สุดท้ายแล้ว อนาเธอร์ตัดสินใจเลือกที่จะออกจากดันเจี้ยน ชายหนุ่มหันกลับไปทางช่องว่างมิติที่ปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆในมุมหนึ่งของดันเจี้ยน เมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้ ประตูแสงนั้นก็เริ่มส่องแสงจางๆ ราวกับเป็การบอกให้รู้ว่าสามารถกลับสู่โลกภายนอกได้ทุกเมื่อที่้า
“ดันเจี้ยนถ้ำแห่งเงา.. เคลียร์!”
อนาเธอร์เผยรอยยิ้มและก้าวเดินไปยังทางออกด้วยความมั่นใจ พร้อมกับแสงนั้นค่อยๆสว่างวาบขึ้น มันครอบคลุมร่างของชายหนุ่ม และพาเขาออกจากดันเจี้ยนไปสู่โลกภายนอก เสียงของระบบดันเจี้ยนดับลงอย่างเงียบงัน และทุกอย่างรอบตัวก็เปลี่ยนไปในพริบตา
【ประกาศ! ดันเจี้ยนถ้ำแห่งเงาระดับนรกถูกเคลียร์สำเร็จ!】
เสียงประกาศนี้ทำให้ทุกคนที่ยืนรออยู่ถึงกับตกตะลึงไปตามๆกัน
ในตอนนั้น เขาพบว่าตนเองยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นด้านหน้าทางเข้าของ "ถ้ำแห่งเงา" สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นหลายคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างคึกคัก
ชั่วพริบตาที่ประกายแสงได้ก่อตัว ผู้เล่นที่ยืนอยู่รอบๆต่างหันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเบิกกว้าง
“ดะ..เดี๋ยวก่อนนะ.. การที่ระบบดันเจี้ยนประกาศเช่นนี้มันหมายความว่า..”
เสียงฮือฮาของผู้คนเริ่มดังขึ้น แต่ความตื่นตะลึงที่แท้จริงยังไม่ได้เริ่มต้น
“พวกแกอย่าเพิ่งพูด”
“ดูนั่นซะก่อน.. ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย!”
กระทั่งป้ายทำเนียบการเคลียร์ดันเจี้ยนที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าเริ่มแปรเปลี่ยนไป
ป้ายทำเนียบนี้แสดงผลบันทึกการเคลียร์ดันเจี้ยนในระดับต่างๆ โดยมีการจัดอันดับตามเวลาและจำนวนผู้เล่นที่เข้าร่วม ซึ่งก่อนหน้านี้ในระดับฝันร้าย ผู้เล่นระดับสูงกลุ่มหนึ่งที่มีถึง 5 คน เคยบันทึกเวลาการเคลียร์ไว้ได้ดีที่สุดที่ 23 นาที
แต่แล้วในขณะนี้ ชื่อของ "อนาเธอร์" กลับปรากฏขึ้น้าสุดของป้ายศิลา พร้อมกับรายละเอียดที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
【ผู้เล่นอนาเธอร์: เคลียร์ดันเจี้ยนถ้ำเงามืดระดับนรกได้ด้วยตัวคนเดียว ใช้เวลาไป 24.31 นาที】
เสียงการสนทนาและความสับสนวุ่นวายก็เกิดขึ้นทันที ผู้เล่นทุกคนต่างพากันจ้องมองป้ายทำเนียบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
บางคนถึงกับขยี้ตาหรือมองซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้มองผิดไป
“นี่มันเื่จริงเหรอ? เคลียร์ระดับนรกด้วยตัวคนเดียว?”
“ระดับนรก? ฉันไม่เคยได้ยินว่ามีระดับนี้ในดันเจี้ยนนี้มาก่อน นี่มันหมายความว่ายังไง?”
“ดูสิ! 24.31 นาที เวลานี่มันเกือบจะเท่ากับกลุ่มของพวกผู้เล่น 5 คนที่ได้เคลียร์ระดับฝันร้ายไปเมื่อคราวก่อนเลยนะ!”
ความตื่นตระหนกและคำถามเกิดขึ้นในหมู่ผู้เล่นรอบๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าดันเจี้ยน "ถ้ำแห่งเงา" จะมีระดับนรกอยู่ด้วย
และยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีใครคิดว่ามันจะถูกเคลียร์โดยผู้เล่นเพียงคนเดียวได้ และใช้เวลาใกล้เคียงกับการเคลียร์ระดับฝันร้ายที่มีผู้เล่นถึง 5 คนร่วมมือกัน
“นี่คงไม่ใช่แค่ดันเจี้ยนธรรมดาแน่ๆ”
“ระดับนรกที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน... มันต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่”
“แล้วอนาเธอร์คนนั้นเป็ใครกัน? เขาทำแบบนี้ได้ยังไง? เขาเป็ผู้เล่นคนเดียวที่สามารถเคลียร์ระดับนรกได้”
“เงื่อนไขละ คุณชายได้โปรดบอกพวกเราหน่อยครับ ทำยังไงดันเจี้ยนระดับฝันร้ายถึงจะเปลี่ยนไปเป็ระดับนรกได้กัน!”
เสียงกระซิบกระซาบเริ่มทวีความดังมากขึ้น บางคนพยายามค้นหาคำอธิบายว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้ แต่ไม่มีใครสามารถตอบได้ บางคนคาดเดาว่ามันอาจจะเป็ความลับที่ซ่อนอยู่ในดันเจี้ยน หรืออาจเป็เพราะการกระทำของอนาเธอร์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้น
ความสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของอนาเธอร์เริ่มกระจายไปทั่ว ผู้เล่นหลายคนเริ่มพูดถึงชื่อของเขาอย่างคาดเดา บางคนเชื่อว่าชายผู้นี้อาจเป็ผู้เล่นระดับสูงที่มีฝีมือเกินกว่าใครจะคาดเดาได้
ในขณะที่บางคนเริ่มสงสัยว่าอนาเธอร์อาจจะมีทักษะสกิลหรืออาวุธที่ทำให้ชายหนุ่มสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกได้เพียงคนเดียว
“ไอ้โง่ แกคิดว่าเขามีเลเวลเยอะจริงๆ?”
“อย่าลืมนะว่าดันเจี้ยนพวกนี้มีเงื่อนไขการเข้าที่ชัดเจน ถ้ำแห่งเงามืดคือดันเจี้ยนที่เหมาะสมสำหรับเลเวล 1-5 เท่านั้น”
“หมายความว่าเขาต้องมีเลเวลอยู่ระหว่างนี้เท่านั้น มันไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้แล้ว!”
เมื่อรับฟังความจริง ทุกคนต่างตื่นตระหนก รอบบริเวณเกิดความโกลาหลวุ่นวาย แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็อย่างไร ความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็คือ อนาเธอร์เพิ่งทำสิ่งที่ไม่มีใครคิดมาก่อน
ผู้เล่นที่ยืนอยู่รอบๆต่างหันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งออกมาจากดันเจี้ยนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย บ้างมองด้วยสายตาอิจฉา บ้างมองด้วยความสงสัย แต่ทุกคนต่างยอมรับว่าเขาได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในโลกของการผจญภัยอย่างดันเจี้ยนเลยก็ว่าได้
อนาเธอร์ยืนอยู่เงียบๆหน้าทางออกของดันเจี้ยน ท่ามกลางสายตาของผู้เล่นที่มองมาที่เขาด้วยความทึ่ง ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรมากมาย นอกจากรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก ราวกับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็เพียงเื่ธรรมดา
ไม่มีความยินดีหรือความภูมิใจที่แสดงออกอย่างเด่นชัด เพราะสำหรับเขา การผ่านดันเจี้ยนระดับนรกนั้นเป็เพียงอีกขั้นหนึ่งของการฝึกฝนและทดสอบความสามารถของตนเอง
“ไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร”
อนาเธอร์คิด พลางส่ายหัวอยู่เล็กน้อย
“น้องชาย.. นี่เ้าเป็ใครกันแน่?”
บางคนก็พยายามจะเข้ามาพูดคุยหรือถามถึงเทคนิคที่เขาใช้ในการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนี้
แต่อนาเธอร์ไม่สนใจที่จะตอบสนอง เขาเดินจากไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์และความตื่นตระหนกเกี่ยวกับการเคลียร์ระดับนรกของเขากระจายไปทั่วทั้งบริเวณ
ภายในใจของเขา อนาเธอร์ยังคงคิดถึงสิ่งที่เขาเพิ่งเผชิญมา การต่อสู้กับบอสแมวปีศาจสามหัวในระดับนรกนั้นเป็ประสบการณ์ที่ท้าทายและยากลำบาก แต่ทักษะสกิลพลองเทพ์ที่เขาใช้ในการต่อสู้ ได้พิสูจน์ถึงพลังและประสิทธิภาพของมันเป็อย่างดี
เขาไม่จำเป็ต้องใช้ร่างจำแลงของซุนหงอคงเพื่อชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ ต่อให้มีความยากลำบากอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าสามารถจัดการทุกอย่างได้โดยไม่ต้องดึงพลังทั้งหมดออกมา
ขณะที่เขาเดินผ่านกลุ่มผู้เล่นที่ยังคงจับกลุ่มกันอยู่ด้านหน้าดันเจี้ยน เขาได้ยินเสียงพูดคุยเกี่ยวกับตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นหลายคนพยายามที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับอนาเธอร์ว่าเขาเป็ใคร มาจากไหน และทำไมถึงสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกได้ด้วยตัวคนเดียว
“ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็ทายาทจากตระกูลใหญ่ คงมีอาวุธระดับเทพหรืออะไรบางอย่างแน่ๆ”
“ใช่! หรือไม่ก็คงเป็ทักษะพิเศษที่พวกเรายังไม่รู้จัก แต่ถึงอย่างนั้น การเคลียร์ระดับนรกด้วยตัวคนเดียวก็ยังเป็เื่ที่ไม่น่าเชื่ออยู่ดี”
“อาจจะมีคนอื่นที่ช่วยเขาอยู่เื้ัก็ได้นะ แต่นี่เขาแค่ปกปิดเอาไว้”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์และคาดเดาเ่าั้ ทำให้อมยิ้มเล็กๆปรากฏบนใบหน้าของอนาเธอร์
ไม่นานนักเสียงปรบมือดังขึ้น พ่อบ้านชราที่ติดตามอนาเธอร์มาั้แ่ต้น และบอดี้การ์ดทั้งสี่ที่คอยปกป้องเขาต่างพร้อมใจกันยืนปรบมือด้วยความเคารพและนับถือ พวกเขาทั้งหมดล้วนมีสีหน้าตกตะลึง ไม่เคยคาดคิดว่านายน้อยของตนจะทำสิ่งที่เหลือเชื่อเช่นนี้ได้
“ยอดเยี่ยมจริงๆครับนายน้อย”
พ่อบ้านชราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนถึงความภูมิใจอย่างชัดเจน
เขามองดูอนาเธอร์ด้วยสายตาอ่อนโยนแต่น่าเกรงขาม พ่อบ้านถึงจะเป็เพียงผู้คอยดูแลและติดตาม แต่เขาก็รู้จักนิสัยของนายน้อยแห่งตระกูลซิกฟรีดคนนี้ดี — อนาเธอร์ไม่เคยพึ่งพาใครและมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนและพัฒนาตัวเองเสมอ
บอดี้การ์ดทั้งสี่คนก็เช่นเดียวกัน พวกเขาต่างยืนตัวตรงและปรบมือเสียงดัง ดวงตาแสดงถึงความเคารพอย่างสุดซึ้ง
ไม่เพียงเพราะอนาเธอร์เป็นายน้อยของตระกูลซิกฟรีด แต่เพราะสิ่งที่เขาเพิ่งทำสำเร็จนั้นเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดหวังได้ การเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกได้ด้วยตัวคนเดียว เป็สิ่งที่แม้แต่ผู้เล่นในเลเวลเดียวกันยังต้องยากลำบาก
พวกเขาเชื่อว่าต่อให้จะเป็อาชีพอวาตาร์ของเทพเ้าอื่นๆเข้าไป เผลอๆพวกนั้นก็คงเสียเวลาไปมากกว่านี้แน่นอน
“แต่ผมยังไม่พอใจเลย ว่าจะเคลียร์ดันเจี้ยนอีกซัก 2- 3 แห่ง และเป้าหมายของวันนี้คือเลเวลให้ได้ 20 ขึ้นไป!”
อนาเธอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น สีหน้าท่าทางดูตื่นเต้นและกระหายอยู่ไม่น้อย
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่เช่นนี้ แต่ท่าทีของอนาเธอร์กลับยังคงเรียบง่ายและถ่อมตัว ราวกับว่าชัยชนะครั้งนี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
“นายน้อยยังคงมุ่งมั่นเสมอ ไม่เคยพึงพอใจในความสำเร็จเล็กน้อยเช่นนี้”
พ่อบ้านคิดในใจ เขาเคยเห็นอนาเธอร์ผ่านการฝึกฝนที่หนักหน่วงและโหดร้ายมาตลอด เขารู้ว่านายน้อยของตนไม่เคยหยุดแสวงหาความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่ทำ
ยิ่งตอนนี้เขาได้กลายมาเป็ผู้เล่นแล้วด้วย ความ้าหรือความคาดหวังของเขาจะต้องเพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่รู้จบแน่นอน