6
เป้าหมาย
“อ่ะแล้วใคร พระเอกของฉัน”
เมื่อห้ามไม่ฟังก็ต้องลองยุส่งให้เข้าตำรายิ่งห้ามเหมือน ยิ่งยุ อินทิราเชิดหน้ายักคิ้วถามด้วยท่าจิ๊กโก๋ชวนหาเื่เพราะหมั่นไส้เพื่อนอยู่ตลอดเวลาที่ร่ายยาวโดยไม่ปล่อยช่องว่างให้ เธอได้คัดค้าน ศศิวิมลได้ทีฉีกยิ้มส่งสายตาวิ้งๆมาให้แบบผู้ชนะก่อนตอบ
“แล้วใครล่ะที่ใหญ่สุดในเมืองนี้ แบบว่าชื่อดัง ตระกูลใหญ่ บารมีแกร่งกล้า มีคนนับหน้าถือตาไม่มีใครกล้าแหย่มด้วยอ่ะ”
“ใคร”เธอเริ่มมีคำตอบเื่ตระกูลใหญ่อยู่ในใจแล้วและคิดว่าน่าจะตรงกับที่ศศิวิมลกำลังคิดอยู่แต่ที่อยากรู้ก็คือเพื่อนหมายตาบุคคลใดไว้เป็ตัวเป็ตนหรือเปล่า เพราะเธอไม่เคยรู้จักผู้ชายคนไหนในตระกูลที่ใครก็รู้ว่าใหญ่คับบ้านคับเมืองแค่ไหนตระกูลนี้เป็การส่วนตัวเลย
“ลูกชายคนเดียวของนายธวัชชัยวราเวศกุล พี่ชายของน้องเตยอ่ะ แกรู้จักป่ะ”
“ฮึ”อินทิราส่ายหน้าทันที
เธอรู้จักชื่อเสียงของนายธวัชชัยวราเวศกุล แต่ไม่รู้อะไรมากไปกว่าเขาเสียชีวิตไปปีกว่าแล้ว อะไรๆที่เกี่ยวกับกลุ่ม วราเวศก็ไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอเลยเพราะสายงาน แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือถ้ามีฝ่ายการตลาดก็จะดูแลจัดการกันไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอตั้งหน้าตั้งตาเรียนไม่ก็หมกตัวอยู่ในห้องทดลองเสียเป็ส่วนใหญ่จบออกมาก็ต้องเรียนรู้การบริหารงานจากบิดาจนแทบไม่มีเวลาให้งานทดลองที่รักยิ่งตอนนี้มารับผิดชอบเป็งานหลักก็ยิ่งไม่มีเวลาให้
เพื่อนที่คบหากันอยู่จริงๆก็คือรุ่นที่เรียนมาด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันเหลือติดต่อกันประจำไม่กี่คนเพราะอินทิราเป็ประเภทรักสันโดษ ไม่ค่อยชอบสังสรรค์กับคนกลุ่มใหญ่
“แกนี่น้าสวยก็สวย เรียนก็สูง”
“ถ้าจะด่าก็ด่าตรงๆไม่ต้องอ้อม”
“เออฉันว่าแก่สวย เก่ง แต่แอบไม่ฉลาด”
“การรู้จักผู้ชายเยอะๆนี่มันฉลาดตรงไหน” อินทิราขว้าง ค้อนวงใหญ่ให้เป็รางวัล
“มันฉลาดตรงรู้จักเลือกคนที่ควรรู้จักไงดูอย่างฉัน ขนาดไม่ได้อยู่จังหวัดเดียวกันยังรู้จักเลย แต่ก็แค่ในข่าวนะ ตัวจริงก็ แค่เห็นห่างๆ อิอิ”
คนทำงานแวดวงข่าวสารท้องถิ่นบอกอย่างภูมิใจถึงไม่ใช่คนหาข่าวเองแต่แค่นั่งพิมพ์ข่าวจัดหน้าเวปไซค์ข่าวดังประจำถิ่นอยู่หน้าจอก็ทำให้เธอหูตากว้างไกลไม่แพ้คนเขียนข่าวและคน อ่านข่าว
“แกไม่เคยได้ยินจริงเหรออิน‘ต้า วราเวศ เพลย์บอยพันล้าน’ อ่ะ”
“เหมือนจะเคยได้ยินมั่ง”เมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ซึ่งเธอไม่อยากนึก
“แค่เหมือนจะมั่งแกนี่ เขาดังไปถึงกรุงเทพ จบตรีจุฬาฯ ไปต่อโทเมกาฯเรียนจบกลับมาก็ช่วยพ่อทำงาน แล้วพอคุณ ธวัชชัยเสียคุณต้าก็เสียบตำแหน่งต่อ แกคิดดูดิ คนเคยขยาดพ่อ ก็ต้องเกรงลูก”
“คงเป็ผู้ชายประเภท‘รู้ป่าวว่ากูลูกใคร’ ใช่ไหม”คนเริ่มหมั่นไส้คุณสมบัติเพลย์บอยพันล้านเอ่ยแทรกคำเพื่อน
“เมื่อก่อนอาจใช่แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว คุณต้าเขาก็ไม่ใช่เด็กกระดูกอ่อนนะเดือนก่อนโน้นฉันยังได้พิมพ์ข่าวที่เขาจับมือกับกลุ่มวงศ์วัฒน์เื่ค้าน้ำมันอยู่เลยขนาดเสี่ยวงศ์วัฒน์ยังก้มหัวให้อ่ะ อายุสามสิบสองหรือสามสิบสามนี่แหละแต่มีคนนับหน้าถือตาทั้งบ้านทั้งเมือง แกคิดดู แสดงว่าบารมี ของวราเวศที่อยู่ในมือคนรุ่นใหม่คนนี้คุ้มครองแกได้แน่ๆถ้าทำให้ผู้ชายคนนี้รักแกหลงแกได้ล่ะก็อินเอ้ย สบายไปทั้งชาติเลย”
อินทิราถอนใจพรืดฟังจนเหนื่อย ทั้งที่คนร่ายยาวไม่มีทีท่าว่าสูญเสียพลังงานให้เห็น
“งั้นถามคำเขามีเมียยัง”
ศศิวิมลส่ายหน้าพร้อมคำรับรองแข็งขัน
“ไม่มีเมียไม่มีแฟน แต่กิ๊กเพียบ โสด แต่ไม่สด หล่อลาก สูงล่ำ มาดแมน เท่ะเิอย่างกับมาเฟียเกาหลีขนาดพวก แอ๊พแมนที่ออฟฟิศฉันเห็นยังสาวแตกเลยแกเอ้ย”
“ขนาดนั้น”ขึ้นเสียงสูงย้อนใส่อย่างหมั่นไส้สรรพคุณเหลือร้ายของผู้ชายที่เธอยังนึกหน้าตาไม่ออก
“ขนาดนั้น...ฟังแค่ฉายา ต้า วราเวศ เพลย์บอยพันล้านแค่นี้วิทยาศาสตร์มหาบัญฑิตเคมีอินทรีย์อย่างแกวิเคราะห์ไม่ได้หรือไงว้า”
“ฉันวิเคราะห์ได้ว่าผมเ้าชู้ ขี้หลี ไม่มีความจริงใจ เนื้อสดและผลประโยชน์เท่านั้นที่ผมรัก”
“เหอะงั้นถามคำ ตอนนี้แก้าผลประโยชน์หรือ ความรัก!”คนย้อนถามเดินกลับมาตบบ่าเพื่อน
“ถ้าแกเลือกความรักก็หันกลับไปมองพี่อิฐ แล้วค่อยปรึกษากันว่าจะหนีไปอยู่ที่ไหนดีปล่อยเื่ทางนี้ให้แม่กับพี่วินจัดการไปแต่ถ้าเลือกผลประโยชน์และอนาคตที่มั่นคงอยู่ที่นี่ปกป้องทรัพย์สมบัติที่พ่อสร้างไว้ให้แกล่ะก็ฉันเห็นว่ามีแต่ผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่คุ้มค่าแก่การเสียตัว”
“หมวย!”
“หรือแกว่าไม่จริงยิงเรือผู้บ่าวก็ต้องเอาความสาวเป็ะุ”
“ทฤษฎีเริ่ดมาก...สรุปว่าฉันต้องไปไล่ยิงเขา” หวังว่า เพื่อนจะฟังออกนะว่าเธอประชด
“ทอดสะพานอย่างฉลาดอ่ะแกรู้จักป่ะ” ศศิวิมลเลิกคิ้วตอบอย่างรู้กัน
อินทิราพยักหน้าหงึกเชื่อแล้วว่าศศิวิมลเข้าใจและหวังดีกับเธอจริง มันคงไม่มีทางไหนจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้รวดเร็วเท่านี้อีกแล้วเพราะต้นเหตุคงยากเกินจะย้อนกลับไปเยียวยา เห็นทีเธอต้องเป็ผู้หญิงยิงเรือของผู้ชายคนนั้นจริงๆและถ้าในเรือลำนั้นมีอะไรต่อมิอะไรที่เป็ประโยชน์กับเธอมันก็คุ้มค่าแก่การเสียะุ แต่ผู้ชายหล่อรวยเหลี่ยมจัดขนาดนั้นคงไม่ยอมเดินข้ามสะพานผู้หญิงคนไหนง่ายๆแน่ ไม่งั้นคงไม่ครองตัวเป็โสดมาจนป่านนี้
ระหว่างที่คนหนึ่งกำลังคิดรูปแบบการทอดสะพานอย่างฉลาดศศิวิมลที่เชียร์ขาดใจอยากให้เพื่อนรักได้เป็คุณนาย วราเวศก็รีบกดโทรศัพท์เข้าเน็ตเปิดหาภาพใบหน้าหนุ่มหล่อ ชื่อดังมาโชว์หวังจะกระตุ้นต่อมจินตนาการของเพื่อนสาวคนสวย และมันไม่ใช่เื่ยากเลยที่จะคัดเลือกรูปหล่อๆในเมื่อหนุ่มคนนี้ขึ้นกล้องไม่แพ้ตัวจริง แถมมีภาพถ่ายอยู่ในข่าวสังคมมากมายทั้งภาพหมู่และภาพเดี่ยว
“อ๊ะดูไว้มโนแผนอ่อย” หลังเลือกภาพเดี่ยวคมชัดที่หล่อขาดบาดตาก็ยื่นโทรศัพท์ไปให้คนที่หันมาดูเร็วรี่
“เนี่ยเหรอต้า วราเวศ!”
อินทิราเบิกตากว้างรีบคว้าโทรศัพท์จากมือเพื่อนมาดูให้เต็มตาแล้วอ้าปากค้างใส่ภาพใบหน้าหนุ่มหล่อที่กำลังยกยิ้มมุมปากกับแววตาซุกซนแบบคนอารมณ์ดีแต่เหลี่ยมจัด
“ช่ายแดเนียล เฮนนี่ เมืองไทยยังไงยังงั้นเลยแกเอ้ย”
“เพลย์บอยพันล้าน!”เสียงคนตกตะลึงดังขึ้นอีกสเตป
“เผลอๆตอนนี้อาจจะหมื่นล้าน”
“เขาชื่อ...”
“คุณต้าชื่อจริงคือ นายธานินทร์ วราเวศกุล ซีอีโอหนุ่มโสดเสน่ห์แรงสุดๆ ของกลุ่มวราเวศ”
ชัดแจ๋วทั้งชื่อทั้งภาพ คนเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย มิน่าเขาถึงได้เบ่งใส่เธอนัก...
