ภาพเคลื่อนไหวในหมอกแห่งมนตรากำลังจางหายไปพร้อมเสียงถอนใจจากศนิที่เห็นว่าธามิณีกำลังทำให้อนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปซึ่งหากเธอทำได้ย่อมส่งผลกระทบเป็ทอดๆสุดท้ายคนที่รับผลจะเป็ตัวเธอเองและญาติคนนั้นพระราหูเห็นทุกอย่างั้แ่แรกเริ่มที่ศนินิมิตหมอกมนตราขึ้นมาสีหน้าของสหายยังคงเรียบเฉยจนเขาไม่แน่ใจว่ากำลังคิดสิ่งใด จึงเป็ฝ่ายเอ่ยถามเสียเอง
“ท่านจะไม่ขัดขวางหรือถ้าเกิดธามิณีทำสำเร็จขึ้นมา เกิดเื่ใหญ่แน่”
ศนิหันมามองพระราหูที่ทำหน้าเสมือนเื่ราวเลวร้ายจะเกิดขึ้นวันนี้หรือพรุ่งนี้อย่างไรอย่างนั้น
“ตอนนี้มันยังไม่เกิดขึ้นเราจะไม่ยอมให้ธามิณีก้าวไปในเส้นทางนั้น เวลาของธามิณีเหลือไม่มากแล้วไม่ควรเกิดเื่อะไรในระหว่างนี้”
พระราหูได้ฟังแล้วค่อยโล่งใจนอกจากห่วงว่าเื่ราวจะใหญ่โตเกินไปแล้ว เขายังเป็ห่วงสหายหากในตอนนั้นศนิคิดแบบนี้ การลงโทษทุกคืนเดือนดับคงไม่เกิดขึ้น
“ท่านเป็ห่วงมนุษย์ผู้นี้ไม่น้อยเลย”
ศนิยิ้มขันเพราะการเป็เทพมานานคงทำให้พระราหูเบื่อหน่ายอยู่บ้างจึงขยันลงมายังโลกมนุษย์เพื่อหาความสนุกเล็กๆ น้อยๆ จากความเป็ไปของเขากระมัง
“ธามิณีแค่ทำให้เรามีอะไรให้คิดให้ทำ ใน่เวลาหนึ่งเท่านั้น ท่านคงเข้าใจผิดไป”
“แต่เราคิดว่าท่านต่างหากที่เข้าใจผิด”พระราหูยิ้มขบขันปานกัน “เราไปล่ะ ท่านทบทวนดูแล้วกัน”
ศนิเลิกคิ้วในคำพูดนั้นเขามีอะไรให้ต้องทบทวนกัน แล้วที่สำคัญเขาไม่ได้เข้าใจผิดพระราหูคงลงมาโลกมนุษย์บ่อยเกินไปจนซึมซับเื่ราวหลากอารมณ์หากเขาจะมีความรู้สึกอื่นใดกับธามิณีคงเป็แค่ความสงสารเท่านั้นการเป็เทพกึ่งมนุษย์ของเขาช่างยาวนาน ทว่าการได้เป็มนุษย์ของธามิณีนั้นแสนสั้นอีกไม่นานเธอก็จะตายไป เธอช่างไม่รู้ตัวเสียเลยว่าต้องไขว่คว้าเวลาเหล่านี้ไว้ไม่ใช่การพยายามเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้อื่น
ความโล่งของเบื้องล่างมันหมายถึงอะไรกันนะ ลมเย็นๆ ที่พัดแรงจนกระแทกไปทั้งร่างราวกับมีมือที่มองไม่เห็นทำร้ายจากทุกทิศทางความกลัวที่เธอกำลังรู้สึกจนหัวใจเต้นแรงเสมือนกับมันกำลังจะะเิมีที่มาจากอะไรร่างของเธอบอบช้ำและชุ่มโชกไปด้วยเืคละคลุ้งความปวดรวดร้าวไปทั่วทั้งร่างกายที่มีความรู้สึกเบื้องล่างที่เธอเห็นกำลังใกล้เข้ามาทุกทีๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ทว่าเธอกลับเห็นทุกอณูของฝุ่นละอองที่ปลิวผ่านเสียงลมที่อื้ออึงจนกระทั่งปลายทางด้านล่างเด่นชัดเป็ลานโล่งที่หากร่างของเธอกระแทกลงไปคงไม่ต่างจากผลแตงโมที่ถูกทำให้แตกทันทีที่ถึงพื้น
ไม่เธอยังไม่อยากตาย!!!
“กรี๊ด...”
ธามิณีได้ยินเสียงตัวเองพร้อมกับเขยิบถอยหลังไปด้วยความกลัวสุดขีดจนกระทั่งหัวไปกระแทกกับผนังอีกด้านกำลังจะล้มลงทว่ากลับมีมือของใครบางคนมาประคองไหล่และโอบเอวไว้ในวินาทีนั้นธามิณีมองศนิด้วยความใที่เห็นเขา แต่ในวินาทีต่อมาเธอคว้ากอดเขาไว้แน่น
ความตาย...ไม่สิการเห็นว่าตัวเองกำลังจะตายมันน่ากลัวอย่างนี้เองสินะ
“ค่อยๆหายใจ เธอเป็อะไร บอกฉันมาสิ ทำไมถึงใจนหัวใจเต้นแรงแบบนี้”
หัวใจของเธอเต้นแรงมากธามิณีเพิ่งรู้ตัวว่าจิกเล็บเข้าไปในอุ้งมือจนเืซึมเขาถึงได้ถูกผลึกกาลดึงมาหาเธออีกแล้ว ในความกลัวยังมีเื่ที่ดีนั่นคือเขาจะได้มาหาเธอทำให้เธอไม่กลัวอย่างในตอนนี้ แต่ทำไมน้ำตายังไหล
“ธามเห็นตัวเองตายธามกำลังจะตายแล้วใช่ไหมคะ”
หัวใจที่เต้นในจังหวะเดิมๆของศนิพลันกระตุกแรง เป็ครั้งแรกกระมังที่เขาใในสิ่งที่ได้ยินจากมนุษย์เขาลูบหลังบอบบางเบาๆ ก่อนจะขยับตัวห่างออกมาเพื่อมองใบหน้าซีดเผือดและเปื้อนน้ำตาความตายที่เธอเห็นด้วยตัวเองบังเกิดความกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือเขาผ่านความตายของมนุษย์มามากมายจนมันเป็เื่ธรรมดาที่ต้องเป็ไปเสมอแต่สำหรับธามิณี เขากลับมีความรู้สึกสงสาร เสียดาย เสียใจและใจหาย ชีวิตของเธอช่างแสนสั้น
“เล่ามาอย่างละเอียดสิว่าเธอเห็นอะไรจากที่ไหน”
ธามิณีพยักหน้าพลางเช็ดน้ำตาตัวเองไม่ทันคิดอะไรจนกระทั่งรู้สึกว่าเห็นใบหน้าของศนิใกล้เกินไปและเป็เธอเองที่เอียงตัวมาหาเขาเธอยิ้มเก้อแล้วเขยิบห่างออกมา ก่อนจะเล่าสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อครู่ตอนที่กำลังมองกระจกเพื่อหวีผมแต่กลับเห็นนิมิตเ่าั้จากการมองตาตัวเองในกระจกซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ธามถูกกระแทกด้วยอะไรสักอย่างธามดูไม่ออกว่ามันคืออะไรค่ะ ร่างของธามกระแทกลงไปกับพื้น เืทะลักออกปากกระดูกทั่วร่างคงหักจนธามไม่รู้ว่าความเจ็บนั้นทำให้ทรมานได้ถึงขนาดไหนธามรู้สึกว่าหายใจไม่ออก แล้วค่อยๆ ตายไปอย่างทรมาน เดียวดายมันน่ากลัวมากเพราะคุณไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อช่วยธามเหมือนที่ผ่านมา”
ธามิณีจะตายเพราะถูกพลังซัดใส่ร่างอย่างนั้นหรือ? ศนิเกิดคำถามนี้ แต่ยิ่งกว่านั้นคือใครที่ทำแบบนั้น
“ทำไมฉันถึงไม่ได้อยู่ที่นั่นล่ะ”
ธามิณีก็ไม่เข้าใจหากเป็ความฝันเธอคงไม่สงสัย แต่มันคือสิ่งที่เธอเห็นจากตัวเองการที่ไม่มีศนิในเหตุการณ์นั้นมันหมายความถึงอะไร
“ธามไม่รู้ค่ะว่าทำไมถึงไม่เห็นคุณอยู่ที่นั่น”
หากเป็เขาเองที่ซัดพลังใส่ธามิณีล่ะศนิคิด แต่มันไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะต้องทำแบบนั้น เขา้าผลึกกาลกลับมาก็จริงการรอให้ธามิณีตายไปตามอายุขัยเป็ทางเลือกของเขามาั้แ่แรกเพราะฉะนั้นใครกันที่จะทำร้ายเธอ เทพกึ่งมนุษย์ที่เขากำลังตามหาคนนั้นหรือเปล่า
“อย่าเพิ่งวิตกไปก่อนถ้าฉันยังอยู่ เธอไม่มีทางตายได้หรอก ถ้ามันยังไม่ถึงเวลาของเธอ”
ถ้ามันยังไม่ถึงเวลา...จริงสินะ มนุษย์ทุกคนต้องตายธามิณีถอนใจเพราะเธอเองก็ต้องตายเมื่อถึงเวลาเหมือนกันแต่ว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่กันนะ
“ฟังที่คุณพูดมาแล้วอุ่นใจจังถ้ามีคุณอยู่ด้วยกัน” ธามิณียิ้มให้ศนิที่ยังทำหน้านิ่งๆ คล้ายครุ่นคิด“ธามอยากจะบอกว่าไม่กลัว แต่ธามกลัวค่ะถึงแม้ว่าทุกคนจะต้องตายเมื่อถึงเวลาก็เถอะนะ”
ศนิยั้งตัวเองไว้ไม่ให้ยื่นมือออกไปลูบผมนุ่มการยอมรับชะตากรรมของตัวเองจากธามิณีทำให้เขาใจอ่อนยวบบนโลกนี้อาจมีคนที่ทุกข์ใจกว่าเธอ มีชีวิตที่น่าเศร้ากว่าเธอแต่โชคชะตากลับเลือกเธอมาให้เขาได้เรียนรู้บางอย่าง นั่นคือความเสียดายหากเธอได้มีชีวิตยืนยาว เป็มนุษย์ที่เขาสามารถระบายความในใจได้ คงจะดี
“นอนหลับเสียแล้วก็ลืมมันไป อย่ากังวลกับอะไรที่ยังมาไม่ถึง”
ธามิณีเดินไปที่เตียงแล้วนอนลงเพราะนิมิตนั้นทำให้เธออ่อนเพลียนราวกับร่างได้ตกลงมาจากที่สูงจริงๆดวงตาของเธอมองไปที่กระจกตรงริมห้องสมองครุ่นคิดว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นกับเธอจริงๆหรือว่าเธอกังวลเื่ของกาญเกล้าจนเห็นอะไรไปตามจินตนาการที่เกิดจากความกลัวหรือเปล่า
“ทำไมยังไม่หลับ”
ธามิณีรู้สึกเกรงใจศนิอยู่เหมือนกันที่ยังไม่หลับเขาคงอยากไปพักผ่อนบ้าง “ถึงจะบอกให้ลืม แต่ธามกลัวไปแล้วนี่นาตอนนี้ก็เลยนอนไม่หลับค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยเธอเอง”
เพียงจบคำผนังสีขาวที่ธามิณีเห็นในห้องนอนก็พลันเปลี่ยนเป็ความสลัวรางราวกับตอนนี้รอบตัวของเธอคือกลางทุ่งหญ้าในยามค่ำมีพระจันทร์เสี้ยวเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยแสงดาวพร่างพรายมีกลิ่นหอมละมุนจากดอกไม้ที่เธอเดาว่าคงเป็กุหลาบอีกทั้งยังได้ยินเสียงแมลงและเสียงนก เสมือนกับว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในห้องอย่างไรอย่างนั้นทุกอย่างเหมาะแก่การนอนหลับ ยกเว้นแต่เธอคิดว่ามันอาจจะมีอะไรกระโจนเข้ามา
“ตอนนี้ธามน่าจะกลัวผีแทนแล้วค่ะ”ธามิณียื่นมือไปจับปลายเสื้อสูทตัวยาวของศนิไว้“คุณค่อยกลับไปตอนที่ธามหลับแล้วได้ไหมคะ”
ศนิเม้มปากสั่งตัวเองว่าอย่าใจอ่อนแต่พอเห็นนิ้วเล็กๆ ที่หนีบชายเสื้อของเขาไว้แน่นก็ปลงใจยอมนั่งลงข้างเตียง
“ได้หลับเถอะ”
ธามิณีหายใจยาวเพราะตอนที่รอฟังคำตอบจากเขาเธอกลั้นหายใจเอาไว้แทบแย่ เขาอาจจะมาช่วยเธอหลายๆ ครั้งแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมทำตามที่เธอขอร้อง สาบานได้ ถ้าเธอไม่ได้กลัวจริงๆคงไม่ทำแบบนี้ การที่ได้อยู่ใกล้เขา นอกจากรู้สึกว่าปลอดภัยแล้วเธอยังรู้สึกอบอุ่น สบายใจและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว หากตอนที่เธอจะตาย เขาอยู่ที่นั่นเธอจะไม่ตายเพราะเขาช่วยไว้เหมือนกับทุกครั้งหรือเปล่านะนั่นคือคำถามสุดท้ายก่อนที่ธามิณีจะหลับไป
“เหตุผลที่ฉันไม่ได้ไปช่วยเธออาจเป็เพราะมันถึงเวลานั้นของเธอแล้วฉันไม่อาจก้าวล่วงชะตากรรมของมนุษย์ได้หรอกนะธามิณี”
หากธามิณีได้ยินศนิจะถือว่ามันเป็สิ่งที่ควรดำเนินไปอยู่แล้วเขาไม่ได้ขัดขวางความเป็ไปของมนุษย์ เธอจะพยายามเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเมื่อถึงเวลานั้นเองแต่หากเธอไม่ได้ยินก็อาจเป็เื่ดี อย่างน้อยเธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปจวบจนวาระสุดท้าย
เฮ้อ...
การเป็เทพกึ่งมนุษย์ที่เห็นความตายของมนุษย์มานับครั้งไม่ถ้วนไม่ควรรู้สึกโมโหและเกลียดในชะตากรรมที่จะกลายเป็จุดจบของใครได้แต่เมื่อใดที่ศนิมองไปยังธามิณี เขากลับรู้สึกไม่อยากให้ชะตากรรมนั้นเกิดขึ้นเขาอยากให้เธอมีชีวิตต่อไป แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้
ร่างสูงลุกขึ้นอย่างตัดใจพลางห่มผ้าให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนจะหายไปท่ามกลางแสงสลัวราง สิ่งที่เขาทำเพื่อเธอได้คงมีอีกไม่กี่อย่างเท่านั้นมนุษย์ก็อย่างนี้ ช่างเปราะบาง ถนอมดวงใจตัวเองด้วยรอยยิ้มบอบช้ำจากน้ำตามากมายและจากไปทั้งที่อายุช่างแสนสั้นเหลือเกิน
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี