ตอนที่43 แผนการของลอร์ดแกนนอน
ผู้นำทหารของค่ายโลหิตเข้ามาทักทายเพราะได้ยินว่าชื่อเสียงของค่ายมิดไทน์ก็ไม่ต่างจากตัวเองแต่ออสก้ากลับเมินเฉยและมองข้ามอีกฝ่ายไป
ไม่ใช่แค่พวกเขาแต่เป็นทุก ๆ ค่ายด้วยเช่นกัน
“ลอร์ดของพวกเราได้แจ้งมาแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมกับกองกำลังไหนทั้งนั้นในตอนนี้”
คำพูดของออสก้าชัดเจนว่าเป็นกลางแต่ในสถาการณ์เช่นนี้ย่อมไม่สามารถเป็นกลางได้อย่างแน่นอน
“เดี๋ยวสิเรื่องนี้เราควรจะปรึกษากันก่อนไหม”เบนจามินก็ไม่คิดว่าออสก้าจะกล่าวออกมาแบบนี้เช่นกัน
“ไม่ต้องหรอกท่านลอร์ดของพวกเราตัดสินใจมาแล้ว ท่านลอร์ดไนท์มีเหตุผลของท่าน” ฮอร์คิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เบนจามินกล่าวขัดขึ้นมา
“ถึงเราจะมีกำลังคนมากแต่ก็ไม่สามารถแตกหักกับพวกเขาได้ พวกแกและลอร์ดของพวกแกเข้าใจอะไรบ้างหรือไม่” เลียมรีบพูดแทรกขึ้นมาหวังจะเข้าไปเจรจาใหม่
เพราะยังไงพวกเขาก็ต้องหาพันธมิตรคนอื่น ๆ ในทีมก็คิดแบบเดียวกัน
“ไม่เข้าใจหรือ?” ฮอร์คิงขมวดคิ้วมองอย่างไม่พอใจต่อคำพูดที่กล่าวล่วงเกินถึงลอร์ดของพวกเขาแต่ว่าฮอร์คิงก็ไม่ได้ทำให้เสียเรื่อง จึงกล่าวสั้น ๆ ว่า
“ท่านลอร์ดคาดการณ์ไว้แล้วและบอกว่าพวกคุณสามารถเข้าร่วมกับพวกเขาได้เลย” ฮอร์คิงกล่าวมาอย่างเด็ดาด
“คิดว่าพวกเราไม่กล้าออกไปเหรอแบบนั้นก็ต้องยกเลิกการตกลงที่เราร่วมมือกัน” เลียมพูดอย่างไม่พอใจกลับไป
“ไม่พวกเราจะทำตามที่คุณบอก”เบนจามินกล่าวขึ้นมาและเงียบไม่พูดจา
เลียมและมาโครพอเห็นแบบนั้นก็ไม่กล้าจะคัดค้านอีกยังไงก็ยังต้องฟังเบนจามิน
หลังจากการประกาศตัวของออสก้าก็ทำให้หลายคนไม่พอใจแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ไปสนใจก็มีกองกำลังขนาดใหญ่เคลื่อนเข้ามาที่นี่พร้อมกับกลุ่มผู้เล่นจำนวนมาก
ค่ายแกนนอน!
ทุกคนเห็นก็พากันระมัดระวังตัวโดยเฉพาะกับผู้เล่นนักผจญภัย ค่ายแกนนอนชื่อเสียงเลวร้ายอย่างมาก ค่ายระดับ 3ที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตดัลลัส มีพฤติกรรมชอบบังคับผู้เล่นนักผจญภัยหน้าใหม่ให้รับใช้พวกตนเอง
แม้ชื่อจะขึ้นสีแดงแต่ก็ไม่สนใจ ลอร์ดชั่วร้ายที่แม้แต่ในโลกความจริงผู้เล่นนักผจญภัยหลายคนก็ยังตามตัวอยู่แต่ว่าลอร์ดแกนนอนไม่เคยเปิดเผยตัวตนต่อหน้าสารธารณทำให้ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาของอีกฝ่าย
การมาถึงของค่ายแกนนอนดึงดูดแสงทั้งหมดไปจากออสก้าและค่ายมิดไนท์
ผู้นำทางทหารของค่ายแกนนอนแน่นอนว่าเป็นผู้รอดชีวิตของค่ายมีชื่อว่า‘ฮิก’
“ไม่เจอกันนานนะทุกคนหลายคนในนี้ก็คุ้นหน้ากันอยู่ไม่น้อยเลย แต่ขอโทษด้วยช่วยหลบไปทีไม่อย่างนั้นจะหาว่าไม่เตือน”ฮิกวางอำนาจอย่างเต็มที่ทันทีที่มาถึง
“ฮิกอย่าให้มันเยอะนะคิดว่าค่ายแกนนอนจะยึดที่นี่ได้คนเดียวเหรอ”
สาม ผู้นำทหารของค่ายดีแลนกล่าวอย่างไปพอใจ
แม้ค่ายแกนนอนจะยิ่งใหญ่ แต่ว่าค่ายระดับ 3อีกสามแห่งพวกเรารวมพลังกันก็ไม่ใช่สิ่งที่ค่ายแกนนอนจะทำตามอำเภอใจได้
ทั้งสามค่ายแม้จะเป็นศัตรูกัน แต่ลึก ๆ ก็เป็นพันธมิตรกันในตอนที่เผชิญหน้ากับค่ายแกนนอนด้วย
“หึ” ฮิกกลับไม่สนใจเขาพ่นลมหายใจออกมาและกล่าวว่า“อย่ามาเกะกะก็พอ”
อีกฝ่ายพาทหารด้านหลังและกองกำลังผู้เล่นที่รวมกันแล้วมีไม่ต่ำกว่าร้อยมุ่งหน้าเข้าไปที่ค่ายทหารกลางป่าในทันที
“ไอ้เวรนี่ แค่พวกผู้รอดชีวิตกระจอกในหอคอยโลกาวินาศกลับปากดีขนาดนี้เลยหรอ”
“ระวังปากหน่อย ยังไงที่นี่ก็เป็นโลกของพวกเขากฏของพวกเขา ถ้าไม่ระวังมันได้ยินจะตายเอาง่าย ๆ”
“เห็นผู้เล่นหน้าใหม่พวกนั้นไหม หน้าสมเพชจริงๆ”
“พวกเราก็ไปกันเถอะ อย่าให้พวกมันเอาของดี ๆในค่ายไปจนหมด”
ผู้เล่นนักผจญภัยจำนวนมากพากันวิพากษ์วิจารณ์แต่ไม่มีใครทำอะไรเกินไปกว่านั้น ชีวิตมีค่าเกินกว่าจะไปหาเรื่องใครมั่ว ๆ
ค่ายต่าง ๆ ก็ไม่มาเสียเวลาทีนี่แล้วเหมือนกันพวกเขาพากันมุ่งไปยังดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่าเพราะกลัวว่าจะโดนค่ายแกนนอนกวาดล้างไปจนหมด
“พวกเราก็ควรจะไปด้วยไหม” มาโครหันไปถาม
ออสก้าพยักหน้าและนำทหารมืดไปที่ค่ายทหารกลางป่าด้วย
ค่ายทหารกลางป่า
สถานที่นี้ถูกคาดการณ์ว่าจะมีอาวุธอยู่เป็นจำนวนมากแต่ว่าสนามรบแบบนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อลอร์ด แต่เป็นของผู้เล่น
ผู้เล่นลอร์ดสามารถส่งทหารไปเคลียร์พื้นที่ในดินแดนของตัวเองได้แต่ว่าไม่สามารถบุกไปยังสถานที่พิเศษแบบนี้ได้ ที่นี่เป็นเหมือนกับสนามรบของเหล่าผู้เล่นนักผจญภัยมันคือดันเจี้ยนของผู้เล่นนักผจญภัย
มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้แน่นอนว่ากฎดังกล่าวเป็นข้อจำกัดของหอคอยชั้นนี้ และกฎในต่อละชั้นก็จะต่างกันออกไป
ส่วนที่พวกเขาต้องการการร่วมมือจากค่ายต่าง ๆนั้นก็เพราะทันทีที่เอาของออกมา ผู้เล่นนักผจญภัยจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฏนี้พวกเขาอาจจะโดนดักปล้นเอาง่าย ๆ
