ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่13 ลุงซิน

    “ เฮ้ย ! ได้ไง ? ” ซินเจียงโพล่งออกมาด้วยความตกตะลึง หัวนมของชายหนุ่มตรงหน้าเขานั้นมันเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าหัวนมเสียอีก
    มันมีสีชมพูที่ธรรมชาติเกินไป เขาไม่เคยพบเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย 
    “ คุณจ้องหัวนมผมทําไม ? คุณคงไม่ได้เป็นพวกไม้ป่าเดียวกันหรอกนะ ใช่ไหม ? ” ยูหมิงที่โดนจ้องหัวนมรู้สึกผวาไม่ใช่น้อย 
    การโดนผู้หญิงจ้องนั้นไม่ค่อยรู้สึกอะไรหรอก แต่ถ้าผู้ชายจ้องแถมจ้องนานนี่สิ มันทําให้เขารู้สึกผวายังไงไม่รู้
    บางทีเจ้าของร้านคนนี้อาจเป็นเกย์ ?
    คงไม่เป็นงั้นหรอกมั้ง…
    “ เอ่อ โทษที พอดีฉันทึ่งมากไปหน่อยน่ะ ” ซินเจียงขยี้ตา เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง เพราะไม่ว่าใครถ้าได้มาเห็นใกล้ๆแบบนี้พวกเขาคงต้องตื่นตะลึงไปเหมือนกันแหละ
    “ อ่อ เป็นงั้นเอง ก็ช่วยไม่ได้หรอกนะที่คุณทึ่ง ” ยูหมิงพยักหน้าเข้าใจ ไม่ว่าใครถ้าได้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของเขา คนพวกนั้นจะต้องทึ่งจนบางทีอาจข่มตานอนไม่หลับเลยล่ะ
    “ แล้วตอนนี้เป็นไงบ้างครับ ผมผ่านไหม ? ” ยูหมิงไม่รีรอที่จะสวมเสื้อกลับเข้าไปเหมือนเดิม 
    “ แน่นอนอยู่แล้วว่าเธอต้องผ่าน ” ซินเจียงพูดด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบให้นานกว่านี้
    ส่วนร่างกายของยูหมิงน่ะเหรอ ถ้าหากไม่ผ่านก็คงไม่มีใครหน้าไหนผ่านแล้วล่ะ !
    “ แล้วจะเริ่มงานเมื่อไหร่ดีครับ ? ” ทันทีที่ผ่านยูหมิงก็ถามอย่างรวดเร็ว
    “ เธอนี่รีบร้อนจังนะ เอาสิเริ่มกันเลยก็ได้ ” ซินเจียงกลอกตาไปมาและพยักหน้าให้ยูหมิง จากนั้นเขาก็หันไปมองหลานสาวของเขาที่ในตอนนี้มีท่าทางแปลกประหลาด “ เสี่ยวเสวี่ยหลานช่วยเอาชุดนั้นมาให้ที ”
    อย่างไรก็ตามซินเสวี่ยไม่ได้ตอบกลับมา เธอนั่งเหม่อลอยมองไปที่กลางอากาศอันแสนว่างเปล่าเหมือนคนที่กําลังเข้าสู่ภวังค์
    “ เสี่ยวเสวี่ย ! ” เมื่อเห็นว่าหลานสาวของเขายังคงไม่ขานตอบทั้งๆที่เรียกไปแล้ว ซินเจียงจึงส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
    ซินเสวี่ยในตอนนี้นั้นกําลังเหม่อลอยใจจดใจจ่อในสิ่งที่เพิ่งได้เห็นไปเมื่อครู่
    ร่างกายอันเพอร์เฟค… 
    ยิ่งกว่านั้นยังมีสุดยอดสมบัติ…หัวนมที่สีชมพู !
    ทั้งสองสิ่งนี้มันทําให้เธอทึ่งไม่ใช่น้อย เธอไม่เคยเจอใครที่หล่อเหลาทั้งร่างกายแบบนี้มาก่อนเลย นี่เขาเป็นเทวดาตกสวรรค์รึไงนะ ? 
    ถึงได้หล่อเหลาปานนั้น !
    “ เสี่ยวเสวี่ย ! ” ซินเจียงเดินไปใกล้ๆหลานสาวของเขาและตะโกนใส่หูเสียงดัง 
    ซินเสวี่ยที่กําลังเข้าสู่ภวังค์นั้นถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว แต่เมื่อเธอมองเห็นว่าใครเธอจึงบ่นอุบอิบออกมาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ คุณลุงนี่คุณเล่นอะไรเนี่ย หนูตกใจเกือบตายแหนะ ” 
    ‘ สงสัยผู้หญิงคนนี้ถ้าจะไม่เต็ม… ’ ยูหมิงยืนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกพิลึกพิลั่น เขารู้สึกว่าหลานสาวของเจ้าของร้านนั้นค่อนข้างจะไม่เต็ม บางทีอาจจะเป็นบ้าก็ได้ !
    มีใครที่ไหนล่ะที่ถูกเรียกถึงสองครั้งก็ยังเหม่อลอยอยู่ ?
    แน่นอนว่ามันอาจจะมีบ้าง แต่ผู้หญิงคนนี้ต้องให้เรียกถึงสามครั้งแล้วค่อยรู้สึกตัว นี่เธอคงไม่ได้เป็นพวกจิตหลอนประสาทเพี้ยนหรอกนะ ?
    เฮ้อ ! ดูเหมือนว่าทั้งลุงทั้งหลานจะไม่เต็มทั้งคู่ !
    ยูหมิงได้แต่ส่ายหัวด้วยความช่วยไม่ได้ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทําไมรอบๆตัวเขาถึงได้มีแต่คนประเภทนี้
    ช่างเหอะ ! ทํางานหาเงินดีกว่า !
    “ เสี่ยวเสวี่ยวันนี้หลานนอนไม่พอเหรอ ? ถึงได้เหม่อลอยแบบนี้ ! ” ซินเจียงเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความประหลาดใจ
    เพราะปกติหลานสาวของเขามักจะร่าเริงสดใสอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเลยที่เธอจะเหม่อลอยเหมือนคนง่วงนอนอย่างตอนนี้ 
    ซินเสวี่ยที่ได้ยินถึงกับหน้าแดงขึ้นมา เธอเหลือบมองยูหมิงที่ยืนอยู่ด้านหลังลุงของเธอก่อนจะพูดกับลุงของเธอว่า “ ใช่ค่ะ เมื่อคืนหนูนอนดึกไปหน่อยน่ะ ” ขืนเธอบอกความจริงออกไปมีหวังได้อับอายไปทั้งชาติแน่
    จะให้เธอบอกมันออกไปได้อย่างไรล่ะว่าเธอเหม่อลอยเพราะร่างกายของชายหนุ่มสุดหล่อคนนี้ มีหวังเธอได้โดนลุงของเธอแซวแน่ๆ
    ไม่ ! เธอจะไม่ยอมบอกเรื่องน่าอายนี้ออกไปให้ใครฟังเด็ดขาด !
    “ งั้นวันนี้หลานกลับก่อนเลยก็ได้นะ พักผ่อนน้อยมันไม่ดีต่อร่างกายหรอก ยิ่งสาวๆแบบหลานนี่ยิ่งไม่ดีใหญ่เลย เอาล่ะไปเอาชุดนั้นมาให้ลุงแล้วค่อยกลับแล้วกัน ” ซินเจียงพยักหน้าเข้าใจโดยไม่คิดไรมาก เพราะเขาคิดว่าหลานสาวของเขาคงจะนอนไม่พอจริงๆ ถ้าไม่อย่างนั้นมันเป็นเพราะอะไรล่ะ ? แน่นอนว่ามันไม่ทางเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก !
    “ ได้ค่ะคุณลุง ” ซินเจียงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เธอรับปากและวิ่งไปยังห้องๆหนึ่งทันที
    หากสังเกตดีๆจะพบว่าหน้าของเธอในตอนนี้นั้นมีสีแดงที่ยิ่งกว่ามะเขือเทศซะอีก
    ใช่ ในตอนนี้เธอรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมากที่เผลอไปจินตนาการถึงความหล่อเหลาของชายหนุ่มคนนั้น
    ซึ่งมันทําให้เธอแทบไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายเลยด้วยซํ้า เธอจึงตัดสินใจที่จะเอาชุดให้คุณลุงของเธอและรีบกลับบ้านไปนอนทันที
    มันไม่ใช่เพราะเธอง่วงหรือนอนไม่พอ แต่เธอก็แค่ไม่อยากฟุ้งซ่านและคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เธอจึงคิดว่าหากเธอนอนทันทีมันคงสามารถทําให้เธอลืมเกี่ยวกับเรื่องในวันนี้ได้ !
    “ ใช้ไม่ได้จริงๆเลยหลานคนนี้ ” ซินเจียงมองดูหลานสาวที่วิ่งออกไปก่อนจะส่ายหัวแล้วหันไปทางยูหมิง “ เธอชื่อยูหมิงใช่ไหม ? เรียกฉันว่าลุงซินก็แล้วกันนะ ” เขาจําได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ได้พูดชื่อตัวเองออกมาในตอนที่โต้เถียงกับหลานสาวของเขา
    แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเรียกเขาว่าลุงหรอก แต่ที่เขาให้อีกฝ่ายเรียกแบบนี้นั้นก็เป็นเพราะมันง่ายดียังไงล่ะ ถึงจะรู้สึกแปลกๆเหมือนเป็นคนแก่ก็เถอะ 
    “ ก็ได้ครับลุงซิน ว่าแต่ทําไมร้านนี้ถึงได้เงียบจังเลยล่ะครับ ? ” ยูหมิงถาม
    ร้านเสื้อผ้าของลุงซินนี่ถือว่าเงียบมากนัก อย่างกับร้านที่ใกล้จะเจ๊งอย่างไรอย่างนั้นล่ะ
    ซินเจียงได้ยินคําถามของยูหมิงจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนเริ่มเล่าสาเหตุ
    หลังจากที่ยูหมิงฟังเสร็จเขาก็เข้าใจทันทีว่าทําไมมันเงียบนัก 
    ร้านเสื้อผ้าของซินเจียงนั้นเปิดมาได้หนึ่งเดือนแล้ว แต่เป็นเพราะขาดนายแบบดีๆจึงทําให้สินค้าของทางร้านไม่ค่อยเป็นที่น่าสนใจ
    จุดๆนี้ยูหมิงก็สงสัยว่าทําไมซินเจียงถึงไม่ให้ซินเสวี่ยเป็นนางแบบให้ล่ะ เพราะดูๆไปแล้วเธอคนนั้นก็สวยใช่เล่นทีเดียว !
    ซินเจียงจึงตอบคําถามอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งมันเป็นเหตุผลที่ง่ายมาก เพราะร้านนี้ขายแต่เสื้อผ้าผู้ชายยังไงล่ะ
    ยูหมิงที่ได้รับรู้ถึงกับเข้าใจได้ในทันที เพราะเขาสงสัยตั้งแต่เข้ามาในร้านแล้วว่าทําไมร้านนี้ถึงไม่มีขายชุดของผู้หญิง
    “ แล้วชุดที่จะให้ผมเป็นนายแบบให้มันเป็นชุดแบบไหนเหรอครับ ? ” ในระหว่างรอซินเสวี่ยนําชุดมา ยูหมิงจึงอดถามออกไปไม่ได้
    “ ชุดสูทน่ะ ” ซินเจียงตอบ จากนั้นเขาก็พลันเห็นว่าหลานสาสของเขานั้นนําชุดมาถึงแล้ว “ นั่นไงชุดที่ฉันจะให้เธอใส่น่ะ ! ”
    ยูหมิงมองไปยังทางที่ซินเจียงมอง และในตอนนั้นเขาก็พบกับซินเสวี่ยที่กลับมาพร้อมกับชุดสูทสีดําที่โครตจะธรรมดา
    เมื่อเขาได้เห็นชุดสูทสีดํานั่นเขาก็ต้องยิ้มแห้งๆโดยที่เขาไม่รู้ตัว
    ชุดสูทสีดํา ? จะให้เขาเป็นบอดี้การ์ดพิทักษ์คุณหนูรึไง !