นางร้ายที่ถูกเนรเทศกับระบบร้านค้าความดี
เล่ม 1
บทที่ 1
ร่างของนางร้าย
ท้องฟ้ามืดมิดตกดึก ห้องพักเล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณย่านใจกลางเมือง แอร์เย็นฉ่ำไปทั้งห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เตียงนอนที่มีร่างของซูฉีนอนเกลือกกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงนุ่มๆของตน
ซูฉีนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงนอนพร้อมกับใช้นิ้วมือไถหน้าจอมือถืออย่างใจจดจ่อ ดวงตาทั้งสองข้างมองตัวอักษรบนหน้าจอยังไม่กระพริบตา แสงสีฟ้ากระทบเข้ากับใบหน้าขาวๆของเธอ
ซูฉีพนักงานหญิงบริษัทเอกชนที่อายุย่างเข้าวัยยี่สิบห้าปี ใช้ชีวิตธรรมดาธรรมดาเป็พนักงานจากบริษัทเอกชน
ชีวิตอันแสนธรรมดาเรียบง่ายไร้ซึ่งจุดหมาย วัธจักรชีวิตดำเนินไปอย่างไรปลายทาง ตื่นนอนขึ้นมายามเช้าไปทำงานตกเย็นกลับมานอนที่ห้อง มีเพียงนิยายออนไลน์ภายในมือเท่านั้นที่ตนเองนั้นชื่นชอบ
ซูฉีคลั่งไคล้นิยายออนไลน์แนวจีนย้อนยุคเป็อย่างมาก ถึงกับใช้เงินเดือนมากกว่าหนึ่งในสามส่วนของตนเองหมดไปกับการซื้อพวกมัน
ในตอนนี้ซูฉีกำลังติดนิยายเื่บุปผาซ่อนเร้นนิยายออนไลน์ท๊อปหนึ่งของเว็บดัง เธอกำลังอ่านนิยายภายในมืออย่างใจจดใจจ่อริมฝีปากจบแน่น ก่อนที่หว่างคิ้วจะค่อยค่อยขมวดเข้าหากัน
ใบหน้าในตอนนี้เป็ใบหน้าที่จริงจังจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตนเองนั้นกำลังอ่านอยู่ ภายในห้องที่เงียบสงัดอยู่อยู่มือถือภายในมือก็ถูกโยนขึ้น
“ หือ!!! ” น้ำเสียงอันไม่พึงพอใจถูกปล่อยออกมา ซูฉีะโขึ้นจากเตียงขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง
“ ในที่สุดก็โดนเนรเทศแต่ว่าแค่นี้เนรเทศอย่างนั้นหรอ ทำไมนักเขียนถึงไม่ให้โดนฆ่า หรือว่าพิการไปเลย…. ”
ซูฉีไม่พึงพอใจเล็กน้อยกับบทนิยายที่ตนเองนั้นอ่าน บทนิยายล่าสุดที่ตนเองอ่านในตอนนี้เป็่เวลาที่นางร้ายของเรากำลังโดนเนรเทศกลับผลการกระทำของตนเองที่ทำไป
แต่ซูฉีกลับคิดว่ามันง่ายดายมากเกินไป ตัวของเธอมองเห็นการกระทำของตัวละครนี้มาซักพักใหญ่ใหญ่แล้ว
มันทั้งเลวร้ายแล้วก็หยาบช้า นักอ่านที่อ่านนิยายเื่นี้แล้วติดนิยายเื่นี้อย่างงอมแงมแบบเธอจึงมองว่าจุดจบแบบนี้มันง่ายดายมากเกินไป
เพียงแค่ในเนรเทศไปอยู่ที่ชายแดน ตามจิตใจของซูฉีแล้วมองว่าตัวร้ายหรือว่านางร้ายควรจะโดนสังหารหรือไม่ก็ทำให้มีการใช้ชีวิตอย่างเ็ป
ในขณะที่นั่งขมวดคิ้วไม่พอใจกับบทในนิยายแสดงอาการที่ขุ่นเคืองอยู่สักพัก จิตใจที่กำลังร้อนรุ่มก็เบาลง ซูฉีถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “ เฮ้อ~ ”
“ เอาเถอะ… ในวันนี้ไม่มีอารมณ์อ่านต่อแล้วนอนดีกว่า ”
ซูฉีหยิบโทรศัพท์ของตนเองโน้มกายต่ำลง แผ่นหลังแนบชิดติดกับเตียงศีรษะตกลงถึงหมอน
ก่อนจะนอนกับเริ่มทำการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วถ่ายหน้าจอดูโซเชียลมีเดียอีกสักพัก ในขณะที่กำลังถ่ายหน้าจอไปมาอยู่นั่น เปลือกตาค่อยค่อยตกลงอย่างช้าๆ
ก่อนที่ความรู้สึกงัวเงียจากค่อยค่อยเข้าแทรกซึม เปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้งแทบจะยกไม่ได้ ก่อนที่ซูฉีจะหลับไป
…
ความรู้สึกหนาวเย็นเข้าแทรกแซงร่างกาย อยู่อยู่บนเตียงนอนที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบและห้องที่มืดมิดมันก็เริ่มเคลื่อนไหว
ซูฉีไม่สามารถอธิบายอะไรได้ อยู่อยู่ร่างกายที่กำลังนอนอยู่บนเตียงนอนนุ่มก็แปลเปลี่ยนกลายเป็นอนอยู่บนพื้นที่แข็งกระด้าง
พร้อมกับร่างกายที่เคลื่อนที่ไปมาตามจังหวะของพื้น ซูฉีดวงตาทั้งสองข้างยังคงพับปิดอยู่ในตอนนี้รู้สึกงุนงงตั้งคำถามภายในใจ ‘ อะไรกัน? ’
‘ แผ่นดินไหวอย่างนั้นหรอทำไมมันเคลื่อนที่ไปมาแถมยังความรู้สึกหนาวแบบนี้อีก… หรือว่าแอร์จะเย็นไป ’
คำถามมากมายปรากฏขึ้น ร่างกายที่เคลื่อนที่ไปมาตามจังหวะของการเคลื่อนไหว ความรู้สึกร้อนเย็นที่เข้าแทรกแซงร่างกายมันทำให้การนอนนั้นไม่เป็สุข
ซูฉีที่พยายามข่มตานอนอยู่ซักพักเริ่มทนไม่ไหว สุดท้ายเปิดดวงตาทั้งสองขึ้นลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งอย่างรวดเร็ว ตัวของเธออุทานออกมา “ อะไรนักหนา!!! ”
แต่เมื่อลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งดวงตาที่เปิดขึ้นมองเห็นทัศนียภาพที่พล่ามัว ซูฉีนิ่งไปครู่นึง ในใจงุนงงสับสน พลันมีเสียงเล็กดังมาจากด้านหลัง “ คุณหนูเป็อันใดไปเ้าคะ!!! ”
‘ คุณหนู? คุณหนูอะไร? ’ นางถามตนเองในใจหันไปมอง
เมื่อหันไปมองถึงกับขมวดคิ้วผู้ที่อยู่ด้านหลังในตอนนี้เป็หญิงสาวแรกรุ่น่วัยสิบเก้า ใบหน้าขาวผ่องมีร่างกายเล็ก สวมใส่ชุดผ้าธรรมดาธรรมดาแต่งคล้ายๆคนยุคก่อน แถมยังรวบมัดผมเป็เปีย
ซูฉีแสดงใบหน้าปนะหลาดใจเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็กังวลของหญิงปริศนาผู้นี้มองมาที่ตน
“ ใครกัน? ” ซูฉีหลุดพลั้งปากอุทานออกมา เมื่อมองดูแล้วที่นี่มันที่ใดกันแน่
ซูฉีตกอยู่ภายในห้วงภวังค์แห่งความสับสนมองไปทางด้านสายแล้วขวาในตอนนี้ยังเป็งุนงง สถานที่อยู่ไม่ใช่ห้องนอนที่เต็มไปด้วยเตียงนอนนุ่มๆ แต่ในตอนนี้นอนอยู่บนกองฟางแห้งกองดึงแถมรอบร่างกายยังเป็เหมือนกับรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันมุมปากต่ำลง ซูฉีทิ้งกายต่ำลงนอนลงไปที่กองฟางแห้งอีกครั้งแล้วพึมพำกับตนเอง “ สงสัยจะยังไม่ตื่น… ”
เธอข่มตาหลับพยายามตื่นจากความฝันอันแปลกประหลาดที่ตนเองอยู่ในตอนนี้ แต่เมื่อข่มตาพับปิดลงพยายามหลับ รถม้าที่เคลื่อนที่ไปมาเอนซ้ายเอนขวาทำให้เธอไม่สามารถหลับได้
ซูฉีรู้สึกแปลกแปลกพยายามจะหลับอยู่สักพักแล้วแต่ไม่เห็นจะตื่นจากความฝันอันแปลกประหลาดนี้เลย สุดท้ายทำการลุกขึ้นมาไตร่ตรองกับตนเองอีกครั้ง
ซูฉียกมือตนเองขึ้น นางเริ่มมองสำรวจฝ่ามือและใช้มือรูปิั ดวงตากระพริบขึ้นลงคิดภายในใจ ‘ สมจริงความรู้สึกนี้มัน ’
ทันใดนั้นเองสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันนั่นก็คือจังหวะรถม้าที่หยุดลง รถม้าที่กำลังเคลื่อนที่อย่างไม่เป็จังหวะหยุดลง
ร่างกายที่สูญเสียสมดุลย์พุ่งทะยานไปด้านหลังกระแทกเข้ากับผนังรถม้าอย่างรุนแรง ตู้บ!!
“โอ๊ย... ” ความรู้สึกเ็ปจุกแน่นแทรกแซงเข้ามาภายในร่างกาย ซูฉียืนยันได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เมื่อยืนยันแบบนั้นได้แววตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก
“ นี่มัน!!!! ”
สาวน้อยวัยสิบเก้าปีที่อยู่ด้านหน้าพุ่งเข้ามาหานางก่อนที่จะถามขึ้น “ คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ!!! ”
“ าเ็หรือไม่มีาแตรงไหนหรือไม่? ” นางพูดอย่างกระวนกระวายเป็ห่วง ใช้ดวงตามองสำรวจร่างกายของซูฉีอย่างไม่วางตา
ซูฉีตกอยู่ภายในห้วงภวังค์แห่งความสับสน นางมองสำรวจร่างกายในตอนนี้และมองสำรวจรอบร่างกายมันเป็จริง
“ นี่มันไม่ใช่ความฝัน!!! ” ซูฉียกมือทั้งสองข้างจับใบหน้า นางแสดงใบหน้าราวกับว่าสตินั้นหลุดออกไปจากร่างกาย
หญิงวัยสิบเก้าเคลื่อนที่เข้ามาใช้ฝ่ามือขยับร่างกายของซูฉี นางทำการร้องเรียก “ คุณหนูเ้าคะเป็อย่างไรบ้าง นี่หรือว่าตัวของท่านจะาเ็กระทบกระเทือนถึงสมองไปแล้ว? ”
กล่าวเช่นนั้นเพราะว่าตนเองนั้นมองเห็นว่าคุณหนูไม่ขยับมาสักพัก ซูฉีไม่ได้าเ็เลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ตอนนี้ตกอยู่ภายในห้วงภวังค์แห่งความงุนงง
นางใช้ดวงตามองตรงไปที่หญิงสาวปริศนาหน้าตาน่ารักที่อยู่ด้านหน้าแล้วถามไป “ ข้าเป็ผู้ใด? ”
นางจำเป็จะต้องยืนยันบางอย่าง หญิงปริศนาวัยสิบเก้าปีเอียงสงสัยก่อนจะกล่าว “ พูดอันใดเช่นนั้นเ้าคท่านก็เป็คุณหนูของข้าอย่างไร คุณหนูตระกูลซู ซูมี่อย่างไรละเ้าคะ!!! ”
“ ท่านจำข้าได้หรือไม่เ้าคะ!! ข้าลี่ถัง บ่าวรับใช้ของท่าน!!! ” นางพูดขึ้นมาด้วยความกระวนกระวายเมื่อเห็นว่าคุณหนูของนางมีท่าทีว่าจะจำไม่ได้ว่าตนเป็ใคร
ซูฉีกระพริบตาปริบๆมีความจริงบางอย่างปรากฏขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ทำการพูดหรืออธิบายอะไรออกไปเสียงของสารถีผู้ขับเคลื่อนรถม้าที่อยู่ด้านหน้าดังขึ้น “ เอ้า!!! เอ้า!!! รีบลงไปได้แล้วพวกเราเดินทางมาถึงชายแดนแล้ว!!! ”
“ รีบลงไปสักตัวของข้าจะได้รีบกลับ!!! ”
ซูฉีก้าวเท้าลงไปจากรถม้า มองเห็นดินแดนแห้งแล้งที่อยู่ด้านหน้า สถานที่ที่อยู่ด้านหน้าคล้ายว่าเป็เมืองก็ไม่ใช่หมู่บ้านก็ไม่เชิง
นางได้แต่อุทานขึ้น “ สถานที่แห่งนี้.. ”
“ ดินแดนที่ตัวของพวกเราถูกเนรเทศมาอย่างไรล่ะเ้าคะคุณหนู!!! ” ลี่ถังพูดขึ้น
หลังจากที่ได้ยินคำพูดนั้นิญญาของซูฉีหลุดออกไปจากร่างกายอีกชั่วครู่หนึ่ง เสียงกรีดร้องภายในใจดังขึ้น ‘ นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!!!! ’
จบบท