ตอนที่ 4 ช่วยเหลือคนโดยบังเอิญ?
ย่านชุมชนที่คับคลั่งไปด้วยผู้คนแต่ว่ามันก็มีมุมมืดที่ยากที่ใครจะให้ความสนใจยกตัวอย่างเช่นซอกตึกของอาคารที่ติดกันไม่ก็เป็นพื้นที่ก่อสร้างที่มักจะไร้ผู้คนในช่วงตอนกลางคืนถึงแม้ตอนกลางวันจะมีบ้างแต่ก็น้อยนิด ในตอนนี้มันก็ตกดึกดวงอาทิตย์มันได้ลับขอบฟ้าไปนานมากแล้วมีเพียงดวงจันทร์ที่ลอยเด่นขึ้นมาส่องแสงอันนวลอ่อน ภายในซอกตึกส่วนลึกเข้าไปข้างในนั้นมีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กว่าสามสิบเอ็ดคนล้อมกลุ่มชายหญิงกลุ่มหนึ่งที่มีกันแค่สามคนไว้เป็นชายหนุ่มหนึ่งคนที่หน้าตาหล่อเหลาพร้อมกับหญิงสองแสนสวยที่สวยจนไม่ต่างอะไรจากภาพวาดในเทพนิยายที่เล่าถึงความงดงามของเทพธิดา “เฮ้ แมทธิวแกน่ะคงไม่คิดสินะว่าวันนี้แกจะถูกล้อมไว้แบบนี้” ผู้นำกลุ่มของชายทั้งสามสิบพูดกับชายคนหนึ่งที่เอาร่างขวางระหว่างชายทั้งสามสิบคนกับหญิงสาวทั้งสอง “โคริก ฉันยอมปล่อยไปครั้งก่อนแกไม่จำเลยสินะ” ชายที่มากับหญิงสาวสองคนเหมือนจะชื่อแมทธิวเขาพูดต่อหัวหน้ากลุ่มของอีกฝ่าย “แกปล่อยฉัน ฮ่า ฮ่า ใช่ ใช่ ตอนนั้นแกปล่อยฉันไปในเมื่อการต่อสู้ตัวต่อตัวด้วยเวทมนตร์ฉันแพ้แกแต่ถ้าคนมันมากขนาดนี้ฉันก็คิดไม่ตกเหมือนกันนะว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหน้าใหม่ยอดอัจฉริยะอย่างแกจะรับมือได้ไหม” ชายที่เป็นผู้นำกลุ่มคนสามสิบคนเหมือนจะชื่อโคริกเขาหัวเราะพร้อมพูดกับแมทธิว “แก…. ได้พวกแกเข้ามาแต่ต้องปล่อยพวกเธอไป” “ปล่อย?”โคริกมองไปยังหญิงสาวแสนสวยที่อยู่ด้านหลังของแมทธิวเขาน้ำลายไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะพวกเธอสวยมากจนเขาตกตะลึง เขายิ้มอย่างมีเลิศนัยมายังแมทธิว “ไม่ได้ไม่ได้ เอาเป็นว่าฉันจะปล่อยแกไปก็ได้แต่ต้องเอาพวกเธอสองคนไว้” “สารเลว” “น่าขยะแขยง” หญิงสาวทั้งสองสบถออกมาด้วยแววตาที่รังเกียจเมื่อมองไปยังโคริก “แหมๆ มองกันด้วยสายตาที่หยาดเยิ้มแบบนั้นก็เข้าทางน่ะสิว่าไหมพวกเรา” โคริกยิ้มอย่างพึงพอใจ “โอ้ ลูกพี่พามาหาของดีวะ ฮ่า ฮ่า” “จริงด้วยมีสาวสวยอยู่ในระหว่างที่ได้แก้แค้นไปด้วยลูกพี่คงพอใจมากสินะ” “เป็นเรื่องจริงที่เจ้าแมทธิวเสียท่าจริงๆแล้ว ฮ่า ฮ่า” ……… “พวกเธอหนีไปก่อน เดี๋ยวผมจะต้านพวกมันเอาไว้ให้” แมทธิวหันไปพูดกับหญิงสาวทั้งสอง “ได้ ระวังตัวด้วยนะแมทธิว” “อย่าทำให้ตัวเองบาดเจ็บละ” หญิงสาวทั้งสองพูดกับแมทธิวก่อนจะวิ่งหนีออกไปอีกทางสุดชีวิต “วางใจเถอะ เดี๋ยวผมจะรีบทำให้มันจบๆ” แมทธิวพยักหน้าให้หญิงสาวทั้งสองก่อนจะหันหน้ามาหาโคริก “ฉันจะทำให้แกเดินไม่ได้ไปชั่วชีวิตแน่โคริก” “ฮ่า ฮ่า ดีวะได้เห็นแกเสียท่านี่มันทำให้ฉันอารมณ์ดีไปอีกเดือนหนึ่งได้เลย แต่แกคงไม่คิดว่าฉันจะมาตัวเปล่าหรอกนะเพราะวันนี้ฉันเตรียมตัวมาดี” โคริกยกมือขึ้นให้สัญญาณบางอย่างกับกลุ่มของเขาทั้งสามสิบ ทั้งสามสิบคนใช้มืออีกข้างมากดที่ข้อมือของตัวเองที่ถนัดก่อนที่จะมีแสงสีขาวมาปกคลุมร่างกายจนมันกลายเป็นเกราะรบขึ้นมา “โคริกนี่แกถึงกับใช้เกราะรบระดับหนึ่งเพื่อกำจัดฉันเลยเหรอ” แมทธิวตกตะลึงกับสิ่งที่โคริกทำ เกราะรบระดับหนึ่งที่โคริกเตรียมมามันแน่นอนอยู่แล้วว่าสามารถรับการโจมตีเวทมนตร์ของแมทธิวได้แน่นอน พวกมันใช้แค่สิบคนก็มากพอจะล้มแมทธิวแล้ว “พวกแกที่เหลือยี่สิบคนไปจับตัวสองสาวนั่นมาแล้วพวกเราจะได้สนุกสุดเหวี่ยงกันคืนนี้” โคริกสั่งการกับกลุ่มของเขาอีกยี่สิบ ทำให้คนทั้งยี่สิบพุ่งตัวออกไปทางที่หญิิงสาวทั้งสองวิ่งออกไปในทันที “แกหยุดนะ” แมทธิวพยายามที่จะเข้าไปขวางแต่ว่าโคริกก็มาขวางพร้อมกับคนอีกสิบคน “จุ๊ จุ๊ แมทธิว ไม่ได้ ไม่ได้ แกจะไปไม่ได้พวกฉันต้องใช้เงินมากมายถึงได้เกราะนี้มาและแผนการนี้ก็วางเอาไว้มานานกว่าเดือนเพราะฉะนั้นแกก็เลยทำอะไรไม่ได้อยู่นี่ไง วางใจเถอะถ้าพวกฉันสนุกกับพวกเธอทั้งสองทั้งคืนเดี๋ยวจะคืนให้แบบมีชีวิตไปให้ในวันถัดไป” “ไอ้พวกสารเลว” แมทธิวกำหมัดแน่นชกออกไปยังโคริกในทันที โคริกเพียงแค่ยื่นมืออกมามารับมัน ปัง หมัดที่ชกเข้าใส่โคริกมันแฝงไปด้วยเวทมนตร์ที่ทรงพลังของแมทธิวแต่ก็ไม่ได้ทำให้โคริกสะทกสะท้านเลยแม้แต่นิดเดียว “ฮ่า ฮ่า เกราะนี่มันก็น่าสนใจจริงๆคิดถูกแล้วที่ใช้มันว่าไหมแมทธิว” โคริกยิ้ม “แกนะแก ฉันไม่ปล่อยแกแน่” แมทธิวระเบิดพลังเวทมนตร์กลางม่านพลังก่อนที่เขาจะสวมใส่เกราะรบประจำตัวของเขาที่ใส่ประจำมันคือเกราะสีดำที่ให้ความองอาจของอัศวินและมีกลิ่นอายของเวทมนตร์อันหนาแน่นอยู่ด้วย แน่นอนว่าหากเป็นเวลาปกติแล้วแมทธิวนั้นจะใช้เกราะนี้สู้กับโคริกได้สบายไม่สิรับมือได้สองสามคนได้อย่างไม่มีปัญหาแต่โคริกมีถึงสิบและแต่ละคนก็ใช้เกราะรบระดับหนึ่งที่มีพลังเทียบเท่ากับเกราะของแมทธิวในตอนนี้ “ ฮ่า ฮ่า พวกเราเล่นมัน” คนทั้งสิบต่างกระโจนเข้าใส่แมทธิวพร้อมกับโคริกในทันที …………. หญิงสาวทั้งสองที่แยกออกมาจากแมทธิวก็วิ่งอย่างสุดชีวิต “อีกแค่นิดเดียวต้องไปขอความช่วยเหลือจากจอมเวทรีบเร็วเข้า ไอริส” “ได้ ไอรีนพวกเราต้องรีบไป” หญิงสาวทั้งสองคือฝาแฝดกันพวกเธอมีชื่อว่าไอรีนและไอริส ไอรีนคือคนพี่ส่วนไอริสคือคนน้อง พวกเธอทั้งสองคือแฟนสาวของแมทธิวที่วันนี้มาเดตกันกับแมทธิวประจำวันหยุด แต่ก็ถูกคนพวกนั้นล้อมวงเอาไว้และบีบบังคับแมทธิว ในขณะที่ทั้งสองวิ่งจวบจนจะออกจากบริเวณซอกตึกนั้นก็มีร่างทั้งยี่สิบมาขวางเอาไว้ทันท่วงที “ฮ่า ฮ่า สองสาวแสนสวยเหยื่ออันโอชะ” “จริงด้วยดูเหมือนพวกเธอจะเป็นแฟนของไอ้แมทธิวนะ” “ฮู้ว เอาจริงดิแฟนเลยเหรอสองคนนี้เลยน่ะนะ ไอ้เจ้านั่นมันก็โชคดีนะเอาแฝดทั้งสองเป็นแฟนได้ ไม่เป็นไรวันนี้พวกเราจะมาช่วยดูแลแฟนของมันโดยการแย่งแฟนของมัน ฮ่า ฮ่า” ……… สีหน้าของไอรีนและไอริสซีดเผือดทันทีไม่ใช่ว่าพวกเธอสู้คนไม่ได้แต่ว่าพวกเธอในตอนนี้ไม่สามารถสู้กับใครได้เพราะมีเหตุผลบางอย่างทำให้ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ออกมาได้ชั่วคราวนั่นก็ไม่ต่างจากพวกเธอกลายเป็นคนธรรมดา “พวกเราลงมือ……” ชายคนหนึ่งก้าวออกมาพุ่งเข้าไปหาไอรีนและไอริสยื่นมือออกไปเพื่อที่จะจับตัวพวกเธอในขณะที่คนอื่นๆก็เตรียมลงมือไปด้วย ในจังหวะนั้นเองก็มีร่างร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาใช้หมัดชกเข้าที่เบ้าหน้าของชายคนนั้นแน่นอนว่าเกราะรบมันแข็งแกร่งมากด้านการป้องกันและด้านการโจมตีก็ไม่ได้ด้อยแต่ว่าชายคนนั้นกลับถูกหมัดปริศนาเข้าที่เบ้าหน้าจนกระเด็นไปอัดเข้าที่กำแพง กำแพงแตกร้าวกลายเป็นสายใยแมงมุมออกไปชายคนนั้นหมดสติไปในทันที ทำให้คนทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้นตกตะลึงทันทีไอรีนและไอริสก็ไม่เว้น จากนั้นเป็นไอรีนและไอริสฟื้นจากความตกตะลึงพวกเธอมองไปยังคนที่เข้ามาขวางระหว่างกลุ่มทั้งยี่สิบคนกับพวกเธอทั้งสอง เขาคือชายคนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเหลาเทียบได้กับแมทธิว อายุอานามยี่สิบสองยี่สิบสาม ………… บทของ ชุน เอเซรา “เกือบไม่ทันแล้วสิ” ผมแลนดิ้งได้อย่างตรงจุดมาก