อินทิราเม้มปากเป็เส้นตรงแล้วพยายามกลืนน้ำลายให้ลงลำคอที่แห้งผากไม่เข้าใจว่าทำไมแค่เห็นหน้าผู้ชายคนนี้เธอต้องนึกถึง่เวลาที่ริมฝีปากของเธอและเขาประกบกันความรู้สึกร้อนระอุวูบวาบสั่นไหวยามเมื่อฝ่ามือหนักๆ
เรือนร่างหนาใหญ่และปลายลิ้นสากร้อนของเขาััเนื้อตัวเธอ... แค่คิดถึงก็หวิวขึ้นมาทันที
“อี้!”
คนรับความคิดตะเลิดของตัวเองไม่ไหวรีบวางโทรศัพท์ลงบนเตียงผุดลุกขึ้นวิ่งตรงไปยังห้องน้ำเมื่อความรู้สึกวูบหวิว มวนท้อง พะอืดพะอมขมปากเกิดขึ้นกระทันหัน
“เฮ้ย!เป็อะไรอิน”
ศศิวิมลถามไล่หลังแต่ได้คำตอบกลับมาเพียงการส่ายศีรษะปฏิเสธก่อนประตูห้องน้ำจะปิดลงไม่นานก็ได้ยินเสียงไอแค๊กๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโอ๊กอ๊าก คนนั่งฟังได้แต่ยกมือ ทาบอกเบิกตาค้าง
“ออกอาการขนาดนี้เลยเหรอเพื่อนฉันแค่เห็นหน้าสามีในอนาคตนี่ถึงกับท้องไส้ปั่นป่วน ท่าจะสปาร์คกันเร็วแฮะคู่นี้”
อินทิราพับแผนทอดสะพานอย่างฉลาดใส่ลิ้นชักไว้เงียบๆไม่บอกเหตุผลใดให้ศศิวิมลรู้นัยหนึ่งคือกลัวว่าเหตุผลของเธอจะเถียงไม่ชนะเหตุผลของเพื่อนเอาเป็ว่าถ้าไม่จำเป็จริงๆเธอจะไม่มีวันเอาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด ะุนัดสำคัญที่มีต้องเก็บไว้ยิงเป้าดีๆเท่านั้น
หญิงสาวลองหันไปใช้วิธีเดิมนั่นคือการคุยกับมารดา ให้ช่วยเกลี่ยกล่อมพี่ชายให้เข้ารับการบำบัดแต่มารดาก็เอาแต่ยืนยันว่าลูกชายคนโปรดไม่ได้ติดยา จนเธอเหนื่อยที่จะพูด
“แม่ถามพี่วินหลายครั้งแล้วเค้าบอกไม่ได้ยุ่งกับของพวกนี้ ก็แค่เหล้ายาปลาปิ้งประสาผู้ชายทั่วไปน่ะอินก็อย่าจับผิดพี่เค้านักเลย”
“อินไม่ได้จับผิดนะแม่แต่เื่พวกนี้มันก็ต้องระแวงไว้บ้าง แม่ก็เห็นว่าพี่วินไม่ทำงานทำการพอมีเงินติดมือแป๊บๆ ก็หมด อินรู้นะว่าตอนนี้เงินแม่ก็แทบไม่เหลือแล้วแม่จะปล่อยให้พี่วินเป็แบบนี้อีกนานแค่ไหน”
“อืม...อินรู้ได้ไงว่าพี่เขาไม่ทำงานทำการ เขาทำอยู่กับเพื่อนฝูงของเขาพี่วินเป็ผู้ชายนะ จะให้มาสนใจงานเครื่อง สำอางอย่างอินมันเป็ไปไม่ได้หรอกอินก็ต้องคิดถึงตรงนี้บ้าง”
“ค่ะอินเข้าใจ พี่วินอาจไม่ชอบงานแบบนี้แต่เมื่อมันเป็งานที่พ่อสร้างไว้ให้พวกเราพี่วินก็น่าจะสนใจบ้าง”
“ห๊ะ!สร้างไว้ให้เรา แล้วทำไมพ่อถึงยกให้อินคนเดียวไหนบอกแม่สิ พ่อเราน่ะลำเอียงเฮ้อ... แม่ไม่อยากพูด ไหนๆ คน ตายก็ไม่ฟื้นกลับมารับรู้ปัญหาที่ทิ้งไว้แล้วแต่ไอ้คนอยู่นี่สิ ไม่รู้เมื่อไหร่ก็หมดเวรหมดกรรม เอาเถอะๆ อินอยากทำอะไรก็ทำตอนนี้ก็เหมือนหัวหน้าครอบครัวอยู่แล้วนี่ แม่จะไปกล้าว่าอะไร”พูดยังไม่ทันขาดคำก็หันหลังจากไปโดยไม่คิดจะดูสีหน้าคนฟัง แม้สักนิด
“แม่...”คนเป็ลูกได้แต่ถอนใจกับบทสรุปที่ไม่ว่ากี่ครั้งก็ลงรอยเดิมเธอคงต้องยอมถอยกลับไปตั้งหลักแล้วคิดหาวิธีการใหม่ แต่ยังไม่ทันไรวศินก็โทรศัพท์มาหาเพื่อขอเงินไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนอีกห้าแสนบาทแม้จะแทบช๊อคกำลังจำนวนเงินที่ได้ยินแต่ก็ต้องถามกลับไปแบบใจเย็นที่สุด
“ลงทุนทำอะไรล่ะพี่วิน”บางทีนี่อาจเป็งานที่แม่พูดถึง
“เปิดร้านแต่งรถกับเพื่อนเสี่ยวุฒิจะเป็นายทุนใหญ่ให้ ฉันแค่ร่วมหุ้นด้วยนิดหน่อย”
“รีบหรือเปล่าอินเพิ่งออกของล๊อตใหม่ไป คงอีกสักพักกว่าเงินจะเข้า” เธออยากถ่วงเวลาให้นานที่สุดเผื่อว่าจะได้สืบดูให้แน่ใจว่าโครงการทำร้านแต่งรถนี่เป็เื่จริงหรือหลอก
“ก็เอาเงินเก่าเงินเก็บของมึงมาก่อนเซ่!”
“เงินนั้นอินต้องเก็บไว้จ่ายบริษัทรับเหมาทำบ่อบำบัดน้ำเสียนะพี่วินอินไม่อยากมีปัญหาตอนหลัง”
“อย่าทำงกไปหน่อยเลยกูรู้ว่ามึงมีเงินมากกว่านั้น กูขอแค่ห้าแสนนะเว้ยให้พี่ให้เชื้อไม่ได้เลยหรือไงวะ หรือว่าอยากเจอดีแบบคราวก่อนอีก”
“พี่วินนี่คิดจะขู่เอาเงินจากอินจริงๆ เหรอ”
“เออ! รู้ตัวก็ดีโอนมาให้เร็วเลย ก่อนเที่ยง”
“แล้วถ้าอินไม่มีจริงๆล่ะพี่”
“กูก็จะโปะยาสลบเอามึงไปขายให้เสี่ยวุฒิไง”ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว คนฟังได้แต่ผงะแล้วเงียบไปจนเสียงหัวเราะของวศินดังขึ้น
“คิดดูดีๆก่อนจะอวดเก่งนะอิน ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างมึงจะมาสู้อะไรกูได้และกูขอรับรองเลยนะว่าสิ่งที่กูจะทำกับมึงนี่คือความหวังดีล้วนๆ พี่ชายจะหาผัวดีๆรวยๆ ให้น้องนี่มันไม่ดีตรงไหน”
“แต่เสี่ยวุฒิเขามีเมียแล้วนะพี่”คนใจเสียยังทำใจกล้า เอ่ยแย้งไป
“เฮ้ย...ตกข่าวหรือไงว่ะ เขาแยกกันอยู่มาเป็ชาติแล้ว ที่ไม่เลิกกันก็เพราะแบ่งสมบัติกันไม่ลงตัวแต่มึงไม่ต้องห่วงเื่นั้นเลย เสี่ยวุฒิบอกว่าถ้าตกลงนะแกจะจัดงานแต่งให้ใหญ่โตเลย”
“พี่เลิกพูดเื่นี้เถอะยังไงอินก็ไม่ตกลง”
“วะ!เื่มาก เลือกมาก ผู้ชายดีๆ รวยๆ มาชอบยังเล่นตัวผู้หญิงสวยแต่หยิ่งอย่างมึงมีคนมาสนจะเอาทำเมียก็บุญเท่าไหร่แล้ว วันๆคลุกอยู่กับงานๆๆ มีปัญญาหาเองได้ดีกว่าเสี่ยวุฒิหรือก็เปล่า”
“แล้วถ้าอินมีปัญญาล่ะถ้าอินหาผู้ชายที่หล่อกว่า รวยกว่าและใหญ่กว่าเสี่ยวุฒิมาแต่งงานด้วยได้พี่จะว่าไง”
“ถุย! พูดอะไรอายปากตัวเองบ้างหาให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาโม้”
“อินพูดจริงนะ”
“เออกูจะคอยดู แต่ตอนนี้เอาเงินมาให้กูก่อนห้าแสน”
“พี่วิน...”
“ด่วนเลยไม่งั้นมึงอาจไม่เหลือหน้าสวยๆ ไว้หลอกล่อผู้ชายนะจะบอกให้”
พูดอะไรไปก็วกกลับมาเื่เดิมจนได้อินทิราไม่มีทางเลือกจำต้องยอมโอนเงินสดห้าแสนบาทให้วศินเพราะกลัวคำขู่จริงๆแต่ยังไงก็ยังทำใจกล้ากำชับส่งท้ายว่าขอให้นี่เป็ครั้งสุดท้ายแต่อีกฝ่ายก็ได้แต่หัวเราะกลับมาโดยไร้คำตอบ อินทิราท้อใจแต่เธอปลงไม่ได้ยังไงก็ต้องหาวิธีแก้ไขถ้าขืนยังปล่อยให้วศินข่มขู่ทำเื่ทำร้ายร่างกายและเื่ลักตัวไปให้เสี่ยวุฒิเพื่อรีดไถเงินอยู่แบบนี้ต่อไปทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อสร้างไว้เพื่อครอบครัวก็คงกลายเป็ศูนย์
ตลอดสัปดาห์นั้นอินทิราใช้รถคันเก่าของบิดาระหว่างที่รถของเธอเข้าอู่ช่างรับปากว่าจะเร่งให้เสร็จวันจันทร์หน้าอินทิราจึงบอกให้ทางอู่พารถไปส่งที่บ้านเลยเพราะคิดว่าวันจันทร์เธอคงมีงานยุ่งจนไม่มีเวลาไปรับรถเอง
ทุกวันเธอต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับที่ทำงานและโรงงานพร้อมอาการร้อนๆหนาวๆ ไม่รู้ว่าพี่ชายที่หายเงียบไปพร้อมเงินก้อนใหญ่จะกลับมาเมื่อไหร่
ระหว่างนั้นศศิวิมลก็ขยันแชทไลน์มาถามไถ่เื่แผนทอดสะพานอย่างฉลาดอยู่เนืองๆอินทิราก็ได้แต่ตอบเพื่อนไปในทำนองว่า
‘กะลังคิดอยู่ จะล่อนักธุรกิจใหญ่ แผนต้องเนียน เหยื่อต้องเนี๊ยบ’
‘ช่าย ไอ้มุขเดินสะดุดล้มปากชนกันหรือลืมของไว้ตรงหน้าเค้าอ่ะผู้ชายรู้ทันหมดแล้ว คิดอะไรใหม่ๆ เผื่อเขาจะปิ๊งไอเดียแก’
‘ขอบใจหมวย ไว้คิดออกสักแผนแล้วจะปรึกษานะ’อินทิราพิมพ์ตอบไปพลางค้อนใส่จอโทรศัพท์
‘โอเค จะได้ช่วยกันคิด แต่แกน่าจะลองโผล่หน้าสวยๆ ไปให้เขาเห็นก่อนนะเผื่อไม่ต้องทำไรมาก เห็นปุ๊บปิ๊งปั๊บ’
‘ปิ๊งเพราะหน้าตา เขาอาจไม่รักจริงหวังแต่ง’
‘เออจริง งั้นต้องวางแผนมัดใจเนียนๆ หน่อย’
‘ตามนั้น’
‘จัดปาย’
และแทบทุกวันต่อจากนั้นศศิวิมลจะคอยส่งข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของ ‘ต้า วราเวศ’ ทั้งข่าวเก่าและข่าวใหม่ที่เห็นว่าเป็ประโยชน์และน่าสนใจให้เพื่อนรับรู้และมันก็ทำให้คนที่พยายามจะล้มเลิกความตั้งใจเริ่มสนใจผู้ชายร้ายกาจอำนาจเยอะคนนั้นขึ้นมาอีกนิด
