อูฐโหนกคู่สองตัวเดินตามกันมา บรรทุกสัมภาระไว้สองข้างลำตัวจนเพียบแปล้ เซียวหลิงเทียนและเฟิงจื่อหานเดินจูงสัตว์พาหนะโดยให้ไป๋ชิงซินและฟางหรูนั่งบนหลังเ้าทะเลทรายจอมอดทนนั้น
ทั้งหมดเดินทางมาถึงช่องเขาโทรูการ์ทปากทางขึ้นเทือกเขาเทียนซาน มีทิวสนขึ้นเรียงรายตามเชิงเขามองไปเบื้องหน้าเห็นหิมะสีขาวโพลนปกคลุมยอดสูงสุดของมหาบรรพต ตัดกับท้องฟ้าสีคราม มีแม่น้ำใสไหลเอื่อยคดเคี้ยวมาตามแนวโตรกหินสองฝั่งแวดล้อมด้วยป่าต้นวอลนัท แอปเปิล ต้นแอปริคอท เห็นบัวหิมะออกดอกสีขาวขึ้นตามซอกหินดูตระการตา
จื่อหานหันไปกล่าวกับเพื่อนร่วมทาง
“พวกเราพักตั้งกระโจมที่นี่ก่อนเถิดมันใกล้ค่ำแล้ว”
“ดีเหมือนกัน”
หลังจากทุกคนช่วยกันจัดแจงเื่ที่พักแล้วหลิงเทียนก็กล่าวกับชิงซิน
“ศิษย์น้องเราไปเก็บผลวอลนัทกับแอปเปิลมากินกันดีไหม มันขึ้นเต็มต้นเลย”
“ดีเหมือนกันดูสิ บัวหิมะออกดอกสะพรั่งเชียว เขาว่ากว่ามันจะออกดอกต้องรอถึงห้าปีเลยนะ เราไปเก็บมาทำยาสมุนไพรดีกว่า”
เมื่อทั้งสองเดินไปเฟิงจื่อหานก็หยิบกระบี่ขึ้นมาซักซ้อมกระบวนท่า
ฟางหรูเห็นดังนั้นก็นึกสนุกชักกระบี่มาวาดลวดลายบ้าง
เมื่อฝ่ายชายแทงอาวุธขึ้นเบื้องสูงฝ่ายหญิงกลับวาดกระบี่เบื้องล่าง
จื่อหานฟันกระบี่ไปทางซ้ายฟางหรูแทงสวนไปทางขวา
ทั้งคู่สอดประสานเพลงอาวุธราวกับจะเติมเต็มช่องว่าง สร้างความได้เปรียบเหนือศัตรูหากว่ามี
ความรู้สึกวูบวาบเกิดขึ้นในเบื้องลึกของดวงใจคู่ซ้อมทั้งสอง
การกระทำนั้นไม่พ้นสายตาของอาหนิวไปได้
เขาหันไปกระซิบแม่นางไป๋
“ดูนั่นสิคู่หมั้นของเ้ากำลังเริงร่ากับหญิงแปลกหน้าคนนั้น”
ชิงซินมองตามที่หลิงเทียนชี้แล้วหันกลับมาเก็บผลไม้ต่อและกล่าว
“ช่างเขาเถอะถ้าเขาพอใจก็ปล่อยเขา ข้าไม่ได้รักเขาอยู่แล้ว”
“แต่เขากำลังิ่เกียรติของเ้าอยู่นะอย่างไรเสียเ้าก็เป็คู่หมายของเขา”
“หากเขา้าถอนหมั้นข้าก็พร้อมเสมอ ท่านไม่รู้หรือว่าข้ารักใคร่ผู้ใด”
“เ้ารักใครกระนั้นฤา”
ชิงซินจ้องหน้าอาหนิวด้วยความหงุดหงิดที่เขาไม่รู้ใจหล่อนเสียเลย
“ท่านนี่ช่างซื่อบื้อจริงๆ ข้าไม่อยากคุยด้วยแล้ว” แล้วนางก็เดินหนีไปทางกระโจม หลิงเทียนก็เดินตามไป
ฟางหรูใช้ธนูยิงนกและไก่ป่าได้หิ้วมายังที่พัก
“นี่แน่ะพวกเรา ข้ามีอาหารมาให้แล้ว หลิงเทียนท่านก่อไฟเตรียมไว้ได้หรือไม่จะได้ย่างมากินกัน”
อาหนิวตอบ”ได้สิ เดี๋ยวข้าหาเศษไม้มาทำฟืนก่อนนะ”
ชิงซินถือถังน้ำจะเดินไปทางริมธาร
ฟางหรูเห็นดังนั้นก็ถาม
“แม่นางไป๋จะไปไหนข้าไปด้วย”
ชิงซินกล่าว “ข้าจะไปตักน้ำ” แล้วก็เดินไป
ฟางหรูเดินตามไปประกบก่อนจะเอ่ยถาม
“แม่นางอย่าหาว่าข้าเสียมารยาทเลยนะขอถามเื่หนึ่ง ท่านกับพี่จื่อหานหมั้นหมายกันมานานหรือยังเหตุใดจึงไม่แต่งงานกัน”
ชิงซินหันไปมองหน้าสาวคุ้มภัยแล้วตอบอย่างเ็า
“พ่อข้าหมั้นหมายข้าไว้กับเขาั้แ่เกิดแล้วที่ยังไม่สมรสกันเพราะเราต่างก็มีภารกิจต้องเร่งกระทำ เ้าจะถามไปทำไม”
“อ่อ ขออภัยข้าแค่เห็นว่าพวกท่านเหมาะสมกันดี น่าจะสร้างครอบครัวกันได้แล้ว อย่าโกรธข้าเลย”
“อย่ามายุ่งเื่ของข้า”ชิงซินเริ่มไม่พอใจ เร่งสาวเท้าไปยังลำธาร
ขณะกำลังก้มลงตักน้ำอยู่นั้นแม่นางไป๋ก็สังเกตเห็นเงาในน้ำเป็ภาพของชายแปลกหน้า จึงใช้ถังไม้ทุ่มลงไปในเงานั้นผืนน้ำแตกกระจาย พุ่งขึ้นมาเป็พายุงวงช้างล้อมรอบตัวหล่อนไว้
บุรุษลึกลับแยกร่างเป็สองจากสองเป็สี่ แล้วทวีคูณจนโอบล้อมชิงซินกับฟางหรูไว้
“พวกแกเป็ใคร”แม่นางไป๋ะโถาม
ผู้รุกรานตอบ ”ข้าเฮยเยี่ยเฉิงใคร่มาเชิญแม่นางไปดื่มน้ำชาด้วยกัน”
ชิงซินร้องลั่น”ไปตายซะ” แล้วซัดเข็มหิมะออกไป แต่ภาพของชายนั้นกลับเป็ภาพลวงตา
ฟางหรูวิ่งเข้าไปฟันด้วยกระบี่แต่ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ทั้งสองสาวเหน็ดเหนื่อยกับการไล่ตะครุบร่างปลอมอยู่ครู่ใหญ่
แล้วเฮยเยี่ยเฉิงก็บันดาลแผ่นกระจกเงาสี่บานมาปิดล้อมร่างชิงซินไว้ก่อนจะหอบนางหายเข้าไปในประตูมิติลึกลับ ทิ้งฟางหรูให้ยืนตะลึงอยู่ที่นั้น
สาวคุ้มภัยจึงวิ่งกลับไปหาจื่อหาน
“แย่แล้วคุณชายเฟิง แม่นางไป๋ถูกคนร้ายจับตัวไปแล้ว”
หลิงเทียนได้ฟังก็ใยิ่งนัก
“อะไรกันน้องเล็กถูกจับไปได้อย่างไร”
“นางหายไปตรงไหนพาข้าไปตามซิ” จื่อหานคว้ากระบี่ลุกขึ้น
ฟางหรูจึงเดินนำสองหนุ่มนั้นไปยังริมธาร
เมื่อไปถึง...
“เมื่อกี้แม่นางไป๋ตักน้ำอยู่ตรงนี้แล้วมีชายคนหนึ่งมันบอกชื่อเฮยเยี่ยเฉิง สร้างภาพลวงตาปิดล้อมเราสองคนไว้ก่อนจะฉวยจังหวะเผลอจับคู่หมั้นของท่านไป”
“เช่นนั้นลองออกตามหาบริเวณใกล้เคียงนี้สิ”จื่อหานกล่าว
เมื่อทั้งสามช่วยกันค้นหาไปทั่วป่านั้นก็กลับมาคุยกัน
“หามาครึ่งค่อนวันยังไม่พบเ้าทำอะไรกับชิงซินกันแน่” อาหนิวโมโหใส่อารมณ์กับฟางหรู
สาวคุ้มภัยจึงร้องไห้แล้วกล่าว” ข้าหาได้ทำร้ายนางไม่ แค่ตามไปช่วยตักน้ำ แล้วคนร้ายก็มาจับตัวไปท่านจะโกรธข้าทำไม ฮือฮือ”
จื่อหานจึงกล่าว” อาหนิวเ้าอย่าไปพาลใส่นางสิ”
“เ้าไม่ซื่อสัตย์กับคู่หมั้นของตนเอง”หลิงเทียนตะคอกใส่
“ถ้าเ้าอยากได้นางข้าก็จะยกให้ ไปตามนางกลับมาให้ได้สิ”
อาหนิวได้ฟังก็ยิ่งเพิ่มโทสะเข้าไปกระชากอกเสื้อของจื่อหาน
แล้วก็ปะทะฝ่ามือกันสองสามเพลงฟางหรูรีบวิ่งเข้าไปขวางไว้
“พวกท่านอย่าทะเลาะกันเลยข้าผิดเองที่ดูแลแม่นางไป๋ไม่ดี”
อาหนิวจึงยอมรามือ
จื่อหานปัดเสื้อผ้าแล้วกล่าว
“เราออกตามหาต่อไปเถอะ”
ขณะนั้นเกิดมีธารน้ำแข็งถล่มลงมาปิดกั้นหนทางทั้งหน้าหลังจะขึ้นเขาก็ไม่ได้ จะถอยกลับไปกระโจมก็ติดขัด
อาหนิวจึงใช้วิชาไฟโลกันต์ละลายน้ำแข็งพอเป็ช่องผ่านไปได้แล้วพากันกลับไปยังกระโจม
แล้วหลิงเทียนก็เป่าขลุ่ยเรียกนางมี่มู่มาถาม
“เ้าพอจะรู้ไหมชิงซินถูกจับไปที่ใด”
นางผีูเาใช้จิตตรวจดูครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“ข้าเองก็หารู้ไม่เหมือนพวกนั้นมีฤทธิ์เหนือกว่า ปิดกั้นจิตข้าไม่ให้มองเห็น”
“เ้าใช้นกปีศาจไปหาไม่ได้หรือ”อาหนิวหันไปถามจื่อหาน
แต่ก่อนคุณชายเฟิงจะสั่งนกนั้นมี่มู่ก็ชิงกล่าว
“ไม่ได้ผลหรอกขนาดข้าที่เป็เ้านายนกปีศาจ ยังััไม่ได้เลย จะใช้มันได้อย่างไร”
หลิงเทียนร้อนรนใจเอ่ยถาม“แล้วเราจะทำเช่นไรดี”
ผีสาวตอบ “คงต้องรอปาฏิหาริย์แล้วหละ” แล้วนางก็หายตัวไป
หนึ่งหญิงสองชายก็นั่งย่างนกและไก่อยู่เชิงเขานั้นอย่างเหงาหงอย
“พวกท่านก็ทานอะไรเสียหน่อยเถิดจะได้มีแรงไปตามหาแม่นางไป๋” ฟางหรูกล่าวทำลายความเงียบ
“ข้าไม่หิว” อาหนิวเอ่ยอย่างอ่อนใจ
“ข้าก็ไม่มีอารมณ์กิน”จื่อหานกล่าวบ้าง
ทันใดนั้นแมลงปีศาจก็บินเข้ามาหาทั้งสามคน
“เอ๊ะ นั่นแมลงที่พ่อเฒ่าตั๊กแตนมอบให้แม่นางชิงซินนี่นา”ฟางหรูร้องทัก
อาหนิวเบิกตาโพลงด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับแมลงนั้น
“เ้านายของแกอยู่ไหนพาเราไปหานางได้ไหม”
เ้าปีกแข็งก็ส่องแสงในตัววูบวาบก่อนจะบินนำพวกเขาตามไปบนูเา
หลังจากเดินผ่านแมกไม้ต้นสน หนทางที่เกลื่อนด้วยหิมะแล้วก็ไปพบร่างของไป๋ชิงซินนอนหมดสติอยู่โคนไม้ต้นหนึ่ง
“น้องเล็ก”อาหนิวร้องเรียกด้วยความดีใจ ก่อนจะเข้าไปนั่งประคองร่างสาวงามในดวงใจ
ชิงซินลืมตาขึ้นเอ่ยถาม“พวกเ้าเป็ใคร”
“เ้าจำเราไม่ได้เหรอข้าอาหนิวไง แล้วนั่นจื่อหาน และฟางหรู”
“ข้าจำไม่ได้ข้าอยู่ที่ไหน”
“อย่าเพิ่งกล่าวอันใดเลยรีบพานางกลับไปกระโจมก่อนเถิด” จื่อหานบอก
อาหนิวก็อุ้มหล่อนขี่หลังพากันกลับที่พัก
หลังจากให้ชิงซินนอนพักหล่อนก็เพ้อแต่คำว่า
“จื่อหานข้ารักท่าน จื่อหาน ข้าอยากแต่งงานกับท่าน”
อาหนิวได้ฟังก็ปวดลึกในหัวใจแต่มิอาจเอื้อนเอ่ย
จื่อหานได้ยินก็สงสัยว่าคำพูดนั้นมาจากใจจริงหรือเป็เพราะพิษไข้
หลิงเทียนพยายามป้อนยาให้กินแต่แม่นางไป๋ก็อาละวาดปัดยาทิ้ง
อาหนิวจึงบอกคุณชายเฟิงว่า
“ท่านลองถามนกปีศาจดูสิว่าพอจะมีทางรักษานางไหม”
จื่อหานจึงถามนกตามนั้น
นกจึงบอก “รอข้าไปสืบหาจากภูตผีในป่านี้ดูก่อน”
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามนกก็บินกลับมา
“ข้าได้ความมาว่าใกล้กับทางไปทะเลทรายทาคลามากัน ทางใต้ของเทียนซาน มีป่าต้องห้ามแห่งหนึ่งเป็แหล่งสิงสถิตของอสรพิษเทวะ นามว่า หงเทียน ได้ชื่อว่ามีพิษอันร้ายกาจนักอาการของแม่นางไป๋เกิดจากพิษของเห็ดปีศาจ จึงต้องใช้พิษต้านพิษพวกท่านเร่งเดินทางไปขอจากหงเทียนสิ”
“ขอบใจเ้ามากนะ”อาหนิวกล่าว
“งั้นเราก็เร่งออกเดินทางกันเถิด”จื่อหานพูดแล้วคว้ากระบี่เดินนำออกไป
“อ้าวยังไม่เก็บสัมภาระเลย รอก่อนสิ” ฟางหรูร้องตาม
แล้วสองหนุ่มก็ให้ชิงซินนั่งบนหลังอูฐตัวเดียวกับฟางหรูที่นั่งประกบด้านหลังมุ่งหน้าสู่ป่าต้องห้าม
สองวันผ่านไปก็มาถึงชายป่าแห่งหนึ่ง
“ข้างหน้าโน่นไงป่าต้องห้าม” เสียงนกปีศาจร้องบอก
“ระวังตัวด้วยนะพวกเราไม่รู้เบื้องหน้าจะพบกับอะไรบ้าง” ฟางหรูร้องเตือน
เมื่อเข้าสู่ร่มเงาของป่าไม้หนาทึบเฮยเยี่ยเฉิงก็ปรากฏตัวพร้อมสมุนบริวาร
“พวกเ้าอย่าหมายใจว่าจะผ่านไปได้โดยง่ายยอมเป็ทาสพวกข้าในป่านี้เถิด แล้วค่อยออกไปตามหาคัมภีร์ด้วยกันมารับใช้ท่านม่อเทียนหลงดีกว่า”
“อย่าฝันไปเลยเ้ามารร้าย” อาหนิวซัดพลังฝ่ามือัสะบั้น์เป็ัไฟพุ่งไปหาเหล่าอสูรแต่ภาพเ่าั้กลับเป็เพียงสิ่งลวงตา
แล้วาาปีศาจเงาก็บันดาลให้เห็นภาพลวงเป็ต้นไม้ใหญ่ล้มลงทับเป็พายุฝุ่นหมอกหนาทึบ ทำให้พวกหลิงเทียนมองไม่เห็นกันทั้งยังบันดาลท่อนซุงพุ่งมาชนจอมยุทธทั้งสี่ให้กระจัดกระจายออกจากกัน
เมื่อลมพายุสงบลงเซียวหลิงเทียนพบว่าตนเองยืนอยู่โดดเดี่ยวในป่า จึงะโเรียก
“จื่อหาน ฟางหรูชิงซิน พวกท่านอยู่ที่ไหน”
แต่หามีใครตอบเสียงของเขาไม่
ชายหนุ่มเดินลึกเข้าใปในพงไพรนั้นจนได้พบชายชราคนหนึ่งถูกแร้วดักสัตว์ดึงตัวขึ้นไปห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ร้องเรียกให้ช่วย
“เ้าหนุ่ม ช่วยข้าทีโปรดนำข้าลงไปหน่อย”
อาหนิวจึงปีนขึ้นไปปลดตาเฒ่าลงมา
“ขอบใจนะ ที่เมตตาช่วยชีวิตข้าไอ้หนู”
“มิต้องเกรงใจว่าแต่ท่านขึ้นไปติดแร้วนั้นได้อย่างไร”
“ข้าคงแก่จนเลอะเลือนแล้วจึงหลงมาติดกับดักของตนเองน่ะ ฮ่าฮ่า แล้วเ้าล่ะ เป็ใครมาจากไหนเข้ามาทำอะไรในป่านี้”
“ข้าน้อยชื่อเซียวหลิงเทียนเดินทางมากับคณะพ่อค้า แต่ได้พบพวกเฮยเยี่ยเฉิงระหว่างทางเพื่อนของข้าถูกพิษของพวกมันจนสูญเสียความจำ และบัดนี้ยังพลัดหลงกันอีกกระทั่งข้าได้มาพบท่านนี่แหละ”
“อ้อเป็เช่นนั้นเอง ข้าพอรู้วิธีรักษาอาการเพื่อนของเ้า”
“จริงเหรอท่าน ได้ข่าวว่าอสรพิษเทวะอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ ท่านรู้จักหรือไม่”
“อืมข้าก็พอจะคุ้นเคยกับมันอยู่ ตามข้ามาสิ จะพาไปหามัน”
“ขอบคุณผู้าุโมากขอรับ”ชายหนุ่มดีใจจนเนื้อเต้น ที่จะได้หายาไปรักษาชิงซินอันเป็ที่รัก
แล้วพรานเฒ่าก็พาไปจนถึงก้อนหินใหญ่ที่เชิงเขาเขาหันมากล่าว
“เ้ารออยู่ตรงนี้นะข้าจะเข้าไปตามเขามาคุยกับเ้า” ว่าแล้วก็เดินลับไปหลังศิลานั้น
ครู่หนึ่งก็ปรากฏงูั์มีเกล็ดเป็สีรุ้งลำตัวใหญ่กว่าต้นไม้อายุร้อยปีเลื้อยออกมาหน้าโขดหิน ส่งเสียงขู่ดังฟ่อ
“เ้ามาหาข้ามีธุระอะไร”
“ขอคารวะท่านอสรพิษเทวะข้าน้อยเซียวหลิงเทียน จะมาขอพิษของท่านไปรักษาอาการของเพื่อนที่โดนพิษของเฮยเยี่ยเฉิงจนเสียสติขอรับ”
“อ่อเป็เหยื่อของเ้าปีศาจเงาหรอกหรือ ได้สิ ว่าแต่เ้าจะยอมรับข้อแลกเปลี่ยนของข้าได้ไหมล่ะ”หงเทียนถาม
“ข้อแลกเปลี่ยนอันใดขอรับ”
“ข้าจะให้เ้ากินพิษของข้าก่อนหลังจากเอาพิษไปรักษาเพื่อนแล้ว ค่อยกลับมาเอายาถอนพิษจากข้าภายหลังเ้าจะทำได้ไหม”
หลิงเทียนคิดตามแล้วก็รับคำ
“ขอเพียงช่วยเพื่อนข้าได้ข้ายอมทำทุกอย่างขอรับ”
เทพนาคาหัวเราะแล้วกล่าว
“เห็นทีจะมิใช่เพื่อนธรรมดาเสียแล้วชะรอยจะเป็สาวที่เ้ารักใช่หรือไม่ ไอ้หนู”
อาหนิวได้ฟังก็หน้าแดงตอบงูั์
“นางเป็ลูกสาวผู้มีพระคุณต่อข้าเท่านั้นหาใช่คนรักไม่”
“เอาเถิดจงรับพิษในถ้วยนี้ไปดื่มซะ แล้วนำขวดพิษนั่นไปให้เพื่อนเ้า”
หลิงเทียนรับถ้วยจากพญานาคาแล้วดื่มหมดจอกก่อนจะถือขวดยาพิษ กล่าวอำลาหงเทียน
“ข้าน้อยจะกลับมาตามสัญญาแน่นอนขออำลา”
อาหนิวเดินออกมาที่ชายป่าก็พบกับเฮยเยี่ยเฉิงและสมุนอีก
“เ้ายังมีชีวิตอยู่อีกหรือนึกว่าเป็เหยื่อของเสือหิมะในป่านี้ไปแล้ว” จอมปีศาจเงาเยาะเย้ยก่อนจะสร้างค่ายกลมายาขึ้นอีก
แต่ดูเหมือนเขาจะมีตาที่สามมองทะลุได้อย่างปลอดโปร่ง
อาหนิวะโลั่น“ข้ากลับมาเอาชีวิตเ้ายังไงล่ะ”
แล้วเขาก็ใช้ดาบไฟโลกันต์สะบั้นักำจัดเฮยเยี่ยเฉิงกับพวกจนธาตุสลายหายเป็จุณในพริบตา
จากนั้นเ้าหนุ่มใสซื่อก็ไปพบพวกจื่อหานอยู่กับชิงซินและฟางหรูในดงไม้เชิงเขา
“พวกท่านมาอยู่ที่นี่เองข้าได้พิษของหงเทียนมาแล้ว”
อาหนิวเข้าไปป้อนยาพิษให้ชิงซินกิน
ผ่านไปครู่ใหญ่นางก็เริ่มจำได้
“พี่อาหนิวพี่ใหญ่ ฟางหรู พวกเราอยู่ที่ไหนกัน”
“จำได้แล้วเหรอน้องเล็กเ้าโดนพิษของปีศาจเงา ทำให้สูญเสียความทรงจำ แต่อาหนิวไปพบอสรพิษเทวะนำยามารักษาเ้า” จื่อหานเล่า
“ขอบคุณพี่อาหนิวเหลือเกินท่านช่วยชีวิตข้าอีกครั้ง”
หลิงเทียนมองจื่อหานเพื่อขอบใจด้วยสายตาก่อนจะพูดกับแม่นางไป๋
“ไม่เป็ไรหรอกท่านปลอดภัย ข้าก็สบายใจแล้ว”
“ข้ายินดีกับแม่นางไป๋ด้วยเช่นนั้นพวกเรากลับไปเทียนซานกับเถิด”
“ยังไปไม่ได้ข้าต้องกลับไปหาหงเทียนอีก”
“ทำไมล่ะ” ชิงซินถามอย่างสงสัย
“เพราะข้าสัญญากับพญางูใหญ่ว่าหลังจากนำยามารักษาน้องเล็กแล้ว ข้าต้องกลับไปเอายาถอนพิษที่เขาให้ข้ากินเป็ประกันไว้ก่อน”
“อ่อ ถ้าอย่างนั้นท่านรีบไปเถิดพวกเราจะรอท่านที่นี่” ชิงซินกล่าว
“ได้ข้าจะรีบไปรีบมา”
อาหนิวกลับไปหาเทพนาคาตามคำมั่น
หงเทียนเห็นชายหนุ่มก็เอ่ยทัก
“เ้ามาจริงด้วยข้าซึ้งน้ำใจเ้านัก”
แล้วอสรพิษเทวะก็กลายร่างเป็นายพรานคนเดิม
“เอ๊ะ ท่าน...”
“ใช่เป็ข้าเอง ที่แสร้งไปติดในแร้วให้เ้าช่วย เพราะ้าลองใจเ้า”
“ข้ามีตาหามีแววไม่ขออภัยอย่างสูง”
“ข้าเห็นเ้ามีเมตตาและยังมีสัจจะที่ข้าให้เ้ากินไปนั่นความจริงมันคือดีงูพันปี หาใช่ยาพิษแต่อย่างใดไม่เ้ากินแล้วจะมีตาทิพย์มองทะลุภาพลวงของเยี่ยเฉิงได้ ไม่ต้องใช้ยาถอนพิษอะไรแล้ว ป้องกันพิษได้ทุกอย่างแถมยังสร้างพิษในตัวไว้ทำร้ายศัตรูผ่านพลังฝ่ามือได้ด้วย จงกลับไปเถิด”
“ขอบคุณท่านเทพนาคาขอคารวะ ลาก่อน” อาหนิวน้อมคำนับก่อนออกจากป่าดงดิบ
ระหว่างเดินทางกลับไปเทียนซานอาหนิวเอ่ยกับฟางหรู
“ข้าต้องขอโทษแม่นางด้วยที่เข้าใจผิดเื่น้องเล็ก”
สาวคุ้มภัยยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วตอบ
“ไม่ต้องคิดมากหรอกข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงแม่นางไป๋ หากข้าเป็ท่านก็คงเข้าใจผิดเช่นกัน”
นับแต่นั้น หลิงเทียนก็เริ่มมองฟางหรูในแง่ดีมากขึ้น
เมื่อกลับไปถึงจุดเดิมที่ตั้งกระโจมก็มีคณะพ่อค้ากลุ่มหนึ่งเดินทางมา
“พวกท่านจะไปที่ใดกัน”ฟางหรูเอ่ยถามเป็ภาษาอาราเมค
พ่อค้า: “พวกเราเป็ชาวคานาอันเพิ่งกลับจากไปซื้อหนังหมีขาว หนังจิ้งจอกหิมะที่ไซบีเรียจะเอาไปขายให้ชาวเปอร์เซียทำเสื้อผ้า แล้วพวกท่านล่ะ”
“เราจะเดินทางไปขายผ้าแพรและผ้าไหมที่บาบิโลนน่ะ”
“อ้อ ช่างบังเอิญดีจริงขอพวกเราพักแรมใกล้กระโจมของพวกท่านได้ไหม”
“ได้สิเชิญเลยท่าน”
ครั้นแล้วพวกพ่อค้าคานาอันก็ตั้งกระโจมของตัวเองบ้าง
คืนนั้นงานกินเลี้ยงรอบกองไฟก็เกิดขึ้น
ลูกแกะย่างหอมกรุ่นส่งกลิ่นยั่วยวนเหล้าองุ่นอย่างดีถูกรินใส่จอกแจกจ่ายรอบวงฟางหรูหยิบพิณเดินไปกลางลานก่อนจะร้องรำทำเพลงอันน่าฟัง
ท่ามกลางความหนาวเย็นของเทือกเขาเทียนซาน
ดอกบัวหิมะสีขาวยังยืนหยัดในซอกหิน
ดุจดวงใจของสาวงามที่รอไออุ่นจากชายที่รัก
รอตะวันสาดแสงมาสลายความเยือกเย็น
มาเถิดจงเร่งมา พ่อหนุ่ม ฉันรอเ้าอยู่
พวกพ่อค้าแดนไกลก็ลุกขึ้นเต้นรำไปกับเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน
การดื่มกินยังดำเนินต่อไป
จื่อหานให้ฟางหรูแปลคำพูดต่อหัวหน้าชาวคานาอัน
“ท่านเคยได้ยินเื่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิไหมได้ข่าวว่าอยู่ทางเทือกเขาเทียนซานหรืออัลไตนั่นแหละ”
พ่อค้า : “ เคยสิ มีคนเล่าว่ามีถ้ำศักดิ์สิทธิบนเทือกเขาอัลไตเป็ที่บำเพ็ญของนักพรตลึกลับผู้เฝ้าเก็บรักษาคัมภีร์โบราณ”
คุณชายเฟิงฟังแล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะยกจอกสุราดื่มพลางคิดอะไรในใจคนเดียว
วันรุ่งขึ้นหลังจากแยกย้ายกับชาวคานาอัน พวกเซียวหลิงเทียนก็ออกเดินทางไปยังเทือกเขาอัลไต
ความหวังที่จะได้พบคัมภีร์มหายุทธใกล้เข้ามาแล้วกระมัง...
จบตอนที่ 7โปรดติดตามตอนที่ 8 กระแสธารโลหิตกับนครอสูรใต้พิภพ
(แต่งจบตอนที่ 7วันที่ 29 พ.ค. 68 )