การควบคุมยังทำได้ยากเพราะได้รับพลังของตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาลมาได้ไม่นานและก็พึ่งมีพลังเวทมนตร์ในร่างกายการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของผมก็เลยหาที่เบรกไม่ได้สุดท้ายก็ชนเข้ากับอะไรสักอย่างไม่รู้ว่าในตอนที่ผมกำลังคลำหาจับจุดการเคลื่อนไหวตอนนั้นผมกำมือไว้แน่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามือของผมที่อัดแน่นไปด้วยเวทมนตร์แบบนั้นไปโดนอะไรเข้า แน่นอนว่าตอนนี้ผมยืนท่ามกลางสองกลุ่มด้วยกันนั่นก็คือกลุ่มของชายทั้งยี่สิบและหญิงสาวสองคน “กะ…แก ทำอะไรวะ เข้ามาขวางพวกเราทำไม” จากนั้นชายคนหนึ่ง หนึ่งในคนทั้งสิบเก้าที่ยืนอยู่ที่ฟื้นสติขึ้นจากความตกตะลึงก็ตะโกนมายังผมที่เข้าใจว่าผมมาขัดขวางพวกเขา “หืม! พวกคุณเป็นใคร?” ผมถามเขาไปด้วยความประหลาดใจ ทำไมคนพวกนี้ดูดุร้ายแปลกๆ “หา ก็แกมาขวางพวกเราแถมยังทำร้ายคนของเราไปคนหนึ่งด้วยเรื่องนี้แกจะรับผิดชอบยังไง” “รับผิดชอบ?” ผมมองไปยังรอบๆเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว ผมก็เข้าใจทันทีว่าในจุดที่ผมแลนดิ้งลงมานั้นเป็นจังหวะเดียวที่มือของผมที่ได้กำแน่นอัดแน่นไปด้วยเวทมนตร์นั้นเข้าเบ้าหน้าของคนหนึ่งในกลุ่มชายทั้งยี่สิบ และสถานการณ์ในตอนนี้กลุ่มชายทั้งยี่สิบคนนี้ต้องการรังแกหญิงสาวทั้งสองคนดูๆแล้วพวกเธอก็หวาดกลัวคนเหล่านี้มาก อีกอย่างที่ผมคิดไม่ผิดก็คือ ผมได้มองผ่านดวงตาแมวเหมียว ผมมองไปยังคนทุกคนที่อยู่ที่นี่ในที่แห่งนี้ก็ไม่มีใครเป็นคนธรรมดาพวกเขาทั้งหมดคือคนของโลกเวทมนตร์แห่งนี้ ทางฝั่งของชายทั้งยี่สิบนั้นสวมเกราะรบที่แผ่พลังเวทมนตร์อันรุนแรงออกมาแต่ทางฝั่งของหญิงสาวทั้งสองนั้นมีเวทมนตร์จริงแต่ก็เหมือนถูกอะไรบางอย่างทำให้พวกเธอไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ เห็นกันชัดๆเลยไม่ใช่เหรอว่าผู้ชายกลุ่มนี้ทั้งหมดกำลังไล่ต้อนหญิงสาวสองคนนี้ให้จนมุมเพื่อทำเรื่องอย่างการบังคับขืนใจอะไรทำนองนั้นอีกอย่างพวกเธอทั้งสองก็สวยด้วยไม่แปลกที่คนพวกนี้จะเล็งเป้าหมายเป็นพวกเธอทั้งสอง “ผมว่าผมไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบก็ได้ ที่ผมประเมินดูแล้วพวกคุณไม่ใช่รึไงที่กำลังรังแกพวกเธอ” ผมหรี่ตามองไปยังชายคนนั้นที่ผมพูดคุยด้วยตั้งแต่แรกแล้วกวาดตามองทุกคน “หรือว่าแกคิดจะทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยสาวสวยรึไงวะ” “แกคงไม่คิดว่าที่แกทำร้ายคนของเราไปแล้วเป็นเพราะพลังของแกรึยังไง