บทที่ 7 แฟนสาว
ด้วยแกงกะหรี่ทงคัตสึโฮมเมดฝีมือของยูเมะทำให้มื้อเย็นของครอบครัวกลายเป็มื้อเย็นที่เต็มไปด้วยความสุขทั้งแม่และน้องสาวมีความสุขมากที่ได้กินแกงกะหรี่โฮมเมดที่ไม่ได้กินมานาน โดยเฉพาะแกงกะหรี่ที่มีรสชาติดีเป็พิเศษที่ยูเมะทำขึ้น
แม้กระทั่งตัวยูเมะเองก็ยังรู้สึกพึงพอใจอย่างมากที่เลือกเมนูนี้มาทำกินทั้งนี้ก็เพราะเขาเองก็ไม่ได้กินแกงกะหรี่โฮมเมดมานานแล้ว
ส่วนหนึ่งเป็เพราะครอบครัวของเขาไม่มีเวลาว่างมากนักทำให้พวกเขาไม่ค่อยได้ทำอาหารบ่อยนักส่วนอีกเหตุผลนั้นเป็เพราะแม่ของเขาไม่ชอบรสชาติของแกงกะหรี่สำเร็จรูปสักเท่าไหร่
แต่ที่สำคัญที่สุดคือแม่ของเขากินเผ็ดไม่เก่งเท่าไหร่นักรสชาติของแกงกะหรี่ที่เธอชอบจึงเป็แกงกะหรี่แบบที่ไม่เผ็ดและติดจะหวานเล็กน้อย
รสชาติที่ราวกับแกงกะหรี่เด็กนั้นแน่นอนว่าไม่มีร้านอาหารร้านไหนที่จะทำสูตรแบบนี้ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ค่อยได้กินแกงกะหรี่บ่อยนักเนื่องจากการทำแกงกะหรี่โฮมเมดแบบที่แม่ชอบนั้น ใช้เวลาทำนานกว่าแกงกะหรี่ทั่วไปมาก
นอกจากทำเองก็แทบไม่มีทางเลยที่จะได้ทานแกงกะหรี่รสชาติแบบนี้แกงกะหรี่โฮมเมดฝีมือของยูเมะในครั้งนี้จึงทำให้แม่ของเขามีความสุขจนยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว
เมื่อเห็นรอยยิ้มนี้ยูเมะก็คิดว่าคุ้มแล้วที่เขาเสียเวลานานหลายชั่วโมงในการเตรียมอาหารเย็นมื้อนี้และคิดว่าตัวเองทำถูกแล้วที่เลือกที่จะทำแบบหม้อใหญ่เพื่อเก็บไว้ทานหลายๆ วัน
หลังจากมื้ออาหารจบลงทุกคนก็เริ่มผ่อนคลาย ยูเมะนั่งพักอยู่ในห้องนั่งเล่นเช่นเดียวกับแม่และน้องสาวพวกเขาพูดคุยกันหลายเื่อย่างที่ไม่ได้ทำมานาน ทำให้ยูเมะเกิดความรู้สึกผิดเล็กๆที่ในอดีตเขาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ่เวลานี้
ในอดีตยูเมะมักจะปล่อยให้เวลาผ่านไปเพียงเพื่อรอให้มื้อเย็น‘ย่อย’ ก่อนที่จะกลับเข้าไปในเกมออนไลน์อีกครั้งเขาเลยไม่ได้ให้ความสนใจกับการพูดคุยกับแม่และน้องสาวเท่าไหร่
ทว่าตอนนี้เขารู้สึกดีมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกับแม่และน้องสาวใน่เวลาที่แสนสงบสุขนี้
แต่่เวลาที่แสนสุขก็มักจะผ่านไปเร็วเสมอเพียงไม่กี่อึดใจในความรู้สึก เสียงเตือนก็ดังขึ้นจากมายด์เบรนของแม่ทำให้รอยยิ้มของเธออ่อนลงราวกับเด็กสาวที่ถูกบังคับให้ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ
นิสัยที่ราวกับเด็กสาวของแม่นั้นยูเมะกับน้องชินแล้วจึงไม่แปลกใจ อีกทั้งยังช่วยปลอบใจแม่ราวกับเป็เพื่อนสนิทก็ไม่ปาน
แต่ก่อนที่จะส่งแม่กลับไปยังห้องทำงานยูเมะก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขานัดกับเมโลดี้เอาไว้ว่าพรุ่งนี้เธอจะมาที่บ้านของเขาเขาจึงรีบหยุดแม่เอาไว้ทันทีเพื่อบอกเื่นี้ให้เธอทราบ
“คุณแม่ครับคือว่า..พรุ่งนี้จะมี..เพื่อนมาที่บ้านนะครับ..”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของลูกชาย หญิงสาวก็หันกลับมาทันที ก่อนจะเลิกคิ้วน้อยๆด้วยความประหลาดใจเพราะลูกชายของเธอไม่ค่อยจะชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้านบ่อยนักและที่ผ่านมายูเมะก็ไม่เคยบอกเธอก่อนแบบนี้
แต่ไม่นานนักหญิงสาวก็สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกชายได้พริบตานั้นราวกับสัญชาตญาณของคนเป็แม่ทำงาน มันทำให้เธอคาดเดาอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที
“เพื่อนของยูเมะจังหรือคะ ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”
“เออ..”
ยูเมะอ้ำอึ้งเล็กน้อยด้วยความขัดเขิน แม้จะตั้งใจจะพูดออกมาด้วยตัวเองแต่พอได้พูดออกมาจริงๆ เขาก็อดรู้สึกเขินไม่ได้จนอึกอักไปชั่วขณะ
จังหวะนั้นน้องสาวตัวดีที่ทราบข่าวเื่ที่เขามีแฟนก็รีบแทรกเข้ามาทันที
“ผู้หญิงค่ะ! แต่ไม่ใช่เพื่อนหรอกนะคะคุณแม่ที่จริงแล้วเป็แฟนสาวต่างหากละ!!”
ได้ยินแบบนั้นดวงตาของหญิงสาวก็เบิกกว้าง เธออุทานออกมาเบาๆ ด้วยความใก่อนที่ดวงตาของเธอจะทอประกายวาววับราวกับเด็กสาวที่ได้ยินเื่ราวรักๆของเพื่อนในวัยเรียน
ท่าทางของแม่กับน้องสาวทำให้ยูเมะยิ้มขมแต่เขาก็ไม่คิดที่จะปิดบังเื่นี้อยู่แล้ว เขาจึงพยักหน้ารับเป็เชิงตอบรับทำให้สองแม่ลูกส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมาทันที
เห็นแบบนั้นยูเมะก็ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วปล่อยให้สองแม่ลูกคุยกันอย่างสนุกสนานราวกับเด็กสาววัยรุ่น
หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวก็คล้ายกับได้สติเธอจึงรีบคิดด้วยท่าทีตื่นเต้นว่าเธอควรจะทำอะไรไว้ต้อนรับแฟนสาวของลูกชายดี
แต่สุดท้ายก่อนที่แม่จะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นยูเมะก็ตัดสินใจตัดบทด้วยความจริงที่แสนโหดร้าย
“พอเถอะครับคุณแม่ เื่นั้นให้ผมจัดการเองเถอะครับ”
“ต..แต่ว่าคุณแม่นะ..”
“คุณแม่มีงานที่ต้องทำไม่ใช่หรือครับ นี่เลยเวลามาหลายนาทีแล้วนะครับคุณแม่”
พอได้ยินลูกชายพูดถึงเื่เวลาสีหน้าของหญิงสาวก็กลายเป็บูดบึ้งราวกับเด็กสาวที่ไม่พอใจทว่าเธอก็เข้าใจว่าเธอนั้นไม่มีเวลามากพอจริงๆ
แต่สุดท้ายหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะถามเวลานัดหมายของยูเมะกับเมโลดี้เพื่อที่เธอจะได้จัดตารางเวลางานใหม่เพื่อให้สามารถออกมาพบหน้าแฟนสาวของลูกชายได้
ยูเมะเองก็ตั้งใจที่จะแนะนำเมโลดี้ให้แม่อยู่แล้วเขาจึงไม่ปฏิเสธและบอกเวลาที่นัดออกไปอย่างเปิดเผย
พอได้ยินว่านัดพบกันหลังเที่ยงสีหน้าของน้องสาวก็เปลี่ยนเป็ไม่พอใจทันทีเพราะเธอรู้ทันทีว่าเธอไม่สามารถพบหน้าแฟนสาวของพี่ชายได้หากนัดกัน่นั้น
ยูเมะเห็นแบบนั้นก็ยิ้มน้อยๆด้วยความชอบใจ ทำให้เด็กสาวเม้มปากด้วยความผิดหวังแต่เธอก็ทำได้เพียงยอมรับเพราะเธอไม่สามารถโดดเรียนมาเพราะเื่นี้ได้
สุดท้ายเด็กสาวก็ทำได้เพียงล้อเลียนพี่ชายของเธอเื่แฟนสาวแสนสวยของเขาทั้งยังเอารูปของเมโลดี้ที่ได้จากเน็ตมาให้แม่ดูอีกด้วย
ทำให้สองแม่ลูกส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมาอีกรอบใหญ่ทำให้กว่าที่แม่จะกลับเข้าไปในห้องทำงานก็อีกหลายนาทีจนยูเมะต้องออกแรงดันแม่เขากลับเข้าไปในห้องทำงาน
หลังจากส่งแม่กลับเข้าไปทำงานสำเร็จยูเมะก็หันมามองน้องสาว แต่ก็น่าเสียดายที่น้องสาวของเขารู้ทันเธอจึงรีบหนีกลับเข้าไปในห้องก่อนแล้วเขาจึงทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วกลับเข้าไปในห้อง
เมื่อกลับเข้ามาในห้องของตัวเองยูเมะก็นั่งพักอีกครู่ใหญ่ เปิดโปรแกรมตรวจสุขภาพขึ้นมาแล้วยิ้มขมเมื่อน้ำหนักของเขาขึ้นมาไม่น้อยหลังจากกินอย่างสำราญใจได้เพียงแค่ไม่กี่มื้อ
เห็นแบบนั้นยูเมะก็ได้แต่ถอนใจจากนั้นคว้าเอาอุปกรณ์ออกกำลังกายออกมาแล้วออกกำลังกายอย่างช้าๆเพื่อฝึกฝนกล้ามเนื้อทุกส่วนเท่าที่จะทำได้ภายในห้องนอน
สิ่งนี้เป็กิจวัตรประจำวันของยูเมะที่ทำมานานหลายปีทำให้ร่างกายของเขามีกล้ามเนื้อซ่อนอยู่ไม่น้อย
แต่ที่มองไม่เห็นก็เพราะว่าไขมันในร่างกายของเขามีการสะสมที่เร็วผิดปกติมันยังสะสมในทุกๆ ส่วนจึงแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใน
ด้วยเหตุนี้ภาพลักษณ์ของยูเมะจึงดูไม่ต่างอะไรจากคนปล่อยตัวที่ทำให้ตัวเองอ้วนเพราะนิสัยเสียซึ่งเป็ภาพลักษณ์ที่ทำให้คนนอกมองเห็น ทำให้ยูเมะถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ดีนักทั้งนี้ก็เพราะในปัจจุบันการจะหาคนอ้วนแบบเขานั้น หาได้ยากมาก
หากไม่ใช่คนที่ปล่อยตัวจนเป็นิสัยแล้วมันก็เป็ไปได้ยากมากที่จะอ้วนได้ขนาดนี้ ทั้งนี้ก็เพราะในปัจจุบันนั้นมีวิธีการควบคุมน้ำหนักที่หลากหลายมากและความยากก็ไม่เหมือนในอดีตจึงทำให้คนส่วนใหญ่สามารถควบคุมน้ำหนักของตัวเองได้อย่างง่ายดาย
คนที่จะปล่อยให้ตัวเองอ้วนแบบนี้จึงมีน้อยมากเพราะต่อให้ไม่ใช้วิธีควบคุมน้ำหนักใดๆขอเพียงใช้อุปกรณ์แบบฟูลไดร์ก็สามารถควบคุมน้ำหนักด้วยการ ‘กิน’ อาหารภายในโลกออนไลน์เพื่อดับความอยากได้แล้ว
หรือไม่ก็ใช้วิธีกินอาหารเม็ดแบบที่ยูเมะเคยใช้ในอดีตซึ่งสามารถลดปริมาณแคลลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้โอกาสที่จะอ้วนจึงมีน้อยมาก
ทว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ยูเมะโดนมองไม่ดีนั้นก็ไม่ได้มาจากเื่นี้เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่เขาอยู่ใน ‘เมืองแห่งการศึกษา’ ด้วยอีกเหตุผลหนึ่ง
ประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งการศึกษาที่เกิดจากโครงการของ‘รัฐบาลโลก’ แห่งนี้ส่วนใหญ่เป็คนที่มีฐานะ ทำให้สถานะทางการเงินและทางสังคมนั้นค่อนข้างที่จะสูงมุมมองความคิดและความสนใจของคนกลุ่มนี้จึงมีมาตรฐานที่สูงกว่าปกติ
ข้อเรียกร้องที่มีต่อ‘เพื่อน’ ที่คบหากันจึงสูงตามไปด้วยยูเมะที่มีจุดด่างพร้อยอย่างความอ้วนจึงถูกปฏิเสธจากคนหมู่มากเป็ธรรมดา
แต่เพราะความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของเขาทำให้เพื่อนส่วนใหญ่ในห้องให้การยอมรับเขาในระดับหนึ่งทำให้ชีวิตของเขาไม่ได้เลวร้ายนักและมีเพื่อนสนิทอยู่หลายคน
ซึ่งอัลเบิร์ตก็คือหนึ่งในเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขาและเป็เพื่อนเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเขามีโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดโรคอ้วน
แต่อันที่จริงยูเมะก็ยังไม่ถูกนับว่าป่วยเป็โรคอ้วนเสียทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะการออกกำลังกายเป็ประจำทำให้นอกจากไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้วเขาก็ไม่มีไขมันสะสมในส่วนที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างใด
ทว่าการออกกำลังกายที่ทำอยู่เป็ประจำนี้ก็เป็ขีดจำกัดของเขาแล้วเช่นกันทำให้เขาไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้ทำได้เพียงควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มมากขึ้นจนไม่อาจควบคุมเท่านั้น
แต่ดูเหมือนว่าขีดจำกัดของยูเมะจะเปลี่ยนไปแล้วในวันนี้
“ดูเหมือนว่าค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นจะมีผลแฮะ..”
ยูเมะหอบหายใจหนักๆ ขณะที่มองดูข้อมูลจากโปรแกรมตรวจสุขภาพซึ่งเป็โปรแกรมที่เขาคุ้นเคยดีที่สุด เนื่องจากโรคที่เป็อยู่ทำให้เขาต้องใช้โปรแกรมนี้มานานหลายปี
ความคุ้นเคยที่ยูเมะมีต่อโปรแกรมนี้มีมากจนสามารถอ่านค่าตัวเลขได้ราวกับหมอเฉพาะทางเลยทีเดียวและก็เพราะเหตุนี้เขาจึงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขาผ่านทางตัวเลขเหล่านี้
“ยังไหวสินะ งั้น..อีกสัก 5 ชุดดีไหมนะ”
ยูเมะคิดด้วยความลังเลใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทดสอบเขาเริ่มออกกำลังกายต่ออีกหลายชุด พลางตรวจสอบตัวเลขที่แสดงผ่านโปรแกรมอยู่เสมอทำให้รอยยิ้มของเขายกสูงขึ้นทีละน้อย
ยิ่งได้เห็นตัวเลขที่เปลี่ยนไปยูเมะก็ยิ่งมีความสุขเพราะเขาสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าขีดจำกัดของร่างกายเขาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เขาทนต่อการออกกำลังกายที่หนักกว่าเดิมได้
การที่สามารถทนต่อการออกกำลังกายได้หนักขึ้นนั้นก็หมายความว่าเขาสามารถเพิ่มกล้ามเนื้อได้มากขึ้นและจะทำให้เขาสามารถเผาผลาญแคลลอรี่ได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
คิดแล้วยูเมะก็ออกกำลังกายต่อไปจนกระทั่งถึงขีดจำกัดทางสถิติข้อมูลก่อนจะมานั่งหอบหายใจอยู่ข้างเตียงในสภาพเหงื่อท่วม
ลมหายใจร้อนๆพวยพุ่งออกมาเป็สาย จนแทบจะมองเห็นเป็ไอสีขาว ทำให้ยูเมะแอบใเล็กน้อย แต่ที่มากกว่าคือรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นยินดี
‘นี่แค่เพิ่มมา 0.1 เท่านั้นเองหากเพิ่มได้มากกว่านี้ละก็’
แค่คิดยูเมะก็ตื่นเต้นจนแทบจะอดทนไม่ไหว ทว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้แม้จะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู เขาก็ไม่พบความเปลี่ยนแปลงได้
ค่าสถานะทั้งหมดยังเหมือนเดิมภารกิจก็ไม่มีเพิ่ม ทุกอย่างเป็เหมือนเดิมไม่เว้นแม้กระทั่งทักษะทำอาหารที่เขาให้ความสนใจที่สุด
“ไม่ไหวๆ ใจร้อนเกินไปแล้วเราของแบบนี้มันจะเพิ่มได้ง่ายๆ ได้ยังไง นี่มันไม่ใช่เกมกระจอกสักหน่อย”
พูดแล้วยูเมะก็หัวเราะเบาๆ ขณะรอให้ร่างกายเย็นตัวลง จากนั้นไปอาบน้ำรอบหนึ่งแล้วกลับมานอนพักบนเตียง
เช้าวันต่อมายูเมะก็ทำเหมือนเดิมเขายังทำอาหารด้วยเมนูที่ชื่นชอบโดยไม่สนใจว่ามันจะทำให้น้ำหนักตัวของเขาเพิ่มขึ้นเพราะสำหรับเขาการได้เห็นแม่และน้องสาวกินอาหารที่เขาทำอย่างมีความสุขนั้นเป็สิ่งที่ทำให้เขาพึงพอใจที่สุด
หลังจากมื้ออาหารจบลงน้องสาวออกไปโรงเรียนและแม่กลับเข้าไปทำงาน ยูเมะก็ไม่ได้ไปไหนเขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น พลางเปิดดูหน้าต่างภารกิจอีกครั้งด้วยสีหน้าแปลกๆ
‘แบบนี้ก็เป็ภารกิจด้วยหรอ’
ยูเมะยิ้มขมๆเมื่อเห็นภารกิจประจำวันของวันนี้ซึ่งมีภารกิจที่เขารู้สึกว่ายากที่จะทำภารกิจหนึ่ง
ภารกิจประจำวันของวันนี้คือ‘เดทกับแฟนสาว’ คำอธิบายของภารกิจนั้นชัดเจนมากแต่ที่ทำให้ยูเมะลำบากใจคือ เขาเพิ่งจะคบกับเมโลดี้ได้เพียง 2 วันเท่านั้นแต่กลับมีภารกิจที่บอกให้เขาเดทกับแฟนสาวปรากฏขึ้น
ภารกิจนี้ทำเอายูเมะถึงกับสูญสิ้นคำพูดไปชั่วขณะเขาแทบจะสบถออกมาแล้วหากว่าหน้าต่างระบบนี้มันรับฟังคำพูดของเขา
แต่เพราะรู้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ยูเมะจึงได้แต่อดทนเก็บคำสบถเอาไว้ในใจแล้วเริ่มคิดว่าจะทำยังไงถึงจะทำให้ภารกิจประจำวันของวันนี้สำเร็จ
คิดไปคิดมาเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่นานนักประตูห้องทำงานของแม่ก็เปิดออกมาอีกครั้งซึ่งครั้งนี้มันเปิดออกมาก่อนเวลานานหลายชั่วโมงแต่ยูเมะก็ไม่แปลกใจเพราะแม่บอกเขาั้แ่เมื่อวานแล้วว่าจะออกมาพบหน้าแฟนสาวของเขา
จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีหลังจากแม่แต่งตัวเรียบร้อยและเตรียมของว่างสำหรับรับแขกเสร็จสิ้น
เสียงกริ่งก็ดังขึ้นยูเมะก็ผุดลุกขึ้นทันทีแล้วเดินตรงไปยังประตูบ้าน โดยมีแม่ตามมาด้วยความสนใจ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจใบหน้าที่งดงามของเมโลดี้ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของประตูบ้าน พอยูเมะเห็นแบบนั้นก็ไม่รอช้าเปิดประตูออกมาทันที พร้อมกับส่งยิ้มไปให้เมโลดี้เป็การต้อนรับ
“ยินดีต้อนรับครับเมโลดี้”
“สวัสดีค่ะยูเมะคุง สวัสดีค่ะคุณคานะ”
“สวัสดีค่ะคุณเมโลดี้”
สองสาวยิ้มให้กันอย่างเป็มิตร ขณะที่ดวงตาก็ลอบสังเกตกันและกันอยู่เงียบๆทำให้ท่าทางของทั้งสองผิดปกติไป ‘เล็กน้อย’ ชนิดที่หากเป็ยูเมะในอดีตเขาคงมองไม่เห็น
แต่ก็น่าแปลกที่ตัวเขาในตอนนี้กลับสังเกตเห็นได้ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจมองจนอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
ทว่ายูเมะก็รู้ดีว่าเื่นี้ไม่ควรพูดออกไปเขาจึงทำตัวเหมือนปกติ เชิญเมโลดี้เข้ามาในบ้านแล้วพาไปยังห้องนั่งเล่นเนื่องจากบ้านของเขาไม่มีห้องรับแขก
เมโลดี้กับแม่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามกันทั้งสองมองหน้ากันยิ้มๆ โดยไม่ได้พูดอะไรมากนักทว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองก็ไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติพวกเธอเพียงแค่ยังไม่รู้จักกันดีนักและประหม่าอยู่เล็กน้อยจึงหาเื่คุยไม่ได้
ยูเมะที่เห็นแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรเขาเองก็เพิ่งจะเคยพาแฟนสาวมาบ้านครั้งแรกเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงหลบออกไปจัดการเตรียมชาและนำขนมที่เตรียมไว้ออกมารับแขก
่เวลาที่ยูเมะใช้ไปกับการเตรียมชาและขนมนั้นไม่ได้นานนักเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่หลังจากที่เขากลับมาบรรยากาศระหว่างเมโลดี้กับแม่ของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงทำเอายูเมะถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
ก่อนที่ยูเมะจะออกไปทั้งสองยังลอบสังเกตกันและกันอยู่เลย แต่พอเขากลับมา สองสาวก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานานทำให้ยูเมะลอบตกตะลึงอยู่ในใจ ส่วนภายนอกนั้นเขาเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ
แต่เมื่อเข้าไปในห้องนั่งเล่นและวางชาลงบนโต๊ะรอยยิ้มของยูเมะก็แข็งค้างไปชั่วขณะ
“จริงหรือคะคุณคานะ ยูเมะคุงตอนเด็กๆซนขนาดนั้นเลยหรือคะ!”
“ใช่ค่ะ ตอนยูเมะจังยังเด็กนะซนมากเลยล่ะค่ะขนาดที่เคยแอบเอากล่องกระดาษไปทำเป็ชุดเกราะแล้วออกไปเล่นกับเพื่อนเลยแต่พอชุดขาดก็ร้องไห้กลับมาบ้านด้วยล่ะค่ะใบหน้าของยูเมะจังในวันนั้นคุณแม่ยังไม่ลืมเลย ไม่เชื่อดูนี่สิคะ”
พูดจบหญิงสาวก็ไม่รอช้า เปิดมายด์เบรนออกมาแล้วส่งภาพของยูเมะในตอนเด็กไปให้เมโลดี้หลายภาพติดต่อกันทำเอาเมโลดี้ถึงกับหน้าแดงระเรื่อเนื่องจากในภาพเ่าั้มีภาพของยูเมะตอนอาบน้ำรวมอยู่ด้วย
ราวกับจงใจก็ไม่ปานแต่หลังจากนั้นสองสาวก็สนิทกันมากขึ้นจนยูเมะถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่าคำพูดที่พูดกันในเน็ตนั้นไม่ผิดเลยสักนิด
ผู้คนในโลกอินเทอร์เน็ตมักจะพูดกันว่าหญิงสาวมักจะสนิทสนมกันได้ง่ายหากกระทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน นั่นก็คือ การ ‘นินทา’
แม้ว่าสิ่งที่เมโลดี้และแม่ของเขาทำร่วมกันในตอนนี้จะไม่ใช่การนินทาจริงๆแต่การพูดถึงเื่ของเขาในอดีตและขุดเอาเื่น่าอายออกมาเล่าแบบนี้ก็ทำให้พวกเธอสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว
ยูเมะก็เลยจนใจเขาทั้งอายทั้งขำแต่ก็แอบยิ้มอยู่ในใจที่ได้เห็นแฟนสาวกับแม่สนิทกันได้อย่างรวดเร็วแบบนี้
สุดท้ายยูเมะก็ทำได้เพียงนั่งเป็ตัวประกอบขณะที่ฟังแม่กับเมโลดี้คุยกันอย่างสนุกสนานจนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงเตือนก็ดังขึ้นมาจากมายด์เบรนของแม่ทำให้รอยยิ้มของเธอหายไปอย่างรวดเร็ว
“น่าเสียดายจังดูเหมือนคุณแม่จะอยู่คุยด้วยไม่ได้แล้วนะคะเมลจัง ถ้ายังไงเมลจังคุยกับยูเมะจังไปก่อนนะคะคุณแม่ต้องขอตัวกลับไปทำงานแล้ว”
“ค่ะคุณแม่ ไปดีมาดีนะคะ”
เพียงไม่กี่สิบนาที สรรพนามที่ทั้งสองใช้เรียกกันก็เปลี่ยนไปจนสนิทสนมจากคุณเมโลดี้ก็กลายเป็เมลจัง จากคุณคานะก็กลายเป็คุณแม่
ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ทำให้ยูเมะทั้งยินดีและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน
หลังจากที่แม่ของเขากลับไปทำงานบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นก็เปลี่ยนไปอย่างช้าๆเมโลดี้ยังคงยิ้มหวานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่ดูเหมือนว่าแววตาของเธอจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น
จากนั้นเมโลดี้ก็ย้ายที่ในทันทีเธอลุกขึ้นจากโซฟาแล้วมานั่งเบียดเขาบนเก้าอี้ในทันทีทำเอายูเมะถึงกับทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะกับความใกล้ชิดระหว่างเขาและเธอ
“ม..เมโลดี้”
“เรียกเมลสิคะยูเมะคุง พวกเราเป็แฟนกันแล้วนะคะ”
“ม..เมล คือว่า มันไม่เบียดไปหน่อยหรอ”
“ค่ะ แต่เมลชอบแบบนี้มากกว่า..หรือว่ายูเมะคุงไม่ชอบคะ”
คำถามนี้ทำเอายูเมะถึงกับหน้าขึ้นสีเพราะการแสดงออกอย่างเปิดเผยของเมโลดี้นั้นแสดงออกอย่างเด่นชัดว่าเธออยากทำแบบนี้ ยูเมะก็เลยไม่มีอะไรจะพูด
เขารู้สึกใและทำตัวไม่ถูกเขาไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ตรงไหนและกลัวว่าจะเบียดเธอจนอึดอัด
แต่สุดท้ายความรู้สึกทำอะไรไม่ถูกก็หายไปอย่างรวดเร็วเพราะวงแขนของเมโลดี้ที่กอดรัดแขนของเขาเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง
ถึงตอนนี้ยูเมะเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแต่เขากลับสงบใจได้อย่างรวดเร็ว ความขัดเขินและความรู้สึกร้อนรนกระวนกระวายราวกับเด็กหนุ่มไร้เดียงสาได้หายไปโดยไม่รู้ตัว
่เวลาของความสับสนจึงกลายเป็ความสงบที่อบอุ่นโดยที่ยูเมะเองก็คิดไม่ถึง