ในฐานะหัวหน้าสาวใช้ผู้ดูแลความเป็อยู่ของเ้าชายลำดับที่3
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นนับเป็ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนับั้แ่ฉันเคยทำงานเป็สาวใช้ดูแลเ้านาย
แม้ตัวฉันเข้าใจดีถึงเหตุการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้อย่างการที่ฟ้าผ่าใส่เ้าชายจนสลบไปพักใหญ่
แต่ฉันก็อดโทษตัวเองไม่ได้ที่สะเพร่า ไม่เด็ดขาดพอจะห้ามไม่ให้เ้าชายไปที่สวนป่าแห่งนั้น ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายที่ไม่อาจประเมินได้
ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเ้าชายอีกครั้งในวันเดียวกันจนท่านถึงแก่ความตาย
ฉันคงไม่อาจทนรับความรู้สึกผิดในใจได้แน่ ความผิดพลาดในครั้งนี้หากมันเกิดขึ้นจริงคงจะประทับเป็ตราบาปติดตัวไปจวบจนกระทั่งฉันสิ้นใจ
ฉันควรรู้อยู่แล้วถึง ความอันตรายของพวกมันที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณป่าเถื่อนดุร้ายโเี้
แม้จะแกล้งแสดงออกถึงมารยาทที่ดูเป็ผู้ดีเหมือนในหมู่พวกเรา แต่มันเป็เพียงหนังแกะที่ปกคลุมเขี้ยวเล็บหมาป่า
ฉันรู้สึกกดดันจนเผลอเม้มปากทั้งที่ยังจูงมือขวาของเ้าชายเดินกลับห้องของพระองค์
เ้าชายดึงมือของฉันไว้และบอกว่า ขอแวะพักก่อน
ฉันสะดุ้งหลุดออกจากความคิดเกี่ยวกับพวกเผ่ามนุษย์สัตว์ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเ้าชาย
ถึงอย่างไรเสียท่านก็เป็เด็ก7ขวบนี่นะ แถมยังต้องเจอเหตุการณ์การณ์แบบนั้นด้วย ก็ต้องอ่อนเพลียอยากพักเป็ธรรมดา
"มิกเกล มิกเกล เราไปนั่งกินขนมตรงนั้นกันดีกว่า"
เ้าชายโนวิสก่อนและหลังจากถูกฟ้าผ่านั้นเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
ราวกับเทพเ้าแห่งแสงได้ประทานตัวตนใหม่ให้แก่ท่าน ทำให้ท่านมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน ร่าเริง ไม่ขี้โมโห เกรี้ยวกราดง่ายเหมือนก่อนหน้า
ฉันแอบหวังอยู่ลึกๆให้ท่านยังคงเป็เช่นนี้ต่อไป
"เ้าค่ะ ดิฉันจะนำรถของว่างมาเสิร์ฟนะคะ"
"ให้คนอื่นทำเถอะ มิกเกลอยู่กับเราที่นี่แหละ"
ฉันลากเก้าอี้เหล็กสีขาวตรงกลาง ให้เลื่อนออกเพื่อให้เ้าชายขึ้นนั่งได้สะดวก แต่ท่านกลับเดินไกลไปอีกหน่อยแล้วไปนั่งบนม้านั่งหินสีเทาตัวยาว
ท่านโดดขึ้นไปนั่งบนนั้นแล้วทำหน้าไม่ค่อยสบายตัวเท่าที่ควร
เมื่อเห็นดังนั้นฉันจึงเดินเข้าไปยืนข้างๆ เผื่อท่าน้า ผ้าปูนุ่มๆเพื่อมาปูนอนบนม้านั่ง
"เ้าชายรอของว่างสักครู่นะเ้าคะ"
พอคริสนำของว่างเข็นมาเสิร์ฟเ้าชายก็ตาโตด้วยความดีใจ
"ว้าว ของว่างกับน้ำชายามบ่าย! "
รอยยิ้มสดใส น้ำเสียงร่าเริง ของท่านทำให้ฉันใจเต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องห้ามปราม
"ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้บ่ายแก่ๆแล้ว หากดื่มน้ำชาไป ตกกลางคืนท่านจะนอนหลับไม่ดี ดังนั้นดื่มอย่างอื่นแทนดีกว่าค่ะ คริส เธอไปหยิบคาเคามานะ"
"คาเคา …คาเคา โกโก้? ที่เป็ผงสีน้ำตาล ขมๆใช่ไหม?"
"ใช่แล้วเ้าค่ะ"
"ดีเลยๆ แต่ตอนนี้เย็นไปหน่อย เราอยากได้ผ้าปูรอง"
ฉันเรียกให้ทีด้าไปหาผ้าปูนุ่มๆมาปูรอง
เมื่อคริสนำคาเคาใส่ถ้วยกาสีขาว และจัดชั้นขนมเสร็จ เ้าชายท่านก็โบกมือเรียกให้ฉันไปนั่งด้วยกัน
"มิกเกล มานั่งกินด้วยกันสิ"
"ขอบคุณเ้าชายเ้าค่ะ แต่แม้เ้าชายจะเป็ฝ่ายชวนแต่ดิฉันไม่สมควรนั่งเสมอเ้านายค่ะ"
"อ้อ…งั้นแปลว่า ถ้าเรานั่งตรงนี้…"
เ้าชายหยิบจานสีขาวเคลือบมาไว้ในมือข้างหนึ่งและจิ้มขนมมาอย่างละชิ้นไว้ในจาน
"คริส รินคาเคาให้เราอีกถ้วยหนึ่งด้วย"
ท่านสั่งคริสที่ยืนถือกาน้ำ คริสเทคาเคาร้อนๆลงใส่แก้วอย่างเต็มใจ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างไม่เก็บอาการ
จะออกนอกหน้าเกินไปแล้วนะ เธอน่ะ เก็บอาการหน่อย!
เมื่อเ้าชายแบ่งขนมกับคาเคาร้อนออกมาอีกชุดหนึ่ง ท่านก็พูดกับฉันทันที
"แค่นี้เราก็กินขนมและโกโก้ร้อนกับมิกเกลได้แล้ว"
"เ้าคะ?"
ฉันยังคงสงสัยและตามไม่ทันกับสิ่งที่เ้าชายพูด
"ก็เรานั่งตรงนี้ มิกเกลก็ไปนั่งกินอยู่ตรงโน้นไง"
"แต่เ้าชายคะ ตอนนี้ดิฉันกำลังอยู่ในงาน…"
"ไม่มีแต่…คำสั่งของเราตอนนี้ก็คือ งาน!"
แม้จะพูดแบบนั้นแต่รอยยิ้มหวานและน้ำเสียงใจดีอยากให้ฉันได้ผ่อนคลายบ้างแสดงออกมาอย่างชัดเจน
ความใจดีของท่านทำให้ฉันใจฟู
…ส่วนคริสไม่ต้องถลึงตามอง และกัดฟันด้วยความอิจฉา เก็บๆอาการหน่อย!
"ในเมื่อเป็คำสั่ง ดิฉันก็มีแต่ต้องทำตามแล้วสินะคะ"
ฉันเดินไปโค้งแสดงความขอบคุณ และนำขนมและถ้วยคาเคาร้อนๆมานั่งจิบบนม้าหินตัวยาว
"เ้าชายเ้าคะ ผ้าปูมาแล้วค่ะ"
เสียงคริสที่แปร๋นขึ้นมาทันทีที่เห็นทีด้าขนผ้าปูนุ่มๆสีฟ้าอ่อนมาให้
แหม…พยายามเหลือเกินนะหล่อนน่ะ!
"ดีมากทีด้า เอาผ้าไปปูไว้ข้างๆมิกเกลนะ"
"ค่ะ…"
ทีด้าตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบทุ้ม ลงมือปูผ้าข้างๆฉันในทันที
ฉันแอบสงสัยในคำสั่งของเ้าชายเล็กน้อย แต่ไม่นานก็เข้าใจ
"กิมอิ่มแล้ว ง่วงจัง เก้าอี้ตัวนี้นั่งนานแล้วเมื่อยด้วย…"
เ้าชายโนวิสบ่นอุบแล้วก็ลงจากเก้าอี้ เหยียดร่างเล็กๆน่าเอ็นดู
จากนั้นแววตาของท่านก็เปล่งประกายเหมือนได้คำตอบ
จากนั้นเดินตรงเข้ามา นั่งบนผ้าที่ทีด้าเพิ่งปูไว้ จากนั้นก็เอนตัวลงนอนโดยเอาหัวหนุนตักของดิฉัน
"นอนตรงนี้ นุ่มกว่าตั้งเยอะ …"
ทนไว้ มิกเกล อดทนไว้ รักษามารยาท!
ฉันบอกกับตัวเองอย่างนั้นทั้งที่รู้แล้วว่ากำลังสั่นไปทั้งตัว
ภาพที่ฟุ้งขึ้นมาในหัว คือ ภาพที่ตัวฉันกำลังก้มลงไปสูดดมศีรษะของเ้าชายเต็มปอดพลางกอด
เอาหน้าแนบถูกับใบหน้านุ่มเนียนของท่าน
ไม่นะมิกเกล เธอทำแบบนั้นไม่ได้
เสียงตัวแทนแห่งความดีงามและจริยธรรมของหัวหน้าสาวใช้กำลังะโร้องเตือนบอกด้านมืดในตัวของฉัน
มันเป็สนามรบของตัวฉันทั้งสองตัวที่ดุเดือดและสูสีแม้ฉันจะเอนเอียงไปทางฝั่งความอยากลงมือทำในสิ่งที่มิสมควรมากกว่าก็ตาม
จนได้ยินเสียงเ้าชายกันหน้ามาถาม เป็เสียงที่ปลุกให้ฉันตื่นจากความคิดฟุ้งๆ
"มิกเกล เล่านิทานให้เราฟังหน่อยสิ…"
"คะ? นิทานอะไรดีคะ?"
"นิทานเื่อะไรดีนะ เอาเป็เื่ ทำไมหญิงสาวจึงเกลียดหมาป่า ก็แล้วกัน ว่าแต่มิกเกลพอจะรู้จักนิทานเื่นี้ไหม?"
มาแล้วล่ะ แววตาเฉลียวฉลาดของเ้าชายที่จะออกมาให้ฉันใเป็พักๆ
แม้โดยมากจะเป็แววตาของเด็กชายปกติ
ฉันก้มหน้ามองต่ำ ขบริมฝีปากเบาๆ ตัวฉันเข้าใจความหมายโดยนัยของท่านดี
ท่านอยากรู้ว่า ทำไมฉันถึงเกลียดชังพวกเผ่ามนุษย์สัตว์และแสดงกิริยาท่าทางไม่เหมาะสมอย่างนั้นตอนที่เราอยู่กันในสวนป่าเชื่อมสัมพันธ์
ทั้งที่เป็การพูดคุยทักทายปราศรัยกันระหว่างราชสกุลที่จะมีผลกระทบต่อจุดยืนของเ้าชายโนวิส
รวมถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรด้วยซ้ำ
"..."
ฉันครุ่นคิดอยู่สักพักใหญ่โดยไม่ตอบอะไรกลับไป ท่านคงรับรู้ถึงความหมายในความเงียบของฉัน
"ถ้าไม่อยากเล่าเื่นี้ก็ไม่เป็ไรนะ เอานิทานเื่อื่นก็ได้"
เ้าชายช่างเมตตาต่อดิฉันมากเหลือเกินทั้งที่การกระทำของฉันเกือบจะเท่าชนวนเหตุความบาดหมางวุ่นวายครั้งใหญ่ด้วยซ้ำ
ฉันจึงตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า จะเล่านิทานเื่ที่เ้าชายขอมา
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ดิฉันอยากจะเล่าเื่นั้นอยู่พอดี นิทานเื่นี้ชื่อว่า เด็กสาวผู้เกลียดชังมนุษย์สัตว์ ค่ะ…"
.
.
.