“ถวายบังคมเพคะ” ผิงหลางทำความเคารพชายสูงศักดิ์
“ไหนล่ะรางวัลของเรา” องค์ชายหกตรัสยิ้มๆ
“รางวัลอะไรเพคะ” ผิงหลางงง
“เราอุตส่าห์ไม่ออกนอกลู่นอกทางเพื่อเจ้าเลยนะผิงหลาง”องค์ชายหกทรงอ้าง
“ทรงอย่าตรัสล้อเล่นเช่นนี้สิเพคะเดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอก” ผิงหลางหน้าแดงเพราะทุกคนพากันจับจ้องมาที่นาง
“คนรักของเราอายน่ะงั้นพวกเรามาเริ่มเรื่องกันดีกว่า” องค์ชายหกตรัสกับทุกคน
“หม่อมฉันไม่ใช่….” ผิงหลางกำลังจะแย้งแต่ถูกพูดแทรก
“อย่าเพิ่งเขินเลยนะแม่นางผิงหลางพวกเรามาเริ่มเข้าสู่การประชุมกันดีกว่านะ” ท่านหยางสือกล่าว
“ฝ่าบาททรงส่งนักฆ่าออกตามล่าเราไปทั่วแคว้นฉินแล้วแต่ยังไงนักฆ่าก็ยังตามหาเราไม่เจอ ดังนั้นเรื่องนี้ไว้ก่อนเพราะตอนนี้ฝ่าบาททรงกำลังไม่ไว้พระทัยฮองเฮา” องค์ชายหกทรงเกริ่นเรื่อง
“ทำไมล่ะเพคะในเมื่อพระนางทรงทำทุกอย่างเพื่อฝ่าบาททั้งสิ้น” ผิงหลางไม่เข้าใจ
“พระสนมเหมยหลิงทรงเป่าพระกรรณฝ่าบาทแทบทุกวันจนฝ่าบาททรงเริ่มคล้อยตาม ดังนั้นฝ่าบาทจึงทรงขับไล่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดฮองเฮาออกไปจากวังจนหมดทุกคนรวมถึงตัวเราซึ่งปลอมตัวเป็นกงกงฟูต้าด้วย”องค์ชายหกตรัส
“แบบนี้พระองค์ก็ทรงเข้าไปแฝงตัวอยู่ในวังไม่ได้แล้วสิพะย่ะค่ะ”หยางสือกล่าว
“เราคงต้องปลอมตัวเป็นคนอื่นแล้วมาพักอาศัยอยู่กับท่านหยางสือชั่วคราว”องค์ชายหกตรัส
“ทำไมไม่พักอยู่กับแม่นางผิงหลางล่ะพะย่ะค่ะ”หยางสือเห็นว่าองค์ชายหกทรงเป็นคนรักของผิงหลาง
องค์ชายหกทรงหันไปยิ้มให้ผิงหลางที่กำลังจะแย้งแต่พระองค์ทรงชิงตรัสเสียก่อน “เราไม่อยากทำให้นางเสียชื่อเสียงหรอกนางเป็นคนรักขององค์ชายหกอย่างเรา ถ้าให้นางอยู่กับเราที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายคนอื่นนางก็เสียชื่อแย่น่ะสิ” องค์ชายหกทรงอธิบาย
“กระหม่อมเข้าใจแล้วพะย่ะค่ะและไม่ควรให้พระองค์อยู่ใกล้แม่นางผิงหลางมากเพราะนักฆ่ากำลังคอยจับตาดูแม่นางผิงหลางอยู่เผื่อว่าพระองค์ทรงจะมาพบนางเข้าสักวัน” หยางสือนึกขึ้นได้
“การเกิดข้อขัดแย้งระหว่างฝ่ายในภายในวังหลวงในช่วงนี้อาจพอถ่วงเวลาได้บ้างพวกเราจะต้องรีบรวบรวมไพร่พลให้เร็วที่สุด” องค์ชายหกตรัส
“ตอนนี้กระหม่อมออกตัวไม่ได้พะย่ะค่ะเพราะหากกระหม่อมติดต่อใคร บุคคลนั้นก็จะเป็นที่สงสัยไม่เพียงเท่านั้นฝ่าบาททรงกำลังหาหลักฐานเอาผิดเรื่องการก่อการใหญ่ของกระหม่อมอีกด้วย”หยางสือจะต้องระมัดระวังตัว
“ฉากหน้าท่านหยางสือจำเป็นต้องใกล้ชิดซูหลินตลอดเวลาเพื่อทำให้ดูเหมือนว่าท่านกำลังหลงฮูหยินวัยสาวอยู่” องค์ชายหกตรัสแผน
“พะย่ะค่ะ” หยางสือเองก็อยากเอาใจใส่ดูแลฮูหยินบ้าง เลยยินดีทำตามแผนการขององค์ชายหก
“ส่วนผิงหลางเจ้าจงระวังตัวให้ดี ฝ่าบาททรงกำลังวางแผนขับไล่พระสนมที่ถูกลืมออกนอกวังดังนั้นเจ้าจะว่างงาน และอาจจะได้กลับเข้าไปเป็นองครักษ์ข้างกายฝ่าบาทคราวนี้ฝ่าบาททรงไม่ยอมปล่อยเจ้าหลุดมือเป็นแน่” องค์ชายหกทรงเตือน
“แล้วหม่อมฉันควรจะหลีกเลี่ยงยังไงเพคะหรือว่าไปขออาศัยพึ่งพาใบบุญของฮองเฮาดีมั้ยเพคะ” ผิงหลางรีบถาม
“ตอนนี้เจ้าต้องพยายามออกห่างฮองเฮาให้ได้มากที่สุดเพราะฝ่าบาททรงหวาดระแวงทุกคนที่อยู่ข้างกายฮองเฮา งั้นเอาอย่างนี้เมืองสุยไห่กำลังประสบอุทกภัย ฮองเฮาจึงทรงส่งทหารองครักษ์เพื่อลำเลียงอาหารและเครื่องใช้จำเป็นไปแจกปวงชนที่นั่นเจ้าจงรีบอาสาและรีบไปที่นั่นทันทีก่อนที่ฝ่าบาททรงจะเรียกเจ้าให้เข้าเฝ้าเพื่อคอยปรนนิบัติพระองค์” องค์ชายหกทรงวางแผนให้
“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงชี้แนะ”ผิงหลางกล่าว
“ระวังตัวด้วย! แม้พวกเราห่างกันไกลแต่หัวใจของเรายังอยู่ที่เจ้าเสมอ” องค์ชายหกตรัสคำหวาน
ทุกคนพากันแอบอมยิ้ม
“ทรงอย่าตรัสล้อเล่นเช่นนี้สิเพคะ”ผิงหลางเขินจนหน้าแดง
“เอาล่ะพวกเราแยกย้ายกันก่อนเถอะ” องค์ชายหกตรัสปิดประชุม
“พะย่ะค่ะ” ทุกคนกล่าวพร้อมกัน
ผิงหลางกำลังจะเดินออกไปจากฐานลับแต่องค์ชายหกทรงรีบจับข้อมือหญิงสาวแล้วพากันไปคุยอยู่ในห้องรับรองแขก
“ทรงมีอะไรงั้นหรือเพคะ” ผิงหลางตกใจ
พอถึงห้องรับรององค์ชายหกก็ทรงดึงหญิงสาวเข้าไปกอดให้หายคิดถึง
ผิงหลางพยายามขัดขืนแต่องค์ชายหกทรงกอดนางแน่นมาก “ทรงจะทำอะไรเพคะ”
“เราขอโทษที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้รู้มั้ยว่าเรารู้สึกเจ็บใจมากแค่ไหนที่เห็นฝ่าบาททรงลวนลามเจ้า” องค์ชายหกตรัสความในพระทัย
“แต่หม่อมฉันก็สามารถหลีกเลี่ยงได้และไปอยู่ตำหนักพระสนมที่ถูกลืมไงเพคะ”ผิงหลางเผลอตัวกอดพระองค์ตอบ
“เราเป็นคนทูลเสนอฮองเฮาให้เจ้าไปที่นั่นเองเพื่อที่ว่าจะได้ป้องกันไม่ให้เจ้าใกล้ชิดฝ่าบาท” องค์ชายหกทรงเผย
“ขอบพระทัยเพคะ” ผิงหลางแอบซึ้งใจ
“สัญญากับเราได้มั้ยว่าเจ้าจะไม่นอกใจเรา” องค์ชายหกทรงหวงนางมาก
“แต่พระองค์ทรงมีคนรักอยู่แล้วนะเพคะ”ผิงหลางยังคงเข้าใจผิด
“ผู้หญิงที่อยู่ใกล้เราทุกคนล้วนทำงานให้เราหาใช่คนรักไม่ เรารักเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นนะผิงหลาง” องค์ชายหกทรงเผยความในพระทัย
“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะเพราะหม่อมฉันเป็นองครักษ์อยู่ในวังมานานจึงทำให้เห็นว่าฝ่าบาทและเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ล้วนมีพระชายาและพระสนมข้างกายเต็มไปหมดนั่นจึงทำให้หม่อมฉันไม่เชื่อในรักแท้เพคะ” ผิงหลางกลัว
“สักวันเราจะพิสูจน์ให้เจ้าดูเองว่าเชื้อพระวงศ์ไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกพระองค์เจ้ารีบกลับวังเถิด ตอนนี้พระสนมที่ถูกลืมกำลังเก็บข้าวของออกจากวังแล้ว” องค์ชายหกทรงยอมคลายอ้อมกอดและปล่อยนาง
“เพคะ” ผิงหลางเดินออกมาจากฐานลับของท่านหยางสือในใจนางคิดว่า “หากพระองค์ทรงสามารถชิงบัลลังก์ได้สำเร็จจงลืมหม่อมฉันเถิดนะเพคะ หม่อมฉันไม่ต้องการใช้ชีวิตในวังหลวงหม่อมฉันไม่อยากมีชีวิตเหมือนพระสนมที่ต้องมาคอยลุ้นว่าฝ่าบาททรงจะเสด็จมาพบหม่อมฉันวันไหน”
******************************
ณ ที่ประทับของฝ่าบาท
“ฝ่าบาททรงทำแบบนี้ทำไมเพคะเหตุใดพระองค์ถึงทรงขับไล่กงกง นางกำนัลและทหารองครักษ์ไปหมดเลยล่ะเพคะ” ฮองเฮาทรงไม่พอพระทัย
“เราแค่เปลี่ยนบริวารให้เจ้าใหม่เท่านั้นเองบริวารที่เราส่งไปปรนนิบัติเจ้าล้วนฝึกฝนมาเป็นอย่างดีรับรองว่าเจ้าจะต้องโปรดปรานพวกเขาอย่างแน่นอน” ฝ่าบาทตรัส
“ทรงระแวงหม่อมฉันใช่มั้ยเพคะ”ฮองเฮาทรงรู้ทัน
“อย่าคิดมากสิ! เรารักและเป็นห่วงเจ้ามากเลยนะ ยิ่งเจ้าท้องใหญ่ขนาดนี้แล้ว” ฝ่าบาทตรัส
“ไหนๆพระองค์ทรงขับไล่สนมที่ถูกลืมออกไปแล้วทำไมไม่ขับไล่สนมที่มีดวงเป็นกาลกิณีไปด้วยล่ะเพคะ” ฮองเฮาทรงทราบว่านี่ต้องเป็นคำยุยงของพระสนมเหมยหลิงอย่างแน่นอนดังนั้นพระองค์จึงทรงใช้ดวงมาอ้างเพื่อกำจัดพระสนม
“มีสนมที่มีดวงอย่างนั้นด้วยงั้นหรือ”ฝ่าบาททรงเพิ่งเคยได้ยิน
“เพคะ! หากให้นางอยู่ข้างกายฝ่าบาทดวงพวกนางอาจถ่วงดวงมหาชัยมงคลของพระองค์ได้นะเพคะ” ฮองเฮาตรัส
“แล้วใครล่ะที่มีดวงกาลกิณี”ฝ่าบาททรงสงสัย
“คืนนี้ขอหม่อมฉันตรวจดวงชะตาของพวกนางก่อนนะเพคะ” ฮองเฮาทรงถือโอกาสตรวจดวงชะตาของเหล่าสนมโดยเลือกกำจัดคนที่มีดวงเป็นศัตรูต่อฮองเฮา
“รีบกำจัดพวกนางเร็วๆ นะ”ฝ่าบาทตรัส
“เพคะ”
*****************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ท้องพระโรง เหล่าสนมที่เหลืออยู่ในวังจำนวน 30 คนพากันเข้าเฝ้าฝ่าบาทอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
“จากการตรวจชะตาสนมจำนวน30 คน พบว่ามี 10 คน ที่มีดวงเป็นกาลกิณีเพคะ”ฮองเฮาทรงทูล
“ตั้ง 10 คนเชียวหรือ”ฝ่าบาททรงตกพระทัย
“ฝ่าบาททรงสามารถหาสนมใหม่ได้อีกตั้งมากมายนะเพคะทรงอย่าเสียดายพวกนางเลย หากดวงของพวกนางมีผลทำให้พระองค์ได้รับภยันตรายจะว่ายังไงเพคะ” ฮองเฮาตรัสอ้าง
“เอาเถอะเราจะเป็นผู้ประกาศเหล่าสนมเอง” จากนั้นฝ่าบาทก็ทรงประกาศต่อหน้าเหล่าสนมว่า“หากใครอยู่ในรายชื่อต่อไปนี้ ให้เก็บของออกนอกวังได้เลยเราจะมอบทรัพย์สินให้พวกเจ้าไปตั้งตัวใหม่”
เหล่าสนมพากันมองหน้ากันและพากันลุ้นว่าใครจะถูกขับออกนอกวัง
กงกงจึงประกาศรายชื่อตั้งแต่ลำดับที่ 1 ถึง9 จนกระทั่งลำดับสุดท้าย “และผู้ที่ต้องถูกขับออกจากวังเป็นลำดับสุดท้ายก็คือพระสนมเอกเหมยหลิง”
“เป็นไปไม่ได้” ฝ่าบาททรงไม่เชื่อ
“ทูลฝ่าบาทฮองเฮาทรงต้องการกำจัดคนที่เป็นปรปักษ์ต่อพระนาง ดวงกาลกิณีไม่มีอยู่จริงทรงอย่าหลงเชื่อพระนางนะเพคะ” พระสนมเอกเหมยหลิงตรัสเพราะทรงรู้ทันแผนการของฮองเฮา
“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่เราอย่างนั้นหรือสนมเอกเหมยหลิง เราทำนายได้ว่าเจ้ามีดวงเป็นกาลกิณีจริงๆ ไม่เชื่อก็ถามหมอดูคนอื่นได้เลย”ฮองเฮาทรงท้า
“หม่อมฉันไม่เชื่อเพคะ” พระสนมเอกเหมยหลิงตรัส
“ไม่ได้เด็ดขาด นางเป็น…”ฝ่าบาททรงรักพระสนมเอกเหมยหลิงมากและกำลังจะตรัสแต่ถูกฮองเฮาตรัสแทรก
“ฝ่าบาทเพคะทรงยอมสละทุกอย่างเพื่อนางงั้นหรือเพคะ” ฮองเฮาทรงแอบน้อยพระทัยแต่ก็ต้องเก็บไว้ในพระทัยไม่แสดงอาการออกมา
“ก็ได้! เจ้าจงเก็บข้าวของออกจากวังได้”ฝ่าบาททรงฝืนพระทัยตรัสกับพระสนมเอก
“ทรงพิจารณาใหม่ด้วยเถิดเพคะทรงอย่าหลงเชื่อฮองเฮาเด็ดขาด” พระสนมเอกเหมยหลิงทรงพยายามขอร้อง
และแล้วพระสนมจำนวน 10 พระองค์ก็ทรงพากันเก็บทรัพย์สินออกจากวังอย่างช่วยไม่ได้
*****************************
ณ ตำหนักพระสนมเอกเหมยหลิง
“น่าเจ็บใจนัก! นังฮองเฮาเอาดวงชะตามาอ้าง ทำให้เราต้องถูกขับไล่ออกจากวัง” พระสนมเอกเหมยหลิงทรงแค้นพระทัย
“แล้วทรงจะยอมแพ้แค่นี้หรือเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกล่าว
“เราควรทำอย่างไรดี” พระสนมเอกตรัส
“ในเมื่อฮองเฮาทรงใช้ดวงเป็นเครื่องมือกำจัดพระองค์พระองค์ก็ทรงใช้เรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำกำจัดพระนางสิเพคะ” นางกำนัลคนสนิทเสนอ
“ทำอย่างไรว่ามาเดี๋ยวนี้”พระสนมเอกทรงอยากรู้
นางกำนัลคนสนิทจึงกระซิบบอกแผนการให้พระสนมเอกฟัง
*****************************
ณ ตำหนักฝ่าบาท
“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” พระสนมเอกตรัส
“เหมยหลิง! เจ้านั่นเอง เราขอโทษ เราจำเป็นต้องขับไล่เจ้าเพื่อความคงอยู่ของแคว้นฉิน”ฝ่าบาททรงรู้สึกผิด
“หม่อมฉันเข้าใจพระองค์เพคะและหม่อมฉันก็เก็บของเสร็จแล้ว เตรียมจะจากไปทันที แต่หม่อมฉันเป็นห่วงพระองค์มากเลยนะเพคะ”พระสนมเอกแสร้งตรัส
“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอก เจ้าจงดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน”ฝ่าบาทตรัส
“จะไม่ห่วงได้ยังไงเพคะนางกำนัลของหม่อมฉันแอบได้ยินมาว่าฮองเฮาทรงฝังตุ๊กตาคุณไสยที่ตำหนักของพระองค์ด้วยเพคะ”พระสนมเอกทรงรีบฟ้อง
“เจ้าว่าไงนะ! เป็นไปไม่ได้ ฮองเฮาไม่เคยทำร้ายเรา” ฝ่าบาททรงไม่เชื่อ
“ทรงอย่าลืมสิเพคะว่าอารมณ์ผู้หญิงตั้งครรภ์นั้นแปรปรวนมากเช่นไรยิ่งฝ่าบาททรงเอาแต่เสด็จมาที่ตำหนักของหม่อมฉันแบบนี้ฮองเฮาทรงต้องน้อยพระทัยฝ่าบาทมากเป็นแน่” พระสนมเอกตรัส
“เจ้าไม่มีหลักฐานเสียหน่อย”ฝ่าบาททรงไม่เชื่อ
“แล้วเหตุใดทรงไม่ตามหาตุ๊กตาอาถรรพ์ที่ตำหนักของพระองค์ล่ะเพคะ”พระสนมเอกตรัส
“ก็ได้! หากเจ้าปรักปรำฮองเฮาเราจะสั่งลงโทษเจ้าให้หนัก จำไว้” ฝ่าบาทตรัสคาดโทษ
“เพคะ! ขอเพียงให้พระองค์ทรงพ้นโพยภัยแม้ตายหม่อมฉันก็ยอมเพคะ” พระสนมเอกทรงมั่นพระทัยมากเพราะทรงสั่งให้คนสนิทไปฝังตุ๊กตาหุ่นที่ตำหนักฝ่าบาทเรียบร้อย
“กงกง! รีบพาทหารสำรวจทุกอาณาบริเวณในตำหนักเราบัดเดี๋ยวนี้หากมีสิ่งแปลกปลอมให้เก็บมาทั้งหมด” ฝ่าบาทตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” กงกงรับคำ
ผ่านไปสามชั่วยามทหารนายหนึ่งก็นำหุ่นตุ๊กตาฟางพร้อมกับมีเข็มปักกลางอกของหุ่นมาถวายให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร
“เป็นความจริงหรือนี่เป็นฝีมือฮองเฮาจริงๆ งั้นหรือ” ฝ่าบาททรงไม่อยากจะเชื่อ
“ในวังแห่งนี้มีเพียงพระนางผู้เดียวที่เชี่ยวชาญไสยศาสตร์นะเพคะ”พระสนมเอกตรัส
“เราจะถามนางให้รู้เรื่อง”ฝ่าบาททรงจะไปเอาเรื่องกับฮองเฮาเดี๋ยวนี้
“ไม่ได้เด็ดขาดเพคะยังไงพระนางก็ทรงไม่ยอมรับอยู่ดี อีกอย่างหากพระนางทรงทราบว่าพระองค์ทรงจับได้แล้วพระนางทรงต้องเล่นงานพระองค์ด้วยวิธีอื่นเป็นแน่” พระสนมเอกตรัส
“แล้วเราควรทำอย่างไรดีนางเป็นยิ่งกว่าหมอดูเทวดาเสียอีก นางสามารถเสกสรรได้ทุกสิ่งอย่าง และคงไม่มีใครทำร้ายนางได้”ฝ่าบาททรงกลัวฤทธิ์เดชของฮองเฮา
“ลองสอบถามศิษย์น้องของฮองเฮาถึงวิธีกำจัดพระนางดีมั้ยเพคะ”พระสนมเอกทรงเสนอ
“เหวยเหนียงอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาททรงนึกขึ้นได้
“ใช่แล้วเพคะเรื่องนี้ต้องทำอย่างลับๆ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเด็ดขาด” พระสนมเอกตรัส
“ตอนนี้เจ้าจงไปซ่อนตัวที่ตำหนักท้ายวังก่อนอย่าให้ฮองเฮาจับได้ล่ะ” ฝ่าบาททรงหลงเชื่อพระสนมเอกโดยที่ฝ่าบาททรงไม่ยอมใคร่ครวญถึงเรื่องราวในอดีตที่ฮองเฮานั้นทรงอุตส่าห์ทุ่มเทช่วยเหลือฝ่าบาทแทบทุกอย่าง
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” พระสนมเอกทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์และทรงดำริในพระทัยว่า “ฮองเฮา!พระองค์ทรงคิดกำจัดหม่อมฉันก่อนเองนะเพคะแล้วพระองค์จะได้ทอดพระเนตรเห็นฤทธิ์เดชของหม่อมฉันบ้าง”