“คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณคือประธานหลิงที่เป็เ้าของงานวันนี้อย่างนั้นเหรอ คุณคิดว่าคุณใช้แซ่หลิงก็จะไปนับญาติกับท่านประธานหลิงได้แล้วหรือไง” หวงเจี่ยนยิ้มเยาะเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำวางท่า “ที่ผมและหลายๆ คนในนี้ยังเกรงใจและไม่ไล่คุณออกไปก็เพราะเห็นว่าคุณเป็คนสนิทของประธานหลิงหรอกนะ”
“คุณคิดว่าผมเป็คนสวนและเป็คนที่ท่านประธานหลิงส่งมารับรองพวกคุณอย่างนั้นเหรอ” หลิงเหวินไฉถาม
“แน่นอนสิ ไม่อย่างนั้นจะมีเหตุผลอะไรที่คุณกับครอบครัวของคุณจะได้เข้ามาร่วมงานนี้”
“คงเพราะผมกับครอบครัวไม่ได้ออกงานกันบ่อยนัก พวกคุณก็เลยไม่รู้จักเรา ถ้างั้นวันนี้ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ ผมหลิงเหวินไฉ เ้าของหลิงกรุ๊ป ที่รัก...พาเด็กๆ มายืนตรงนี้สิครับ”
จินลี่ซือพร้อมทั้งหลิงซีฮันและหลิงผูเถาเดินไปยืนข้างสามี “ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ ฉันจินลี่ซือ เด็กสองคนนี้คือลูกชายและลูกสาวของฉันกับสามีค่ะ”
“ผมหลิงซีฮันครับ”
“ฉันหลิงผูเถาค่ะ”
“ลูกชายของผมไปเรียนและทำงานหาประสบการณ์อยู่ต่างประเทศมาหลายปี พวกคุณอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าเขาเท่าไหร่ ต่อไปผมคงต้องฝากให้พวกคุณช่วยดูแลเขาด้วยนะครับ” หลิงเหวินไฉยิ้ม จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบผมลูกสาว “ส่วนลูกสาวของผม พวกคุณหลายๆ คงรู้เื่ของเธอมาบ้างแล้ว ยังไงผมก็ต้องขอบคุณสกุลหวงที่เลี้ยงดูเธอมา แม้ว่าการเลี้ยงดูของพวกคุณค่อนข้างจะโหดร้ายกับเธออยู่มากก็ตาม แต่ขอแค่เธอยังมีชีวิตอยู่ ก็นับว่าพวกคุณเมตตากับเธอมากแล้ว”
“เป็ไปไม่ได้!” หวงเจี่ยนปฏิเสธเสียงดัง “หลิงเหวินไฉ! อีกไม่นานประธานหลิงก็จะมาถึงแล้ว นายหยุดพูดเื่ตลกพวกนี้สักที”
“ใช่แล้วค่ะ ถ้าคุณยังไม่เลิกแอบอ้างว่าคุณคือประธานหลิง ฉันจะให้คนไปแจ้งความว่าคุณพยายามเอาชื่อของเขามาใช้เพื่อหาผลประโยชน์” ฉั่วลี่อิงพูดเสริมสามี
“คุณลุงหลิงคะ หนูรู้ว่าคุณรักลูกสาว แต่คุณอย่าเชื่อคำพูดของเธอมากนักนะคะ” หวงเหมยลี่พูดขึ้นทั้งน้ำตาคลอ “คุณลุงเชื่อจริงๆ เหรอคะว่าครอบครัวเราเลี้ยงดูพี่สาวมาแบบนั้น หนูขอบอกทุกคนว่ามันไม่เป็ความจริงเลย หนูก็ถูกสลับตัวและถูกครอบครัวยากจนเลี้ยงดูมาตั้งสิบปี กว่าจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ หนูต้องผ่านความลำบากมาตั้งมากมาย แต่พี่สาวที่เคยเป็คุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลหวง พอเห็นหนูกลับมา เธอก็เริ่มไม่พอใจเพราะคิดว่าหนูจะมาแย่งความรักจากคุณพ่อคุณแม่ไป เธอเริ่มทำร้ายตัวเองด้วยวิธีต่างๆ นานา เพื่อให้คนเข้าใจผิดคิดว่าพวกเรารังแกเธอ”
“เื่นี้ผมเป็พยานได้ เื่ที่ส่งเธอไปนอนที่ห้องใต้บันได หรือแม้แต่ให้เธอกินแค่เศษอาหารยิ่งเป็ไปไม่ได้” หวงิเฉินหันไปมองหลิงผูเถา “หลิงผูเถา บุญคุณที่เราเคยเลี้ยงดูเธอมามันไม่มีค่าเลยหรือไง ทำไมเธอถึงใส่ร้ายพวกเราได้ขนาดนี้”
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องพูดเื่ในอดีตอีกแล้ว” หวงเจี่ยนยกมือห้ามไม่ให้ภรรยากับลูกๆ พูดอะไรอีก “คุณหลิง เด็กคนนี้เป็แค่เด็กเลี้ยงแกะ คำพูดของเธอเชื่อถือไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แต่คุณกลับเชื่อคำพูดของเธอแล้วมาใส่ร้ายเรา รอให้ประธานหลิงมา ผมจะขอให้เขาไล่คุณออกเพื่อชดเชยที่คุณทำให้ครอบครัวหวงของเราเสียชื่อเสียง”
เย่เฉิงเดินมาหยุดอยู่ข้างหวงเจี่ยน “คุณหวง คุณไม่เชื่อคำพูดของเขา แล้วถ้าผมยืนยันว่าเขาคือประธานหลิงล่ะ คุณจะเชื่อไหม”
คราวนี้ไม่ใช่แค่คนตระกูลหวงที่ต้องตะลึง ทุกคนในงานก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน ทุกคนหันไปมองหลิงเหวินไฉ ภรรยา และลูกๆ ทั้งสองคนของพวกเขาเป็ตาเดียว หากเป็คนอื่นที่ออกมายืนยันเื่นี้ พวกเขาคงไม่เชื่อ แต่คนพูดเมื่อครู่คือคุณเย่ เศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ C แล้วพวกเขาจะไม่เชื่อได้ยังไง
“คุณ...คุณคือประธานหลิงจริงๆ เหรอ?” หวงเจี่ยนหันไปถามหลิงเหวินไฉอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ผมคือประธานของหลิงกรุ๊ป”
“ประธานหลิงคะ เื่ที่ผ่านมาเป็แค่เื่เข้าใจผิด คุณยกโทษให้เราด้วยนะคะ” ฉั่วลี่อิงได้สติก่อนใคร เธอรีบอธิบายและหันไปขอความช่วยเหลือจากหลิงผูเถา “เซียวเซียว ก่อนหน้านี้เป็แค่เื่เข้าใจผิด เห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของเรา ลูกช่วยพูดกับคุณพ่อของลูกทีได้ไหมจ๊ะ”
“คุณนายหวงคะ ฉันไม่ใช่หวงซูเซียวแล้วนะคะ ฉันคือหลิงผูเถา คุณเรียกฉันว่าคุณหนูหลิงเถอะค่ะ” หลิงผูเถาบอก “แต่ที่คุณพูดมาก็ถูกนะคะ ยังไงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ฉันก็ได้อาศัยบ้านและอาหารของพวกคุณเพื่อให้ฉันมีชีวิตรอดจนฉันได้กลับมาพบกับครอบครัวที่แท้จริง เื่ในอดีตฉันจะปล่อยมันไปก็ได้ ขอแค่ในอนาคตพวกคุณไม่มายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก ฉันก็จะถือเสียว่าชาตินี้พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”
“ลูกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมยัยหนู” จินลี่ซือจับมือลูกสาว
“ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเคยเลี้ยงหนูมา ถือเสียว่าการให้อภัยครั้งนี้แลกกับการตัดสัมพันธ์ในอดีตไปดีกว่านะคะ”
หลิงเหวินไฉเห็นด้วยกับความคิดของลูกสาว เขาหันไปมองหวงเจี่ยน “ไม่ว่าในอดีตพวกคุณจะปฏิบัติกับลูกสาวผมยังไง ในเมื่อเธอไม่ติดใจเอาความกับพวกคุณ ก็ถือเสียว่าเื่ที่ผ่านมาให้มันแล้วกันไป และนับั้แ่นี้เป็ต้นไป สกุลหวงกับลูกสาวของผมจะไม่มีบุญคุณให้ได้พูดถึงอีก แต่ในอนาคต ถ้าพวกคุณยังมารังแกลูกสาวของผม จำไว้ว่าผมจะไม่ยอมพวกคุณอย่างนี้อีกแล้ว”
“ขอบคุณครับประธานหลิง” หวงเจี่ยนรีบกล่าวขอบคุณก่อนที่จะดึงภรรยาและลูกทั้งสองคนออกจากงานไปอย่างขายหน้า
หานซ่งเฉวียนยังยืนมองไปที่หลิงผูเถาอย่างสงบนิ่ง ไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้ในใจเขาคิดอะไรอยู่ ผิดกับหานซูฉีที่มองหลิงผูเถาอยู่อย่างอิจฉา ก่อนหน้านี้เธอดูถูกอีกฝ่ายอยู่สารพัด ทั้งยังแอบปล่อยข่าวลือว่าหลิงผูเถาเป็เด็กในอุปการะของเศรษฐีเพื่อหวังจะยกฐานะของตัวเอง แต่ความจริงหลิงผูเถากลับเป็ลูกสาวของมหาเศรษฐีตัวจริง ตระกูลหานของเธอเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ส่วนหานเฟิงกับหลี่ซูหว่านก็ยังไม่อยากยอมรับกับความจริงที่เพิ่งได้ยิน เพราะนอกจากความใแล้ว พวกเขายังนึกเสียดายที่ตัดสินใจให้ลูกชายถอนหมั้นกับหลิงผูเถา พวกเขาเพิ่งทิ้งว่าที่ลูกสะใภ้ระดับพรีเมียมไปอย่างนั้นหรือ?
“เป็เพราะคุณคนเดียวที่รีบไปยกเลิกงานหมั้นระหว่างลูกชายของเรากับหนูเถาเถา ถ้าเรารักษางานหมั้นนั้นไว้ได้ คุณคิดดูว่าธุรกิจของเราจะก้าวหน้าไปขนาดไหน” หานเฟิงพูดเสียงเข้มใส่ภรรยา
“คุณจะมาโทษว่าเป็ความผิดของฉันได้ยังไง ตอนนั้นไม่ใช่คุณเหรอที่บอกให้ฉันรีบไปหว่านล้อมคนตระกูลหวง อีกอย่างสัญญาหมั้นก็เป็คุณพ่อของคุณที่ระบุไว้ว่าซ่งเฉวียนจะต้องแต่งกับคุณหนูหวงเท่านั้น และต่อให้ฉันไม่ไปยกเลิกงานหมั้น คุณคิดว่าประธานหลิงยังจะให้ลูกสาวของเขามาแต่งกับลูกชายของเราอยู่เหรอ” หลี่ซูหว่านเถียงกลับ
“ทำไมจะไม่ยอมล่ะ ตอนนั้นที่หนูเถาเถาทำร้ายตัวเองก็เพราะเธอรับไม่ได้ที่เราไปถอนหมั้นไม่ใช่เหรอ” หานเฟิงหันไปถามลูกชาย “แล้วแกล่ะ พอรู้ความจริงว่าหนูเถาเถาเป็ลูกสาวของประธานหลิง แกอยากจะกลับไปสานสัมพันธ์กับเธอเหมือนเดิมไหม”
“แล้วพ่อจะจัดการกับเื่หมั้นของผมกับหวงเหมยลี่ยังไงครับ” หานซ่งเฉวียนถาม ซึ่งคำถามของเขาก็เท่ากับเป็การยืนยันคำตอบแล้วว่าเขาอยากถอนหมั้นกับหวงเหมยลี่ และเขาจะกลับไปคบกับหลิงผูเถา
หานเฟิงยิ้มพอใจกับคำตอบของลูกชาย “เื่นั้นแกไม่ต้องเป็ห่วง ถึงแม้ตอนนี้เราจะไปขอถอนหมั้นไม่ได้ แต่พ่อจะหาทางให้แกกับหนูเหมยลี่ถอนหมั้นกันให้เร็วที่สุด”
“ทำแบบนี้จะดีเหรอคะ” หลี่ซูหว่านทำหน้าลำบากใจ “คนในวงสังคมต่างก็รู้กันทั่วว่าการหมั้นครั้งนี้เป็คำสั่งเสียของคุณพ่อ ถ้าเราถอนหมั้นกับคนตระกูลหวงโดยไม่มีเหตุผล นอกจากเราจะถูกมองว่าเป็คนอกตัญญูแล้ว เรายังจะถูกมองว่าทอดทิ้งตระกูลหวงอีกนะคะ”
“ผมถึงบอกว่าเราต้องหาวิธีให้ดียังไงล่ะ”
หานซูฉีที่ยืนฟังพ่อกับแม่ปรึกษากันเื่ถอนหมั้นของพี่ชาย แต่สายตาของเธอกลับตกไปที่เย่จื่อหานที่ยืนอยู่กับหลิงผูเถาด้วยท่าทางสนิทสนม และสายตาที่เย่จื่อหานใช้มองหลิงผูเถาก็ทำให้เธอเดาได้ไม่ยาก นั่นมันเป็สายตาของคนรักที่ใช้มองกัน “พี่ใหญ่ ครั้งนี้ฉันจะช่วยพี่แย่งหลิงผูเถามาให้ได้ และพี่ก็ต้องช่วยให้ฉันได้คบกับเย่จื่อหานเหมือนกัน พี่ตกลงไหม”
“ทำไมเธอใจดีไม่ให้คุณอาเหวินไฉจัดการกับคนตระกูลหวงไปเลยล่ะ” เย่จื่อหานถาม เขาพาหลิงผูเถาออกมายืนรับลมที่ระเบียงด้านนอก ปล่อยให้คุณพ่อกับคุณแม่ของทั้งคู่ยืนต้อนรับแขกอยู่ในงาน
“ถ้าคุณพ่อจัดการเื่นี้ ก็คงไม่พ้นตัดเส้นทางในการทำธุรกิจของพวกเขา” หลิงผูเถาตอบ
“แบบนั้นมันก็ง่ายดีไม่ใช่เหรอ”
“มันก็ง่าย แต่ถ้าทำอย่างนั้น คุณพ่อก็จะถูกคนอื่นมองในแง่ลบ คิดว่าใช้ฐานะไปทำลายกิจการของคนอื่น คนตระกูลหวงพวกนั้นเป็พวกเสแสร้งและเล่นละครเก่ง พวกเขาก็ต้องใช้โอกาสนี้เรียกคะแนนสงสารจากคนอื่น” หลิงผูเถาหันไปยิ้มให้คนรัก “ฉันจำได้ว่านายจะช่วยฉันจัดการเื่นี้ไม่ใช่เหรอ”
เย่จื่อหานยิ้มตอบ “เธอรู้แล้วสินะว่าฉันคิดจะแก้แค้นคนพวกนั้นให้เธอยังไง”
“นายจะทำให้ทุกคนรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนพวกนั้น จากนั้นนายก็จะทำให้พวกเขาหมดตัวจนไม่เหลืออะไร”
“ถูกอย่างที่เธอคิด ถ้าเราให้คุณอาเหวินไฉจัดการเื่นี้ คนก็จะมองว่าคุณอาใช้ฐานะที่เหนือกว่าไปกลั่นแกล้งคนอื่น แต่ถ้าเราทำเป็ไม่สนใจแล้วปล่อยให้คนพวกนั้นทำชั่วไปเรื่อยๆ จากนั้นเราค่อยมาเปิดโปงพวกเขาทีหลัง เมื่อพวกเขาทำตัวเองให้เสียชื่อเสียง เธอว่ายังจะมีใครอยากร่วมงานกับพวกเขาอีก สุดท้ายพวกเขาก็จะไม่เหลืออะไร โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าจุดจบทุกอย่างล้วนมาจากการกระทำของพวกเขาเอง”
“ขอบคุณนะจื่อหาน ขอบคุณที่นายไม่เคยทิ้งฉัน”
“ฉันไม่อยากได้คำขอบคุณของเธอในตอนนี้หรอก รอให้ฉันจัดการกับคนที่เคยทำไม่ดีกับเธอให้เสร็จก่อน ถึงตอนนั้นฉันจะมาทวงคำขอบคุณ และเธอก็ต้องทำตามคำขอของฉันด้วย” เย่จื่อหานจับมือคนรักแล้วยกมือของเธอขึ้นมาจุมพิต “นอกจากปากหวานๆ ของเธอแล้ว มือนี้ฉันก็ประทับตราจองไว้แล้วนะ”
หลิงผูเถาโน้มไปหอมแก้มคนรัก “ฉันก็ขอประทับตราจองไว้ที่หน้าหล่อๆ ของนายด้วย ห้ามให้สาวที่ไหนมาััมันเป็อันขาด”
สองหนุ่มสาวจับมือกันแล้วยืนดูดาวด้วยกันอย่างมีความสุข ส่วนสองพี่น้องหานซ่งเฉวียนกับหานซูฉีกลับมองดูภาพหวานนั้นด้วยความอิจฉา
“ตกลง ฉันจะช่วยให้เธอสมหวังกับเย่จื่อหาน”