นอกจากนั้นแม้จะไม่สามารถส่งทหารเข้าไปได้แต่ว่าผู้เล่นสามารถพาผู้ติดตามเข้าไปได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับเป็นการพาลูกหาบหรือคนแบกของเข้าไปนั่นเองแน่นอนว่ามันไม่มีกฏจำกัดที่ว่าคนแบกของจะสู้ไม่ได้
ครั้งนี้ออสก้ากับฮอร์คิงจะเข้าไปด้วยพร้อมกับทหารอีก7 นาย รวมเป็น 9นาย ซึ่งตัวเลขนี้ก็มาจากจำนวนนักผจญภัยที่กลุ่มพวกเขามีกันอยู่ 3คนและนักผจญภัย 1 คน ก็สามารถพาผู้ติดตามไปได้ 3 คนนั่นเอง ส่วนทหารมืดที่เหลือจะตรึงกำลังในพื้นที่รอรับพวกเขากลับมาภายใต้การนำของอมีเลีย
“พวกคุณพร้อมใช่ไหม หวังว่าด้านนอกจะไม่ฆ่ากันก่อนที่พวกเราจะกลับมาหรอกนะ”
“พวกเราจะรอที่นี่ตามคำสั่งของลอร์ดไนท์”อมีเลียยืนยันหนักแน่น
“หวังว่างั้น”
เบนจามินพาคนที่เหลือไปที่หน้าทางเข้า ผู้เล่นคนอื่นๆ พาทหารจากค่ายระดับ 3 เข้าไปด้านในกันแล้ว ต่อมาก็คือค่ายมิดไนท์และค่ายระดับ 2ส่วนค่ายระดับ 1 เข้าไปหลังสุด ยกเว้นพวกที่รวมเป็นพันธมิตรกันแล้ว
การเข้าไปในค่ายด้วยสิทธิ์ของผู้เล่นนักผจญภัยก็เหมือนกับการเดินผ่านกำแพงที่มองไม่เห็นไปเท่านั้นพอเข้ามาด้านในสิ่งแรกที่เบนจามินรู้สึกได้ก็คือพื้นที่ด้านในนี้เปลี่ยนไปในพริบตา
[ดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่า]
[เวลากลางคืนสภาพอากาศฝนกำลังเริ่มตก ทัศนวิศัยจะลดน้อยลง อันตายอย่างมากความตายกำลังหายใจลดต้นคอเหล่านักผจญภัยทุกคน]
“สยองเป็นบ้าเลย ดันเจี้ยนที่ตัดขาดจากสภาพแวดล้อมภายนอกนี่ไม่ใช่พื้นที่ระดับทั่วไปแล้ว แต่มันเป็นระดับสูงในหอคอยชั้นแรกแล้ว” มาโครพูดด้วยความตื่นตกใจ
“มาแล้วจะถอยไม่ได้ ฉันนำเอง” เลียมเสนอตัวยืนด้านหน้าเตรียมพร้อมสู้เต็มที่
“ใจเย็น พวกเราก็เตรียมพร้อมมาแล้ว” เบนจามินหันไปมองทหารจากค่ายมิดไนท์และคิดในใจ‘อย่างน้อยพวกนี้ก็แข็งแกร่งกว่าทหารจากค่ายวอลเตอร์ไอรอนมาก’
“พวกนายไม่มีอาวุธปืนมาเหรอ” เบนจามินหันไปถามออสก้ากับพวกทหาร
“ไม่” ออสก้าตอบตามตรง
พวกเขาไม่มีปืนมาเลย
ตอนนี้ในหอคอยชั้น 1อย่างโลกซอมบี้ อาวุธปืนธรรมดาเป็นของที่พอจะหาได้อยู่แต่ถึงแบบนั้นเทคโนโลยีมันก็ตันแล้ว
กัสสามารถเอาพวกมันเข้ามาได้และสร้างด้วยโต๊ะสิ่งประดิษฐ์แต่ว่ามันไม่คุ้มค่า อีกอย่างการใช้อาวุธปืนต้องใช้ทักษะที่ฝึกฝนเฉพาะ
จุดอ่อนของทหารมืดก็เหมือนกับซอมบี้คือสติปัญญาที่ต่ำและการไม่มีเวลาที่มากพอ ดังนั้นด้วยเหตุผลรวม ๆ กันเขาจึงยังไม่คิดฝึกฝนพลแม่นปืนในตอนนี้
แต่เน้นไปที่พลธนู ซึ่งจะเป็นรากฐานในอนาคตแทน
อาวุธธนูก็มีข้อดีของมันคือเงียบและพลังทำลายรุนแรง ในบางแง่มุมมันรุนแรงกว่าปืนธรรมดามาก
ในกลุ่มพวกเขาทหารมืดทุกนายจะพกธนูมาด้วยแม้แต่ฮอร์คิงก็ยังมีธนูของตัวเอง ถึงเขาจะเป็นทหารที่ปรึกษาแต่ว่าร่างกายก็ยังแข็งแรงพอจะยิงธนูได้
“จะรอดไหมเนี่ย” เบนจามินถึงกับพึมพำออกมาแต่ก็ยังเดินหน้าลุยกันต่อ
...
อีกด้านหนึ่ง
กัสอ่านรายงานหลายฉบับที่ถูกรวบรวมโดยลิชจากนั้นเขาก็มองไปยังแผนที่ในมือที่มีเครื่องหมายตามจุดต่าง ๆ ไว้จนครบถ้วน
จุดเหล่านี้แสดงถึงตำแหน่งอันตรายสถานที่มีทรัพยากร มีบางจุดที่ถูกสำรวจไปแล้วและจะถูกทำเครื่องหมายถูกไว้เพื่อแสดงว่าไปเก็บกวาดมาเรียบร้อยและจุดที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ ตำแหน่งค่ายทั้งหมดในเขตดัลลัส
“ไปเรียกลิชและแอรีสมา”
ไม่นานหลังจากนั้นในห้องก็มี ลิชแอรีสและฮันน่าที่ไม่เคยไปไหนกำลังรอกัสที่มองแผนที่อยู่ กัสกางแผนที่ออกและเอาโมเดลของเล่นทหารตัวสีเขียวที่นำมาจากร้านสะดวกซื้อออกมาขนาดมันเล็กแค่นิ้วก้อย ซึ่งเหมาะกับการใช้งานบนแผนที่ฉบับนี้ของเขา
หลังจากนั้นกัสและพวกก็เริ่มวางหุ่นทหารตามข้อมูลและเพียงไม่นานแผนที่นั้นก็ถูกเติมหุ่นทหารจนเต็ม
“นายท่านไม่ผิดจากที่ท่านคาดการณ์ไว้ค่ายแกนนอนเจ้าเล่ห์จริง ๆ พวกมันกำลังคิดจะกวาดล้างค่ายระดับ 2 และระดับ 3ในเขตดัลลัส” ลิชกล่าวชมออกมา แม้รู้ว่ากัสไม่สนใจ แต่ในฐานะข้ารับใช้ยังไงก็ต้องชมเจ้านาย
ซึ่งนี่คือความต่างของทหารที่ปรึกษากับพวกสมองกล้ามอย่างแอรีสพวกทหารที่ปรึกษาชาญฉลาดและเรียนแบบมนุษย์ทางด้านอารมณ์ได้ดีกว่า
กัสพยักหน้าเป็นการรับรู้
เรื่องแผนการของค่ายแกนนอนกัสรู้อยู่แล้ว ว่าใครกันที่ปล่อยข่าวเรื่องดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่าออกไปค่ายแกนนอนมีผู้เล่นนักผจญภัยจำนวนมากที่ถูกบังคับให้ทำงานรับใช้ ทำไมพวกเขาจะไม่รู้เรื่องสถานที่ค่ายทหารกลางป่ากัน
ถ้าคิดให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่ามีคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดและคนที่พอจะทำได้ก็มีแค่ค่ายแกนนอน
แต่ว่าในชีวิตก่อน กัสไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยเพราะเขาอยู่ในชนชั้นต่ำสุดของกลุ่มผู้เล่น แถมยังต้องออกผจญภัยกำจัดซอมบี้หาของกลับมาค่ายแกนนอนด้วย
และแม้แต่ผู้เล่นนักผจญภัยในค่ายที่มีระดับสูงกว่าก็ยังไม่รู้เรื่องนี้
แผนการของลอร์ดแกนนอนมีหลายชั้นมากส่วนเป้าหมายไม่ใช่แค่ยืมมือผู้เล่นนักผจญภัยจากที่อื่นมาเคลียร์ค่ายทหารกลางป่าเท่านั้นแต่เป็นการฉวยโอกาศที่ลอร์ดส่วนใหญ่จะส่งทหารออกไป และเข้าโจมตีพวกเขาก่อนจะยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างมาเก็บของตนเอง
ถึงตอนนั้นลอร์ดแกนนอนจะพร้อมไปยังหอคอยชั้นถัดไปได้อย่างปลอดภัย
“นายท่าน ลำพังค่ายแกนนอนเพียงค่ายเดียวจะโจมตีค่ายอื่นๆ พร้อมกันได้ยังไงหรือว่าพวกเขา...” ฮันน่าที่คิดอยู่ครู่หนึ่งถามขึ้นมาและเหมือนจะคาดเดาบางอย่างได้
“ใช่ พวกนั้นค่ายเดียวทำไม่ได้ แต่ว่ามีค่ายระดับ3 ที่คอยช่วยเหลือค่ายแกนนอนอยู่” กัสตอบตามตรงจากนั้นก็เสริมขึ้นมา “และเราจะเล่นงานค่ายนี้ก่อน”
กัสเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา