เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่6 บทที่ 167 อย่าหวังว่าจะได้เจอ

     

            หลังเดินทางมาหนึ่งชั่วโมงกว่ารถพยาบาลก็จอดลงตรงหน้าโรงพยาบาลประจำเมือง Z ซูเจี่ยนอันถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินในทันที

            เมื่อซูอี้เฉิงกับเสิ่นเยว่ชวนมาถึงพวกเขาก็เห็นลู่เป๋าเหยียนกำลังยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ทั้งๆที่รองเท้าและกางเกงเปียกชื้นไปหมดสภาพของลู่เป๋าเหยียนดูแย่ที่สุดตั้งแต่ที่พวกเขาเคยเจอมา  

            เสิ่นเยว่ชวนเดินเข้าไปถาม“เจี่ยนอันเป็นยังไงบ้าง”   

            “เธอได้รับบาดเจ็บ”ลู่เป๋าเหยียนตอบพลางจ้องประตูห้องฉุกเฉินไม่วางตา“อาการเป็นยังไงต้องรอให้ออกมาก่อน”

            เสิ่นเยว่ชวนรู้ดีว่าลู่เป๋าเหยียนคงเป็นห่วงมากจึงตบไหล่เขาเบาๆก่อนจะยื่นถุงใบหนึ่งมาให้

            “นายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะคงอีกสักพักกว่าเจี่ยนอันจะออกมา”

            แต่ลู่เป๋าเหยียนยังไม่ยอมขยับไปไหนเขาจ้องประตูตรงหน้าราวกับสายตาของเขาจะช่วยให้การรักษาของซูเจี่ยนอันเร็วขึ้นได้

            สุดท้ายซูอี้เฉิงจึงเดินเข้ามาหยิบถุงในมือเสิ่นเยว่ชวนไปแขวนในมือของลู่เป๋าเหยียน

            “นายทำแบบนี้จะไม่สบายเอานะถ้านายป่วย ตอนเจี่ยนอันตื่นมาใครจะดูแล?”

            ได้ยินดังนั้นแววตาของลู่เป๋าเหยียนก็สั่นเล็กน้อยก่อนจะหยิบเสื้อผ้าไปเปลี่ยนที่โรงแรม

            เสิ่นเยว่ชวนนั่งบนเก้าอี้สำหรับรอผู้ป่วยและเอ่ยกับซูอี้เฉิงว่า

            “ฉันนึกว่านายจะต่อยเขาซะแล้ว”

            “ตอนแรกที่รู้ว่าเกิดเรื่องกับเจี่ยนอันก็อยากต่อยอยู่หรอก”ซูอี้เฉิงตอบพลางควานหาบุหรี่ในกระเป๋ากางเกง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาลจึงเก็บมือกลับมา“แต่พอมาเห็นสภาพของเป๋าเหยียน ฉันก็เลยเปลี่ยนใจ

            แม้แต่ภรรยาอย่างซูเจี่ยนอันก็คงไม่เคยเห็นลู่เป๋าเหยียนที่กำลังโทษตัวเองแบบนี้คนที่อยู่บนจุดสูงสุดราวกับตำนานอย่างลู่เป๋าเหยียนกลับกลายเป็นคนธรรมดาที่มีรู้สึกโศกเศร้าและโกรธเกลียดตัวเองวันนี้เขาเองก็เพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง...     

            “เพราะเป๋าเหยียนไม่มั่นใจในตัวเองเลยทะเลาะกับเจี่ยนอันจนเรื่องเป็นแบบนี้”ซูอี้เฉิงยิ้มอย่างไม่อยากเชื่อ “ถ้าเป๋าเหยียนมั่นใจในตัวเองสักนิดก็คงรับรู้ได้ว่าเจี่ยนอันชอบเขามากขนาดไหนเห็นเขาเป็นแบบนี้แล้ว ฉันคงไม่ใจดำทำร้ายเขาได้ลงคอหรอก”

            “เรื่องของคนอื่นนี่วิเคราะห์ได้ดีเชียวนะแล้วเรื่องของนายล่ะ?” เสิ่นเยว่ชวนยิ้มถาม “Top Model ก็ใกล้จะออกอากาศแล้วฉันยอมเดิมพันทุกอย่างเลยว่าเสี่ยวซีดังแน่ๆ ถึงเวลานั้นนายจะทำยังไง หืม?”

