ตอนที่ 16 กลียุค(4)
อ๊ากกกกกกก
ท่ามกลางมรสุมแห่งความวุ่นวายลูซิเฟอร์พลันไล่ล่าฆ่าล้างอัศวินที่เหลือเนื่องจากความต่างสุดมากโข มันใช้เวลาเพียงสิบลมหายใจในการสังหารอัศวินนับพัน!สำหรับมันแล้วย่อมเป็เื่ง่ายดายดุจบี้มด
กาติรัสไม่สนใจสิ่งใดอีก เขาจับตามองเพียงสาวน้อยคนหนึ่งอิสตรีผู้นี้เป็ผู้ที่สวยมากจริงๆ ถึงมองดูผิวเผินก็ยังกล่าวได้เลยว่าสวยล่มเมือง! ทว่า นางดูแตกต่างจากสาวน้อยทั่วไปราวฟ้ากับเหวกริยาท่าทางทำให้ดูราวกับเป็ผู้ใหญ่มากประสบการณ์ กาติรัสยากจะเชื่อว่าตัวเธอนั้นมีอายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้นเอง
เธอดูสุขุมมากจริงๆ...เหมือนจะไม่ไว้ใจใครง่ายๆเสียด้วยเื่อะไรที่ทำให้เด็กสาวอายุเพียงนี้สามารถเป็ไปได้ถึงขนาดนี้กัน...
"เ้าปรารถนาสิ่งใด...สมบัติหรือร่างกายของข้า?" องค์หญิงเอ่ยถาม
คำกล่าวขององค์หญิงต้องทำให้กาติรัสเผยยิ้มร่าชายหนุ่มกล่าวตอบ "แววตาเบื่อโลกนั้นมันอะไร?...เพลานี้ข้า้าตัวของเ้า"
"เ้าหมายถึงร่างกายของข้า?...ถ้าเช่นนั้นก็ฆ่าข้าเสียเอาเพียงแค่เรือนร่างนี้ไป...ข้าเบื่อเต็มทนแล้ว"
ก็แค่ขาดความอบอุ่นสินะ...
"เ้าก็น่าจะรู้ดีว่ามีเวทมนตร์บางอย่างคอยปกป้องตัวเ้าอยู่...ถ้าเ้าอยากตายจริงๆคงฆ่าตัวตายไปแล้วแต่ดูเหมือนจะกระทำไม่ได้สินะ"
อึก... องค์หญิงกลืนน้ำลายคำโตคำกล่าวของกาติรัสนั้นถูกต้อง นางเบื่อโลกจนไม่สนสิ่งใดแล้วทุกอย่างมันน่าเบื่อหน่ายไปหมด
"ข้าไม่ได้้าร่างกายของเ้า...จงดูที่เหล่าอิศวินพวกนั้นให้ดีๆ"
ปรากฏซากศพนับพันนอนกลาดเกลื่อนทั่วบริเวณและโครงกระดูกขนาดั์กำลังยื่นแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางซากศพเ่าั้ เป็โครงกระดูกที่สูงจนสดุดตามันสูงราวกับตึกสามสี่ชั้น องค์หญิงเห็นลูซิเฟอร์มาั้แ่แรกแล้วเพียงแต่นางแค่ไม่สนใจไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แสดงออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยก่อนสาวน้อยก็เผยอปากและกล่าว "เ้านั้นคงจะเป็าาปีศาจที่ลือกันสินะ...เห็นว่าสูงแค่ตึกหนึ่งชั้นแต่ดูเหมือนมันจะสูงมากถึงสามสี่ชั้น" องค์หญิงกล่าว
"ข้าว่าเ้าโฟกัสผิดจุดนะ"
สิ้นเสียงกาติรัสปรากฏซากศพที่ตายไปแล้วกำลังพยุงร่างของตนขึ้นมาด้วยพลังปริศนา สิ่งนี้ทำให้องค์หญิงรู้สึกตะลึงนางไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับซากศพคืนชีพมาก่อนมันดูราวกับพวกผีดิบ แววตาเบิกโตกว้างพลางคิ้วเลิกสูงขึ้นก่อนเอ่ยกล่าว "น่าเหลือเชื่อจริงๆ"
