สุดท้ายเอ็นริเก้ต้องพ่ายแพ้ให้กับความคิดของตนเองยอมปิดสมุดในมือลงคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดีกับะเิทั้งสองลูกที่คุณแม่สุดที่รักทิ้งไว้ให้ เื่ที่จะให้เข้าไปช่วยงานของที่บ้านยังพอฝืนใจไปทำให้ได้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบสักเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยอยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบรรดาญาติๆ ที่ดูก็รู้ว่าจ้องจะกอบโกยจากขุมสมบัตินี้ขนาดไหน ถึงแม้จะเป็ญาติห่าง ๆ ไม่ใช่ผู้สืบทอดโดยตรงอย่างเขาแต่คนเ่าั้ก็หาได้สนใจไม่ ซึ่งนี่อาจจะเป็อีกสาเหตุหนึ่งที่พ่อของเขาไม่สามารถปล่อยมือจากบริษัทนี้ได้
แต่อย่างที่ว่าปัญหานี้ยังไม่เท่ากับปัญหาของตำแหน่งสะใภ้ของมาดามแห่งริเควซ่าที่ว่างอยู่เขาจะไปหาที่ไหนล่ะ อยู่มาจน 33 ปีแล้วยังหาไม่ได้ กับเวลาแค่3 เดือนเขาจะไปหาที่ไหนหรือว่าจะลองเลือกจากคู่ขาของเขาสักคน แต่ก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะเอาตัวไปยึดติดกับผู้หญิงที่ผูกพันกันแต่บนเตียงพอหมดศึกรักก็จากกันไป แม้สาวสวยเ่าั้จะพยายามติดต่อผ่านคนสนิทของเขาเพื่อสานสัมพันธ์ต่อแต่ว่าไม่เคยมีใครมีโอกาสถึงครั้งที่สาม เนื่องด้วยเขารู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของหญิงสาวเ่าั้ว่า้าเงินทองชื่อเสียง และเซ็กที่เร่าร้อนของเขาเสียมากกว่าความรักและภักดี คิดถึงตรงนี้ก็ต้องสลัดหัวเอาความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ ออกไป พยายามทำสมองให้ว่างเพื่อความคิดดี ๆ เกี่ยวกับงานมาแทนที่ แต่แล้วความคิดนั้นก็เป็อันต้องมลายหายไปอีกเมื่อได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของผู้หญิงลอยมากระทบโสตประสาทของเขาแ่เบา ชายหนุ่มพยายามมองหาต้นเสียงจนไปเจอกับหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ใกล้กับสระน้ำ ข้างตัวมีถุงใสใบใหญ่บรรจุขนมอยู่เต็มถุง
"ฮือ...ฮือ...อะ..ไอ้จ๋ายเอ๊ย จะมีใครซวยกว่าแกอีกไหม ..ฮือ.. ย่าเข้าไอซียู..ฮึก..พะ..พี่สาวตาย..ฮือ.ฮึก....มีละ..ลูกแบบไม่ตั้งใจตังค์ก็ต้องหา ฮือ..ฮือ..ฮือ..ฮึก..ฮือ.." เสียงเล็ก ๆ ที่พร่ำพรรณาถึงปัญหาของตัวเองออกมาขาดหายเป็่ๆ สลับกับเสียงสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ หญิงสาวก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำตารินไหลอาบเข่าสองข้างของเธอจนกางเกงยีนส์สีซีดๆ เก่า ๆ ของเธอเปียกเป็ดวง อย่างอยากจะระบายออกมาให้ลม ให้ฟ้าได้แบ่งเบาปัญหาจากเธอไปบ้างเธอก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนร่างเล็กบอบบางสั่นไหวอยู่อย่างนั้น เมื่อเป็ที่พอใจแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองฟ้าบ้าง
"พี่จุ๋ยสบายแล้วสิ....ฮือ..ฮึก..ฮึก..ดะ..ได้ไปอยู่กับพ่อกับแม่บนฟ้าแล้วนี่ฮือ..ฮือ...ฮือ...ทิ้งจ๋ายไปเฉยเลย ฮือ..ฮือ..." เสียงประชดประชันที่ไม่จริงจังนัก
"พ่อจ๋า แม่จ๋า..ฮึก... เป็กำลังใจให้จ๋ายผ่าน่เลวร้ายพวกนี้ไปให้ได้ด้วยนะคะ..ฮึก.."น้ำตาที่เคยไหลเปียกหัวเข่าของหญิงสาว บัดนี้ได้ไหลลงมาอาบแก้มนวลอมชมพูของเธอแทน เอ็นริเก้เห็นใบหน้าของเธอแต่เพียงด้านข้างยังทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบไหวขึ้นมาได้ 'ทำไมเธอช่างดูบอบบางน่าทะนุถนอมดุจแก้วบางใสขนาดนี้'เขาไม่อาจจะละสายตาไปจากภาพหญิงสาวเบื้องหน้านี้ได้เลยผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผมตรงยาวถึงกลางหลัง ผิวขาวอมชมพูใส่เสื้อยืดสีขาวแขนสั้นธรรมดากางเกงยีนส์ขายาวขาด ๆ อย่างแฟชั่น และรองเท้าผ้าใบ ทุกอย่างดูธรรมดา แต่กลับไม่ธรรมดาเมื่ออยู่บนตัวเธอทุกอย่างดูจะลงตัวไปเสียหมด ชายหนุ่มมองภาพเบื้องหน้าอย่างเพลิดเพลินก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวหันมาคุยกับฝูงปลาที่อยู่ในสระน้ำเบื้องหน้าแทน มือก็เปิดถุงขนมข้างตัวไปพลางเช็ดน้ำตาบนแก้มของตัวเองไปด้วย 'นี่เขาตาไม่ฝาดใช่ไหมผู้หญิงคนนี้กำลังคุยเล่นกับปลา'
"อะไรของพวกแกล่ะ คนเค้าเศร้าอยู่นะ จะไม่สนใจกันเลยหรือไงปลอบเค้าหน่อยก็ไม่ได้ คอยแต่จะกินอย่างเดียว" ปากก็พูดต่อว่า แต่มือก็หยิบขนมในถุงโยนไปใส่ฝูงปลาในสระทำให้เขาเพิ่งรู้เดียวนี้เองว่าถุงที่คิดว่าเป็ขนมนั่น ที่จริงเป็อาหารของบรรดาปลาในสระและปลาในสระก็มีเยอะมากจนกลัวว่ามันจะว่ายชนกันจนหัวแตกหรือเปล่าก็ตอนนี้เอง "เอาไปเลย กินให้อิ่มล่ะ แล้วก็ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าให้ใครมาจับไปลงหม้อได้ล่ะมาเลยเร็ว ๆ มากินให้หมด เค้าต้องรีบไปจัดการอีกหลายเื่" คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโชว์รูปร่างให้ชายหนุ่มได้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ผู้หญิงควรมีเธอผู้นี้มีอยู่ครบ หญิงสาวเทอาหารปลาในถุงลงน้ำจนหมดรวดเดียว
"ไอ้จ๋าย สู้เว้ย" เป็ประโยคสุดท้ายที่หญิงสาวพูดพร้อมกำมือยกขึ้นระดับอกเหมือนอยากจะปลุกพลังและเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเองก่อนจะขยำถุงใส่อาหารปลาในมือแล้วเอาไปใส่ถังขยะ ปัดเศษอาหารปลาจากมือทั้งสองข้างก่อนเดินจากไปอย่างเร่งรีบการกระทำของหญิงสาวทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของชายหนุ่มที่มองตามไปอย่างไม่อาจจะละสายตากว่าเขาจะหลุดออกจากภวังค์ได้ก็ต่อเมื่อสาวน้อยคนนั้นลับสายตาเขาไปแล้ว ชายหนุ่มจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง
"เจมส์ ฉันอยากได้ข้อมูลของผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกไป"จบประโยคก็กดตัดสาย ไม่ทันให้ปลายสายได้ซักถามอะไรเพิ่ม ก่อนจะเปิดสมุดในมือขึ้นมาขีดเขียนรูปเครื่องประดับไปตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น
โรงพยาบาล:
ทางฝั่งของหญิงสาวหลังจากที่ไปสงบจิตใจ เรียกสติของตัวเองเข้าร่างแล้วตอนนี้เธอรีบวิ่งกลับเข้ามาจัดการเื่ที่โรงพยาบาลใกล้ๆ นี้ต่อ
"ไอ้จ๋าย แกไปไหนมา ..ฮือ..ฮือ...ฉันมาถึงโรงพยาบาลแล้วไม่เจอแกใแทบแย่ทะ..โทรศัพท์ก็ดันปิดด้วย..ฮึก..ไอ้บ้านี่ รู้ไหม ฉะ..ฉันใแทบแย่ กลัวแกจะคิดสั้นจะตายแล้ว..ฮือ..ฮือ.."ทันทีที่ร่างเล็กเดินผ่านประตูอัตโนมัติของโรงพยาบาลเข้ามา ร่างบอบบางอีกร่างก็กระโจนเข้ากอดเธอทันทีพร้อมกับคำต่อว่ามากมายที่ออกมาแบบกระท่อนกระแท่นพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น
"โอ๋.....ไม่เป็ไรนะ ฉันกลับมาแล้ว ขวัญเอ๋ย..ขวัญมา"สองมือที่โอบกอดเพื่อนรักก็ลูบหลังปลอบโยนเพื่อนไปด้วยพลาง ๆ จนเพื่อนสาวของตนเองสะอื้นน้อยลงนั่นล่ะจึงเริ่มได้สติอีกครั้ง "ไอ้บุ้ง เราจะสลับกันไปหน่อยรึเปล่าวะแกต้องเป็คนปลอบฉันไม่ใช่เหรอ?" จรีภรณ์ดันเพื่อนออกห่างจากตัวเล็กน้อยให้พอมองหน้ากันเห็นได้อย่างชัดเจน จนบุ้งหรืออารดาเพื่อนรักของตนเองได้สติกลับมาเช่นกัน
"เออว่ะ แต่แกทำฉันใจหายจริง ๆ นี่หว่า แล้วแกหายไปไหนมาฉันตามหาแกจนทั่วโรงพยาบาลแล้วไม่เจอแกน่ะ จนต้องโทรไปตามพี่บิ๊กให้มาช่วยหาอีกคนแล้วนี่ก็กำลังมาอยู่น่ะ" บุ้งพูดพร้อมกับปาดน้ำตาทิ้งมองเพื่อนด้วยความเห็นใจ ที่เกิดเื่ร้ายขึ้นมากมายในคราวเดียวกัน
"ฉันไปเรียกสติเข้าร่างมาว่ะ มันมึนไปหมดไม่รู้จะเริ่มด้วยอะไรก่อนเลยขอไปตั้งสติมาแป๊บ" จรีภรณ์บอกเล่าให้เพื่อนฟังด้วยน้ำเสียงหม่นเศร้า แม้ว่าจะฝืนแสดงความเข้มแข็งออกมาให้เพื่อนเห็นแล้วแต่ก็ยังคงปกปิดความเศร้าของตนเองไม่ได้อยู่ดี
"งั้นตอนนี้ไปตั้งสติมาแล้ว ได้ว่าไงบ้าง จะเริ่มจากไหนก่อนบอกมาฉันจะช่วยแกเอง เดี๋ยวพี่บิ๊กมาอีกคน แกไม่ได้โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวนะโว้ยแกยังมีฉันมีพี่บิ๊ก มีป๊ากับม๊า แกบอกมาได้หมดว่าอยากให้ทำอะไร จัดการอะไรให้ฉันจะเสกให้แกเอง" อารดาบอกเพื่อน พร้อมกับจับมือเพื่อนรักไว้แน่น อย่าง้าจะส่งผ่านความอบอุ่นและกำลังใจไปให้เท่านั้นล่ะความตื้นตันและซึ้งใจในตัวเพื่อนรักถูกตีขึ้นมาถึงดวงตาของหญิงสาวตัวเล็กจนต้องเข้าสวมกอดเพื่อนไว้แน่นแล้วปล่อยให้สายธารแห่งความตื้นตันนั้นรินไหลออกมา ทั้งสองสาวยืนกอดกันร้องไห้อย่างไม่สนใจสายตาของใคร ๆที่ยืนมองมายังเธอ จนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"เด็กขี้แยสองคน เลิกร้องไห้ได้แล้วครับ" ทั้งสองสาวผละออกจากกันแล้วหันไปมองตามเสียงที่คุ้นเคยชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงยาวสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว แล้วทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ที่กำลังยืนส่งยิ้มมาให้ทั้งสองคนด้วยความเอ็นดูกับพฤติกรรมของสองสาวในขณะนี้
"พี่ว่าก่อนอื่นเราไปดูอาการของคุณย่าก่อนดีกว่า ออกจากไอซียูหรือยัง แล้วค่อยแวะไปดูหลานก่อนจะไปทำเื่รับศพของจุ๋ย"พี่บิ๊กหรืออาชาบอกเสต็ปของสิ่งที่ควรทำ จนทั้งสองสาวได้สติและรีบทำตาม