            แต่ซูอี้เฉิงแค่ตอบว่า“เธอจะดังหรือไม่ดังก็ไม่เห็นเป็นอะไร”

            ใจเขาไม่อยากให้ลั่วเสี่ยวซีดังก็จริงแต่หากการเป็นคนดังทำให้เธอดีใจ เขาก็ยอมทุกอย่าง

            เสิ่นเยว่ชวนเข้าใจสิ่งที่ซูอี้เฉิงคิดไปอีกทาง“นายจะบอกนายไม่สนใจว่าลั่วเสี่ยวซีจะเป็นยังไง? งั้นฉันจะลงมือแล้วนะอย่าหาว่าไม่บอกกันก่อนล่ะ! นาย... โอ้ย จะมาต่อยฉันทำบ้าอะไรเนี่ย!”

            เสิ่นเยว่ชวนพูดยังไม่ทันจบประโยคหมัดหนักๆของซูอี้เฉิงก็ลอยมา

            ซูอี้เฉิงเอ่ยเสียงเย็น“เสิ่นเยว่ชวน ไม่ใช่ว่าฉันดูถูกนายนะ แต่นายไม่ใช่สเปคของเสี่ยวซี”  

            เสิ่นเยว่ชวนพูดอย่างไม่ยอมแพ้“นายบอกว่าไม่ใช่ก็ต้องไม่ใช่งั้นเหรอ? ฉันมีเสน่ห์ขนาดนี้สาวที่ไหนจะปฏิเสธได้? เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่านายน่ะคิดผิดแล้ว!”

            “......”ซูอี้เฉิงไม่สนใจ เสิ่นเยว่ชวนไม่ใช่คู่แข่งในสายตาเขาด้วยซ้ำ

            ตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาเรียบร้อย เสิ่นเยว่ชวนรีบปิดปากทันทีเป็นเวลาเดียวกันกับที่ประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักออก

            ลู่เป๋าเหยียนรีบก้าวเท้าตรงไปทันที

            “ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ”

            “วางใจเถอะค่ะเธอปลอดภัยดี” แพทย์หญิงตอบ “เธอแค่มีบาดแผลภายนอก กระดูกขาขวาร้าวเล็กน้อยส่วนศีรษะได้รับการกระแทก คงต้องพักฟื้นสักระยะร่างกายถึงจะหายเป็นปกติค่ะ”

            ไฟหน้าห้องฉุกเฉินเริ่มมืดลงขณะที่ซูเจี่ยนอันถูกเข็นออกมา   

            ตอนนี้เธออยู่ในชุดผู้ป่วยและถูกให้น้ำเกลือถึงแม้ใบหน้ายังคงซีดเซียวแต่ก็ดูสดใสขึ้นกว่าเดิม

            “พรุ่งนี้เธอก็น่าจะฟื้นแล้วล่ะค่ะไม่ต้องห่วงนะคะ” แพทย์หญิงกล่าว “ถ้ายังไงเดี๋ยวรบกวนช่วยทำเรื่องแอดมิทผู้ป่วยด้วยค่ะ”   

            เสิ่นเยว่ชวนรีบไปจัดการทันทีส่วนซูอี้เฉิงกับลู่เป๋าเหยียนเดินตามซูเจี่ยนอันเข้าห้องพักผู้ป่วยไป   

            เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยนางพยาบาลก็พูดขึ้นว่า

            “คนไข้ต้องการพักผ่อนคืนนี้ทางเราอนุญาตให้ญาติเฝ้าไข้ได้แค่คนเดียวนะคะ”

            “ทราบแล้วครับ”ซูอี้เฉิงยิ้ม “ขอบคุณนะครับ”   

            พยาบาลสาวหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะเดินถือของออกจากห้องไป

            ในสายตาของลู่เป๋าเหยียนตอนนี้มีเพียงซูเจี่ยนอันเท่านั้นเขาช่วยห่มผ้าให้เธอก่อนจะหันมาพูดกับซูอี้เฉิง

            “นายไปพักที่โรงแรมเถอะเดี๋ยวฉันอยู่ดูแลเจี่ยนอันเอง”   

            ซูอี้เฉิงนิ่งไปก่อนจะพูดออกมาว่า“เจี่ยนอันเก็บเรื่องที่เธอชอบนายเป็นความลับมาโดยตลอด ก่อนที่จะแต่งงานกับนายขนาดลั่วเสี่ยวซีก็ไม่รู้ที่ฉันเลือกที่จะบอกนายเพราะฉันรู้ว่านายก็รู้สึกดีกับเจี่ยนอันเหมือนกันเป๋าเหยียน อย่าทำให้ฉันผิดหวังไม่งั้นชีวิตนี้นายอย่าหวังว่าจะได้เจอเจี่ยนอันอีก”

            พูดจบซูอี้เฉิงก็ผลักประตูออกจากห้องผู้ป่วยไป

            ห้องพักฟื้นอันกว้างขวางจึงเหลือเพียงซูเจี่ยนอันและลู่เป๋าเหยียนตามลำพัง   

            น้ำเกลือค่อยๆหยดลงไปตามสายน้ำเกลือร่างบางตรงหน้าเริ่มตัวอุ่นขึ้นบ้างแล้ว มือของเธอไม่ได้เย็นเฉียบอีกต่อไปแต่ลู่เป๋าเหยียนก็ยังไม่รู้สึกถึงสัญญาณการมีชีวิตของเธอ   

            แพขนตางอนยาวบนเปลือกตาและลมหายใจที่เงียบเชียบ ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเธอจะหลับอยู่แบบนี้ตลอดไป

            ความกลัวที่ไม่คุ้นเคยเริ่มครอบงำจิตใจของลู่เป๋าเหยียนอีกครั้ง

            คนอื่นอาจมองว่าเขาไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้นแต่ที่จริงเขาเองก็มีจุดอ่อน มีสิ่งที่กลัวอยู่มากมายเขากลัวว่าซูเจี่ยนอันจะจากไป กลัวว่าเธอจะไม่ฟื้น กลัวว่าเธอจะไม่ยอมเป็นภรรยาของเขาอีกแล้ว   

            ความกลัวทุกอย่างาล้วนเกี่ยวข้องกับซูเจี่ยนอันต่อให้หมอบอกว่าเธอปลอดภัยดี แต่ถ้ายังไม่เห็นเธอลืมตาขึ้นมา เขาก็อดกลัวไม่ได้   

            ซูอี้เฉิงพูดถูกเขาไม่มั่นใจในตัวเอง

            ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้รังเกียจแต่ก็ยังไม่กล้าคิดว่าเธอชอบเขา

            ที่เขาได้พบกับซูเจี่ยนอันก็เพราะพ่อของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทำให้แม่เองก็ล้มป่วยเขาในวัย 16 ปีจึงมีแต่ความโกรธแค้นที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจ ท้ายที่สุดเพื่อที่จะหนีจากคังรุ่ยเฉิงแม่จึงต้องพาเขาไปอยู่ที่บ้านเก่าคุณยายของซูเจี่ยนอันเพื่อเอาชีวิตรอด

            เขาระมัดระวังตัวตลอดเวลาในสมองคิดเพียงแต่ว่าจะทำยังไงให้แม่กับเขารอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงกลายเป็นเงียบครึมช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ชีวิตเขาตกต่ำที่สุด มีแต่ความโกรธแค้นทว่าไร้ซึ่งความสามารถที่จะต่อกรกับใคร ทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ

            ซูเจี่ยนอันในวัย 10 ขวบจึงได้มาเจอกับตัวเขาในเวลาที่แย่ที่สุดแบบนั้น

            เขายังจำวันนั้นได้ดีรถยนต์คันหรูจอดลงที่หน้าประตูบ้าน เมื่อคนขับรถลงมาเปิดประตูเสียงนุ่มนิ่มของเด็กหญิงก็ดังขึ้น

            “คุณอาช่วยอุ้มหนูลงไปหน่อยได้ไหมคะ”   

            เสียงใสที่เอ่ยออกมาทำให้คนฟังยากจะปฏิเสธคนขับรถยิ้มก่อนจะอุ้มเธอลงจากรถ เธอเอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท และหยิบลูกอมรสนมรูปกระต่ายที่ไม่รู้ไปหามาจากไหนให้กับคุณอาคนขับรถ   

            ซูเจี่ยนอันในตอนนั้นถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมเธอสวมชุดเจ้าหญิงและรองเท้าหนังน่ารัก ผิวขาวใสนวลเนียนผมดำขลับของเธอยาวสลวยเหมือนตอนนี้ไม่มีผิด เมื่อเธอยิ้มช่างดูสดใสโดยเฉพาะเวลาที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้ารอยยิ้มของเธอนั้นราวกับของขวัญที่ฟ้าประทานมาให้   

            เธอขยี้ตาเบาๆก่อนจะมองมาทางเขา

            แววตาของเด็กน้อยวัยสิบขวบไม่ได้ดูสงบเหมือนตอนนี้นัยน์ตาใสแจ๋วของเธอทั้งสวยงามและบริสุทธิ์ จนคนมองแทบไม่กล้าสบตากับเธอตรงๆ

            เขาจ้องมองเธอกลับไปแววตาของเธอเริ่มทอประกาย เธอสะบัดมือของแม่ที่จูงมือเธอเอาไว้ก่อนจะวิ่งตรงมาหาเขา

            “พี่คะพี่หล่อเหมือนพี่ชายหนูเลยค่ะ!”

            นี่เป็นคำแรกที่ซูเจี่ยนอันพูดกับเขาเธอยิ้มอย่างสดใสพลางเอ่ยปากชม

            ตอนนั้นเขาเองก็รู้ดีว่าเธอก็แค่เจ้าหญิงตัวน้อยที่ไร้เดียงสา หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงเข้าไปเล่นกับเธอแต่ในตอนนั้นสมองของเขามีแต่เรื่องของคังรุ่ยเฉิงและการตายของพ่อทำให้ไม่มีอารมณ์จะสนใจเธอ

            ทว่าซูเจี่ยนอันก็ไม่ได้สนใจความเย็นชาที่เขามีให้ตลอดเวลาเกือบเดือนที่อยู่ที่นั่น หากมาเยี่ยมเขาเมื่อไร เธอก็มักจะตามติดเขาแจไปทุกที่   

            ตอนเขากำลังดื่มน้ำเธอก็เท้าแขนอยู่ที่มุมโต๊ะ

            “พี่เป๋าเหยียนหนูหิวน้ำ อยากกินน้ำบ้างจังค่ะ”   

            เขารินน้ำให้เธอแต่เธอกลับบอกว่าไม่เอาพลางจ้องแก้วน้ำในมือเขาเขม็งเธออาศัยตอนที่เขาไม่ระวังตัวแย่งแก้วไปก่อนจะดื่มน้ำลงไปหลายอึกและพูดพลางหัวเราะ

            “พี่บอกว่าห้ามแตะของๆพี่เด็ดขาดแต่หนูจะทำล่ะ”

            เขาเดินออกไปข้างนอกเธอก็เดินตามไม่ห่าง เธอถามนู้นถามนี่ด้วยเสียงเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง   

            “พี่เป๋าเหยียนคะอันนั้นมันดอกอะไรเหรอ? หรือว่าเป็นต้นหญ้า? ว้าว สวยจังเลย!”

            “พี่เป๋าเหยียนจะไปไหนคะพวกเราจะต้องเดินอีกไกลมั้ย?”

            “พี่เป๋าเหยียนเดินช้าๆหน่อยสิ หนูคงต้องขับรถถึงจะตามพี่ทันมั้งเนี่ย!”

            “พี่เป๋าเหยียนคะ...”   

            พอเขาไม่สนใจเธอก็เงียบไปเมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าเด็กหญิงตัวน้อยได้หายไปแล้ว   

            เขาใจหายวาบในสมองคิดถึงความเป็นไปได้หลายอย่างเขากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุจึงตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดัง และออกเดินตามหาไปทุกที่แต่ก็ไม่เจอ

            เขาเกือบจะโทรแจ้งตำรวจอยู่แล้วถ้าไม่รู้สึกว่าบนต้นลำไยข้างทางมีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาอยู่ซูเจี่ยนอันซ่อนตัวพลางป้องปากแอบหัวเราะอยู่บนต้นไม้ด้วยแววตาสดใสสนุกสนาน

            เขาต่อว่าเด็กหญิงตรงหน้า“ซูเจี่ยนอัน ลงมาเดี๋ยวนี้!”

            อาจเพราะเธอตกใจเธอจึงกอดต้นไม้เอาไว้ไม่ปล่อยพลางมองมาทางเขา

            “หนูไม่กล้าลงไป”   

            “แล้วกล้าปีนขึ้นไปได้ยังไง”

            “หนูกล้าปีนขึ้นมา”เธอเม้มปากเล็กน้อย “แต่ไม่กล้าปีนลงนี่คะ”

            “งั้นก็ไม่ต้องลงมา”ลู่เป๋าเหยียนพูดจบก็ทำท่าจะเดินจากไป   

            ที่น่าแปลกก็คือซูเจี่ยนอันไม่ได้รั้งเขาไว้และไม่ได้ร้องไห้ สุดท้ายเขาจึงต้องหันหลังกลับอย่างอดไม่ได้เธอยังคงอยู่บนต้นไม้ท่าเดิมพลางมองมาทางเขาอย่างน่าสงสาร เมื่อเห็นเขาหันกลับมาหยดน้ำตาก็ค่อยๆไหลออกมาจากตาใสคู่นั้น

            เขาจึงรีบเดินเข้าไปหาและปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อช่วยเธอลงมา   

            เธอคงกลัวจริงๆถึงได้กอดเขาเอาไว้แน่นไม่ปล่อยสุดท้ายเธอก็ร้องไห้จ้าออกมา   

            เขาปลอบเธออย่างใจเย็นและพาเธอกลับบ้านเธอปล่อยให้เขาจูงมือเดินไปอย่างว่าง่ายโดยไม่ร้องไห้อีก มีแค่ยกมือปาดคราบน้ำตาไปตลอดทางตั้งแต่ตอนนั้นล่ะมั้งที่เขาเริ่มใจอ่อนกับเธอ   

            เมื่อกลับมาถึงบ้านเขานึกว่าซูเจี่ยนอันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพวกผู้ใหญ่ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรและไม่ตามติดเขาอีก ตอนนั้นเขารู้สึกใจหายอย่างประหลาด

            ไม่กี่วันต่อมาซูเจี่ยนอันก็ตามมาเยี่ยมพวกเขาพร้อมกับแม่ของเธออีกครั้ง แม่ของเขากับแม่ของเธอต้องออกไปข้างนอกจึงฝากให้เขาช่วยดูแลเธอระหว่างนั้น   

            นอกจากไม่กล้าปีนต้นไม้อีกต่อไปเธอก็เรียกเขาว่าพี่เป๋าเหยียนเสียงหวาน กระโดดโลดเต้นเหมือนเดิมราวกับลืมเรื่องที่เกิดขึ้นคราวก่อนไปจนหมดแล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508