สัปดาห์ต่อมาอินทิรานั่งหน้าเครียดอยู่กับข่าวที่เพิ่งได้รับรู้จากโรงงานบริษัทรับเหมาทำบ่อบำบัดน้ำเสียหยุดทำงานไปหลายวันแล้วโดยไม่แจ้งสาเหตุหญิงสาวตั้งใจจะติดต่อไปหาผู้รับเหมาแต่ยังหาเวลาว่างไม่ได้เธอติดคุยงานกับตัวแทนจำหน่ายออนไลน์หลายรายจนลืมเื่เก่าไปชั่วขณะ
จวนเที่ยงเสี่ยวุฒิพงษ์โทรศัพท์มาขอนัดทานอาหาร หญิงสาวปฏิเสธไปอย่างไร้อารมณ์เพราะ่บ่ายตั้งใจจะเก็บตัวอยู่ในห้องทดลองเพื่อผ่อนคลายความเครียดเสียหน่อยแต่ฝ่ายชายกลับมาหาเธอถึงที่ทำงานและยืนยันว่ามีเื่สำคัญจะคุยด้วยทั้งสีหน้าและน้ำเสียงยืนยันได้ว่าเขาไม่สนใจคำปฏิเสธ และข้ออ้างที่ว่า...
“เสี่ยจะคุยเื่อาวิงด้วยรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้พี่ชายของหนูทำอะไรอยู่”
“ทำไมคะ”
“อยากรู้ก็ไปทานข้าวกัน”
อินทิราจำต้องยอมแต่ก็ไม่ยอมเดินทางไปยังห้องอาหารในโรงแรมเดิมด้วยรถคันเดียวกับคนชวนเธอต้องระวังตัวให้มาก เพราะไม่แน่ว่านี่อาจเป็แผนใดแผนหนึ่งของเสี่ยวุฒิพงษ์กับวศินก็ได้
“ไปเจอกันที่ห้องอาหารนะคะเสี่ย”
“ไปรถคันเดียวกันนี่แหละอาหนูอิงจะเปืองน้ำมันทำไมเล่า”
“พอดีอินมีธุระต่อน่ะค่ะเสี่ยเลยว่าเอารถไปเองจะสะดวกกว่า เสี่ยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปส่งอินด้วยไงคะ”
หญิงสาวบอกปัดไปอย่างนุ่มนวลก่อนตัดโอกาสไม่ให้อีกฝ่ายโต้แย้งด้วยการก้าวขึ้นรถแล้วขับนำหน้ารถของอีกฝ่ายไปจนถึงที่หมาย
ธานินทร์วางแก้วน้ำเปล่าลงบนโต๊ะแล้วเอนหลังยกมือกอดอกจับตามองภาพสองหนุ่มสาวที่กำลังนั่งลงตรงโต๊ะมุมในสุดซึ่งอยู่เยื้องไปด้านขวามีโต๊ะว่างกั้นข้างอยู่เพียงโต๊ะเดียว เมื่อฝ่ายชายนั่งหันหลังให้เขาจึงได้เห็นหน้าฝ่ายหญิงชัดเจนและตอนนี้เธอก็เห็นแล้วว่ากำลังถูกเขาจับตามองอยู่
“อิ่มแล้วหรือคะคุณธานินทร์”เสียงคนตรงหน้าทำให้เ้าของชื่อละสายตาจากจุดเดิมมาได้ชั่วขณะ
“อิ่มแล้วครับครูโบว์ทานต่อเถอะครับ”
“แหมโบว์อายนะเนี่ย เป็ผู้หญิงแต่กินจุกว่าผู้ชาย” สาวสวยผิวขาวรูปร่างอวบอัดแบบสาวเ้าเนื้อบอกยิ้มๆ
“เมื่อเช้าผมทานสายน่ะครับก็เลยยังอิ่มอยู่”
“คุณธานินทร์นี่เข้าใจพูดรักษาน้ำใจผู้หญิงนะคะมิน่าสาวๆ ถึงหลงกันทั้งเมือง งั้นโบว์ไม่เกรงใจนะคะ”
“ครับตามสบาย”
ธานินทร์ยิ้มให้คนรีบก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อก่อนซัดสายตากลับไปทางเดิมจึงเห็นว่าสาวสวยเ้าของรถป้ายทะเบียนคิตตี้สีชมพูก็กำลังมองเขาอยู่ได้สบตากันไม่เกินสามวินาทีเธอ ก็เหล่มองไปด้านข้างแล้วพูดคุยกับชายตรงหน้าด้วยสีหน้าบุญ ไม่รับ
แน่นอนว่าเขารู้จักผู้ชายคนนั้นรู้ด้วยว่ามีเมียและอีหนูเกลื่อนเมืองไปหมด แล้วเธอมาอยู่ตรงนี้กับผู้ชายอย่างเสี่ย วุฒิพงษ์ด้วยเหตุผลอะไร
ชายหนุ่มนึกชอบใจที่แขกร่วมโต๊ะอาหารเที่ยงของเขา เป็คนเจริญอาหารทำให้เขาสามารถเฝ้ามองคนทั้งคู่ต่อไปได้อย่างใจเย็นแม้ไม่ได้ยินเื่ราวที่ทั้งสองเจรจากันแต่สีหน้าเคร่งเครียดของฝ่ายหญิงก็บอกเขาได้ว่าไม่ใช่เื่ที่ดีแน่
เธอส่งสายตามาทางเขาหลายครั้งตาต่อตาสบประสานกันหลายหนสัญชาตญาณชายบอกว่ามันคือการส่งสัญญาณอะไรสักอย่างที่เขากำลังพยายามแปลแบบไม่เข้าข้างตัวเองมากเกินไปไม่เช่นนั้นเขาคงต้องลุกขึ้นไปหาเธอแน่
“เรียบร้อยค่ะจะไปกันหรือยังคะ” เสียงคนตรงหน้าดังขึ้นอีกครั้ง
“เชิญคุณโบว์ก่อนเถอะครับผมขอโทรศัพท์หน่อย” บอกพลางคว้าโทรศัพท์ออกมาประกอบคำอ้างเพราะสภาพตึงเครียดของโต๊ะด้านหน้าทำให้ตัดใจลุกจากไปไม่ลง ก็ไม่รู้เพราะอะไรอาจเป็แววตาของผู้หญิงคนนั้นที่รั้งเขาไว้
“งั้นโบว์กลับไปทำงานก่อนเลยนะคะเดี๋ยวเ้านายจะหาว่าอู้ ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวนะคะเ้านาย” เธอขยิบตาให้เ้านายหนุ่มรูปหล่อ
“ครับเชิญตามสบาย”
ธานินทร์ผายมือให้ครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเครือวราเวศเขาบังเอิญพบเธอหน้าห้องอาหาร จึงชวนมานั่งร่วมโต๊ะและคุยเื่งานนอกรอบด้วยกัน เมื่อแขกบังเอิญจากไปเขาก็ซัดสายตากลับไปทางโต๊ะเดิมอีกครั้งแล้วจับตานิ่งไปยังร่างระหงที่กำลังขยับกายลุกจากเก้าอี้เพื่อก้าวตรงมาหาเขา
นางฟ้ามาโปรดหรือไรทำไมวันนี้เธอขยันยั่วเขาซะเหลือเกิน...