จอมปราชญ์ เทพมหาสมุทร

    เรื่องหลอกๆ ของเจ้าหญิงอิโนะอุเอะ

    อิโนะอุเอะ คลี่ยิ้มบางๆให้ฮิโรชิ ตอนนี้เธอเริ่มเห็นว่าเขาเป็๲มิตร มากกว่าเป็๲ศัตรูแล้ว ในเมื่อเขายอมเปิดอก เล่าเ๱ื่๵๹พ่อของตัวเอง ทำไมอิโนะอุเอะจะไม่เล่าเ๱ื่๵๹ของตัวเองบ้าง เธอพุดยิ้มพรายและเดินเข้าไปใกล้ๆ ฮิโรชิ พร้อมกับพูดว่า


    " รู้อะไรไหม อีกไม่นาน อาณาจักรโปปุรอน ก็จะโกลาหลแล้ว "
    " ทำไมถึงจะโกลาหลได้ละ " ฮิโรชิถามด้วยความสงสัย อิโนะอุเอะ จึงตอบไปด้วยเสียงน่ารักน่าเอ็นดู เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า
    เกษตรกร ชาวโปปุรอน มารวมตัว ขอให้ รัฐมนตรีการคลัง โปปุรอน ขึ้นราคาผักและผลไม้ รวมถึงเนื้อหมูและเนื้อไก่ ที่เกษตรกรปลูกและเลี้ยงไว้ ทำให้ราคาของในตลาดโปปุรอนสูงขึ้น ในไม่ช้า พวกกรรมกร ชาวโปปุรอน ก็มารวมตัวขอขึ้นค่าแรงบ้าง เพราะทนราคาค่าอาหารไม่ไหว ซึ่ง รัฐมนตรีคลังโปปุรอน ก็แก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ คือขึ้นค่าแรง ในไม่ช้าพวกพ่อค้าก็เริ่มรับสภาพ ราคาต้นทุนค่าแรงและของขึ้นไม่ไหว จำเป็นต้องขึ้นราคาของและบริการ นั่นทำให้ราคาค่าอาหาร และค่าเดินทางเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จนตอนนี้ เหรียญทองขาดแคลน ประชาชนชาวโปปุรอนและชนชั้นสูง กำลังรวมตัวกันก่อม็อบ จะล้มล้างอำนาจของรัฐมนตรีการคลัง โปปุรอน เพราะทนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่ไหว อีกไม่นานเกินรอ จะเกิดการจลาจล และพวกเราจะใช้โอกาสนั้น หนีออกไปจากคุกนี่
    " ข้ามีวิธีการแก้ปัญหา เหรียญทองขาดแคลนนะ ในที่ๆข้าจากมา ใช้ธนบัตร ในการจับจ่ายใช้สอยได้ " ฮิโรชิกล่าว
    " กระดาษ เปื้อนสีนี่นะรึ " อิโนะอุเอะ มองกระดาษที่ฮิโรชิ ถือ มันเป็นแบงค์ร้อยบาท
    " ใช่แล้ว เราต้องทำแบงค์แบบนี้ออกมาจำนวนมากๆ ถึงจะแก้ปัญหาได้ " ฮิโรชิกล่าว
    " ถ้างั้นก็วิเศษ หลังจากที่เราหนีออกจากคุกนี้ได้แล้ว ข้าจะให้คนของข้าผลิต กระดาษเปื้อนสีพวกนี้จำนวนมากๆ เลยละ " อิโนะอุเอะกล่าว แม้ว่าเธอจะไม่รุ้ว่า ฮิโรชิ สามารถคิดวิธีนี้ได้อย่างไร แต่มันใช้แก้ปัญหา เหรียญทองขาดตลาดได้
    "มันต้องเป็นแบงค์ ที่ชาวโปปุรอนเชื่อถือนะ ถึงจะใช้ได้ " ฮิโรชิ กล่าวอย่างช้าๆ เพราะเพิ่งนึกได้ว่า กระดาษเปื้อนสีจะมีค่าก็ต่อเมื่อทุกคนเชื่อถือ
    " ไม่ต้องห่วง ข้าเป็นถึง องค์หญิงลำดับที่ 2 เชียวนะ เดี๋ยวจะออกแบบธนบัตร แล้วให้เสด็จพ่อเซ็น และประกาศให้ชาวโปปุรอนใช้ ในอีกไม่ช้า " อิโนะอุเอะ องค์หญิงลำดับที่ 2 กล่าวโม้ออกมา
    " เจ้านี่มัน ชุยหนิว吹牛 จริงๆ (เป็นภาษาจีน แปลว่าเป่าวัวลอย หรือคือขี้โม้นั่นเอง ขนาดวัวทั้งตัวยังเป่าลอยได้เลย )" ฮิโรชิกล่าว ก่อนมองตา อิโนะอุเอะที่ทำท่าทีเล่นทีจริงอยู่
    " ฮิโรชิ นายนี่มัน เป็นจอมปราชญ์ หรือไงกัน ถึงคิดวิธีแก้แบบนี้ขึ้นมาได้ " อิโนะอุเอะ มองหน้าฮิโรชิ ด้วยความประทับใจ ก่อนจะตบมือ แล้วฉากกั้นในคุกก็ค่อยๆเลื่อนออก เผยให้เห็นทหารที่แอบซ่อนอยู่ พร้อมกับรัฐมนตรีการคลัง ดอรัน
    " ยินดีด้วย เจ้าสอบผ่าน เราได้ยินคำทำนายมานานแล้วว่า จะมีจอมปราชญ์ คนหนึ่งปรากฏ เขามาจากแดนไกล ผู้ซึ่งจะมาช่วยเราแก้ปัญหา ทั้งวันเวลา และสถานที่ที่ให้พวกเรามารอ ตรงกับวันนี้พอดี องค์หญิงของเราจึงปลอมตัวเป็นนักโทษ มารอเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ " ดอรันกล่าว ก่อนจะหันหน้าไปทำความเคารพ องค์หญิง อิโนะอุเอะ
    " เอาล่ะ เจ้าออกจากคุกได้แล้ว ขอให้โชคดี " อิโนะอุเอะ กล่าว ก่อนจะหันไปสวมชุดองค์หญิง แล้วสะบัดเชือกที่มัดเธออยู่ออก ฮิโรชิ ตกใจจนเหงื่อตก นี่เขาถูกองค์หญิงจอมทะเล้นหลอกเหรอเนี่ย เรื่องที่เธอพูดมาจนถึงเมื่อตะกี้ เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นสำหรับทดสอบไอคิว ของเขาหรอกเหรอเนี่ย ไม่ช้าไม่นาน องค์หญิง อิโนะอุเอะ ก็พูดขึ้นมาอีก
    " ข้าชอบกลอนของเจ้านะ เชือกที่ผูกตาย แก้ง่ายกว่าใจที่ผูกพัน 5555+ " 
    ในขณะที่ องค์หญิงอิโนะอุเอะ กำลังหัวเราะอยู่นั้น ฮิโรชิ ก็ได้คุกเข่าลง
    " เจ้าจะคุกเข่าทำไม ฮิโรชิ " เจ้าหญิง อิโนะอุเอะถาม
    " ข้ามีเรื่องจะขอร้ององค์หญิง ในที่ที่ข้าจากมา มีศาสนาหนึ่ง ค้นพบเรื่องการดับทุกข์ได้ และจากการที่ข้าสังเกต ชาวโปปุรอน ก็ทำให้รู้ว่า พวกเขายังไม่มีศาสนา ข้าอยากจะให้พวกเขารับ พระพุทธศาสนา มาเป็นศาสนาประจำชาติ พะย่ะค่ะ "
    " ไหนลองเล่าให้ข้าฟังหน่อย " อิโนะอุเอะ และดอรันฟังอย่างตั้งใจ
    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ครั้งอดีตกาล เจ้าชาย สิทธิทัตถะ โคตมะ ได้ค้นพบหนทางดับทุกข์ เรียกว่า นิพพาน นั้นคือ แก่นแท้ของมนุษยชาติ พระองค์รู้แจ้งว่าความทุกข์นั้นเกิดจากเหตุและปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดความทุกข์ ถ้าเราเข้าในกฏธรรมชาติที่พระองค์ตรัสรู้ พวกเราก็จะไม่ทุกข์อีก เหมือนดั่งสายพิณถ้าขึงแน่นเกินไปสายมันก็จะขาด ถ้าหย่อนเกินไปมันก็จะเสียงยานไม่เป็นเพลง ( ปล. เนื้อเรื่องจากหนังสือ พุทธรรม ) เมื่อฮิโรชิกล่าวจบ ดอรัน ก็ออกความเห็นทันที
    " ทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก แม้ชาวโปปุรอน จะไม่มีศาสนา แต่ก็นับถือพระเจ้าในดินแดนโปราเชียเหมือนกัน " รัฐมนตรีดอรันกล่าวแสดงความเสียใจแก่ฮิโรชิ ทำให้เขาคอตก และยอมรับเรื่องนี้
    " ถ้าเช่นนั้น ข้าขอออกไปเดินรับบรรยากาศ ข้างนอกคุกนี่แล้วกัน อยู่ในนี้มันอึดอัด พะย่ะค่ะ " ฮิโรชิกล่าวอย่างเศร้าๆต่อองค์หญิง อิโนะอุเอะ เพราะเขาคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะทำให้ชาวโปปุรอน มีศาสนาประจำชาติ แม้นเขาจะทำไม่สำเร็จก็ตาม แต่ก็ถือว่าพยายามแล้ว มันเหมือนกับการอ่านสูตรเกมส์หลายรอบ แต่ไม่ยอมลงมือเล่นซะที ทำให้เนื้อเรื่องไม่เดิน ฮิโรชิ ไม่อยากเป็นเช่นนั้น จึงดีใจที่ได้พูดออกมา
    ****
    ณ ตลาดสดเมือง ร็อคน่า เมืองหลวงของอาณาจักรโปปุรอน หลังจากฮิโรชิ ออกจากคุก และกล่าวลา องค์หญิง อิโนะอุเอะ กับ รัฐมนตรีคลัง ดอรันแล้ว ซึ่งในขณะนี้เขากำลังเถียงค่าอาหาร กับพ่อค้าคนหนึ่งอยุ่
    " อะไรกันคุณพ่อค้า เหรียญทองตั้งหลายเหรียญ ทำไมซื้อ ขนมโมจิ ได้แค่ 8ลูกเอง " ฮิโรชิคำรามเสียงในลำคอ อย่างไม่สบอารมณ์
    " ก็มันเป็นเหรียญเก่าสมัยปฐมเลาห์คอนนี่นา มูลค่าก็ต้องลดลงตามยุคสมัยอยู่แล้ว จริงๆแล้วมันแทบจะไม่มีค่าด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีพวกติงต๊องพวกหนึ่งเก็บสะสมอยู่ ว่าไงจะเอาโมจิ 8ลูก หรือว่าไม่เอา " พ่อค้า นาม บลูเบอร์ กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า เพราะเห็นฮิโรชิ ใส่เสื้อแปลกๆไม่เหมือนชาวโปปุรอน แถมผมเพ้า กระเซอะกระเซิง
    " เอาก็เอา โมจิ 8 ลูกก็ 8ลูก " ฮิโรชิสบถ ถ้าเขาไม่หิวจนแสบท้องเขาคงไม่ยอมเจรจากับพ่อค้าหน้าเลือดคนนี้
    หลังจากฮิโรชินั่งกินโมจิทั้ง8ลูกแล้ว เขาก็เดินต่อไปยังย่านร้านเหล็ก และเริ่มมองหาอาวุธดีๆ มาไว้ประจำกาย
    ที่ย่านนี้มีปล่องควันตั้งอยู่มากมาย และมีอาวุธวางกองอยู่เกลื่อนกลาด ทำให้เลือดในกายฮิโรชิ รู้สึกเดือดพล่าน และเริ่มเดินไปถามพ่อค้า นาม จิเออร์ ที่ขายดาบสองมืออยู่
    " นี่พ่อค้า ข้าอยากซื้อดาบสองมือหน่อย ขอทดลองสักหน่อยคงไม่ว่ากันนะ " ฮิโรชิกล่าว แม้ว่าเขาจะมีฝีมือทางหมัดมวยอยู่แล้ว แต่ก็ยังคึกเมื่อได้ลองอาวุธแปลกๆ
    " ได้เลยขอรับ กรุณาลองดาบสองมือเล่มนี้ มันเป็นดาบที่ผ่านสมรภูมิมามากมาย เกินกว่าจะนับได้ครับ มันมีชื่อว่า บาโทซ่า แปลว่า เงาทมิฬ " จิเออร์ อวดอาวุธให้ฮิโรชิดู ฮิโรชิจึงรับดาบ บาโทซ่ามาไว้ในมือ และเริ่มแกว่งไปมา อย่างคล่องแคล่ว เรียกเสียงเชียร์ของผู้คนที่เดินผ่านไปมาแทบนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่า.....มีบางอย่างผิดปกติ
    เปรี๊ยะ แปรี๊ยะ เปรี๊ยะ
    สายฟ้าสามสายได้ช็อตมือของฮิโรชิ ขณะเขาร่ายรำดาบ เป็นการไหว้ครู จนดาบสะบัดหลุดจากมือของฮิโรชิ พุ่งไปชนกับโล่หัวสิงโตที่แขวนอยู่ในร้าน จน จิเออร์ต้องร้องตะโกนออกมา
    " นี่มัน พรของเทพธิดาแห่งสงคราม ฟาเรนเซีย นี่นา หากใครได้รับพรนี้ จะไม่สามารถใช้อาวุธ ของที่มนุษย์สร้างได้ ต้องใช้อาวุธที่เทพสร้างเท่านั้น มีนักรบน้อยคนนักจะได้รับพรนี้ ท่านช่างโชคดีจริงๆ" จิเออร์กล่าวอย่างอิจฉาในโชคดีของฮิโรชิ แม้เขาจะไม่รุ้ว่า จะหาเทพศาสตราจากไหนก็ตาม
    " อะไรนะ ใช้อาวุธที่มนุษย์สร้างไม่ได้ " ฮิโรชิ มองหน้าเจ้าของร้าน แล้วรู้สึกอยากจะชกหน้า จิเออร์ ขึ้นมาตะหงิดๆ แต่เขาก็ต้องสงบใจไว้ และขอให้จิเออร์ ช่วยอธิบายถึงพรที่เขาได้รับ
    " พรของเทพธิดาแห่งสงคราม ฟาเรนเซีย จะมอบให้กับบุคคลสำคัญเท่านั้น ซึ่งเป็นที่รักของเทพเจ้า บุคคลที่ได้รับพร จะสามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิดอย่างคล่องแคล่ว เสียเพียงแต่ว่าต้องใช้อาวุธที่เทพสร้างเท่านั้น " จิเออร์ บรรยาย
    " แล้ววิธี สลายพรล่ะ " ฮิโรชิ กล่าวถามอย่างสิ้นหวัง
    "มีแต่เหล่าทวยเทพเท่านั้นที่รู้วิธีแก้ " จิเออร์กล่าว
    ในเมื่อไม่สามารถแก้พรของ เทพธิดาฟาเรนเซียได้ ฮิโรชิ ก็มีแต่ต้องใช้วิชาหมัดมวยของเขาสถานเดียว เขาจึงถามถึงวิธีหาเงินในอาณาจักรโปปุรอนแห่งนี้
    " จิเออร์ เจ้าพอรู้ไหมว่า จะหาเงินได้อย่างไร " ฮิโรชิกล่าวถามขณะมองป้ายชื่อของจิเออร์ที่ติดอยู่บนหน้าอก ดูเหมือนว่า คนทั้งประเทศนี้ จะมีป้ายชื่อติดอยู่ตรงหน้าอกทุกคน
    " เจ้าก็ต้องไปที่กิลล์นักผจญภัย และสมัครเป็นโบเก็นฉะ หลังจากนั้นก็รับเควสไป ปราบปีศาจ หรือไม่ก็เก็บพืชสมุนไพร " จิเออร์กล่าวอย่างหวังดี
    " ขอบคุณ ท่าน จิเออร์ " ฮิโรชิกล่าวลาก่อนจะออกเดินทางไปกิลล์ นักผจญภัย
    ****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป