“ เฮ่ทอม ตอนนี้เพื่อนของแกคงจะได้ทักษะระดับ 7 ไปฝึกแล้ว แกคิดว่าจะเอาชนะมันได้อยู่หรือเปล่า ”
ท่ามกลางหมอกในตอนเช้า ทีมล่าที่มีสมาชิกจำนวน 10 คนพูดหยอกล้อกันด้วยท่าทางสนุกสนาน พวกเขาไม่ได้เดินทางกลับฐานเลือกที่จะตั้งค่ายในพื้นที่ล่าแทน เช้านี้มีข่าวพูดคุยภายในกลุ่มของสถาบันโนวาไพร์มเกี่ยวกับทักษะร่างกายระดับ 7 ของแอ็กเซล หลายคนให้ความเห็นว่าเขานั้นบ้าที่ฝึกทักษะไม่ตรงกับอาชีพของตนเองจนเกิดการพูดคุยที่ทำให้มีเสียงแตกออกไปหลายฝ่าย
“ มีคนโพสต์ถึงแกด้วยนะ เขาบอกว่า แอ็กเซลคงกำลังอ่อนให้นายด้วยการฝึกทักษะไม่ตรงกับอาชีพ เพื่อให้นายเอาชนะเขาได้ ”
แต่ละคนหัวเราะด้วยท่าทางชอบใจ เพียงแต่ว่าคนที่ถูกพาดพิงกลับไม่รู้สึกสนุกเลยสักนิด ต่อให้การต่อสู้จะผ่านมาหลายวันแล้ว หลายคนยังจำการต่อสู้นั้นได้ดี ซึ่งการต่อสู้ในครั้งนั้นกลายเป็นสิ่งตอกย้ำให้มันต้องอับอาย ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นระดับ 4 ได้แล้วก็ตาม เรื่องนี้กลับยกขึ้นมาพูดตลอดเวลาเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับแอ็กเซลผุดขึ้นมา
“ เอาล่ะๆ เลิกล้อเล่นได้สักที ทอมมันกินข้าวไม่อร่อยแล้ว แต่ฉันก็ยังอดสงสัยไม่ได้ ถ้าหากแอ็กเซลมันฝึกทักษะระดับ 7 นี่จริง ผลมันจะออกมาเป็นยังไง ”
กลางหน้าผากของทอมมีรอยย่น การเลือกทักษะของแอ็กเซลสร้างความสงสัยให้มันไม่น้อย อาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษา ควรจะฝึกทักษะพิเศษเพื่อเพิ่มพลังคอสมิก เขากลับเลือกฝึกทักษะร่างกายของสายนักสู้ระยะประชิด เรื่องนี้จึงทำให้มันรู้สึกสงสัยไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้เช่นกันว่าแอ็กเซลคิดจะทำอะไร
---------------------------------------------------------------
“ คุณหนูครับ การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้นแล้วครับ เขาส่งมอบตราสัญลักษณ์คุณหนูกลับมาแล้ว ”
“ อืม ฉันกำลังจะกลับฐาน ไว้เดินทางกลับพร้อมกัน ”
ชาล็อตมองรายละเอียดเกี่ยวกับทักษะระดับ 7 ที่แอ็กเซลเลือก ทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้(Dragon's Vitality) มันคือทักษะฝึกร่างกายที่ฝึกยากมากที่สุดในทักษะระดับ 7 ดาว ผลที่ได้รับจากการฝึกทักษะนี้คือเพิ่มพลังชีวิตให้สูงมากยิ่งขึ้น สามารถต้านทานพิษหรือสภาวะแวดล้อมเลวร้ายได้ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถรักษาบาดแผลได้เร็วไว นับว่าเป็นทักษะร่างกายที่ดีอันดับต้นๆในหมู่ทักษะระดับ 7
เพียงแต่ว่าการฝึกกลับยากเป็นอย่างยิ่งเพราะต้องใช้พิษควบคู่ในการฝึก ในปัจจุบันพิษถูกควบคุมโดยสหพันธ์ การที่แชมเปี้ยนจะใช้พิษได้นั้นจะต้องได้รับอนุญาต การฝึกจึงทำได้ด้วยการตามหาพิษในสถานที่ล่าต่างๆด้วยตนเอง เธอจึงไม่เข้าใจว่าแอ็กเซลทำไมถึงเลือกทางยากเช่นนี้ หากเขาต้องการทักษะป้องกัน ทักษะที่มีวิธีฝึกง่ายกว่านี้มีให้เลือก 2 อย่าง เมื่อไม่รู้เกี่ยวกับความคิดของแอ็กเซลเธอจึงโยนมันทิ้งเพราะไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง สักวันคงจะรู้เหตุผลนั้นจากการแสดงออกมา
---------------------------------------------------------------
“ ในที่สุดก็ได้เลื่อนระดับสักที ”
ใบหน้าของแอ็กเซลเต็มไปด้วยรอยยิ้ม การกลับมาห้องฝึกในครั้งนี้ มีหลายอย่างต้องทำ สิ่งแรกคือเลื่อนระดับหลังจากฆ่ามอนสเตอร์ครบ 35 ตัว เมื่อเขาอัพระดับไปที่ 3 ดาวได้สำเร็จ มีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากรอให้เขาลงมือทำ
หลังจากเก็บเจ้าตัวน้อยเอาไว้ในสกิลทั้งหมด แอ็กเซลจึงนำแก่นพลังงานว่างเปล่าระดับ 3 ออกมาถือเอาไว้ในมือพร้อมกับคอร์มอนสเตอร์ระดับ 3 สิ่งนี้เขาซื้อระหว่างเดินทางกลับมาที่สถาบันเพื่อใช้ในการเลื่อนระดับ
หลังจากนั่งสมาธิราว 5 นาทีจนจิตสงบแล้วนั้น จิตของเขาก็เริ่มหลุดออกมาจากร่างดึงแก่นพลังงานว่างเปล่าและคอร์มอนสเตอร์เข้าไปในร่างกระตุ้นให้ก้าวข้ามไปยังระดับใหม่ในทันที
พลังงานระดับ 3 จากคอร์ที่ดึงเข้าร่างเริ่มหมุนวนไปทั่วร่างไล่ตามท่อพลังงานต่างๆ กระแสพลังอันบ้าคลั่งวิ่งเข้าไปทำลายท่อพลังให้มันมีขนาดใหญ่ขึ้น จนกระทั่งเขาชักนำพลังทั้งหมดที่ไหลไปทั่วร่างมายังคอร์ไดฟ์ พลังงานที่อัดแน่นอยู่ด้านในรอการเลื่อนระดับก็ได้ปะทุออกมา ด้วยการกระตุ้นจากคอร์มอนสเตอร์ระดับ 3 มันก็ได้เข้าไปผสมรวมกับพลังงานคอสมิกภายในร่างจนทำให้เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างของพลังงาน
ความเข้มข้นระดับ 2 ค่อยๆกลั่นตัวเปลี่ยนไปเป็นระดับ 3 พลังงานอันบ้าคลั่งเริ่มไหลไปทั่วร่างเพื่อให้ท่อพลังงานคุ้นชินกับความเข้มข้นของพลังใหม่ จนกระทั่งผ่านไป 10 นาทีที่ท่อพลังงานทั้งหมดได้สัมผัสกับพลังจากคอร์ไดฟ์ แอ็กเซลก็ได้ดึงพลังทั้งหมดกลับคืนมาเก็บเอาไว้ที่กลางหน้าอก ส่งผลให้ระดับของเขาพุ่งไปยัง 3 ดาว
บู้ม!
ของเสียจำนวนมากไหลออกมารวมตัวกันที่ปาก หลังจากแอ็กเซลเปิดถุงเขาจึงรีบอ้วกสิ่งที่อมเอาไว้ออกมา จนไม่เหลือสิ่งใดให้อ้วกอีก
เมื่อเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู เขาพบว่ามี 3 สิ่งเปลี่ยนแปลงไป สกิลทั้งหมดยังคงเป็นเลเวลเดิม เพียงแต่ว่าระดับพลังเปลี่ยนจาก 2 ดาวเป็น 3 ดาวไปแล้ว พลังโจมตีที่เคยมี 1,800 เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,700 อย่างเช่นแชมเปี้ยนทั่วไป การที่มันไม่ใช่ตัวเลขหวือหวานั่นก็เพราะทักษะทั้งหมดที่เขาฝึก จะเพิ่มพลังโจมตีเมื่อใช้งาน
แชมเปี้ยนคนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นได้ก็ต่อเมื่อถืออาวุธและใช้งานทักษะนั้นๆออกมา
กรณีที่จะเพิ่มพลังโจมตีถาวรให้แสดงบนหน้าต่างสถานะมีอยู่หนึ่งอย่าง นั่นก็คือฝึกร่างกายของเขาให้มีความแข็งแกร่งจนไม่ใช่มนุษย์ทั่วไป ซึ่งสิ่งนี้จะถูกเน้นหลังจากแชมเปี้ยนกลายเป็นระดับ 6
การต่อสู้ในขอบเขตระดับ 5 ดาวและต่ำกว่า ไม่จำเป็นต้องฝึกทักษะร่างกายให้ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้อาวุธและทักษะโจมตีเท่านี้ก็สามารถสังหารอีกฝ่ายได้
ค่าพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นจากทักษะร่างกายในช่วงเป็นระดับ 5 ดาวหรือต่ำกว่า ยังไม่มากพอจะแสดงผลที่น่าพอใจออกมา
ทว่าแอ็กเซลกลับเลือกฝึกทักษะร่างกายนั่นก็เพราะว่า เขาไม่อยากตายเพราะพิษ
ชื่อ: [ แอ็กเซล ] อายุ: [ 20 ปี ]
อาชีพ : [ ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ]
ระดับพลัง: [ 3 ดาว ]
พลังโจมตี : [ 2,700 ]
ธาตุ : พิษ[10]
สกิลอาชีพ : [เติบโต][พันธะสัญญา][อัญเชิญ][แตกหน่อ Lv.2][แทงรากLv.1][สปอร์Lv.1][อาณาเขตพฤกษาLv.1][ระเบิดต้นอ่อนLv.1]
“ มีสกิลเพิ่มมา 2 อย่างนั้นสินะ ”
แอ็กเซลเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู เขาไม่สนใจสกิลอื่นนั่นก็เพราะว่ามันไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจคือสกิลอาชีพ 2 สกิลที่เพิ่มเข้ามา
สกิลอาณาเขตพฤกษา คือสกิลใช้บัพพลังโจมตี พลังป้องกันและความเร็ว 30 % ให้กับมอนสเตอร์ที่อยู่ภายในอาณาเขต ระยะเปิดใช้งานอยู่ที่ 1 กิโลเมตร มันสามารถเพิ่มระยะขึ้นไปได้จากการอัพเลเวลสกิล
สกิลระเบิดต้นอ่อน เมื่อเปิดใช้งานสกิลจะฝังตัวอ่อนต้นไม้ลงไปในซากศพ หลังจากที่ต้นอ่อนกระจายรากไปทั่วศพได้แล้วแอ็กเซลสามารถสั่งระเบิดศพนั้นได้ในทันที โดยพลังระเบิดจะขึ้นอยู่กับพลังที่เหลือภายในร่างของศพ ซึ่งสกิลนี้ทำให้แอ็กเซลตกใจไม่น้อยเพราะเขาเริ่มออกห่างจากอาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษาคนอื่นๆ
ในขณะที่มองจ้องสกิลทั้ง 2ด้วยความสนใจ ด้านหน้าของแอ็กเซลก็ได้ปรากฎวังวนขนาด 1 เมตร ทันใดนั้นเอง นกสีเขียวเต็มไปด้วยเถาวัลย์และดอกไม้เล็กๆหลากสีก็ได้กลิ้งออกมาจากวังวน เมื่อตั้งหลักยืนได้มั่นคง สิ่งเล็กๆขนาดเท่ากำปั้นก็ได้ยืนสองขาแล้วกางปีกแสดงตัวต่อหน้าผู้ที่ต้องการทำพันธะสัญญา แอ็กเซลไม่รอช้าใช้สกิลทำสัญญากับมัน ก่อนจะกดเข้าไปอ่านหน้าต่างสถานะของมอนสเตอร์ประหลาดตรงหน้า
[ เดรย์ฟลอร่า (Draeflora) ]
[ มอนสเตอร์ธาตุ : ไม้ ]
[ ระดับ : 1 ดาว ]
[ พลังโจมตี : 1,000 ]
[ สกิล : [สอดส่อง][เชื่อมจิต][ขนเหล็ก]]
“ เดรย์ฟลอร่าเหรอ ”
แอ็กเซลอ่านคำอธิบายเกี่ยวกับมอนสเตอร์ โครงร่างของมันคล้ายกับนกตัวเล็ก เพียงแต่ว่าขนทั่วร่างของมันคือเถาวัลย์และกลีบดอกไม้ จึงทำให้มันต่างจากนกทั่วไป บริเวณกรงเล็บคล้ายกับเหยี่ยว เพียงแต่ว่ามันคงไม่สามารถต่อสู้ได้ในช่วงเริ่มต้น ด้วยขนาดร่างที่เล็กเท่ากำปั้นแอ็กเซลคิดว่ามันคงทำได้แค่สำรวจ
สกิลสอดส่องทำให้มันสามารถมองได้ไกลมากยิ่งขึ้น ด้วยสกิลนี้เหมาะที่เขาจะใช้ตามหามอนสเตอร์ภายในป่า
สกิลเชื่อมจิตใช้สำหรับเชื่อมต่อมุมมองของนกมาที่ผู้เป็นเจ้าของ แอ็กเซลรู้สึกดีใจไม่น้อยเพราะเขาสามารถสั่งการนกตัวนี้ผ่านสกิลไปพร้อมๆกับแชร์มุมมองที่มันเห็นกับตัวเองได้
สกิลขนเหล็กคือสกิลโจมตี ด้วยการสะบัดปีกสามารถสลัดขนที่ออกมาโจมตีศัตรูได้
หลังจากตรวจสอบสถานะจนพอใจ เขาจึงถ่ายรูปของมันเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากภายในอินเทอร์เน็ต
เมื่อข้อมูลของเดรย์ฟลอร่าเปิดขึ้น ใบหน้าของแอ็กเซลถึงขั้นตะลึงงัน มันสามารถเพิ่มขนาดร่างกายได้จากการเลื่อนระดับ ขนาดใหญ่สุดของมันที่เคยค้นพบคือ 100 เมตร
“ เดรย์ฟลอร่า นกนักล่าที่ร่างกายสร้างจากเถาวัลย์และกลีบดอกไม้ อำพรางตัวได้ตามสภาพแวดล้อม นี่แกเป็นนกนักล่าเหรอเนี่ย”
แอ็กเซลหันไปพูดกับนกตัวเล็กๆ มันจึงพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ เป็นมอนสเตอร์อีกตัวที่เขาได้รับจากอาชีพ ซึ่งมันสามารถเข้าใจสิ่งที่เขาพูดได้ แอ็กเซลไม่มีอะไรจะตรวจสอบแล้วจึงเก็บมอนสเตอร์ทั้งหมดเพราะเขาต้องเพิ่มบางอย่างให้กับร่างกายตนเองต่อ
ดวงตาทั้งสองปิดสนิทแล้วพาจิตเดินทางไปยังตำแหน่งคอร์ไดฟ์ เมื่อมาถึงแอ็กเซลพบว่าคอร์ไดฟ์ยังคงมีขนาดเท่าเดิมแต่ความเข้มข้นด้านในถูกเปลี่ยนใหม่ เมื่อมองไปรอบๆคอร์ไดฟ์เขาพบเข้ากับวงเวทขนาดใหญ่กำลังโคจร จากระยะทางเขาคาดการณ์ว่าอีกไม่เกิน 3 เดือนสกิลอาร์คาน่าจะอัพเลเวลไปที่ 2 จากการโคจรของวงเวทรอบๆคอร์ไดฟ์
อย่างไรก็ตามเขาไม่สนใจการโคจรเพราะสิ่งที่สามารถเร่งมันให้เร็วขึ้นได้คือการดูดซับพลังงาน เขายังไม่พร้อมจะทำมันเพราะทรัพยากรมีน้อยจึงจะทุ่มไปที่การฝึกทักษะก่อน
หลังจากเลิกมองวงเวทอาร์คาน่า แอ็กเซลก็เริ่มผสานฝ่ามือวาดวงเวทขึ้นมาใหม่ สิ่งที่เขากำลังทำคือการสร้างแก่นพลังงานสำรองให้กับคอร์ไดฟ์
โดยสิ่งจำเป็นสำหรับวิธีการสร้างแก่นพลังงานสำรอง คือการสร้างวงเวทขึ้นมาใช้กักเก็บพลังงาน ภายใต้นิ้วที่ตวัดไปบนอากาศสร้างอักขระมากมายหลายแสนตัวแล้วนำพวกมันมารวมกันเกิดเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ยักษ์
เมื่อแอ็กเซลกุมมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ทรงกลมเวทมนตร์ตรงหน้าก็เริ่มหดตัวเล็กลงเรื่อยๆจนขนาดเหลือไม่ต่างจากกำปั้น หลังจากที่เขาผลักมันเข้าไปใกล้คอร์ไดฟ์ที่กำลังเปล่งแสงสว่าง ท่อพลังงานมากมายที่เกิดจากอักขระเวทมนตร์ก็ได้พุ่งออกจากทรงกลมเข้าไปยึดจับคอร์ไดฟ์ไว้ราวกับกาฝาก
ทันทีที่ท่อพลังงานจากก้อนเวทมนตร์เชื่อมต่อกับคอร์ไดฟ์มันก็เริ่มแปลงพลังคอสมิกให้กลายเป็นพลังเวทนำมาเก็บเอาไว้ในแก่นพลังงานสำรอง
เมื่อใดก็ตามที่พลังงานคอสมิกในคอร์ไดฟ์หมดลง แก่นพลังงานสำรองจะคายพลังเวทออกมาโดยที่มันจะเปลี่ยนพลังเวทให้กลายเป็นพลังคอสมิกแล้วส่งเข้าสู่คอร์ไดฟ์.