เมื่อครู่มันก็แค่ความบังเอิญเท่านั้นแหละที่แกทำร้ายคนของพวกเราได้” “ใช่ๆอย่างแกคงไม่มีความสามารถจะหยุดพวกเราทั้งสิบเก้าคนที่เหลือหรอก” …….. สายตาที่พวกเขามองมาดูๆแล้วก็ประเมินระดับของผมได้แล้ว แน่นอนผมในตอนนี้ยังอยู่แค่ระดับผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสอง ถึงได้ทำให้พวกเขามั่นใจมาก เพราะพวกเขาทั้งหมดอยู่ระดับผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสี่กันทั้งหมดทั้งกลุ่มแล้วและยังมีเกราะเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งนั่นอีก ส่วนพวกเธอทั้งสองก็อยู่ในระดับผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสี่เหมือนกันและน่าจะเสียเปรียบตรงที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้เพราะถูกอะไรบางอย่างระงับเอาไว้ “นายหนีไปเถอะ พวกเราไม่เป็นไรถ้าวันนี้นายยังดึงดันที่จะช่วยลำพังแค่ระดับของนายก็ไม่สามารถรับมือพวกเขาได้ยิ่งแล้วก็พวกเขายังมีเกราะรบระดับหนึ่งอีกและพวกเขาก็มีกันตั้งสิบเก้าคน” ไอรีนพูดกับผม “ใช่พี่สาวของฉันพูดถูกนายถอยไปเถอะ วันนี้พวกเราคงไม่รอดจากมือพวกมันหรอกขืนนายยังอยู่ไม่ใช่แค่พวกเราจะลำบากใจที่นายพยายามช่วยพวกเราขนาดนี้แต่นายก็จะตายไปด้วยนะ” ไอริสพูดเสริม “เฮ้อ จะถอยไม่ได้หรอกยังไงผมก็มาแล้วถ้าไม่ช่วยพวกคุณเดี๋ยวคนสำคัญของพวกคุณก็ต้องเป็นห่วง สำหรับผมแล้วผมเข้าใจว่ามันเป็นความรู้สึกยังไง อย่างน้อยๆผมก็ไม่อาจมองข้ามพวกคุณไปได้” ผมหันไปพูดกับไอรีนและไอริส ราวกับคำพูดของผมมันสื่อไปถึงพวกเธอทั้งสองทำให้พวกเธอเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา “นี่ การที่จะมารังแกผู้หญิงสองคนในที่แบบนี้มันไม่สมเป็นลูกผู้ชายเลยนะ” ผมพูดแล้วมองไปยังพวกคนทั้งสิบเก้าคนด้วยสายตาที่เย็นชา “ลูกผู้ชายบ้าบออะไรวะ ยืนเก๊กพูดเสียงหล่อไร้สาระอยู่ได้ พวกเราเล่นมัน” คนทั้งสิบเก้าคนที่เหลืออยู่กระโจนเข้าใส่ผมจากทุกทางและพวกเขาใช้หมัดอันทรงพลังที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ออกมาทั้งหมด 'เฮ้อ เอาเถอะอย่างน้อยๆผมจะได้ทดสอบความสามารถของทักษะของผมที่ได้รับมาตากตำราแมวเหมียวพิชิตจักรวาล ถึงจะไม่อาจสู้พวกมันได้มันก็น่าจะใช้ความเร็วของการเคลื่อนไหวเฉพาะตัวพาพวกเธอหนีไปได้' ผมมองไปที่คนที่เข้ามาทั้งหมดจากนั้นตั้งควบคุมจุดยืนของตัวเองด้วยท่วงท่าที่สง่างามแล้วตะโกนออกไป ลูกเตะแมวเหมียว ………………