ฉันลิสต์รายการสิ่งที่อยากทำเมื่อได้มาอยู่โรงเรียนเดียวกับพี่เรย์ไว้มากมายหลายร้อยรายการและแน่นอนหนึ่งในนั้นก็คือการได้กินข้าวกลางวันด้วยกันครั้งแรกฉันเฝ้ารอวันนี้มานานแค่ไหนใครจะรู้บ้างล่ะ
ทั้งที่เป็แบบนั้นแล้วทำไมฉันถึงต้องมานั่งเย็บกระดุมให้อีตาหัวหย็อยนี่ด้วยเล่า
“นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่เนี่ยT^T” ฉันบ่นงึมงำอยู่กับตัวเองระหว่างที่กำลังสอดเส้นด้ายให้เข้ารูเข็มอย่างทุลักทุเล
“ก็ซ่อมกระดุมให้ฉันอยู่ไงล่ะบ้าหรือเปล่า เห็นเมื่อเช้ายืนบื้อก็นึกว่าแค่เหม่อ ที่ไหนได้บ้าจริงนี่เอง”
ปากเหรอนั่นที่พูดมาน่ะ-*-
“ฉันรู้อยู่แล้วน่าว่าฉันทำอะไรอยู่ที่ฉันบ่นเนี่ยเพราะฉันไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงต้องมาเย็บกระดุมให้นายด้วยเนี่ย-*-”
“เพราะผมเธอมาติดกระดุมฉันไงฉันดึงออกให้ แล้วฉันก็ถูกอาจารย์ดุที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยเพราะเธอไง จำได้ยัง”
“เฮ้อออฉันจะไม่พูดกับนายอีกแล้ว”
ขืนมัวแต่ต่อปากต่อคำกับหมอนี่มีหวังวันนี้ฉันก็ไม่ได้ไปเจอพี่เรย์กันพอดี
“เอาล่ะเสร็จเรียบร้อย”ฉันบอกพร้อมยกกรรไกรขึ้นมาตัดฉับลงไปที่เส้นด้ายให้ขาดออกจากกระดุมเรียบร้อยก่อนจะส่งเสื้อคืนให้เ้าของ
“ไม่น่าเชื่ออ่ะว่าคนแบบเธอจะเย็บกระดุมได้เนี้ยบขนาดนี้” อีตาหัวหย็อยรับเสื้อไปใส่แล้วชมเปาะ
“เฮอะนายคิดว่าฉันเป็ใครกันล่ะ ฉันอยู่โรงเรียนหญิงล้วนมาั้แ่เล็กจนโตนะยะเื่งานบ้านงานเรือนฉันคนนี้ทำได้หมดแหละ โฮะ ๆ ^O^”
“เหรอ(-__-)”
“ไม่คุยกับนายแล้วเสียเวลาไปกินข้าวดีกว่า”
ฉันรีบเดินฉับๆ ออกจากห้องอย่างไวเพราะไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับหมอนี่อีกต่อไปแล้วน่ะสิแต่ไหงเขาถึงเดินตามฉันต้อย ๆ เลยล่ะ พอฉันหันหลังไปเตรียมจะต่อว่าหมอนั่นก็ชิงตอบตัดหน้ากันมาก่อน
“ฉันไม่ได้เดินตามเธอสักหน่อยอย่าหลงตัวเองน่า”
“ฉันไม่ได้หลงตัวเองสักหน่อยนะยะแล้วฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนายเลยด้วย อย่ามาทำเป็รู้ดีน่า -*-”
หน็อยยยยอย่าเที่ยวมาอ่านใจคนอื่นเขาสิยะไอ้หัวหย็อยนี่ -*-
นี่มันน่าหงุดหงิดที่สุดดดดด ทำไมกันนะทั้ง ๆที่ฉันก็แทบจะวิ่งอยู่แล้วแต่อีตาหัวหย็อยนี่แค่เดินชิล ๆ ก็ตามฉันมาทันแล้วเนี่ย
เอออใช่สิก็ฉันมันเตี้ยนี่ T^T
ต่อให้ฉันพยายามจะสลัดหมอนี่ให้หลุดยังไงมันก็ไม่เป็ผลสักทีจนกระทั่งในที่สุดฉันก็มาถึงโรงอาหารจนได้
“อ่าวยูตะพี่นึกว่าจะไม่มากินข้าวด้วยกันซะแล้ว”
ฉันหันขวับไปหาเ้าของชื่อ‘ยูตะ’ ทันที แถมยังส่งกระแสจิตไปถามทางสายตาว่านายรู้จักยัยคนนี้ด้วยเหรอ
“พี่สาวฉันเองมีปัญหาอะไรหรือไง”
อ้อมีแน่แหละย่ะแต่ใครจะไปพูดได้ แถมต่อหน้าพี่เรย์อีกต่างหาก -*-
“น้องเมเบลที่เป็น้องสาวเรย์ใช่มั้ยที่เคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ เมื่อเช้าพี่มัวแต่ดีใจที่ได้เจอเพื่อน ๆก็ไม่ได้ทักเลย ขอโทษนะ”
ยัยหมวยตรงหน้าบอกขอโทษขอโพยฉันเป็การใหญ่การโตพร้อมกับตบที่โต๊ะแปะๆ หวังจะให้ฉันเข้าไปนั่งข้าง ๆ แต่...
เฮอะ...เื่อะไรฉันจะไปนั่งกับเธอ
“เมเบลกับพี่เรย์ไม่ใช่พี่น้องกันสักหน่อย”
ฉันบอกออกไปในขณะที่กำลังดันตัวดีนให้เขยิบไปให้พ้นทางแล้วจากนั้นก็หย่อนก้นลงไปนั่งข้าง ๆ พี่เรย์แทน
“อ่าวเหรอพี่ก็เห็นหน้าคล้ายเรย์เลย นึกว่าเป็พี่น้องกันซะอีก แหมเมเบลน่ารักจังเลยน้า~พี่อยากมีน้องสาวแบบนี้บ้างจัง”
พอยัยหมวยพูดมาถึงตรงนี้ดีนถึงกับหลุดขำพรืดออกมาจนฉันต้องสั่งสอนอีตาดีนด้วยการเหยียบไปที่เท้าหนึ่งทีแรง ๆหมอนั่นถึงหยุดหัวเราะได้สักที -*-
“ว่าแต่ทำไมเมเบลลงมาช้าจัง”พี่เรย์ถามเสียงเรียบแต่จ้องยูตะไม่วางตา
ถึงพี่เรย์จะพูดเหมือนถามไถ่กันตามธรรมดาก็เถอะฉันที่อยู่กับพี่เรย์มาั้แ่เล็กจนโตน่ะย่อมรู้ดีที่สุดอยู่แล้วว่าอาการแบบนี้ไม่ปกติ
“เอ่อคือ..” ถึงไม่อยากจะโกหกก็เถอะแต่ฉันก็ไม่อยากให้พี่เรย์รู้ว่าเมื่อกี้ฉันเพิ่งอยู่ในห้องเรียนสองต่อสองกับอีตายูตะมานี่นาทำไงดีล่ะ (>~<;;)
“อ้อพอดีเมเบลเขามัวแต่ซ่อมกระดุมเสื้อให้ผมอยู่น่ะ” อีตาหัวหย็อยปากมากนี่เงียบไปเลยนะย๊า~
“ทำไมเมเบลต้องซ่อมกระดุมเสื้อให้ยูตะด้วยล่ะ”
“เอ่อเื่มันยาวอ่ะ พี่เรย์คงไม่อยากฟังหรอก”ฉันทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้พลางตักข้าวใส่ปากประหนึ่งว่าหิวโหยมากยังไงยังงั้น
“ก็อยู่ๆ น้องสาวของพี่กระโจนเข้ามาหาผมเฉยเลยน่ะสิผมของยัยนี่ก็เลยมาพันอยู่ที่กระดุมเสื้อผมผมเลยต้องเสียสละดึงกระดุมออกให้ยังไงล่ะ”
(={}=;;)
อีตาบ้ายูตะฉันอุตส่าห์บอกไปปัดแล้วนะ แต่ทำไมนายถึงเอาเื่ฉันมาจ้อไม่หยุดแบบนี้กันเล่า
“กระโจน?”พี่เรย์ทำตาโตแล้วหันขวับมาหาฉันทันทีฉันรู้เลยว่าประโยคถัดมาพี่เรย์จะพูดว่าอะไร
“ถ้าคุณลุง/คุณพ่อรู้จะเสียใจนะเมเบลรู้หรอกน่ะ”
นั่นแหละคำที่ได้ยินประจำเวลาที่ฉันอยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่นนอกจากตัวเองทีไรก็เอาคุณพ่อมาอ้างทุกทีแล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันมีความหวังได้ยังไงเล่าพี่เรย์คนบ้า T^T
“เมเบลไม่ได้อยากทำแบบนี้เพราะอยากทำสักหน่อยนะคะ”ฉันหันไปค้อนใส่ไอ้คนปากมากหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อ “ก็อีตา..เอ่อยูตะเขามาพูดจาหยาบคายกับเมเบลก่อนนี่นา”
“ยูตะทำไมทำตัวแบบนั้นล่ะนิสัยไม่ดีนะ” ยัยหมวยฟาดมือลงไปที่แขนอีตายูตะแรง ๆ หนึ่งที“พี่ขอโทษแทนยูตะด้วยนะเมเบล”
“พี่มิยูไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะไม่ใช่ความผิดพี่มิยูสักหน่อย เื่เล็กน้อยแค่นี้เมเบลไม่เก็บมาใส่ใจหรอกค่ะ ^^”
เฮอะคิดจะมาเล่นบทเป็นางเอกผู้แสนดีต่อหน้าพี่เรย์งั้นเหรอรู้จักเมเบลคนนี้น้อยไปแล้วน่า คิดว่าฉันคนนี้แสดงเป็นางฟ้าตัวน้อย ๆที่แสนดีต่อหน้าพ่อมากี่ปีแล้วล่ะ
แค่นี้น่ะเื่เล็กแต่เื่ใหญ่กว่าที่ฉันอยากรู้ก็คือ...
“ว่าแต่พี่มิยูสนิทกับพี่เรย์มาั้แ่ตอนไหนเหรอคะ”
“แค่กๆ”
สิ้นเสียงคำถามของฉันอยู่ๆ ดีนก็เกิดสำลักข้าวจนไอแค่ก ๆ อย่างที่เห็น
“ั้แ่เข้าเรียนม.หนึ่งเทอมแรกเลยล่ะจ้ะเรย์ไม่เคยเล่าให้ฟังเหรอ”
อุ๊ก!!หน้าฉันชาราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยมาตบรัว ๆ ฉันหันขวับไปหาดีนอย่างเอาเื่และพยายามส่งกระแสจิตคาดคั้นเื่นี้ผ่านทางสายตาเต็มที่
“ทำไมเหรอเรย์กับดีนไม่เคยเล่าเื่พี่ให้เมเบลฟังเลยเหรอ” คิดจะถามย้ำอีกกี่รอบกันล่ะเนี่ยยัยนี่-*-
“ไม่เคยเลยค่ะ”
ถึงแม้ปากฉันจะฉีกยิ้มอยู่ก็เถอะแต่ในใจงี้ร้อนผ่าวราวกับลาวากำลังไหลทะลักออกมาจากปล่องูเาไฟยังไงยังงั้นยิ้มเข้าไว้เมเบล จะให้ยัยนี่เห็นว่าเธอแพ้ไม่ได้เด็ดขาด
“อ่าวงั้นเหรอ แต่อยู่ที่นี่น่ะพี่ได้ยินเื่เมเบลตลอดเลยแหละดีนชอบเล่าเื่เมเบลให้ฟังบ่อย ๆ น่ะ เนอะ”
ว่าแล้วยัยพี่มิยูก็หันไปพยักพเยิดหน้ากับดีนด้วยท่าทางใสซื่อไม่รู้อีโหน่อีเหน่ส่วนดีนน่ะเหรอตอนนี้หน้าซีดจนจะกลายเป็ศพไปแล้ว
คนที่ฉันอยากให้พูดถึงฉันบ่อยๆ น่ะคือพี่เรย์มากกว่าต่างหากเล่าว่าแต่ฉันต้องจับอีตาดีนมาเค้นถามให้ได้เลยว่าเอาฉันมาเผาอะไรกับพี่เรย์บ้างเนี่ยไว้ใจอะไรไม่ได้เลยอีตานี่
“รู้งี้เมเบลรั้นคุณพ่อตามพี่เรย์มาเรียนที่นี่ั้แ่แรกซะก็ดีหรอกT^T”
“ขืนเธอตามมาก็แย่น่ะสิ”
“ว่าไงนะดีน-*-”
“น่าๆ อย่าทะเลาะกันเลย พี่ขอโทษนะเมเบลพี่แค่ไม่อยากให้เมเบลคิดมากน่ะเมเบลอย่าโกรธพี่เลยนะ” พี่เรย์ลูบหัวฉันเบา ๆแล้วจากนั้นก็คลี่รอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนส่งมาให้
“ใช่ๆ ถ้าเราบอกเธอก็จะอาละวาดแล้วลาออกจากโรงเรียนกลางคันแหง ๆมีหวังคุณอาได้ร้องไห้โฮแน่” ได้ทีเอาใหญ่เลยนะหมอนี่
“ก็เล่นโอ๋กันซะขนาดนี้ยัยนี่ถึงได้เสียคนยังไงล่ะ”
จู่ ๆอีตาหัวหย็อยที่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ อยู่นานก็โพล่งขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“เดี๋ยวเถอะ!ยูตะ”
“ก็ผมพูดเื่จริงนี่”
หมอนี่ยักไหล่ทำท่าทางยียวนก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหยิบเอาจานข้าวที่กินหมดแล้วเดินออกไปเก็บหน้าตาเฉยพร้อมกับทิ้งบรรยากาศมาคุเอาไว้เื้ั
หลังจากที่อีตายูตะลุกออกจากโต๊ะไปบรรยากาศก็กร่อยสนิททันทีเพราะฉันก็หมดอารมณ์จนกินข้าวไม่อร่อยอีกทั้งต้องฟังยัยพี่มิยูจ้อไม่หยุดอีกต่างหากแต่ฉันก็ลุกหนีไม่ได้เพราะฉันจะทิ้งพี่เรย์ให้อยู่กับยัยนี่เพียงลำพังได้ไงเล่า
แต่ถึงแม้ว่าฉันอยากจะอยู่กับพี่เรย์ให้นานที่สุดแค่ไหนก็ตามแต่สุดท้ายเสียงออดเข้าเรียนตอนบ่ายก็มาพรากฉันกับพี่เรย์ให้ห่างกันอยู่ดี
ฮื่อออทำไมฉันถึงไม่เกิดให้มันไวกว่านี้สักปีกันนะ T^T
ฉันอิดออดอยู่นานกว่าที่จะยอมปล่อยพี่เรย์ให้เดินกลับไปยังอาคารเรียนของตัวเองสักทีความจริงก็ไม่อยากให้พี่เรย์ต้องเหนื่อยเดินไกลเลยแท้ ๆถ้าไม่มียัยผู้หญิงคนนั้นอยู่ฉันคงบอกให้พี่เรย์เดินเข้าอาคารเรียนตัวเองไปแล้วไม่ต้องลำบากเดินมาส่งฉันแบบนี้หรอก
แต่จะให้ทำยังไงได้เล่าก็ตอนนี้ทุกนาทีมีค่ามากนี่นา ไม่รู้ว่ายัยนั่นจะฉกพี่เรย์ไปจากฉันตอนไหนเพราะงั้นทำอะไรได้ฉันก็ต้องทำมันทุกทางเนี่ยแหละ
“เลิกเรียนแล้วเดียวพี่มารับนะ”พี่เรย์ยิ้มหวานแล้วยื่นมือมาบีบแก้มฉันเบา ๆ “ตั้งใจเรียนนะ”
“อื้อพี่เรย์ด้วยนะคะ”
“ครับผมพี่ไปก่อนนะ”
“อื้ออ”
ฉันโบกมือบ๊ายบายมองส่งพี่เรย์ไปด้วยสายตาละห้อยและพอเห็นว่าพี่เรย์เดินไปจนลับตาแล้วก็เตรียมตัวจะหันหลังกลับเดินเข้าไปในอาคารบ้างแต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะ...
อีตาหัวหย็อยนั่นมาอยู่ตรงนี้ั้แ่ตอนไหนเนี่ย
“มองทำไม”
“...นี่ฉันมีตานะตาฉันมันก็มองไปทั่วอะแหละ ไม่ได้เจาะจงว่าต้องมองเธอสักหน่อย ทำไมหลงตัวเองจัง”
“ฉันไม่ได้หลงตัวเองสักหน่อย”ฉันไม่อยากเสียเวลาเถียงกับหมอนี่อีกต่อไปแล้วก็เลยรีบเดินหนีออกมาแต่อีตานี่กลับเดินตามหลังฉันต้อย ๆ อยู่ได้
“ว่าแต่ฉันสงสัยน่ะเธอบอกว่าไม่ได้เป็พี่น้องกับพี่เรย์แล้วงั้นเธอกับพี่เรย์มีสถานะเป็อะไรกันล่ะ”
“จะเป็อะไรมันก็เื่ของฉันเถอะ”ฉันบอกทั้งที่พยายามเดินหนีให้ไวสุดแรงเกิด
“ให้ฉันเดานะฉันว่าเธอตามตื๊อเขามาก จนเขาทนอึดอัดไม่ไหวเลยต้องย้ายหนีเธอมาอยู่นี่แน่ ๆ”
(=[]=;;)
อะ..ไอ้หัวหย็อยนี่มันจะรู้ดีเกินไปแล้วนะยะ
“เออฉันจะตื๊อ จะรักแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะ”
“มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอกแต่มันเกี่ยวกับพี่ฉันนี่สิ ฉันรู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ขอเตือนเลยนะถ้าเธอทำอะไรพี่สาวฉันละก็ ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
ฉันที่เดินหนีหมอนี่อย่างเอาเป็เอาตายต้องหยุดฝีเท้าลงทันทีที่ได้ยินหมอนี่พูดจบ
“นายว่าไงนะ”ฉันหันหลังกลับไปกระชากเนกไทเขาเอาไว้แน่น แล้วออกแรงดึงให้หมอนี่โน้มตัวลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน“คนที่นายควรไปห้ามไม่ให้มายุ่งกับพวกเราน่ะก็คือพี่สาวนายต่างหากล่ะรู้ไว้ซะ”
ฉันจงใจเหยียบเข้าไปที่เท้าของอีตายูตะสุดแรงแล้วจากนั้นก็เดินผละออกมาอย่างไว เพราะกลัวว่าถ้าอยู่หัวเราะเยาะหมอนี่ที่กำลังกุมเท้าด้วยความเจ็บนานกว่านี้ละก็มีหวังเขาได้ลุกขึ้นมาบีบคอฉันแน่ ๆ เลยน่ะสิ
แต่ฉันลืมอ่ะลืมไปสนิทใจว่าโต๊ะเรียนของหมอนี่มันนั่งอยู่ที่ด้านหลังฉันนี่นา T^T
ให้ตายสิเปิดเรียนวันแรกที่ฉันวาดฝันเอาไว้ในใจสามล้านแปดแสนรอบพังทลายไม่เป็ท่าเพราะอีตายูตะนั่นคนเดียว
ฉันน่ะหมายหัวนายเอาไว้แล้วแหละ...
ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าั้แ่วันนี้ไปไม่ว่าอีตายูตะนั่นจะทำอะไรจะชอบใครขึ้นมาละก็ ฉันจะตามไปขัดขว้างให้ถึงที่สุดเลยคอยดูเหอะโทษฐานที่หมอนั่นมาขัดขว้างทางรักของฉันกับพี่เรย์ ฉันจะเล่นให้ร้องขอชีวิตกันไปเลยฮึ่ย! ยิ่งคิดยิ่งแค้นโว้ยยยย