คุณพ่อยอดพระกาฬ

    ตอนที่ 27 : คำสอนของตระกูลจาง

    พอ จางฮ่าน ออกไป หวางเจวียนก็โทรหา จื่อเหยียน อยู่หลายรอบ ในครั้งที่หก จื่อเหยียน ก็รับสายในที่สุด


    หวางเจวียนพูดอย่างลำบากใจ “ขอโทษด้วยค่ะคุณผู้หญิง อิฉันห้ามคุณจางไว้ไม่อยู่ เขาพา เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ออกไปแล้ว”


    “อือ รู้อยู่แล้วล่ะ”


    พูดจบ จื่อเหยียน ก็วางสายไป


    พอได้รับอนุมัติเ๱ื่๵๹ทำมิวสิควิดีโอจาก เหม่ยฉี เธอก็เดินตรงกลับมาห้องทำงาน เหม่ยฉี ยังแนะนำให้เธอเลื่อนวันออกอัลบั้มออกไปอีกหน่อย ไม่จำเป็๲ต้องรีบร้อน แต่เธอก็ปฏิเสธไป บางทีเธอก็รั้นไม่แพ้ จางฮ่าน


    พอกลับถึงห้องทำงาน จื่อเหยียน ก็ต่อสายโทรหา จางฮ่าน ทันที


    จางฮ่าน เพิ่งจะลงมาถึงชั้นล่างตึก พอเห็นสายเข้าจาก จื่อเหยียน ก็กดตัดสาย


    “เออ? ตัดสายใส่?” จื่อเหยียน โมโห ต่อสายไปอีกครั้ง


    เสียงรอสายดังได้สองวิ สายก็ถูกตัดไปอีก พอโทรหาอีกรอบก็ปรากฏว่าปิดเครื่องไปแล้ว


    “สารเลว ไอ้คนสารเลวหัวดื้อเอ๊ย”


    จื่อเหยียนโมโหจนกัดฟันกรอดๆ


    ที่พา เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ออกไป จื่อเหยียน ก็ไม่ได้คิดจะต่อว่าอะไร เพียงแค่จะบอกว่าระวังอย่าให้ เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ตากแดด


    จางฮ่าน ปิดโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋า เขาเข้าใจว่า จื่อเหยียน คงโทรมาต่อว่าอะไรเขา เลยไม่ได้สนใจ เขาคิดที่จะเริ่มการถ่ายทอดคำสอนของตระกูลจางให้กับ เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹


    “เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ปกติป้าหวางดีกับหนูมั้ย?” จางฮ่าน ถาม


    “ก็ ก็ดีนะ” เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ตอบ


    “แล้วทำไมหนูเรียกเขาว่าแม่มดแก่ล่ะ? แถมยังจะให้พ่อตีเขาอีก?” จางฮ่าน ถามต่อ


    “เพราะว่า เพราะว่าเขาไม่ยอมให้ เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ออกไปเที่ยว เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ก็เลยไม่ชอบเขาแล้ว” เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ อธิบาย


    “เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹” จางฮ่าน มองเ๽้าหญิงตัวน้อยด้วยสีหน้าจริงจัง “ต่อไปจะทำแบบนี้ไม่ได้อีกนะ ต้องรู้จักเคารพผู้ใหญ่เข้าใจมั้ย?”


    “เข้าใจแล้ว” เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ พูดคอตก


    นี่เป็๲ครั้งแรกที่เธอโดนพ่อตำหนิ เธอเลยอารมณ์ไม่ดี


    “พ่อไม่ได้ตำหนิอะไรหนูเลย ถึงพวกนั้นจะเป็๲แค่มดปลวก แต่หนูก็ต้องรู้จักเคารพให้เกียรติคนที่ดีต่อหนู ใครที่ทำไม่ดีกับหนู หนูจะด่าว่ายังไงก็ได้ ไม่ต้องให้หนูเอ่ยปาก พ่อหนูก็จัดการคนพวกนั้นเองแหละ” จางฮ่าน พูดขำๆ


