ตอนที่ 145 ไม่เผ็ด…ไม่ผัก
“ถ้าพวกเขามีความตั้งใจแน่วแน่ก็มาติวด้วยกันเลย อีกอย่างยิ่งคนเยอะมันก็ยิ่งทำให้พี่ได้ทดสอบโปรแกรมติวไปในตัวด้วยเลยว่าจะสามารถสอนเด็กเกเรได้หรือไม่?” พีทพยักหน้ารับปาก
และผ่านไปอีกหนึ่งวัน กลุ่มเด็กเกเรที่พลอยได้บอกกับเขา ก็พลันมาติวด้วย…พีทเหมือนกับเห็นตัวเอง ในตัวของเด็กพวกนี้
เสื้อออกนอกกางเกง รองเท้าเหยียบส้น บางคนที่เรียนรักษาดินแดน (รด.) ก็ไถผมสกรีนเฮดด์ ส่วนคนไหนไม่ได้เรียนก็จะตัดผมรองทรงต่ำไว้ยาว ดูแล้วน่าจะผิดระเบียบของโรงเรียนในช่วงปี 2556 อยู่ไม่น้อย
พีทไม่ได้ว่าอะไรเด็กพวกนี้ แค่มองพวกเขาและเตือนพวกเขาให้ตั้งใจเรียนอย่าได้รบกวนเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งพวกเขาก็รับปากพีทด้วยท่าทางหวาดๆ เล็กน้อย ถึงอย่างไรพีทก็เป็นรุ่นพี่โรงเรียนเก่าของพวกเขา ยิ่งวันนี้แชมป์และพี่หญิงเล็กมาที่ร้านสาขาแรกด้วยแล้ว มันก็ยิ่งทำให้เด็กเกเร หรือที่เรียนกันว่าเด็กวิทย์เถื่อนกลุ่มนี้ ดูงอไปเลยทีเดียว
แชมป์ยังคงสไตล์แบดๆ อยู่ มันเลยดูเท่ในสายตาของเด็กเกเร แต่ที่จัดการเด็กเกเรพวกนี้ได้อย่างอยู่หมัด เห็นจะเป็นหญิงเล็กมากกว่า
หญิงเล็กแทบจะตวาดใส่เด็กเกเรที่เหยียบส้นรองเท้าในทันทีที่เห็น “รองเท้าใส่ให้มันดีๆ ไม่ได้หรือไง…ไม่รู้ตัวหรือไม่มีใครเตือนบางเหรอว่าเท้าของพวกเธอเหม็นมาก ฉะนั้นก่อนจะเขาห้องติวหนังสือ ไปล้างเท้าให้สะอาดด้วยนะ!” หญิงเล็กทำเอาเด็กเกเรทั้งหมด 7-8 คน เกรงกลัวและมองเธอเป็นเจ๊ใหญ่ไปเลยทีเดียว
“ไม่มีใครมาเพิ่มแล้วใช่ไหม?” พีทถามพลอยเมื่อตอนนี้มีเด็กนักเรียนทั้งหมด 20 กว่าคนแล้ว ซึ่งภารกิจของระบบได้กำหนดไว้ให้พี่ทำให้พวกเขาสอบผ่านให้ได้อย่างน้อย 20 คน
แต่กระนั้นพีทก็ยังมองว่าเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จอยู่พอสมควรเพราะเด็กเกเรกลุ่มนี้ ได้คะแนนในการทดสอบแทบจะต่ำกว่า 50 คะแนนแทบทุกคน ดูแล้วไม่มีหวังเลยที่จะผ่านครบ 20 คน
ฉะนั้นพีทเลยถามกับพลอยว่ายังมีใครสนใจมาติวเพิ่มอีกไหม อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของเขาเอง “ไม่มีแล้วค่ะ เพื่อนในห้องที่เหลือง ที่ไม่ได้มาติว ส่วนใหญ่บ้านมีฐานะพอสมควรเลยมีติวพิเศษกันอยู่แล้ว ยิ่งพอรู้ว่าเราติวกับโปรแกรมไม่ได้เรียนกับอาจารย์ชื่อดัง ก็ไม่มีเพื่อนคนไหนสนใจอีก” พลอยพูดจบก็จูงมือเบลล์เข้าไปติวหนังสือกันต่อ ซึ่งพีทได้ยินเช่นนั้น ก็พลันเข้าใจเพื่อนที่เหลือของพลอย ที่ไม่ได้มาติวด้วย รวมๆ แล้วน่าจะมีประมาณ 10 กว่าคน ที่มีเรียนพิเศษกันอยู่แล้ว
