'เฮ้ย ไอ้แว่น !'
'ฮ่า ๆๆ แม่งอ่อนด๋อยว่ะ ชื่อ แมว นี่ลูกแมวหรือแมวเหมียว หรือคิตตี้ ?ฮ่า ๆๆ'
'โธ่... ไอ้แว่น ทำซ่านะมึง ถุย !'
เสียงก่นด่าเยาะหยันต่าง ๆ นานา ดังขึ้นเหนือศีรษะของเด็กชายวัยราว ๆ หกปีเศษ
แมวจ้องมองกลุ่มเด็กชายเ่าั้ด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง เขารู้สึกเกลียดเพศชายเกลียด... มากเหลือเกิน หลายครั้งที่เขาซึ่งเป็เด็กผู้ชายเงียบ ๆมักถูกรังแกจากกลุ่มเด็กชายคนอื่น ๆ เสมอ อย่างตอนนี้ก็เช่นกัน
และแมว...มักจะได้รับความช่วยเหลือจากเด็กผู้หญิงซึ่งนี่เองเป็เหตุให้แมวชอบพวกเด็กผู้หญิง และมีมุมมองต่อเพศหญิงในแง่ที่ดีมาก ๆ
'เฮ้ย พวกนายทำอะไรกันน่ะ !'
เสียงของอุ๋ม เด็กหญิงซึ่งเป็เพื่อนเล่นกับแมวมาั้แ่ยังเล็ก ๆ ดังขึ้น
อุ๋มเป็เพื่อนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกับแมวก็เลยยิ่งทำให้คุ้นเคยกันมาก
'เฮ้ย อีหมูอุ๋มมาว่ะ เผ่นเถอะ !'
'ใช่ ๆ อีหมูอุ๋ม อีดำตับเป็ด แฟนไอ้แมว ฮ่า ๆๆ'
เด็กหญิงอุ๋มพยุงเด็กชายแมวให้ลุกขึ้นพลางใส่แว่นกลับไปให้ตามเดิม
และนี่คือจุดเริ่มต้น...ที่ทำให้แมวรู้สึกว่าเขาเกลียดเพศชายมากเหลือเกิน !
สักวันเมื่อเขาโตขึ้นจะแก้แค้นไอ้เพศชายที่มันรังแกเขา ให้ย่อยยับคามือ !!!
นางดวงกมลมองหน้าบุตรชายในวัยหนุ่มแล้วก็ถึงกับต้องถอนหายใจออกมาแรง ๆเพราะผลการเรียนอันย่ำแย่ตกต่ำ ที่กำลังจะทำให้เขาต้องถูกรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย
"อะไรกันแมว ! ลูกนี่จะทำให้แม่อับอายไปถึงไหน ทำไมการเรียนถึงได้ตกต่ำแบบนี้ หา !!"
น้ำเสียงของหญิงมีอายุซึ่งดูภูมิฐานดังขึ้นด้วยความโมโห
ปัง!
นางดวงกมลพูดไปพลางตบลงบนโต๊ะไปพลางแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้บุตรชายที่ชื่อแมวดูเหมือนจะสำนึกขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อยตรงกันข้าม แมวยังคงนิ่งเฉย ยกมือขึ้นดันแว่นตากรอบขาวให้เข้าที่เบนสายตามองไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจ
"ผมก็พยายามแล้วนะครับแม่ แต่มันก็ได้แค่นี้ แม่จะให้ผมทำอย่างไร"
แมวยังคงยอกย้อนยิ่งสร้างความโมโหให้นางดวงกมลมากขึ้น
มะรืนนี้หล่อนและนางพวงจันทร์ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน จะต้องบินไปดูงานที่ต่างประเทศเป็เวลาหนึ่งเดือนนี่ยังทำให้หล่อนนึกเป็ห่วงแมวมากขึ้น โดยเฉพาะ่เวลาที่ตัวหล่อนเองไม่อยู่บ้านแบบนี้
"แมว !" นางดวงกมลพ่นลมหายใจออกมา "แมวนะแมวทำไมลูกถึงได้ดื้อแบบนี้"
"..."
ในใจของแมวเขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจนักที่ทำให้มารดาผิดหวังในตัวของเขา
...ยอมรับ ว่าั้แ่เข้ามหาวิทยาลัยมา เขาตั้งใจเรียนน้อยมาก โดยเฉพาะปีที่ 3ทั้งที่อีกนิดเดียวก็ใกล้จะจบแล้ว แต่แมวกลับเริ่มทำตัวเหลวไหลโดยการโดดเรียนบ้างไปนั่งร้านอินเทอร์เน็ตเล่นเกมบ้าง
แมวเป็ชายหนุ่มที่ค่อนข้างติดเกมออนไลน์พอตัวโดยเฉพาะเกมออนไลน์ซึ่งเล่นบนพีซี แม้ตอนนี้เกมออนไลน์มือถือจะมาแรงแค่ไหนก็ตาม
แมวยังคงทำตัวแบบนี้เรื่อยไปจนกระทั่งสองวันให้หลัง
นางดวงกมลต้องเดินทางไปแล้วแต่ก็ยังได้ยินเสียงกริ่งที่หน้าประตูดังขึ้น
"อ้าว มากันแล้ว ๆ"
นางดวงกมลลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตรงไปยังประตูรั้วแมวเดินตามออกไปด้วยความสงสัย
'ใครคือ มากันแล้ว ?'
ประตูรั้วถูกไขกุญแจออกปรากฏร่างของสองแม่ลูก ซึ่งคนแม่ แมวจำได้ว่าคือเพื่อนร่วมงานที่สนิทกับนางดวงกมลส่วนคนลูก...
แมวมองหน้าชายหนุ่มซึ่งน่าจะอายุมากกว่าเขาเล็กน้อยชายหนุ่มรูปร่างผอมบาง ใบหน้าหวาน ผมตัดสั้นเรียบร้อย ซึ่งเอาแต่มองพื้นและไม่สบตามาทางนี้เลย
"สวัสดีจ้ะ พวง"
นางดวงกมลเอ่ยทักทาย
"สวัสดีจ้ะ ฉันพานน มาแล้วนะ"
"อ...เอ่อ" ชายหนุ่มที่ชื่อนน มองมาที่นางดวงกมลแล้วยกมือขึ้นไหว้ทักทาย"สวัสดีครับ ป้าดวง"
“สวัสดีจ้ะ”นางดวงกมลรับไหว้ “หนูนนใช่ไหมลูก ? โตขึ้นเยอะเลยนะ”
“ค...ครับ”
นนตอบแบบตะกุกตะกักแมวมองเห็นผู้ชายคนนี้แล้วขัดใจชอบกล ไอ้ท่าทีที่ดูไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง ไม่สบตาผู้พูดเวลาตอบคำถาม
แต่ก็ช่างเถอะเพราะสองแม่ลูกนี่ก็คงจะแค่มารับมารดาของเขาเพื่อไปสนามบินด้วยกันเท่านั้นไม่ใช่ธุระที่เขาจะต้องสนใจ
...มันไม่เป็เช่นนั้นเมื่อนางดวงกมลหันมาเรียกเขาซึ่งยืนเก้ๆ กัง ๆ อยู่
“ไหนมานี่แมว”
แมวเดินเข้าไปตามเสียงเรียกรู้ว่าต้องทำอย่างไร
“สวัสดีครับป้าพวง”
ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมนางพวงจันทร์รับไหว้อย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
“สวัสดีจ้ะแมว”
“ครับ”
แมวยิ้มส่งๆ ไปอย่างนั้น ตัวเขาเคยเจอกับนางพวงจันทร์มาบ้าง แต่จำไม่ได้ว่าเคยเจอ ‘บุตรชาย’ ของนางพวงจันทร์ด้วยหรือนั่นอาจเป็เพราะตัวเขาไม่ได้ใส่ใจล่ะมั้ง
“แมวนี่พี่นน ลูกของป้าพวง แม่จะให้พี่เขามาเป็พี่เลี้ยงให้ลูกตอนที่แม่ไม่อยู่ดีไหม?”
“อะไรนะครับ!?”
แมวอ้าปากค้างส่ายศีรษะอย่างพยายามปฏิเสธเต็มที่
“ไม่นะแม่ผมไม่้าพี่เลี้ยง ผมดูแลตัวเองได้แม่ก็รู้นี่ !”
แมวเริ่มขึ้นเสียงและนั่นทำให้นนเงยหน้าขึ้นมามองเขาเป็ครั้งแรก ทั้งที่จริง ๆ แล้วนนเป็คนขี้อายจะไม่กล้าสบตากับคนที่ไม่คุ้นเคยมากนัก
“ลูกไม่เคยตั้งใจเรียนไม่เคยทำตัวให้เป็ประโยชน์สักอย่าง ยังจะบอกว่าดูแลตัวเองได้อีกเหรอ !”
นางดวงกมลตวาด
“แต่ผม...ถ้าจะจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลผมจริง ๆ ขอผู้หญิงได้ไหมแม่ก็รู้ว่าผมเกลียดแม่งขนาดไหนไอ้เพศชายเหมือนผมเนี่ย !!”
ปมการถูกกลั่นแกล้งในวัยเด็กทำให้แมวพูดออกไปอย่างไม่ยั้ง
มารดาของเขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วหันไปขอโทษกับนางพวงจันทร์ในขณะที่ตัวเขาแสดงอาการฮึดฮัดออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่รู้แหละแมว ! ลูกจะเอาไอ้พวกเพื่อนเลว ๆนั่นมาตัดสินพี่นน มันไม่ได้หรอกนะ เพราะฉะนั้นแม่ไม่สนว่าลูกจะพูดอย่างไรพี่นนจะอยู่ดูแลลูกที่นี่จนกว่าแม่จะกลับบ้าน !”
“...”
นางดวงกมลยื่นคำขาดจนแมวถึงกับพูดไม่ออก
“ป้าดวง?”
เสียงเพราะๆ ของนนเรียกความสนใจจากนางดวงกมลไปได้
“จ๊ะ? เออนน ป้าขอฝากเ้าแมวด้วยนะ รบกวนทีเถอะ เพราะตัวป้าเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับเขาแล้ว”
นางดวงกมลดูจะเหลืออดกับผู้เป็บุตรชายมากจริงๆ ถึงกับต้องวานให้นนซึ่งเป็บุตรชายของเพื่อนมาเป็พี่เลี้ยงให้
นอกจากแมวจะไม่ยอมรับแล้วแมวยิ่งทนไม่ได้เพราะนนเป็ผู้ชาย... เป็เพศชาย ที่เขาเกลียดและเกลียด !มาก ๆ !
แมวไม่ใช่ผู้ชายขี้หลีหน้าม่อก็จริงแต่แมวชื่นชอบในเพศหญิงอย่างมาก ทั้งรูปลักษณ์ อุปนิสัยใจคอและแน่นอนว่าเพราะเพื่อนซึ่งเป็เพศหญิงมักจะดีกับแมวในวัยเด็กมากกว่าเพศชายที่รังแกแมวเพราะแมวเป็เด็กไม่ช่างพูด และใส่แว่นสายตาอยู่คนเดียวในห้อง จนดูเหมือนพวกเนิร์ดๆ
เพื่อนผู้ชายคนอื่นๆ ต่างแสบ ๆ ซ่า ๆ ยกเว้นแมวซึ่งเงียบขรึมและอมภูมิอยู่ในที
สุดท้ายแล้วนางดวงกมลก็โทรฯ เรียกรถแท็กซี่ออกจากบ้านไปพร้อมกับนางพวงจันทร์
แมวกลับมาสู่ความเป็จริงณ ปัจจุบัน
เขามองนนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วส่ายศีรษะอย่างสุดเซ็งดูเหมือนมารดาของอีกฝ่ายจะให้เตรียมเสื้อผ้าและของใช้จำเป็ใส่กระเป๋าเดินทางมาเสียเรียบร้อย
‘เตรียมพร้อมเหลือเกินนะ ให้ตาย !’
แมวคิดแค้นๆ แต่ก็ต้องพูดไปตามมารยาท ถึงเขาจะเกลียดแต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้มารยาทต่อแขกขนาดนั้น
“คุณอยากจะอยู่ห้องไหนก็ได้แล้วแต่”
เสียงห้าวของแมวพูดห้วนๆ ทำให้นนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมา เพราะคำพูดที่ฟังดูเหมือนไม่เต็มใจขนาดหนัก
“ได้ไง?” เสียงเล็กทวนถาม “แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าห้องไหน”
“ห้องไหนก็ได้”แมวตอบทันที “ตามใจ”
พูดจบร่างสูงก็เดินหันหลังกลับเข้าบ้านแมวไม่สนใจที่จะพูดอะไรกับนนต่อเลยทั้งที่ตัวแมวเองก็ไม่เชิงว่าจะไม่รู้จักนนเสียทีเดียว ในเมื่อตอนเด็ก ๆ ก็เคยเห็นๆ กันมาบ้าง
“...”
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตามหลังบุตรชายเ้าของบ้านอย่างไม่เข้าใจในท่าที
มือเรียวได้แต่ลากกระเป๋าเดินทางตามเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่สามารถมีทางเลือกอื่นได้เลย
หลายวันผ่านไป
แม้ว่าแมวจะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรในเชิงที่ไม่ดีแต่การแสดงออกโดยรวมของแมวก็เรียกว่า แสดงท่าทีที่ ‘เป็ปฏิปักษ์’ อย่างเห็นได้ชัด
นอกจากประโยคคำพูดที่ได้ยินจากปากของแมวในวันที่นางพวงจันทร์พาเขามาที่นี่มันก็พอจะทำให้นนเดาออกได้ว่าแมวคงเกลียดเพศชายมากทีเดียว
แต่นั่นแหละ...
แมวจะเกลียดใครแต่ทำไมต้องมาลงกับเขาด้วยเล่า !
เ้าของใบหน้าหวานรู้สึกอึดอัดกับการอยู่แบบนี้เสียเหลือเกิน
แมวไม่เคยเข้ามาพูดคุยหรืออะไรในขณะที่เขาก็ไม่รู้จะไปดูแลแมวอย่างไรตามที่ได้รับปากกับนางดวงกมลไว้เพราะถึงแม้เขาจะอายุมากกว่าแมวสามปีแต่แมวก็ดูจะไม่ได้ยอมรับเขาเป็พี่สักเท่าไหร่
...แต่ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือดูเหมือนแมวจะไม่ได้ยอมรับเขาเลยมากกว่า !
วันนี้ก็เช่นกันเมื่อเขามองเห็นแมวหอบตะกร้าผ้าใบใหญ่สองใบเดินลงมาจากชั้นสองเขาซึ่งนั่งอยู่เดินเข้าไปหาเพื่อที่จะช่วย
“ให้ฉันช่วยนะ”
นนเอ่ยยื่นมือออกไปหวังให้แมวส่งตะกร้าผ้ามาให้ แต่แมวก็ไม่ทำเช่นนั้น
เ้าตัวเพียงแต่พูดว่า
“ไม่เป็ไรครับ”
แล้วเดินหอบตะกร้าหนักๆ เดินอย่างทุลักทุเลผ่านเขาเพื่อไปยังส่วนหลังบ้านซึ่งเป็ที่ตั้งของเครื่องซักผ้า
เท่าที่มองโดยภาพรวมนนไม่คิดว่าแมวจะเป็คนร้ายกาจอะไรมากมายขนาดนั้น เพราะแมวเองก็พูดจาสุภาพต่อเขาถึงแม้จะดูไม่ค่อยเต็มใจก็ตาม
แมวเอาผ้าลงเครื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแว่นตากรอบขาวที่ตัวเขาสวมอยู่บังเอิญเลื่อนตกลงไปในถังซัก
เสียงสบถดังออกมาจากปากของชายหนุ่ม
“เชี่ยเอ๊ยแว่นกู”
แมวเป็คนสายตาสั้นมากเขาไม่สามารถทำอะไรได้หากไม่สวมแว่น เพราะฉะนั้นในกรณีแบบนี้ก็เช่นกัน
แขนแข็งแรงควานหาลงไปในถังซักซึ่งฝายังคงเปิดและตัวถังยังคงนิ่ง เพราะยังไม่ได้กดคำสั่งใด ๆ ลงไปเพียงแต่มีน้ำซึ่งผสมกับน้ำยาซักผ้าแล้วอยู่ในถังเท่านั้น
“เวรเอ๊ยอยู่ไหนวะ !”
แมวเริ่มหัวเสียเมื่อเขาควานหาแว่นตาไม่เจอง่าย ๆ เพราะผ้าซึ่งเต็มถังในความลึกพอสมควร ไม่มีแว่นแบบนี้ยิ่งทำอะไรลำบาก
จนกระทั่งร่างผอมบางของนนเดินเข้ามาด้านหลังแล้วพูดกับเขาว่า
“มานี่ฉันช่วย”
“ไม่ต้องหรอก”
“ฉันบอกว่าฉันจะช่วย”
“...”
แมวยอมผละออกไปเพราะถึงเขาดึงดันต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับนนฝ่ายนั้นควานหาแป๊บเดียวก็เจอ มือเรียวหยิบแว่นตากรอบขาวซึ่งเปียกปอนไปด้วยน้ำยาซักผ้าไปล้างในซิงก์ล้างมือใกล้ๆ พลางใช้ชายเสื้อของตนเช็ดแว่นให้แล้วยื่นส่งกลับมาให้แมว
“อะ”
แมวรีบคว้าแว่นมาใส่ตามเดิม
“ขอบคุณครับ”
แมวคิดว่าเขาพูดจบแล้วแต่นนก็ยังคงมองใบหน้าของเขาซึ่งแน่นอนว่ากับคนอย่างแมวที่เกลียดเพศชายมาก ๆ น่ะเหรอ...
ก็จ้องกลับซิไม่เห็นจะยาก !
เพียงแต่แววตาที่นนมองแมวกับแววตาที่แมวมองนน มันออกจะดูต่างกัน ‘มาก ๆ’ ก็แค่นั้นเอง...
เมื่อนนเห็นว่าแมวจ้องตนเองกลับก็เลยรีบหลบสายตา
เมื่อกี้เห็นทีตัวเขาจะลืมไปว่าตนเองเป็คนขี้อายไม่กล้าสบตาใครมากแค่ไหน... แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกอยากมองหน้าแมวให้ชัด ๆ สักครั้ง
...อาจเป็เพราะว่าเขาจำได้รางๆ ถึงตอนสมัยเด็กกระมัง มันมักจะมีบางครั้งที่นางพวงจันทร์เคยพาเขามาที่ที่ทำงานและแน่นอนว่า... นางดวงกมลก็พาแมวมาที่ที่ทำงานด้วย...
ภาพของแมวในวัยเด็กไม่ค่อยแจ่มชัดในความทรงจำของนนเท่าไหร่นัก
ถึงแม้‘แม่ ๆ’ของพวกเขาจะสนิทกัน แต่นั่นไม่ได้นับรวมมาถึงตัวของพวกเขาด้วยนี่นะ !
แมวจัดการซักผ้าจนเสร็จและนำผ้าทั้งหมดออกไปตากเรียบร้อยถึงกลับเข้ามาในตัวบ้านอีกครั้ง
ชายหนุ่มผมซอยสั้นสวมแว่นตากรอบขาว เดินผ่านนนซึ่งนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกไปเงียบ ๆ
...ตลอดเวลาเรียกได้ว่าแมวทำเหมือนกับนนไม่มีตัวตนอยู่ในบ้านนี้โดยสมบูรณ์
และนั่น...มันก็ยิ่งทำให้นนรู้สึกแย่ จนต้องเข้าไปถาม
“นี่”
ชายหนุ่มซึ่งอายุมากกว่าพูด
“อะไร?”
แมวตอบส่งๆ
“หึอะไรมันจะเกลียดผู้ชายมากขนาดนั้น นี่ถ้าได้พี่เลี้ยงเป็ผู้หญิงป่านนี้คงระริกระรี้เลยสิ”
“แน่นอน”
“ป่านนี้...ถ้าพี่เลี้ยงเป็ผู้หญิงคงจะทำอะไรต่อมิอะไรกันไปแล้วล่ะสิท่า”
“ว่าไงนะ”
แมวฟังประโยคนี้แล้วรู้สึกแหม่งๆ ชอบกล มันฟังเหมือนนนกำลังพูดจาดูถูกให้ร้ายเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“หรือว่าไม่จริง? ป่านนี้นะ คงจะ ‘ซั่ม’กันอยู่ในบ้านนี้แหละมั้ง แม่ไม่อยู่บ้านเสียด้วย...”
“หุบปาก!!”
ร่างสูงตวาด
แมวยอมรับว่าเขาอาจจะเป็คนแบบนั้นตามประสาผู้ชายแต่เขาไม่ใช่คนที่จะเรียกผู้หญิงคนไหนก็ได้มาทำอะไรกันในบ้านของเขาลับหลังมารดาแบบนั้นช่างเป็คำิ่ประมาทที่รุนแรงเหลือเกิน
“ปากดีจังเลยนะแม่ผมจ้างให้คุณมาเป็พี่เลี้ยงก็ทำหน้าที่ของคุณไปสิไม่ใช่ให้มายืนวิพากษ์วิจารณ์ผมฉอด ๆๆ แบบนี้”
“อ๋อก็แล้วนายให้ฉันทำไหมล่ะ ไอ้หน้าที่พี่เลี้ยงน่ะ ดีแต่เมินใส่ฉันตลอดเพียงแค่ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงที่เป็ผู้หญิงแบบที่นายอยากได้ ประสาทชัด ๆ”
นนส่ายหน้าไปมาอย่างยั่วโมโหแมวยิ้มเย็น
‘นี่ขนาดเป็คนที่เวลาพูดอะไรกับใครไม่ค่อยสบตานะเนี่ย แต่คำพูดแต่ละคำเหมือนเข็มทิ่มแทง’
บุตรชายเ้าของบ้านคิดพลางสูดลมหายใจเข้าลึก
สุดท้ายก็เป็แมวเองที่เลือกจะเดินเลี่ยงไปที่อื่นทิ้งให้นนยืนเม้มปากแน่นอย่างเจ็บใจอยู่อย่างนั้น