ปฏิกิริยาขององค์หญิงที่แสดงออกมานั้นทำให้กาติรัสผิดหวังเป็อย่างมากดูเหมือนเธอจะเป็ผู้หญิงที่ไม่สนโลกเลยจริงๆ ทั้งที่คนปกติจะใจนกลายเป็ความหวาดกลัว ทว่า เธอกลับบอกแค่เพียง น่าเหลือเชื่อ พลังในการคืนชีพคนตายมันน่าตกตะลึงเพียงแค่นี้งั้นเรอะ... ช่างเถอะมันไม่ได้มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับแผนของข้าเลยสักนิด
"ฟังนะ...เ้าหญิง...ข้าคือกาติรัส ชายผู้จะกลายเป็ผู้ปกครองสูงสุดและตอนนี้เ้าคือก้าวแรกจงปกครองวินเทอร์เฟียต่อจากพ่อของเ้าซะแต่ว่าราชอาณาจักรแห่งนี้จะอยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรอันเดดหรือที่เรียกกันว่าประเทศราชนั้นแหละ"
"เ้าทำไปเพื่ออะไร?"
"เ้าน่าจะรู้ดีว่าในอีกไม่กี่เดือนจะมีการประลองของสหภาพหกแผ่นดินข้าอยากจะไปที่นั้นและออกไปสู่โลกภายนอก"
"เ้าอยากจะออกไปสู่โลกภายนอก!?...ท่านพ่อบอกว่าที่แห่งนั้นเต็มไปภัยอันตรายแต่พวกเรารอดกันมาได้เพราะมีสี่แดนเทพมนุษย์คอยปกป้องไว้อยู่"
"ไม่มีสิ่งใดยับยั้งข้าได้" กาติรัสกล่าวเสียงนักแน่นก่อนจะจ้องตาองค์หญิงเขม็ง
"ข้าจะได้อะไรตอบแทน?"
"พลัง"
ในส่วนลึกแล้วองค์หญิงเป็เพียงสาวน้อยเท่านั้น ทว่า นางถูกปฏิบัติราวกับไม่มีตัวตนเนื่องจากพลังอันต่ำต้อยเรี่ยดินมันเป็ค่าสเตตัสที่ต่ำยิ่งกว่าค่าเฉลี่ยเสียอีกมันต่ำราวกับเป็เด็กทารก อิสตรีน้อยผู้นี้มีปมด้อยมาโดยตลอดนางเริ่มจะเกรงกลัวการไปสถาบันหรือร่ำเรียนหรือกระทั่งการได้พบปะสังสรรค์กับเหล่าราชวงศ์เด็กน้อยคนนี้โหยหาพลังมาตลอดแค่เพียงอยากให้พ่อของตน หันมาสนใจบ้างก็เท่านั้นเอง...
"เ้าให้ข้าได้งั้นหรอ...?"
"มันเป็เื่ง่ายดาย"
"ดูเหมือนเ้ามีบางอย่างอยากจะเล่าให้ข้าฟังนะ...เ้าสนใจจะเล่ามันให้ข้าฟังไหม?" กาติรัสมองปราดเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นผ่านอะไรมาใหญ่หลวงนัก เธอคง้าแค่ใครสักคนที่จะรับฟังเื่ราวอันหนักอึ้ง
"ข้าเคยมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง...เขาเก่งมากเลยละเก่งสุดๆ เก่งในระดับที่ทุกคนคาดว่าเขาคือผู้สืบทอดพลังของราชันทรราช...ยิ่งนานไปข้าเริ่มจะถูกลืมเลือนออกไปนอกจากกันส์แล้วก็ไม่มีใครเห็นค่าในตัวค่าเลยละ"
หือ?...นางไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็ผู้สืบทอดพลังราชันทรราชหรอกรึ? พ่อของนางไม่ได้บอกรึว่าราชันทรราชมันต้องใช้เวลากว่าจะตื่นขึ้น?
ราชันทรราชนั้นเป็พลังที่ยิ่งใหญ่แต่สำหรับกาติรัสแล้วมันไม่ได้แม้แต่จะเป็เศษเสี้ยวของพลังของเขา หากเทียบกับชาติที่แล้วเขาคงไม่เปรยตามองมันด้วยซ้ำมันไม่ต่างอะไรไปกับขยะดีๆนี้เอง ราชันทรราชนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมาั้แ่กำเนิดกลับกันมันอ่อนแอเป็อย่างมากั้แ่กำเนิดเป็ความอ่อนแอระดับที่อ่อนแอมากๆ เนื่องจากมันต้องใช้ระยะเวลาในการตื่นขึ้นและระยะเวลาเท่าใดกว่ามันจะตื่นขึ้นนั้นก็แล้วแต่ตัวของบุคคล
กาติรัสตัดสินใจจะไม่พูดเื่พลังของราชันทรราชที่หลับใหลอยู่ในตัวของเธอ เขามั่นใจเป็อย่างมากว่าองค์จักรพรรดิต้องรู้เื่นี้เพราะเขาเป็คนที่ผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาก่อนและคงมีเหตุผลบางอย่างที่เขาปกปิดเื่นี้เอาไว้
"จะว่าไป...ทั้งที่ข้าเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดสังหารพ่อของเ้าข้านึกว่าเ้าจะโกรธจนอยากจะฆ่าข้าเสียอีก"
"....." องค์หญิงเงียบไปนางไม่กล่าวตอบกาติรัสสักคำ
"เอิ่ม...ชื่อของเ้าละ?"
"บูลเบล"
"บูลเบล....งั้นมาเริ่มการเพิ่มพลังของเ้ากันเลย" กาติรัสกล่าวพลางชี้นิ้วไปที่กองทัพอัศวินนับพันที่ตอนนี้กลายเป็ผีดิบพลางกล่าวต่อ "สังหารอัศวินพวกนั้น"
บูลเบลไม่ลังเลแม้แต่น้อยทั้งที่อายุเพียงสิบสี่สิบห้าปีหากแต่กลับเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวดุจนักรบ มืออันบอบบางกำดาบแน่นพลางค่อยๆเดินเข้าหากองทัพผีดิบนับพัน พวกมันทุกตัวล้วนยืนนิ่งดุจถูกสาปให้กลายเป็หินเนื่องจากกาติรัสเป็คนออกคำสั่ง พวกมันไม่อาจต่อต้านนายเหนือหัวได้แม้แต่น้อย ดาบอันคมกริบเริ่มตัดผ่านซากศพคนตายเนื่องจากดาบของอัศวินทุกคนนั้นฝังไปด้วยเวทมนตร์หลากหลายชนิดหนึ่งในนั้นคือ เวทมนตร์สายศักดิ์สิทธิ์ เพียงการกวาดผ่านแค่คราเดียวผีดิบหนึ่งตนก็ตายสลายหายไปในทันที
ถ้าข้าสามารถเพิ่มเลเวลได้โดยการฆ่ากองทัพตัวเองได้ละก็....ข้าคงแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ไปแล้ว กาติรัสได้แต่บ่นพึมพำอยู่ในจิตใจ เขารู้สึกอิจฉาเล็กน้อยที่คนอื่นสามารถเพิ่มเลเวลได้จากการฆ่ากองทัพของตน
"ง่ายกว่าที่คิด" บูลเบลกล่าวพลางเริ่มเข่นฆ่าผีดิบมากขึ้นเรื่อยๆ
"งั้นข้าจะเริ่มอธิบายแผนให้ฟัง"
.
.
.
.
ณ หน้าพระราชวังของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย
ผู้คนมากมายต่างมารวมตัวกันอยู่ที่แห่งนี้โดยไม่ได้มีการนัดหมายใดๆ ผู้อ่อนแอต่างร้องหาผู้กอบกู้ของตนพวกเขาอาจหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะมีผู้กอบกู้อยู่ภายในราชวังจริงๆ ถนนเส้นสายเต็มไปด้วยผู้คนนับหมื่นเลยเริ่มจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่พวกเขาไม่ต่อสู้กันเลยแม้แต่น้อยทั้งที่เขตพื้นที่ตรงอื่นมีเพียงการต่อสู้เพื่อแย่งชิงเป็ใหญ่ราวกับา ผู้คนมากมายต่างมองขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน 'เวทีราชวัง' มันอยู่เหนือผืนดินราวห้าหกเมตร
เวทีราชวังมันเป็ที่ที่องค์จักรพรรดิเคยใช้อยู่บ่อยครั้งเขามักจะมาอยู่ที่แห่งนี้เพื่อให้ปลุกขวัญกำลังใจหรือป่าวประกาศเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ทว่า ยามนี้มันกลับกลายเป็ความหวังของใครหลายคนก่อนจะปรากฏใครบางคนที่กำลังเดินออกมา
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังขึ้นเรื่อยๆก่อนปรากฏให้เห็นเรือนร่างของสาวน้อยและเด็กหนุ่ม เพียงชำเลืองมองก็ทำให้รู้สึกหลงใหลพวกเขาเข้ากันราวกับฟ้าประทาน อิสตรีน้อยมีความงดงามดุจนางฟ้านาง์ในขณะที่เด็กหนุ่มก็หล่อเหลาปานเทพบุตร ไม่สิ...เขาเป็อะไรที่มากกว่านั้นหล่อปานทำให้รู้สึกอยากจะบ้าตายได้เลย หญิงสาวที่ไม่เคยเปรยตามองเหล่าบุรุษยังรู้สึกหวั่นไหว หญิงสาวที่ยอมแพ้ให้กับโลกใบนี้ต่างเริ่มรู้สึกอยากมีชีวิตต่อรู้สึกราวกับอยากจะพบเจอความหล่อนี้ไปอีกยาวนาน
เพียงสามลมหายใจชายหญิงทั้งสองก็เดินออกมาสู่เวทีราชวังพวกเขาทั้งสองสามารถมองเห็นประชาชนนับหมื่นคนได้อย่างชัดเจน ผู้คนนับหมื่นตรงหน้าล้วนรู้จักเด็กผู้หญิงคนนี้เป็อย่างดีถึงเธอจะดูสะสวยดุจนางฟ้านาง์ ทว่า เธอกลับอ่อนแอเป็อย่างยิ่งอ่อนแอจนน่าหงุดหงิดเลยทีเดียว อ่อนแอจนถูกตั้งคำถามว่า "เธอเกิดมาทำไม?"
"นั้นมันเด็กทารกไม่ใช่เรอะ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า...ความหวังที่ข้ารอคอยคือเด็กทารกงั้นหรอ"
"เด็กผู้ชายคนนั้นคือใครกันนะ?"
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องต่างๆของเหล่าผู้คน หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีกลับสุขุมและเยือกเย็นราวกับคนมากประสบการณ์ก่อนอิสตรีน้อยจะเป็เปิดปากกล่าว "นามของข้าคือบูลเบลตามกฏการสืบทอดราชบัลลังก์...ข้าจะเป็ผู้ได้สิทธิ์นั้นและตอนนี้ข้าคือ 'จักรพรรดินีแห่งราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย' ราชอาณาจักรของเราจะไม่มีวันล่มสลายตราบใดที่มีข้าอยู่" บูลเบลกล่าวอย่างขึงขัง
ก่อนเสียงตอบรับจะสาดเข้ามาดั่งพายุโหมกระหน่ำมันมีแต่คำดูถูก เหยียดหยามและการก่นด่า
"ทารกจะกลายเป็จักรพรรดินี?...เ้าเป็ทารกยันสติปัญญาเลยรึไง?"
"ทารกจะพาเราสู้กับราชอาณาจักรเซอร์วอสเรอะ!...นี้ข้ากำลังฟังเื่ปัญญาอ่อนอันใดอยู่"
"คนอ่อนแอแบบเ้านะรึคิดจะขึ้นครองราชย์"
สาวน้อยไม่กล่าวตอบนางรับรู้เป็อย่างดีว่าผลกระทบมันจะเป็ยังไงทั้งบูลเบลและกาติรัสได้แต่นิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆราวกับกำลังรออะไรบางอย่างก่อนปฏิกิริยาของประชาชนจะเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้แข็งแกร่งเริ่มจะแกร่งกล้าพลางกล่าวะโ "ฮึ่ม!...จะให้จักรพรรดินีเป็เด็กทารกงั้นเรอะ!!..ถ้าเช่นนั้นข้าขอขึ้นไปเป็จักรพรรดิแทนก็ได้" ชายวัยกลางคนกล่าวพลางทะยานร่างขึ้นสู่เบื้องบน
ตู้ม...!
ศีรษะแหลกละเอียดเหลือเพียงร่างกายที่ไร้เศียรมันลอยค้างกลางอากาศก่อนจะตกลงมาพลางละอองโลหิตที่ดูราวกับเป็สายฝน เืไหลกองทั่วบริเวณนั้น
และประชาชนทั้งหมดที่เบิกตาโพลงราวกับภาพมายา ไม่มีใครสามารถมองตามได้ทันเลยว่าเกิดอะไรขึ้น! ทว่า บุคคลที่มีกริยาท่าทางผิดแปลกคือองค์หญิงเธอทำท่าราวกับเพิ่งขว้างอะไรบางอย่างออกไปด้วยความเร็วสูง
"กะ...เกิด...เกิดอะไรขึ้น!!"
"เขาถูกใครฆ่าตาย!"
"ฝีมือใครเป็ฝีมือของใคร!"
หมู่ชนเริ่มเข้าสู่ความโกลาหลวุ่ยวายก่อนองค์หญิงจะเปิดปากกล่าว "หากผู้ใดไม่ยอมรับการมีอยู่ของราชวงศ์ราชันทรราชมันผู้นั้นจงแสดงความกล้าและมาต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์จากข้าไปซะ! และแน่นอน...โทษของมันผู้นั้นคือฏ!!" น้ำเสียงขึงขังและดุดัน เธอดูราวกับไม่ใช่สาวน้อยอายุสิบสี่สิบห้าปีแต่ดูราวกับนักรบผ่านา ไม่มีความปราณีเลยแม้แต่น้อยกระทั่งการโจมตีก็เด็ดขาดจนน่าขนลุก
"ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเป็ฝีมือของเ้า!! ต่อให้ฆ่าข้าให้ตายข้าก็ไม่เชื่อ!!!" ชายอีกคนเริ่มจะบ้าคลั่งเขาพุ่งทะยานร่างเพื่อจะขึ้นมาอยู่บนเวทีราชวัง ทว่า บางสิ่งบางอย่างได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ตู้ม...!
คราวนี้ช่างแตกต่างบางสิ่งบางอย่างได้พุ่งทะลุผ่านท้องของชายคนนั้นไปอย่างรวดเร็วและในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท้องของเขาก็กลวงโบ๋ไม่เหลือกระทั่งกายเนื้อในส่วนตรงนั้น เขาสิ้นสติและตกตายในทันทีผู้คนโดยรอบเริ่มจะหวาดกลัวยิ่งขึ้น...พวกเขาไม่สามารถมองตามได้ทันเลยว่าเกิดอะไรขึ้นไปบ้างกระทั่งเลเวลที่สูงที่สุดในหมู่ชน...เลเวลหนึ่งพัน! เขายังไม่สามารถมองการจู่โจมได้ทันราวกับทุกอย่างถูกหยุดเวลาเอาไว้แล้วเขาก็ถูกสังหารไปเสียดื้อๆ
"คราวนี้มีใครอยากจะสู้อีกไหม?" บูลเบลไถ่ถามพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตร รอยยิ้มนั้นสวยสง่าดุจนางฟ้านาง์ ทว่า ปฏิกิริยาตอบกลับของเหล่าประชาชนมีเพียงความหวาดกลัวบนใบหน้า ทุกคนล้วนหน้าซีดขาวดั่งกระดาษและแข็งทื่อราวกับถูกสาปกลายเป็หิน ก่อนทุกอย่างจะเข้าสู่ความเงียบงันทั้งที่เมื่อครู่นั้นเสียงดังวุ่นวายราวกับนกแตกรัง
ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบงันก่อนกาติรัสจะเริ่มกล่าวต่อ "ยินดีที่ได้รู้จักเผ่ามนุษย์ทุกท่าน....ข้ามีนามว่ากาติรัสเป็ผู้ปกครองราชอาณาจักรอันเดดและ ณ ั้แ่นี้เป็ต้นไปราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียจะอยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรของข้า...หากเื่นี้หลุดรอดออกไปยังโลกภายนอกละก็ข้าจะลบราชอาณาจักรแห่งนี้ทิ้งเสีย..." กาติรัสกล่าวพลางเพ่งจิตสังหารสุดสูงล้ำ
แรงอาฆาตที่ถูกปลดปล่อยออกมามันสูงเสียอยากเป็บ้าราวกับเป็จิตสังหารของเทพมรณะ มันปกคลุมทั่วท้องนภาราวกับกรงนกไร้ซึ่งที่หลบหนีทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่ไม่สามารถบ่งบรรยายถึงมันได้ ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจก่อนเสียงแห่งความโกลาหลจะดังขั้น
"ว๊ากกกกกกกก"
"เอื้อก...อ๊ากกกกกกก"
ในความจริงแล้วราชอาณาจักรอันเดดนั้นยังไม่ถูกสร้างขึ้นหรือแต่งตั้งขึ้นมาเลย ทว่า เขาวางแผนมันไว้ในอนาคตอยู่แล้วและจุดสูงสุดของเป้าหมายนั้นคือการเป็ผู้ปกครองสูงสุดแห่งโลกต้นกำเนิด การยึดครองสี่ราชอาณาจักรนั้นช่างเป็เื่ง่ายดายเพราะเมื่อเทียบกับโลกภายนอกแล้ว มันเล็กมากเล็กจนราวกับมดในมหาสมุทร มีเผ่าพันธุ์อีกมากมายมหาศาลที่อาศัยอยู่ภายในโลกต้นกำเนิดและแข็งแกร่งยิ่งกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว
ไม่มีใครกล้าโต้แย้งกับกาติรัสเลยสักคนเดียวทั้งที่มีประชาชนนับหมื่นอยู่ตรงหน้ามันกลับมีเพียงความเงียบงัน ไม่มีใครสักคนที่รู้จักเผ่าพันธุ์อันเดดเพราะมันเป็เผ่าพันธุ์ที่สาบสูญกล่าวได้ว่าสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้น....จำนวนที่มีคนรู้เื่เกี่ยวกับอันเดดมีน้อยจนสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ
"ถ้าเช่นนั้นต่อจากนี้...องค์หญิงจะพากองกำลังเพื่อไปถล่มเซอร์วอสให้ราบเป็หน้ากลอง" สิ้นเสียงของชายหนุ่มปรากฏร่างที่สูงราวเจ็ดแปดเมตรเดินออกมาจากข้างหลังของชายหญิงทั้งสอง
ปรากฏเป็โครงกระดูกสีขาวนวลตรงหน้ามันดูสูงส่งยิ่งดุจเทพมรณะ ร่างกายที่ไร้ซึ่งิัมันดูไม่ต่างอะไรไปกับพวกผีดิบหากแต่ออร่าของมันกลับดูเป็ภัยอันตรายอย่างยิ่งยวด ก่อนโครงกระดูกั์จะเผยรอยยิ้มดุจปีศาจร้าย
"ปกครองพวกเขาด้วยความหวาดกลัวถึงจะไม่ใช่วิถีของข้าแต่ก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะบรรลุเป้าหมายได้เร็วที่สุด ฮึ่ม...น่าเสียดายนักที่ข้าต้องไปงานประลองสหภาพหกแผ่นดิน...ข้าอยากจะเข้าไปสนุกในาต่อจริงๆ อ้าาาา...เืของเหล่าผู้กล้าหาญ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:4,836 พลังกาย:46,098 พลังเวทย์:571,042