‘ช่างปะไร ได้แค่ไหนก็แค่นั้น…จะได้ทดสอบไปในตัวด้วยเลยว่าโปรแกรมของฉันจะเก่งกว่าครูสอนพิเศษชื่อดังหรือไม่?!’ พีทเองก็อยากรู้ว่าโปรแกรมของเขามันจะได้ผลจริงๆ หรือไม่
แต่ทว่าในขณะที่ผ่านการติวหนังสือไปได้สักพัก ก็พลันมีเด็กนักเรียนหลายคนวิ่งออกมาจากห้อง ด้วยหน้าตาที่เต็มไปด้วยความดีใจ หนึ่งในนั้นมีเบลล์และเด็กท็อปห้องอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
“พี่พีท เมื่อกี้หนูได้ทดสอบประเมินอีกครั้ง ครั้งนี้หนูได้ 88 คะแนน…โปรแกรมให้หนูเรียนหลักสูตรม.ปลายได้แล้วค่ะ” เบลล์พูดด้วยความดีใจ เฉกเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ที่วิ่งออกมา พวกเขาเองก็ผ่านการประเมินเบื้องต้นและได้ปลดล็อกหลักสูตรม.ปลายกันแล้ว เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น โปรแกรมของพีทก็เริ่มเห็นผล
พีทร่วมยินดีกับเด็กที่สอบผ่านไปเรียนหลักสูตรม.ปลาย แต่ในใจก็แอบชะเง้อมองดูพลอย ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่สอบผ่าน ทั้งๆ ที่ตัวของพลอยแทบจะติวหนังสืออยู่ตลอดเวลา แถมยังมีโน้ตบุ๊กที่พีทลงโปรแกรมติวไว้ให้ส่วนตัว ใช้เรียนอยู่ที่บ้านอีกด้วย
‘เกิดอะไรขึ้นกับพลอยหรือเปล่า?’ พีทแอบสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม เพราะกลัวว่าน้องจะเสียใจ เขาชะเง้อมองดูอยู่สักพัก แต่ก็เห็นเพียงพลอยติวหนังสือด้วยความตั้งใจอยู่เงียบๆ
‘ไม่ได้การ ในฐานะพี่ชาย…เขาต้องปลอบเธอสักหน่อย’ พีทได้เรียกพลอยออกมาคุยด้วยที่ห้องประชุมของเขา “หักโหมมากเกินไป มันอาจทำให้เธอเครียดได้นะ?” พีทเอาขนมของตัวเองส่งให้กับพลอย ไม่ว่าจะขนมทอดกรอบหรือลูกอมต่างๆ พีทได้ขนมาหมดเพื่อน้องสาวของเขา
“เครียด? หนูดูเหมือนคนเครียดเหรอ” พลอยรับขนมมาด้วยความงุนงง เมื่อเห็นพี่ชายเอาใจใส่เธอแปลกๆ “พี่เห็นว่าเธอ ไม่ได้ออกมาร่วมดีใจกับเพื่อนๆ ที่สอบแบบทดสอบผ่าน เลยกลัวว่าเธอจะกดดันตัวเองมากเกินไป”
