระหว่างนั้นก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อย จนได้รู้ว่าลุงแกเป็เ้าของบริษัทโลจิสติกส์ ขนส่งสินค้าเ้าใหญ่ของประเทศ
“ลุงเป็โรคประจำตัวแบบนี้มาออกกำลังกายคนเดียวมันอันตรายนะคะ ลูกหลานลุงอยู่ตรงไหนคะ เดี๋ยวหนูไปตามให้”
“โอ้ยย มันอยู่เมกาโน้น จะไปตามไหวรึ”
“เอ่ออออ… “
“ละเราล่ะ มาออกกำลังกายเหมือนกันหรอ”
“เปล่าค่ะ หนูพึ่งเลิกงานเลยมานั่งเล่นน่ะค่ะ”
“อ่อ ทำงานอยู่ที่ไหนล่ะ”
“หนูเป็ลูกจ้างพาร์ทไทม์ในคาเฟ่ตรงหัวมุมนี้เองค่ะ”
จากนั้นลุงก็ถามประวัติฉันละเอียดยิบประหนึ่งกำลังสัมภาษณ์งาน ก่อนจะพูดคำที่ฉันต้องช็อคออกมา
“อยากไปทำงานกับลุงไหม”
“!!! คะ?”
“ถือว่าเป็ค่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตลุง”
“เอ่อออไม่ต้องคิดอะไรขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หนูไม่ได้จะเรียกร้อง..”
“เป็เลขาให้ลูกชายลุงเองอีกไม่กี่เดือนมันจะกลับมาบริหารต่อจากลุง”
“จะดีหรอคะ หนูกลัวจะทำให้บริษัทลุงมีปัญหาจากความสามารถอันน้อยนิดของหนูค่ะ”
“ฮึ่มมม ฝึกสิ เรียนรู้อะไรไม่รู้ก็ให้เรียน ลุงนี่กว่าจะมีบริษัทของตัวเองได้ ก็ผ่านคำว่า โง่มานับไม่ถ้วน..”
“...”
ฉันชั่งใจอยู่ครู่นึง เพื่อทวนข้อเสนอ เพราะด้วยความอยากได้งานดีๆที่หล่อเลี้ยงตัวเองได้ เลยตกลงว่าจะทำ โดยให้ไปเริ่มงานเดือนหน้า
-------------------------------------------------------------------------------------------
ณ ปัจจุบัน ฉันฝึกงานในฐานะ “เลขาว่าที่ประธาน”มาได้ 6 เดือนกว่าแล้ว อีกแค่เดือนเดียว คนๆ นั้นก็จะกลับมา
่แรกๆฉันเหนื่อยจนแทบอยากจะขอลาออก งานทั้งหนัก ทั้งยาก โดนเขี่ยวเข็นยิ่งกว่าตอนเรียนซะอีกฉันหมดน้ำตาไปหลายโอ่งเลยล่ะกว่าจะสามารถพูดคำว่า “ทำได้” ได้อย่างเต็มปาก
ติ๊ด~
< อีก 30 นาที นัดประชุมฝ่ายบริหารระดับสูงและหัวหน้าแผนกทุกแผนก ด่วนนะครับ >
“รับทราบค่ะ ท่านประธาน”
เสียงสั่งการผ่านโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขึ้นฉันแจ้งเื่ส่งต่อแผนกต่างๆ และจัดเตรียมห้องประชุมตอนนี้ทุกคนนั่งพร้อมหน้ากันแล้ว ไม่นานท่านประธานก็เดินเข้ามา พร้อมการปรากฏตัว ของ…..ใครบางคน
เขายังดูหนุ่มแน่นน่าจะแก่กว่าฉันไม่เท่าไร สูงประหนึ่งกินเสาไฟเป็อาหาร ผมดกดำแต่งไฮไลต์สีขาว ผิวแทน ตาคมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่ง
เป็สัน ปากหยักแดง อกและไหล่กว้างมีกล้ามเป็มัดๆ ทรงแบดหน่อยๆ รวมๆหล่อโคตร อย่างกับนายแบบ
“สวัสดีครับ ทุกท่านคงสงสัยว่าผมมีเื่อะไรถึงจัดประชุมด่วน”
“...” ทั้งห้องเงียบกริบ เพื่อรอฟัง
“นี่คือ ลูกชายผม ‘ดัสติน’ ..ประธานคนใหม่ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปครับ “
“!!!!”
ทั้งห้องงงเป็ไก่ตาแตก รวมถึงฉันด้วยถึงจะรู้ๆ กันอยู่แล้วว่าท่านประธานกำลังจะวางมือแต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็วันนี้และตอนนี้น่ะสิ
“ผมยังไม่ได้หายไปไหนนะครับแค่ตาแก่คนนึงจะกลับไปนอนเล่นที่บ้าน.. ลูกชายผมจะดูแลบริษัทแทน และผมจะกลับเข้ามาดูบ้างเป็ครั้งคราว”
(อดีต) ท่านประธานอธิบายก่อนะยื่นไมค์ให้คนตัวสูงพูด
“สวัสดีครับ อย่างที่พ่อบอก ผม “ดัสติน” ฝากตัวด้วยครับ”
เ้าตัวพูดเสร็จแล้ววางไมค์ก่อนจะเดินออกไปแบบโนสนโนแคร์คนในห้องประชุม จน(อดีต) ท่านประธาน มองตามหลังแล้วส่ายหน้าเบาๆ
‘ระ ไร้มารยาทที่สุด!! คนแบบนี้หรอที่ต้องมาเป็เ้านายฉัน!!’
แล้วไหนว่าเดือนหน้าถึงจะมา อะไรละเนี้ยยยยยย
-------------------------------------------------------------------------------------------