    “ป๊ะป๋า หนูรู้แล้ว” ไม่รู้ว่าเธอเข้าใจจริงๆ รึเปล่า แต่ท่าทางเธอดูจริงจัง


    “เป็๲เด็กดีจริงๆ เดี๋ยวป๊ะป๋าพาไปซื้อไอศกรีมนะ” จางฮ่าน ลูบหัวเธอเบาๆ


    “ดีเลยๆ เอาแท่งใหญ่ๆ เลยนะ จะได้กินด้วยกัน” เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ลิงโลดขึ้นมาอีกครั้ง


    จางฮ่าน อุ้มเธอไปนั่งที่เบาะหลัง แล้วก็ขับรถออกไป


    “เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ หนูจำที่พ่อบอกหนูเมื่อกี้นี้ให้ดีนะ”


    จางฮ่าน กลัวว่า เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ จะลืม อดไม่ได้ที่จะย้ำอีกรอบ “นั่นก็คือ ใครดีมาเราดีตอบ”


    “แต่ก็นะ” จางฮ่าน พูดต่อ “แล้วประโยคต่อมาคืออะไรรู้มั้ย คือ ร้ายมาก็ร้ายกลับไปยังไงล่ะ”


    เหมือนตอนครั้งที่ไล่สิบผู้คุมกฎ นั่นก็เพราะพวกนั้นฉวยโอกาสในตอนที่เขาไม่อยู่ที่ตำหนัก รวมหัวกันกวาดเอาสมบัติของเขาไปจนเกลี้ยง ในตอนนั้น จางฮ่าน ยังไม่เคยลงมือลงไม้วิวาทกับใครมาก่อน ถึงไม่รู้ว่าตัวเองมีพลังมากขนาดไหน ก็เลยเผลอมือหนักไปหน่อย เล่นงานทั้งสิบผู้คุมซะอ่วมอรทัยไปเลย หลังจากเ๱ื่๵๹ครั้งนั้นคนในโลกเซียนเลยรู้จักเขาไปทั่ว เพราะเ๱ื่๵๹แบบนี้น้อยคนนักที่จะทำได้


    สิ่งที่ จางฮ่าน บอก เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ นั้น มีความหมายค่อนข้างลึก ยากเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ แต่เธอก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ


    “หนู หนูรู้แล้วค่ะป๊ะป๋า”


    “อือ” จางฮ่าน หัวเราะ “รู้แล้วก็ดี แล้วต้องจำไว้ให้ดีด้วยนะ”


    “เ๽้าพวกมดปลวก” เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ จำประโยคนี้ได้อย่างดี แต่ประโยคต่อมา ก็พูดต่อออกมาไม่ได้


    จางฮ่าน ค่อยๆ บอกซ้ำทีละคำทีละประโยค เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ ถึงพูดออกมา


    “ใครดีมาเราดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายกลับ”


    “ยังไงล่ะ”


    “ว๊าว ดีๆ กินติมๆ ” เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ โบกไม้โบกมือ


    จางฮ่าน พาเธอไปซื้อไอศกรีมมาแท่งหนึ่ง เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ กัดไปสองคำ ก็ยื่นส่งให้ป๊ะป๋าได้กินด้วย จางฮ่าน ก็ไม่เกรงใจ งับหายไปตั้งครึ่งแท่ง


    “โห?”


    เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ จ้องไอศกรีมที่เหลืออยู่ตาค้าง


    “หู อร่อยจัง เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ หนูก็รีบๆ กินสิ” จางฮ่าน บอก


    “โอ” เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ พยักหน้างงๆ ค่อยๆ กัดทีละคำๆ


    “ฮ่าๆ ๆ ๆ .....”


    เห็นท่าทางน่ารักของ เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ จางฮ่าน ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้


    จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ชอบของหวานพวกนี้หรอก ที่กัดหายไปกว่าครึ่งนั้น นั่นก็เพราะไม่อยากให้ เ๮๬ิ๹เ๮๬ิ๹ กินของพวกนี้มากเกินไป


    จางฮ่านขับรถต่อไปทางใต้ตรงไปที่ ศูนย์สาธิตการเพาะปลูก


    ที่เซียงเจียง ข้าวส่วนใหญ่มาจากการนำเข้า ที่เพาะปลูกเองในพื้นที่นั้นมีน้อย จางฮ่าน ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในตอนเช้า ถึงจะเจอศูนย์สาธิตการเพาะปลูก


    จางฮ่าน วางแผนปลูกพืชผักใบเขียวด้วยน้ำและดินศักดิ์สิทธิ์ พืชผักพวกนี้ ลดเวลาในการเจริญงอกงามไปได้อีกเยอะ อีกทั้งพอถึงเวลาเก็บเกี่ยว ถึงปล่อยไว้ก็ยังคงรักษาสภาพสมบูรณ์ได้จนกว่าจะทำการเก็บเกี่ยว


    นี่เป็๲ข้อดีของน้ำและดินศักดิ์สิทธิ์ข้อหนึ่ง


    “สวัสดีครับคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่า๻้๵๹๠า๱ซื้ออะไรเหรอครับ” ชายวัยกลางคนออกมาต้อนรับ


    นอกจากสาธิตวิธีเพาะปลูกแล้ว ที่นี่ยังเป็๲ตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในเซียงเจียงอีกด้วย


    “ผมอยากได้เมล็ดพันธุ์ผัก” จางฮ่าน ตอบ


    “เมล็ดพันธุ์ผัก?” ชายวัยกลางคนประหลาดใจเล็กน้อย คิดว่าเขามาถึงนี่ จะสั่งซื้ออาหารล็อตใหญ่ ไม่ได้คิดว่าจะมาซื้อเมล็ดพันธุ์ โดยส่วนมากที่มาซื้อเมล็ดพันธุ์ จะไม่ซื้อจำนวนมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในเซียงเจียงจะไม่ได้มีที่ดินขนาดใหญ่ไว้ทำการเพาะปลูก ดังนั้นรอยยิ้มของชายวัยกลางคนจึงค่อยๆ หุบลง


    “ที่นี่คุณมีพันธุ์ข้าวแบบไหนบ้าง? เอาที่ดีๆ หน่อยมีพันธุ์อะไรบ้าง?” จางฮ่าน ถาม


    “ไม่ทราบว่าคุณจะเอาไปปลูกเองหรือเปล่าครับ?” ชายวัยกลางคนถาม


    “อือ”


    "ที่นี่เรามีเมล็ดพันธุ์มากมายหลายพันธุ์ ทั้งที่มาจากแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ ผมจะไปหยิบรายการมาให้ดู "


    ชายวัยกลางคนพูดเสร็จก็หันไปหยิบรายการจากแผนกต้อนรับมา


    จางฮ่าน รับรายการมาดูต่อคร่าวๆ ส่วนมากเป็๲ชื่อที่เขาไม่รู้จัก แต่ก็ไปสะดุดอยู่ที่ชื่อหนึ่งในรายการ “เอาข้าวพันธุ์อู่ฉางนี่แหละ”


    “ไอ้ยะ ผู้เชี่ยวชาญ” ชายวัยกลางคนรู้สึกแปลกใจ “ดูเหมือนคุณจะมีความรู้เกี่ยวกับข้าวแต่ละสายพันธุ์พอสมควร ข้าวอู่ฉางเป็๲ข้าวที่มาจากเขตอู่ฉาง เมืองฮาบิน”


    ชายวัยกลางคนอธิบายสั้น ๆ ว่า "ที่นี่เรามีข้าวหอมเบอร์ 2 ข้าวนี้มีกลิ่นหอม หวาน นุ่มละมุนลิ้น "


    “เป็๲ข้าวเมล็ดยาว แม้กระทั่งตอนยังเป็๲ต้นกล้าก็จะปล่อยกลิ่นหอมออกมา ข้าวจะส่งกลิ่นหอมออกมาในขณะหุง เป็๲ที่รู้จักทั่วทั้งประเทศและเป็๲หนึ่งในข้าวที่มีคุณภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน "


    “อือ” จางฮ่าน พยักหน้าเบาๆ


    หลังจากที่ชายวัยกลางคนแนะนำเสร็จ ก็พูดขึ้นมาว่า "แต่ราคาข้าวอู่ฉางนั้นค่อนข้างสูง ในแผ่นดินใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวบริสุทธิ์นั้นราคามากกว่า 20 ต่อข้าวครึ่งกิโล ถึงในมณฑล เฮยหลงเจียง ราคาอยู่ที่สิบกว่าเหรียญ แต่เพราะที่นี่คือเซียงเจียง ราคาจึงสูงถึงห้าสิบเหรียญต่อครึ่งกิโล และสินค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น พ่อค้าหัวใสส่วนใหญ่ชอบเอาข้าวพันธุ์อื่นมาผสม แต่ถ้าคุณปลูกเองก็สบายใจได้ "


    “อือ คุณไปจัดการเอามาเถอะ ราคาไม่ใช่ปัญหา” จางฮ่าน พยักหน้า


    “ตกลงครับ” ชายวัยกลางคนหยิบกระดาษกับปากกาออกมา “คุณผู้ชาย๻้๵๹๠า๱ปริมาณจำนวนเท่าไหร่ครับ”


    “พื้นที่ประมาณสองร้อยตารางเมตรเห็นจะได้” จางฮ่าน ตอบ


    พื้นที่เตรียมไว้ประมาณสองร้อยตารางเมตรนั้นขนาดค่อนข้างเล็ก และพื้นที่ปลูกข้าวสาลีอีกเกือบสองร้อยตารางเมตร ทั้งหมดนี้จำเป็๲ต้องปลูกเอาไว้ก่อน


    “สองร้อยตารางเมตร ไม่เล็กเลยนะคุณ” แววตาของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความแปลกใจ “นั่นเป็๲พื้นที่กว่าหนึ่งงานเชียวนะครับ ที่หนึ่งไร่ต้องใช้พันธุ์ข้าวถึงสี่ร้อยกิโล นั่นก็เท่ากับว่าคุณต้องใช้พันธุ์ข้าวจำนวนมากถึง ร้อยกิโลบวกลบอีกนิดหน่อย เอาเป็๲ว่าผมเปิดตามพื้นที่สองร้อยตารางเมตรแล้วกันนะครับ การทำนาที่เซียงเจียง ถ้าผลผลิตดีๆ นี่สามารถเก็บเกี่ยวได้ถึงปีละสามรอบ เอ่อ แล้วก่อนหน้านี้ได้ทำการปลูกพืชอื่นไว้หรือเปล่าครับ? ที่นี่เรามีต้นกล้าที่เพาะไว้แล้ว ถ้าคุณซื้อกลับไปก็สามารถลงดินปลูกได้เลย อีกทั้งยังรับประกันสายพันธุ์ให้ด้วย เพียงแต่ราคานั้นค่อนข้างที่จะแพงขึ้นไปอีกสักนิด”


    “งั้นก็เอาต้นกล้าแล้วกัน ราคาไม่ใช่ปัญหา” จางฮ่าน ตอบ


    "ตกลงครับ งั้นผมไปจัดการทำใบเสนอตามพื้นที่สองร้อยตารางเมตรนี่เลยนะครับ" ชายวัยกลางคนพยักหน้า


    “นอกจากข้าวแล้ว ผมยังอยากได้พันธุ์ข้าวสาลีอีกด้วย” จางฮ่าน พูดต่อ


    “ยังจะเอาข้าวสาลีอีก? ๻้๵๹๠า๱ชนิดไหนเหรอครับ? ปริมาณมากน้อยเท่าไหร่?” ชายวัยกลางคนยิ้มระรื่น


    ห้านาทีต่อมาชายวัยกลางคนก็ทำใบเสนอในส่วนของข้าวสาลี จำนวนพื้นที่สองร้อยตารางเมตรออกมาให้


    “ข้าวโพดก็เอาด้วยนะ”


    " ข้าวโพด? ข้าวโพดมีข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียวและข้าวโพดธรรมดา ... "


    ชายวัยกลางคนก็ได้เปิดบิลเพิ่มอีกหนึ่งใบ ด้วยข้าวโพดทั้งสามชนิดในจำนวนสำหรับพื้นที่ขนาดห้าสิบตารางเมตร


    จบตอน