ยิ่งพีทพูดมันก็ยิ่งทำให้พลอยยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ “ตกลงพี่เป็นห่วงหนูจริงๆ หรือเปล่า” พลอยแทบจะหัวเราะออกมากับท่าทางตลกๆ ของพีทพี่ชายของเธอ “หนูสบายดีพี่ไม่ต้องห่วง ที่หนูไม่ได้ออกไปดีใจ เพราะหนูดีใจลั่นบ้านไปแล้วเมื่อคืนก่อนที่พี่ไม่ได้กลับบ้านและแอบมานอนกับพี่ฝ้ายกันสองต่อสอง ไม่เป็นไรหนูไม่บอกแม่กับแม่พี่ฝ้ายหรอกว่า พวกพี่แอบมาอยู่ด้วยกัน” พลอยแอบยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะรีบวิ่งถลาออกจากห้องไป โดยที่พีทแทบจะตามตัวจับเธอไม่ทันเลยทีเดียว
หลังจากพลอยออกไป พีทก็ได้ตัดสินใจใช้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบเข้าไปตรวจสอบผลคะแนนของพลอย ซึ่งทันทีที่เขาได้เห็นคะแนนของพลอย ก็ต้องอ้าปากค้าง เพราะตอนนี้หลักสูตรที่เอไออัลฟ่าจัดให้น้องสาวของเขาก็คือ หลักสูตรม.ปลายและหลักสูตรเตรียมเข้าสอบคณะแพทยศาสตร์แล้ว
อย่าลืมว่าโปรแกรมติวหนังสือนี้ พีททำขึ้นให้กับพลอย ทำให้โปรแกรมในโน้ตบุ๊กของพลอยเป็นโปรแกรมที่โคลนนิ่งมาจากเอไออัลฟ่าโดยตรง ทำให้เธอนั้นสามารถเรียนไปไกลได้มากกว่าคนอื่นๆ
และไม่ต้องห่วงว่าพลอยนั้นจะเครียดเลย เอไออัลฟ่านั้นหลังจากให้พลอยทำบททดสอบวิชาต่างๆ เสร็จในแต่ละวัน มันก็ปลดล็อกเครื่องให้พลอยใช้เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือดูคลิปจากช่อง WeAreOne ได้ตามสบาย
‘นี้ฉันห่วงมากเกินไปสินะ’ พีทยิ้มแห้ง ที่กลัวว่าพลอยจะไล่ตามคนอื่นไม่ทัน…ทั้งที่ความจริงแล้ว ตัวของพลอยนั้นเรียนล้ำหน้ากว่าเพื่อนในห้องตอนนี้ไปมาก ชนิดที่ว่าหลักสูตรม.ปลาย พลอยก็ได้คะแนนสูงจนผ่านแล้ว
ระบบจึงได้ปลดล็อกหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ให้กับพลอยได้เริ่มเรียนก่อนใคร เพื่อเอาไว้ใช้สอบเข้ามหาลัยในไม่กี่เดือนข้างหน้านั่นเอง
วันเวลาได้ผ่านไป 5 วันแล้วนับจากวันที่เด็กเกเรจากห้องของพลอยได้เข้าติวหนังสือของพีท
ซึ่งในระหว่างหลายวันที่ผ่านมา ก็ไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกำหนดการที่พีทวางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น แอป Easy Food และ Easy Shop ที่แอปอย่างหลังนี้ใกล้จะเปิดตัวแล้ว แถมยังเริ่มดีลกับร้านค้าบางแห่งอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหลเกินความจำเป็นอีกด้วย
อย่างไรก็ตามวันนี้ ที่จริงก็เป็นวันธรรมดา เพียงแต่ที่มันพิเศษก็ตรงที่ สูตรข้าวยำไก่แซ่บของเขามันพร้อมแล้ว ยิ่งประกอบกับครอบครัวพีทเคยขายข้าวมันไก่มาก่อน พอพีทถ่ายทอดสูตรข้าวมันไก่ให้กับเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอสอย่างครบถ้วน
