พอ จางฮ่าน ออกไป หวางเจวียนก็โทรหา จื่อเหยียน อยู่หลายรอบ ในครั้งที่หก จื่อเหยียน ก็รับสายในที่สุด
หวางเจวียนพูดอย่างลำบากใจ “ขอโทษด้วยค่ะคุณผู้หญิง อิฉันห้ามคุณจางไว้ไม่อยู่ เขาพา เิเิ ออกไปแล้ว”
“อือ รู้อยู่แล้วล่ะ”
พูดจบ จื่อเหยียน ก็วางสายไป
พอได้รับอนุมัติเื่ทำมิวสิควิดีโอจาก เหม่ยฉี เธอก็เดินตรงกลับมาห้องทำงาน เหม่ยฉี ยังแนะนำให้เธอเลื่อนวันออกอัลบั้มออกไปอีกหน่อย ไม่จำเป็ต้องรีบร้อน แต่เธอก็ปฏิเสธไป บางทีเธอก็รั้นไม่แพ้ จางฮ่าน
พอกลับถึงห้องทำงาน จื่อเหยียน ก็ต่อสายโทรหา จางฮ่าน ทันที
จางฮ่าน เพิ่งจะลงมาถึงชั้นล่างตึก พอเห็นสายเข้าจาก จื่อเหยียน ก็กดตัดสาย
“เออ? ตัดสายใส่?” จื่อเหยียน โมโห ต่อสายไปอีกครั้ง
เสียงรอสายดังได้สองวิ สายก็ถูกตัดไปอีก พอโทรหาอีกรอบก็ปรากฏว่าปิดเครื่องไปแล้ว
“สารเลว ไอ้คนสารเลวหัวดื้อเอ๊ย”
จื่อเหยียนโมโหจนกัดฟันกรอดๆ
ที่พา เิเิ ออกไป จื่อเหยียน ก็ไม่ได้คิดจะต่อว่าอะไร เพียงแค่จะบอกว่าระวังอย่าให้ เิเิ ตากแดด
จางฮ่าน ปิดโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋า เขาเข้าใจว่า จื่อเหยียน คงโทรมาต่อว่าอะไรเขา เลยไม่ได้สนใจ เขาคิดที่จะเริ่มการถ่ายทอดคำสอนของตระกูลจางให้กับ เิเิ
“เิเิ ปกติป้าหวางดีกับหนูมั้ย?” จางฮ่าน ถาม
“ก็ ก็ดีนะ” เิเิ ตอบ
“แล้วทำไมหนูเรียกเขาว่าแม่มดแก่ล่ะ? แถมยังจะให้พ่อตีเขาอีก?” จางฮ่าน ถามต่อ
“เพราะว่า เพราะว่าเขาไม่ยอมให้ เิเิ ออกไปเที่ยว เิเิ ก็เลยไม่ชอบเขาแล้ว” เิเิ อธิบาย
“เิเิ” จางฮ่าน มองเ้าหญิงตัวน้อยด้วยสีหน้าจริงจัง “ต่อไปจะทำแบบนี้ไม่ได้อีกนะ ต้องรู้จักเคารพผู้ใหญ่เข้าใจมั้ย?”
“เข้าใจแล้ว” เิเิ พูดคอตก
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอโดนพ่อตำหนิ เธอเลยอารมณ์ไม่ดี
“พ่อไม่ได้ตำหนิอะไรหนูเลย ถึงพวกนั้นจะเป็แค่มดปลวก แต่หนูก็ต้องรู้จักเคารพให้เกียรติคนที่ดีต่อหนู ใครที่ทำไม่ดีกับหนู หนูจะด่าว่ายังไงก็ได้ ไม่ต้องให้หนูเอ่ยปาก พ่อหนูก็จัดการคนพวกนั้นเองแหละ” จางฮ่าน พูดขำๆ
“ป๊ะป๋า หนูรู้แล้ว” ไม่รู้ว่าเธอเข้าใจจริงๆ รึเปล่า แต่ท่าทางเธอดูจริงจัง
“เป็เด็กดีจริงๆ เดี๋ยวป๊ะป๋าพาไปซื้อไอศกรีมนะ” จางฮ่าน ลูบหัวเธอเบาๆ
“ดีเลยๆ เอาแท่งใหญ่ๆ เลยนะ จะได้กินด้วยกัน” เิเิ ลิงโลดขึ้นมาอีกครั้ง
จางฮ่าน อุ้มเธอไปนั่งที่เบาะหลัง แล้วก็ขับรถออกไป
“เิเิ หนูจำที่พ่อบอกหนูเมื่อกี้นี้ให้ดีนะ”
จางฮ่าน กลัวว่า เิเิ จะลืม อดไม่ได้ที่จะย้ำอีกรอบ “นั่นก็คือ ใครดีมาเราดีตอบ”
“แต่ก็นะ” จางฮ่าน พูดต่อ “แล้วประโยคต่อมาคืออะไรรู้มั้ย คือ ร้ายมาก็ร้ายกลับไปยังไงล่ะ”
เหมือนตอนครั้งที่ไล่สิบผู้คุมกฎ นั่นก็เพราะพวกนั้นฉวยโอกาสในตอนที่เขาไม่อยู่ที่ตำหนัก รวมหัวกันกวาดเอาสมบัติของเขาไปจนเกลี้ยง ในตอนนั้น จางฮ่าน ยังไม่เคยลงมือลงไม้วิวาทกับใครมาก่อน ถึงไม่รู้ว่าตัวเองมีพลังมากขนาดไหน ก็เลยเผลอมือหนักไปหน่อย เล่นงานทั้งสิบผู้คุมซะอ่วมอรทัยไปเลย หลังจากเื่ครั้งนั้นคนในโลกเซียนเลยรู้จักเขาไปทั่ว เพราะเื่แบบนี้น้อยคนนักที่จะทำได้
สิ่งที่ จางฮ่าน บอก เิเิ นั้น มีความหมายค่อนข้างลึก ยากเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ แต่เธอก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
“หนู หนูรู้แล้วค่ะป๊ะป๋า”
“อือ” จางฮ่าน หัวเราะ “รู้แล้วก็ดี แล้วต้องจำไว้ให้ดีด้วยนะ”
“เ้าพวกมดปลวก” เิเิ จำประโยคนี้ได้อย่างดี แต่ประโยคต่อมา ก็พูดต่อออกมาไม่ได้
จางฮ่าน ค่อยๆ บอกซ้ำทีละคำทีละประโยค เิเิ ถึงพูดออกมา
“ใครดีมาเราดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายกลับ”
“ยังไงล่ะ”
“ว๊าว ดีๆ กินติมๆ ” เิเิ โบกไม้โบกมือ
จางฮ่าน พาเธอไปซื้อไอศกรีมมาแท่งหนึ่ง เิเิ กัดไปสองคำ ก็ยื่นส่งให้ป๊ะป๋าได้กินด้วย จางฮ่าน ก็ไม่เกรงใจ งับหายไปตั้งครึ่งแท่ง
“โห?”
เิเิ จ้องไอศกรีมที่เหลืออยู่ตาค้าง
“หู อร่อยจัง เิเิ หนูก็รีบๆ กินสิ” จางฮ่าน บอก
“โอ” เิเิ พยักหน้างงๆ ค่อยๆ กัดทีละคำๆ
“ฮ่าๆ ๆ ๆ .....”
เห็นท่าทางน่ารักของ เิเิ จางฮ่าน ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ชอบของหวานพวกนี้หรอก ที่กัดหายไปกว่าครึ่งนั้น นั่นก็เพราะไม่อยากให้ เิเิ กินของพวกนี้มากเกินไป
จางฮ่านขับรถต่อไปทางใต้ตรงไปที่ ศูนย์สาธิตการเพาะปลูก
ที่เซียงเจียง ข้าวส่วนใหญ่มาจากการนำเข้า ที่เพาะปลูกเองในพื้นที่นั้นมีน้อย จางฮ่าน ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในตอนเช้า ถึงจะเจอศูนย์สาธิตการเพาะปลูก
จางฮ่าน วางแผนปลูกพืชผักใบเขียวด้วยน้ำและดินศักดิ์สิทธิ์ พืชผักพวกนี้ ลดเวลาในการเจริญงอกงามไปได้อีกเยอะ อีกทั้งพอถึงเวลาเก็บเกี่ยว ถึงปล่อยไว้ก็ยังคงรักษาสภาพสมบูรณ์ได้จนกว่าจะทำการเก็บเกี่ยว
นี่เป็ข้อดีของน้ำและดินศักดิ์สิทธิ์ข้อหนึ่ง
“สวัสดีครับคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่า้าซื้ออะไรเหรอครับ” ชายวัยกลางคนออกมาต้อนรับ
นอกจากสาธิตวิธีเพาะปลูกแล้ว ที่นี่ยังเป็ตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในเซียงเจียงอีกด้วย
“ผมอยากได้เมล็ดพันธุ์ผัก” จางฮ่าน ตอบ
“เมล็ดพันธุ์ผัก?” ชายวัยกลางคนประหลาดใจเล็กน้อย คิดว่าเขามาถึงนี่ จะสั่งซื้ออาหารล็อตใหญ่ ไม่ได้คิดว่าจะมาซื้อเมล็ดพันธุ์ โดยส่วนมากที่มาซื้อเมล็ดพันธุ์ จะไม่ซื้อจำนวนมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในเซียงเจียงจะไม่ได้มีที่ดินขนาดใหญ่ไว้ทำการเพาะปลูก ดังนั้นรอยยิ้มของชายวัยกลางคนจึงค่อยๆ หุบลง
“ที่นี่คุณมีพันธุ์ข้าวแบบไหนบ้าง? เอาที่ดีๆ หน่อยมีพันธุ์อะไรบ้าง?” จางฮ่าน ถาม
“ไม่ทราบว่าคุณจะเอาไปปลูกเองหรือเปล่าครับ?” ชายวัยกลางคนถาม
“อือ”
"ที่นี่เรามีเมล็ดพันธุ์มากมายหลายพันธุ์ ทั้งที่มาจากแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ ผมจะไปหยิบรายการมาให้ดู "
ชายวัยกลางคนพูดเสร็จก็หันไปหยิบรายการจากแผนกต้อนรับมา
จางฮ่าน รับรายการมาดูต่อคร่าวๆ ส่วนมากเป็ชื่อที่เขาไม่รู้จัก แต่ก็ไปสะดุดอยู่ที่ชื่อหนึ่งในรายการ “เอาข้าวพันธุ์อู่ฉางนี่แหละ”
“ไอ้ยะ ผู้เชี่ยวชาญ” ชายวัยกลางคนรู้สึกแปลกใจ “ดูเหมือนคุณจะมีความรู้เกี่ยวกับข้าวแต่ละสายพันธุ์พอสมควร ข้าวอู่ฉางเป็ข้าวที่มาจากเขตอู่ฉาง เมืองฮาบิน”
ชายวัยกลางคนอธิบายสั้น ๆ ว่า "ที่นี่เรามีข้าวหอมเบอร์ 2 ข้าวนี้มีกลิ่นหอม หวาน นุ่มละมุนลิ้น "
“เป็ข้าวเมล็ดยาว แม้กระทั่งตอนยังเป็ต้นกล้าก็จะปล่อยกลิ่นหอมออกมา ข้าวจะส่งกลิ่นหอมออกมาในขณะหุง เป็ที่รู้จักทั่วทั้งประเทศและเป็หนึ่งในข้าวที่มีคุณภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน "
“อือ” จางฮ่าน พยักหน้าเบาๆ
หลังจากที่ชายวัยกลางคนแนะนำเสร็จ ก็พูดขึ้นมาว่า "แต่ราคาข้าวอู่ฉางนั้นค่อนข้างสูง ในแผ่นดินใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวบริสุทธิ์นั้นราคามากกว่า 20 ต่อข้าวครึ่งกิโล ถึงในมณฑล เฮยหลงเจียง ราคาอยู่ที่สิบกว่าเหรียญ แต่เพราะที่นี่คือเซียงเจียง ราคาจึงสูงถึงห้าสิบเหรียญต่อครึ่งกิโล และสินค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น พ่อค้าหัวใสส่วนใหญ่ชอบเอาข้าวพันธุ์อื่นมาผสม แต่ถ้าคุณปลูกเองก็สบายใจได้ "
“อือ คุณไปจัดการเอามาเถอะ ราคาไม่ใช่ปัญหา” จางฮ่าน พยักหน้า
“ตกลงครับ” ชายวัยกลางคนหยิบกระดาษกับปากกาออกมา “คุณผู้ชาย้าปริมาณจำนวนเท่าไหร่ครับ”
“พื้นที่ประมาณสองร้อยตารางเมตรเห็นจะได้” จางฮ่าน ตอบ
พื้นที่เตรียมไว้ประมาณสองร้อยตารางเมตรนั้นขนาดค่อนข้างเล็ก และพื้นที่ปลูกข้าวสาลีอีกเกือบสองร้อยตารางเมตร ทั้งหมดนี้จำเป็ต้องปลูกเอาไว้ก่อน
“สองร้อยตารางเมตร ไม่เล็กเลยนะคุณ” แววตาของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความแปลกใจ “นั่นเป็พื้นที่กว่าหนึ่งงานเชียวนะครับ ที่หนึ่งไร่ต้องใช้พันธุ์ข้าวถึงสี่ร้อยกิโล นั่นก็เท่ากับว่าคุณต้องใช้พันธุ์ข้าวจำนวนมากถึง ร้อยกิโลบวกลบอีกนิดหน่อย เอาเป็ว่าผมเปิดตามพื้นที่สองร้อยตารางเมตรแล้วกันนะครับ การทำนาที่เซียงเจียง ถ้าผลผลิตดีๆ นี่สามารถเก็บเกี่ยวได้ถึงปีละสามรอบ เอ่อ แล้วก่อนหน้านี้ได้ทำการปลูกพืชอื่นไว้หรือเปล่าครับ? ที่นี่เรามีต้นกล้าที่เพาะไว้แล้ว ถ้าคุณซื้อกลับไปก็สามารถลงดินปลูกได้เลย อีกทั้งยังรับประกันสายพันธุ์ให้ด้วย เพียงแต่ราคานั้นค่อนข้างที่จะแพงขึ้นไปอีกสักนิด”
“งั้นก็เอาต้นกล้าแล้วกัน ราคาไม่ใช่ปัญหา” จางฮ่าน ตอบ
"ตกลงครับ งั้นผมไปจัดการทำใบเสนอตามพื้นที่สองร้อยตารางเมตรนี่เลยนะครับ" ชายวัยกลางคนพยักหน้า
“นอกจากข้าวแล้ว ผมยังอยากได้พันธุ์ข้าวสาลีอีกด้วย” จางฮ่าน พูดต่อ
“ยังจะเอาข้าวสาลีอีก? ้าชนิดไหนเหรอครับ? ปริมาณมากน้อยเท่าไหร่?” ชายวัยกลางคนยิ้มระรื่น
ห้านาทีต่อมาชายวัยกลางคนก็ทำใบเสนอในส่วนของข้าวสาลี จำนวนพื้นที่สองร้อยตารางเมตรออกมาให้
“ข้าวโพดก็เอาด้วยนะ”
" ข้าวโพด? ข้าวโพดมีข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียวและข้าวโพดธรรมดา ... "
ชายวัยกลางคนก็ได้เปิดบิลเพิ่มอีกหนึ่งใบ ด้วยข้าวโพดทั้งสามชนิดในจำนวนสำหรับพื้นที่ขนาดห้าสิบตารางเมตร
จบตอน