ประตูห้องหมายเลข 313ค่อยๆ แง้มออกช้าๆแสงสว่างลอดเข้ามาตามช่องบานเกล็ดหน้าต่างสู่ภายในห้องหลังพวกเขาสามารถช่วยกันฝ่าด่านเ้าของหอได้สำเร็จจากการให้ซันสแกนบัตรเปิดประตูแล้วผู้กองแบร์ก็ค่อยๆเดินกึ่งคลานจนพ้นหน้าออฟฟิตของพี่ต้้น
โชคดีที่่เวลานั้นไม่มีใครผ่านมาเห็นไม่อย่างนั้นทั้งคู่คงโดนจับได้จากการกระทำสุดประหลาดนี้ไปแล้ว
ตำรวจหนุ่มเริ่มเดินสำรวจจากประตูหน้าจนไปถึงประตูระเบียงหันมองรอบๆ แล้วเลือกที่จะพุ่งตรงไปตู้เสื้อผ้าเป็อันดับแรกเขาเปิดบานตู้ออกแล้วผลักชุดนักศึกษาที่แขวนบนราวให้ย้ายไปฝั่งซ้ายทั้งหมดใช้มือคลำไปตามผนังตู้ด้านใน เขาเลื่อนมือขึ้นลงออกแรงกดบ้าง เคาะไปตามตู้บ้างในบางจุด
เมื่อได้เห็นเ้าหน้าที่ลงมือปฏิบัติงานอย่างจริงจังถึงจะแอบสงสัยอยู่บ้างว่า ‘แค่หาของที่แฟนลืมไว้’ ต้องละเอียดเอาจริงเอาจังถึงขนาดนี้เลยรึแต่เด็กหนุ่มก็รีบวางกระเป๋าและถุงข้าวของที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะหนังสือแล้วไปช่วยคุณตำรวจค้นหาอีกแรง
กองเสื้อผ้าถูกยกออกมาวางตั้งไว้บนพื้นไม่ต่างจากสิ่งของอย่างอื่นที่เคยอยู่ในโต๊ะหนังสือ บนชั้นวางของไม่เว้นข้างในตู้เย็น ก็ถูกรื้อออกมาวางไว้บนพื้นห้องทั้งหมดเพื่อให้ง่ายต่อการเสาะหาของคุณตำรวจที่กำลังเพ่งดูตามเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น
และเมื่อแบร์บอกให้ซันช่วยยกเตียงนอนขึ้นวางตะแคงพิงไว้กับผนังห้องเพราะเขา้าตรวจดูข้างใต้ เสียงเคาะก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทั้งสองคนหันมาสบตากันในทันทีและเป็ซันที่ชี้มือมายังตัวเองเป็การเสนอตัวไปเปิดประตู
กริ๊ก
ชายร่างสูงท้วมคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นทั้งสองฝ่ายต่างคุ้นหน้ากันดีเพราะเขาคือเ้าของหอพักนั่นเอง
“ว่าไงครับพี่ต้น” ซันทักทายด้วยรอยยิ้มเป็มิตร แต่อีกฝ่ายดูอารมณ์คนละขั้วเพราะถูกเรียกตัวมาตอนกำลังต่อฟิกเกอร์ตัวใหม่อยู่
“พี่เอื้อเค้าบอกให้พี่มาดูห้องเราให้หน่อยเห็นว่าส่งเสียงดัง ทำอะไรอยู่น่ะ” ซันเห็นจากหางตาว่ามีคนยืนโบกมือให้อยู่ไม่ไกลและตามมาด้วยเสียงะโจากห้อง 301
“พี่เห็นห้องเราเสียงตึงตังไปเคาะเรียกแล้วก็ไม่ออกมาเปิด พี่เลยไปตามต้นให้ขึ้นมาดู เป็ไรปล่าวอ่ะเรา” สงสัยตอนเคลื่อนย้ายของจะเสียงดังจนไม่ได้ยินเสียงเคาะเรียกจริงๆ
แต่ยังไม่ทันที่ซันจะได้ตอบอะไรผู้กองหนุ่มก็แทรกตัวผ่านช่องยืนกอดอกดันประตูให้เปิดกว้างจนเ้าของหอได้เห็นสภาพห้องที่กำลังถูกรื้อค้นอยู่ด้านหลัง
การปรากฎตัวของแบร์ทำให้ต้นดูหัวเสียมากขึ้นไปอีก “อ้าว!! เฮ๊ย!! ผู้กองมานี่ได้ไง วันนั้นก็พูดไปแล้วไม่รู้เื่รึไงวะ”
แต่แบร์กลับยิ้มกว้างใส่แล้วเหล่สายตามองไปที่ซัน “ผมน่ะรู้เื่ว่าคุณต้นไม่อยากให้ละเมิดสิทธิ์ผู้เช่า แต่ทีนี้เ้าของห้องเค้าดันอนุญาตให้ผมเองผมก็เลยเข้ามาได้”
ต้นอ้าปากพยายามออกเสียงคัดค้านนั่นทำให้แบร์ยิ่งได้ใจเพิ่มความยียวนขึ้นอีก “แบบไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ใครซะด้วยสิ” พร้อมส่งรอยยิ้มกวนประสาทก่อนกลับเข้าห้อง
ต้นรู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถออกคำสั่งห้ามอะไรได้อีกจึงเดินกลับไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อยก่อนทิ้งท้ายว่าอย่าทำเสียงดังเกินไป และยอมปล่อยให้สองหนุ่มกระทำการค้นหากันต่อ
ในที่สุดวันนี้ผู้กองแบร์ก็ได้เข้ามาตรวจสอบดูในห้อง313ได้สำเร็จนัยหนึ่งก็เหมือนได้ปลดล็อกสิ่งที่ค้างในใจมาตลอดตอนนี้เขาได้ลงมือพิสูจน์ทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วแต่อีกนัยหนึ่งก็รู้สึกสะใจที่ได้เอาชนะเ้าของหอที่คอยขัดขวางไม่ให้เขาขึ้นมาห้องนี้
ถึงแม้ว่าผลของมันคือความว่างเปล่าไม่มีเบาะแสหรือสิ่งใดหลงเหลืออยู่ภายในนี้แล้วก็ตาม
“หามาตั้งนานสุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวหรอวะ” แบร์พึมพำกับตัวเอง
“แต่อย่างน้อยก็ได้ลองหาแล้วนะครับผู้กอง”ซันพูดปลอบใจขณะที่ทั้งสองช่วยกันจัดของกลับเข้าที่เดิม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกเป็ครั้งที่สองของวันนี้ซันเป็คนเดินไปเปิดประตูอีกครั้งด้วยความประหลาดใจว่าทำไมวันนี้ถึงมีคน้าพบเขานัก
เมื่อประตูเปิดออกคราวนี้เป็พี่เอื้อที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้อง
“คือ…เมื่อกี้ต้นบอกว่าซันกำลังจัดห้องกับเพื่อนถ้าเสร็จแล้วพี่ขอรบกวนให้ช่วยอะไรพี่หน่อยสิ”
20นาทีต่อมาซันกับแบร์ก็ได้รู้ว่าพี่เอื้อ้าให้ช่วยอะไรเฟรมผ้าใบนับสิบชิ้นวางเรียงเป็ระเบียบอยู่ในห้องรอการขนย้ายซึ่งคนที่ต้องแบกลงจากชั้น3 ก็คงไม่พ้นพวกเขานั่นเอง
“โทษทีนะปกติพี่จะวานพวกไอ้ปิงมาช่วยยกอ่ะ แต่วันนี้พวกมันกลับดึกกันหมดเลย” พี่เอื้อพูดพร้อมหิ้วขอบรูปวาดลงบันไดมาพร้อมพวกซัน
“แล้วอีกอย่างก็แบบที่ซันรู้อ่ะแหละว่าพวกมันไม่ค่อยอยากขึ้นมาชั้น3ซะเท่าไหร่ ต่อให้ซันมาอยู่ห้องนั้นแล้วก็เหอะยิ่งตอนกลางคืนอย่างนี้มันยิ่งไม่เอาเลย”
แบร์มองหน้าซันหลังจบประโยคของพี่เอื้อมีเพียงรอยยิ้มแหยๆ ส่งตอบจากเด็กหนุ่มมีบางความคิดผุดขึ้นมา..ซันอาจรู้บางเื่แต่ไม่ยอมบอกเขาหมดก็ได้
รูปวาดพวกนี้ต้องอยู่ข้างล่างรอจนกว่าเพื่อนพี่เอื้อจะมารับตอนหนึ่งทุ่มซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว
“ว่าไป..เพื่อนซันหน้าคุ้นๆนะ เหมือนเคยเห็นแถวๆ นี้” พี่เอื้อยื่นน้ำอัดลมให้ทั้งสองคนแล้วทักขึ้น
ซันหันไปมองผู้กองที่กลืนน้ำอึกใหญ่ลงคอเสร็จแล้ว
“แฟนผมเคยอยู่ที่นี่ครับผมเคยมาที่นี่บ่อยประมาณ…ปีที่แล้ว”
“อ๋อ..มิน่าล่ะถึงว่าคุ้นๆ ผมก็ไม่ค่อยได้ออกจากห้องบ่อยนักหรอกถ้าไม่ไปกินข้าวก็ลงมาดื่มกับไอ้พวกน้องๆ ตอนเย็นน่ะ”
และเหมือนความทรงจำของพี่เอื้อถูกกระตุ้นกลับขึ้นมาด้วยคำว่า “่ปีที่แล้ว…ปีที่แล้วหรอ” เขาพูดซ้ำๆ กับตัวเอง
“เฮ๊ย!! นึกออกแล้วคุณเป็แฟนกับ…..” พี่เอื้อชี้มือไปทางข้างบนตึกทำปากพะงาบๆเว้นคำไว้ ทำเอาซันที่นั่งตาใสบนเก้าอี้ม้าหินยิ่งงงไปใหญ่หันมองสลับไปมาระหว่างพี่เอื้อกับผู้กองเพราะตามเื่ไม่ทัน
แบร์ยิ้มกลับให้จิตรกรหนุ่มตอบสั้นๆแค่เพียง “ครับ”
“เชี่ยเอ๊ยยยย!!คุณรู้มั้ยว่าผีแฟนคุณน่ะเฮี้ยนขนาดไหน ทำพวกผมอยู่กันแทบไม่ได้เลยนะ” คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากผู้ประสบเหตุที่อัดอั้นมานาน
จากนั้นซันก็ได้แต่นั่งเงียบฟังสิ่งที่ทั้งสองคนเล่าส่งต่อกันกว่าจะจับใจความได้ก็ใช้เวลาไปครู่ใหญ่ทีเดียวจนช่วยพี่เอื้อขนผ้าใบภาพวาดขึ้นรถเพื่อนเสร็จแล้วพวกเขาก็ยังนั่งคุยกันต่อถึงสาเหตุและต้นเหตุการเสียชีวิตของแฟนผู้กองและที่พวกเขาช่วยกันค้นห้องวันนี้อีกด้วย
หลังจากนิ่งเงียบมาพักใหญ่ซันก็อาศัยจังหวะพี่เอื้อเดินไปซื้อขนมและเครื่องดื่มมาเพิ่มเอ่ยปากถามผู้กอง
“เอ่อ…ตกลง…แฟนที่ผู้กองพูดถึงคือซิดนี่ย์ใช่มั้ยครับ”ถึงเขาจะไม่ใช่นักสืบแต่ก็พอจะโยงเื่ต่างๆเข้าหากันได้ไม่ยาก
แบร์รู้สึกแปลกใจที่ซันรู้จักซิดนี่ย์แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรเพิ่มพี่เอื้อก็กลับเข้ามาพร้อมของกินเต็มมือ
“เอ้านี่! กินเลยๆถือว่าเป็ค่าแรงละกันนะผู้กอง ซันมากินเร็ว” ทั้งสองคนจึงต้องอยู่นั่งคุยเป็เพื่อนพี่เอื้อต่อได้ฟังพี่เอื้อเล่าถึงความเป็มาของตัวเองั้แ่เรียนจบจากช่างศิลป์ไปรับจ้างวาดรูปตามสถานที่ต่างๆทั้งงานลายไทยจนถึงสตรีทอาร์ตเพื่อค้นหาลายเส้นและความเป็ตัวตนของเขารวมทั้งเื่ที่พี่เอื้อเข้ามาเป็ผู้อาศัยในหอนี้ั้แ่แรกเริ่มด้วย
เดิมทีหอนี้เป็ของลุงของต้นต่อมาลุงป่วยหนักจึงได้ยกให้ต้นเพราะตนเองไม่มีลูกและหลานคนนี้ก็เป็คนคอยดูแลมาตลอดจนกระทั่งแกเสียชีวิตจากนั้นก็ได้มาดูแลเป็เ้าของหอพักเต็มตัวเราจึงมักจะเห็นต้นดูแลหอพักนี้แบบปล่อยปละละเลยไปบ้างทั้งที่มันเป็แหล่งรายได้หลักของเขา
“หอนี้คุ้มที่สุดแล้วในแถวๆนี้อ่ะนะ มีห้องน้ำ มีเตียงตู้ให้ แถมไม่ขึ้นค่าเช่ามาหลายปีละ” พี่เอื้อยกกระป๋องดื่มก่อนพูดต่อ “เอ๊ย แต่ซันได้ถูกกว่าพี่นี่หว่า เพราะห้องนั้นมี…กุ๊กกู๋” เอื้อยกมือขึ้นมาตรงหน้าอกทำท่าเหมือนิญญาล่องลอย
แล้วเขาก็ร่ายต่อถึงวิธีของพี่ต้นที่ชอบหลอกคนให้ไปอยู่ห้องนั้นเพื่อจะได้กินเงินค่าเช่าเปล่าๆเพราะส่วนใหญ่พอได้เจอกับซิดนี่ย์ก็มักจะหนีออกไปไม่มีใครขอเงินคืนสักราย
“มันหลอกคนมาได้หลายเดือนละคงคิดว่าจะหลอกแกได้อีกคนว่ะซัน แต่แกเสือ_อยู่ได้ว่ะ ฮ่าๆๆ”เอื้อหัวเราะชอบใจ
แต่ซันกลับยิ้มแหยก่อนตอบ “จริงๆ ก็อยู่ได้แหละครับถ้าไม่นับเื่..เอ่อ…กุ๊กกู๋ห้องนั้นก็อยู่สบายเหมือนห้องพี่กับห้องคนอื่นแหละครับ”
“ไม่นะห้องซันน่ะดีกว่าห้องอื่นอีก ของเดิมลุงเค้ามีให้แค่เตียงกับตู้เสื้อผ้าแค่นั้นห้องเรามีทั้งแอร์ ทั้งตู้เย็น โต๊ะอะไรเต็มไปหมดเลย”
แบร์นั่งฟังสักพักก็แสดงท่าทีคล้ายนึกอะไรบางอย่างออกจากคำพูดของพี่เอื้อเขารีบสะกิดซันให้ลุกขึ้นตามไป ปล่อยให้เอื้องงกับสถานการณ์ทำได้แค่มองตามพวกเขา
“มีอะไรรึปล่าวครับผู้กอง”
“พี่เพิ่งนึกออกโต๊ะหนังสืออันนั้นศิษฐ์สั่งทำมาเอง ถ้าศิษฐ์จะซ่อนอะไรต้องเป็โต๊ะตัวนั้นแน่”
“ตกลงแฟนผู้กองคือซิดนี่ย์จริงๆใช่มั้ย”
“ใช่! แล้วเราล่ะทำไมไม่เคยบอกว่าเป็เพื่อนกับศิษฐ์”
“ก็ผมกลัวผู้กองหาว่าผมบ้าอ่ะแล้วผู้กองก็ไม่เคยบอกว่าแฟนตายไปแล้วด้วย!”
แบร์หยุดตรงขั้นบันไดก่อนถึงชั้น3 หลังจากเดินเถียงกันจนหอบมาตลอดทาง
“ทำไม!…ทำไมพี่ต้องหาว่าเราบ้าด้วย”
ซันหยุดก้าวขาเกิดอาการอึกอักนิดหน่อยก่อนตอบ “ก็…ผมเป็เพื่อนกับผีิญญาซิดนี่ย์เป็…รูมเมทของผมครับ”