มันก็ทำให้ในวันนี้มีสูตรข้าวยำไก่แซ่บและข้าวมันไก่ทอด พร้อมที่จะให้ทดลองชิมกันแล้ว
แน่นอนเมนูใหม่ทุกเมนูล้วนมีจุดเริ่มต้นที่ร้านไก่ทอดสาขาแรก และครั้งนี้มันก็ยังคงเป็นแบบนั้นตามธรรมเนียม
ฝ้าย แชมป์ หญิงเล็ก พี่แตงและผู้ที่เกี่ยวข้องกับร้าน Chicky CPF ต่างพากันมาที่ร้านไก่ทอดสาขาแรกของพวกเขา โดยพีทก็ได้จัดเตรียมห้องประชุมเอาไว้สำหรับชิมเมนูใหม่เอาไว้แล้ว
แน่นอนพีทไม่ลืมที่จะเชิญพี่จ๊อบจากช่อง WeAreOne และแก๊งของพวกเขามาด้วย แม้ตอนนี้ชื่อเสียงของช่อง WeAreOne จะโด่งดังเป็นพลุแตก มียอดสมัครสมาชิกช่องมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยไปแล้ว ถึงอย่างนั้นพี่จ๊อบก็ยังไม่ลืมน้องชายอย่างพีทเลย
ห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยคนนับสิบ ก่อนที่คนเหล่านั้นจะได้ลิ้มลองเมนูใหม่ของพีทที่มีน้องโอมและน้องลาเต้ สองผู้จัดการร้านสาขาแรก ช่วยกันยกเมนูใหม่ขึ้นมาให้กับพีท
มันเป็นถ้วยกระดาษธรรมดาๆ มีฝาปิดและบนฝามีรูระบายอากาศเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ข้าวๆ ร้อน ถูกอบอยู่ด้านในจนทำให้รสชาติไก่ทอดเสียมากเกินไปนั่นเอง
“ผมอยากได้ความเห็นของทุกคนอย่างตรงไปตรงมา เมนูใหม่พวกนี้มีด้วยกันอยู่สองเมนู หนึ่งคือไก่ทอดรสหม่าล่าและเมนูข้าวยำไก่แซ่บครับ” ในตอนแรกพีทชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าจะเลือกใส่เมนูข้าวยำไก่แซ่บและข้าวมันไก่ทอดมาพร้อมกันเลยดีไหม…แต่หลังจากได้ไตร่ตรองแล้ว เขาคิดว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบปล่อยข้าวมันไก่ทอดออกมาก็ได้ เก็บเมนูนี้ไว้ หลังจากที่ทุกคนเบื่อข้าวยำไก่แซ่บของเขาก็ยังไม่สาย
ฉะนั้นพีทจึงตัดสินใจที่จะปล่อยเมนูไก่ทอดรสใหม่กับเมนูข้าวพร้อมกันแทน
ไก่ทอดรสหม่าล่าและเมนูข้าวยำไก่แซ่บ ได้วางอยู่ตรงหน้าของทุกคน ก่อนที่พีทจะพยักหน้าให้ทุกคน ได้ลิ้มลองกับเมนูใหม่ได้ตามสบาย
ครืด~! หลายคนเลือกที่จะกินไก่ทอดรสหม่าล่ากันก่อน เพราะด้วยสีและกลิ่นของมันที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับพวกเขา มันช่างดึงดูดใจของทุกคนมากทีเดียว จะมีก็แต่กลุ่มของพี่จ๊อบและทีม WeAreOne ที่เลือกกินเมนูข้าวกันก่อน
พี่จ๊อบและทีมงานของเขา หิวกันมากหลังจากต้องถ่ายคลิปกันจนเหน็ดเหนื่อยและรีบตรงมาหาพีทที่ร้านตามคำเชิญเลย จึงไม่แปลกที่จะหิวกันมาก ‘กรวม’ พี่จ๊อบและทีมงานตักข้าวในถ้วยกระดาษที่มีไก่แซ่บ ที่ถูกยำมาจนเข้าเนื้อ พร้อมกับกินด้วยความเพลิดเพลิน
อาจจะด้วยความหิว ทำให้ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตากิน โดยไม่พูดอะไร…ปฏิกิริยาภายในห้องประชุมก็พากันเงียบไม่ต่างกัน เมื่อทุกคนต่างมองมาที่พีทจนตาค้าง
แชมป์ พี่แตง น้องโอมและน้องลาเต้ รวมถึงพนักงานร้าน Chicky CPF บางคนที่ถูกเรียกให้มาชิมเมนูต่างพากันแข็งค้าง
ส่วนฝ้ายและหญิงเล็ก เธอเคยชิมไก่ทอดรสหม่าล่าของพีทกันมาแล้วที่ประเทศจีน ทำให้พวกเธอทั้งสองคนมีภูมิต้านทานกับความเผ็ดจากพริกเสฉวนนี้อยู่พอสมควร
‘พี่พีทหนูลิ้นชา’ น้องลาเต้แลบลิ้นออกมา หมายจะยื่นลิ้นของตัวเองที่แดงระเรื่อจากความเผ็ดให้พีทได้ดู แต่ก็ถูกโอม พนักงานคนแรกที่เข้ามาทำงานพร้อมๆ กัน ดึงลิ้นของอีกฝ่ายกลับเข้าไป ‘เล่นบ้าอะไร ยัยลาเต้ นั่นพี่พีทนะ!’ โอมทำเสียงดุๆ แต่ทว่าลิ้นของโอมก็เริ่มชา ไม่ต่างจากลาเต้เหมือนกัน
“พีทไก่ทอดของเธอ ทำอะไรผิดหรือเปล่าทำไมลิ้นพี่ถึงชาแบบนี้?” พี่แตงได้กินไก่หม่าล่าไปคำเดียวก็รับรู้ได้ถึงความเผ็ดที่แตกต่างไปจากปกติ อย่างที่บอกไปพริกของไทยมันจะเผ็ดร้อน เหมือนหมัดน็อกที่ซัดเข้าใส่ตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม กินคำแรกก็รับรู้ได้ถึงความเผ็ดแสบเลย ถ้าหากเปรียบเป็นผู้หญิงก็เหมือนผู้หญิงแซ่บๆ ที่น่าชวนรับประทาน ทั้งๆ ที่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายไม่เบานั่นเอง
พริกเกาหลีจะเหมือนหมัดแย็บ ที่ตอนแรกอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่พอกินเข้าไปนานๆ เข้ามันจะเริ่มแสดงอาการเผ็ดออกมาจนเหงื่อไหลไคลย้อยจนเริ่มทรมาน รสชาติของมันคล้ายกับความงามของผู้หญิงที่ต้นหวาน ปลายคม
ส่วนพริกหม่าล่าของจีน ความเผ็ดและรสชาติ รวมถึงกลิ่นของมันจะแปลกกว่าชาวบ้าน
มันไม่ได้เผ็ดโดดเหมือนพริกของไทย ไม่ได้เผ็ดทรมานเหมือนกับของเกาหลี แต่มันเผ็ดแบบทำให้ลิ้นชา ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่อาจทำให้คนตกใจได้ แต่ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น ทางด้านรสชาติของมันก็ชวนลิ้มลองให้กินต่อได้เรื่อยๆ เพราะมันไม่ได้เผ็ดจนเอากันถึงตายแบบพริกของไทยหรือพริกแบบเกาหลี
พริกเสฉวนนั้นกินได้เรื่อยๆ แต่ก็แลกมาด้วยกับปากที่ชาไปทั้งปากก็เท่านั้นเอง!
‘รสชาติดีนะ แต่พิษสงร้ายไม่เบา…ฉันชอบว่ะ!’ แชมป์พยักหน้าด้วยความชอบใจ ก่อนที่พี่จ๊อบและทีมงาน ที่ได้ซัดเมนูข้าวยำไก่แซ่บกันจนหมดเกลี้ยง ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความงุนงง
“อะไรพิษสงร้าย จัดมาเลยพีท…พี่พร้อมแล้ว” พี่จ๊อบที่เป็นคนที่มีรูปร่างเจ้าเนื้อ ได้ร้องโวยวายออกมา เรียกเสียงฮาให้กับคนในห้องประชุมไม่น้อย “พี่จ๊อบ พวกพี่ลืมอะไรกันไปหรือเปล่า? ผมให้พี่มาทดลองชิมนะครับ ไม่ได้มาซัดโฮกกินเอาตายกันแบบนี้” พีทหัวเราะไม่ออก เมื่อเห็นจานข้าวตรงหน้าของพี่ๆ ทีมงาน WeAreOne ถูกซัดหมดจนเกลี้ยงจาน ไม่เหลือแม้แต่เศษหัวหอมและข้าวคั่ว ที่เป็นวัตถุดิบในเมนูนี้
“กินเกลี้ยงแบบนี้ ไม่ต้องถามหรอกว่า จะขายได้หรือไม่ได้? มันต้องขายได้แน่นอนอยู่แล้วสิวะ ไอ้น้องชาย” พี่จ๊อบและพี่อิทที่เป็นเพื่อนสนิทกัน แทบจะพูดออกมาพร้อมๆ กัน
แต่กระนั้นพีทก็ได้สังเกตเห็นทีมงานของช่อง WeAreOne อีกหนึ่งคน ที่ดูจะไม่เอ็นจอยและสนุกกับเมนูใหม่นี้ของพวกเขาสักเท่าไร “คนนี้เป็นทีมงานใหม่ เป็นคนค่อนข้างกินยากอยู่สักหน่อย เอาง่ายๆ เป็นคนยึดถือหลักคำว่าไม่…ไม่เผ็ด ไม่ผัก” พี่จ๊อบเหมือนจะรู้ว่าทีมงานคนนี้ของเขาดูแปลกๆ
ซึ่งมันก็จริง ทีมงานคนนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นพิธีกรรายการอาหารได้เลย เพราะเป็นคนที่กินยากมาก ไม่กินทั้งเผ็ด ไม่กินทั้งผัก
ขนาดความเผ็ดที่ทีมงานคนนี้กินได้อยู่ที่ ระดับความเผ็ดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำเท่านั้น หากเกินกว่านี้ร่างกายจะต่อต้านและต้องหาน้ำมากินดับเผ็ดโดยด่วน ฉะนั้นเมนูไก่ในวันนี้ของพีท จึงมีเพียงทีมงานคนนี้ที่ไม่ถูกใจ “ไก่ของน้องอร่อยดี แต่เป็นพี่เอง ที่กินยากไปหน่อย” ข้าวในชามของพี่ทีมงานคนดังกล่าว พีทสังเกตเห็นเลยว่าเขาเอาแต่ตักกินแต่ไก่ ส่วนผักและเครื่องเทศของข้าวยำไก่แซ่บ ล้วนถูกเขี่ยออกจนเกลี้ยง แต่ถึงกระนั้นด้วยการที่เมนูไก่นี้ของพีทมันถูกคลุกเคล้ามาเป็นอย่างดี ทำให้รสชาติของเครื่องยำ มันได้ผสมผสานลงไปในเนื้อไก่จนหมดแล้ว
พีทเมื่อเห็นดังนั้นก็เข้าใจและเห็นใจคนที่ถือ ‘คติสองไม่…ไม่เผ็ดกับไม่ผัก’ แบบพี่ทีมงานคนนี้อยู่ไม่น้อย
ไม่ใช่ว่าคนไทยทุกคนจะกินเผ็ดได้และไม่ใช่ทุกคนที่ชอบกินผัก พีทใช้หัวคิดอยู่นาน ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งขึ้น “พี่รอผมแป๊ปหนึ่ง เดี๋ยวผมไปทำข้าวจานใหม่มาให้” เมื่อพูดจบ เขาก็ได้เปิดประตูลงไปด้านล่าง เพื่อเตรียมไปทำเมนูข้าวยำไก่แซ่บ สูตรใหม่ที่เป็นสูตรไม่เผ็ด ไม่ผัก ให้กับพี่ทีมงานคนนี้ได้กินเป็นพิเศษ
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy