ณ ูเาซาน…
เสียงดาบปะทะกันอย่างดุเดือดจากการต่อสู้ของมือสังหารที่ถูกสั่งมาตามล่าสังหารครอบครัวของท่านราชครูอวิ๋น หรือจะพูดให้ถูกก็คงจะเป็อดีตท่านราชครูอวิ๋นจางิ่ของแคว้นฉีแห่งนี้ ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้ฝ่ายท่านราชครูดูจะเริ่มเสียเปรียบบ้างแล้ว เนื่องจากฝ่ายศัตรูที่มีจำนวนคนที่มากกว่า ทำให้สถานการณ์เริ่มจะตรึงเครียดยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งองครักษ์ที่ติดตามมาคอยดูแลความปลอดภัยให้ก็เริ่มตกตายจากคมดาบของศัตรูไปบ้างแล้วเช่นกัน ขณะนั้นเองหัวหน้าองครักษ์ก็ได้ถอยออกมาชิดกับนายท่านอวิ๋นก่อนจะเอ่ยกับนายของตน
"นายท่าน ข้าจะพาท่านทั้งสองคนฝ่าวงล้อมหนีไปเองขอรับ พวกมันมีจำนวนมากเกินไป หากยัังเป็เช่นนี้พวกเราคงไม่รอดแล้วขอรับ"
"ฆ่า…ฆ่าให้หมด!! อย่าให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว" เสียงหัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าพูดขึ้นเสียงดังขึ้นมาท่ามกลางการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
"คุ้มกันนายท่านทั้งสองคน จัดการพวกมันซะ!!" หัวหน้าองครักษ์ของตระกูลอวิ๋นก็ะโก้องเช่นกัน เขาจะไม่ยอมให้มือสังหารกลุ่มนี้เข้ามาทำอันตรายนายท่านทั้งสอนคนได้เด็ดขาด วันนี้เขาจะต้องพาทั้งสองคนหลบหนีออกจากที่นี่ให้ได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
"นายท่าน! เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนขอรับ ข้าจะพาพวกท่านออกไปจากที่นี่ก่อน" หัวหน้าองครักษ์กล่าวกับผู้เป็นายด้วยความร้อนใจ
นายท่านอวิ๋นจางิ่ที่ก็รู้สถานการณ์ในตอนนี้ดีก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้น "อืม เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ"
จบคำพูดทั้งสามคนก็ได้ฝ่าวงล้อมของศัตรูแล้วหนีออกไปทางป่าลึกทันที แม้จะหนีออกจากวงล้อมมาได้แต่ก็ยังมีนักฆ่าได้ออกตามล่าทั้งสามคนมาติดๆเช่นกัน พวกเขาหนีไปได้ไม่ไกลเท่าไรก็ถูกศัตรูตามมาจนทัน เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นอีกทั้งเหตุการณ์ยังจวนตัวเช่นนี้พวกเขาก็ได้แต่สู้เท่านั้นแล้ว
ทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือดกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ถือว่าฝั่งนายท่านอวิ๋นโชคดีอยู่บ้างเพราะจำนวนนักฆ่าที่ตามมานั้นมีเพียงสี่คนเท่านั้น ทำให้การต่อสู้ไม่ได้ลำบากเท่าตอนแรกนัก อีกทั้งฝีมือของทั้งสามคนนั้นก็ถือว่าวรยุทธ์ล้ำเลิศเช่นกันจึงทำให้เพียงไม่นานทั้งสามคนก็จัดการสังหารนักฆ่าพวกนั้นได้ก่อนจะรีบหนีออกจากที่ตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อหนีเข้าป่ามาลึกมากแล้วบวกกับได้รับาเ็มาด้วย นายท่านอวิ๋นจางิ่จึงพูดขึ้น "หาที่หลบแล้วพักกันสักครู่ก่อนเถิด เ้าใหญ่…าแที่แขนของเ้าเป็เช่นไรบ้าง"
"ข้ายังไหวขอรับท่านพ่อ าแไม่ได้ลึกมากอีกทั้งไม่ได้โดนจุดสำคัญด้วยขอรับ แล้วท่านพ่อเป็เช่นไรบ้างขอรับ ได้รับาเ็ที่ใดหรือไม่" อวิ๋นเจ๋อก็ตอบกลับพร้อมกับเอ่ยถามบิดาด้วยความเป็ห่วงเช่นเดียวกัน
"ข้าไม่เป็ไร ไม่ได้าเ็อะไรร้ายแรงด้วย" นายท่านอวิ๋นจางิ่เอ่ยตอบบุตรชายก่อนจะหันไปหาองครักษ์ที่นั่งอยู่ไม่ไกลแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "หูเจา เ้าไปสำรวจรอบๆดูซิว่าพอจะมีสถานที่ที่พอจะให้พวกเราหลบซ่อนได้บ้างหรือไม่"
"ขอรับนายท่าน" หูเจาหัวหน้าองครักษ์ได้ยินคำสั่งจากนายท่านก็ขานรับก่อนจะทะยานออกไปเพื่อสำรวจหาสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับหลบภัยของพวกเขาทั้งสามคนทันที
"ท่านพ่อ ข้าเป็ห่วงท่านแม่และคนอื่นๆขอรับ ไม่รู้ว่าป่านนี้แล้วจะไปถึงที่นัดหมายกันแล้วหรือยัง" อวิ๋นเจ๋อเอ่ยปากพูดขึ้นมาเมื่อตอนนี้เหลือเพียงสองพ่อลูกแล้ว
"เวลานี้ท่านแม่ของเ้าและทุกคนคงใกล้จะถึงที่หมายกันในอีกไม่กี่แล้วล่ะ พ่อคิดว่าคนพวกนั้นก็คงจะคาดไม่ถึงว่าเราจะแยกกันออกเป็สองกลุ่มเพื่อเดินทาง เพราะดูจากจำนวนนักฆ่าที่คนพวกนั้นส่งมาวันนี้ก็มีจำนวนมากจริงๆ แค่ดูจากสายตาคงจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยคนแน่ๆ พวกเขาคงไม่คิดว่าเราจะวางแผนกันเช่นนี้" นายท่านอวิ๋นจางิ่เอ่ยบอกกับบุตรชาย
"ข้าก็ขอให้ทุกคนปลอดภัยขอรับ" อวิ๋นเจอพูดจบก็แหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้าที่ยามนี้พระอาทิตย์กำลังเลื่อนคล้อยต่ำลงไปเื่ๆ บ่งบอกว่าอีกไม่นานความมืดก็จะเข้ามาแทนที่แสงสว่างที่มองเห็นอยู่ตอนนี้แล้ว ทั้งสองคนพ่อลูกนั่งพูดคุยกันอีกไม่นานก็เห็นหูเจากลับมา
"นายท่าน คุณชาย ทางทิศตะวันออกมีถ่ำอยู่ขอรับ ข้าไปสำรวจด้านในมาแล้วไม่พบร่องรอยของสัตว์ป่าหรือคนเคยอยู่อาศัย ปากถ้ำมีเถาวัลปิดเอาไว้หากไม่สังเกตูให้ดีก็คงจะไม่รู้อย่างแน่นอนว่าด้านหลังเถาวัลนั้นมีถ้ำอยู่ พวกเราควรไปหลบที่นั่นก่อนขอรับ" หูเจาเอ่ยบอกทั้งสองคนอย่างเคารพ
"อืม เช่นนั้นพวกเราก็รีบไปที่นั่นกันเถอะ" นายท่านอวิ๋นจางิ่พูดจบทั้งสามคนก็ทำการลบร่องรอยแล้วรีบไปที่ถ้ำแห่งนั้นทันที
………………………………………………….
ด้านซินหยานที่วันนี้นางก็ได้ตื่นขึ้นมาสร้างบ้านหลังน้อยของนางต่อ วันนี้ก็เป็วันที่สิบสองสำหรับการสร้างบ้านแล้ว คาดว่าอีกวันสองวันนางก็คงจะได้เข้าอยู่บ้านหลังใหม่แล้ว "เฮ้อออ แปปๆก็มาเกิดใหม่ได้สิบกว่าวันแล้ว สร้างบ้านเสร็จข้าคงต้องเข้าป่าไปทำกับดักซะแล้ว เผื่อได้สัตว์ป่าเพื่อไปขายบ้าง ถึงจะมีข้าวกินแต่ก็ขาดเงินไม่ได้นะคะแม่!!!"
ขณะที่นั่งพักกินข้าวกลางวันก็เอ่ยปากพูดกับตัวเองไปด้วย แม้ตอนนี้จะไม่ได้ลำบากเหมือน่วันสองวันแรกก็ตาม แม้จะมีข้าวกินแต่ยังไงก็ยังอยากจะมีเงินด้วย นางอยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่ใจจะขาดแล้ว ชุดของเ้าของร่างเดิมนั้นเก่ามากแล้วจริงๆ อีกทั้งยังมีแค่สามชุดเพียงเท่านั้นเอง แม้ว่าตอนนี้นางจะใส่ชุดของชาติที่แล้วอยู่ แต่ชุดพวกนี้ก็ไม่สามารถจะใส่ออกไปให้ผู้อื่นเห็นได้เช่นกัน หากว่านางจะเข้าไปในเมืองนางก็ต้องใส่ชุดเก่าๆของเจ้ของร่างนี้ ซึ่งก็บอกได้เลยว่านางไม่ชินเลยจริงๆ
อีกอย่างที่สำคัญอย่างยิ่งคือนางอยากเข้าเมือง ซินหยานอยากจะเห็นเมืองของยุคโบราณนี้ นางอยากรู้ว่าจะสวยเหมือนในซีรี่ย์ที่นางเคยดูหรือไม่ อีกทั้งนางไม่ได้คิดที่จะอาศัยอยู่ในป่าไปตลอดชีวิตใหม่นี้หรอกนะ มันน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กสาวตัวคนเดียวเช่นนาง
เมื่อกินข้าวเสร็จก็หยิบผลไม้ที่นางชอบอย่างลิ้นจี่มากินต่ออีกหนึ่งพวง กินอิ่มแล้วก็เริ่มทำงานต่อจนกระทั่งเข้ายามเซินนางก็หยุดมือจากการทำงานแล้วสะพายตะกร้าเข้าไปในป่าเพื่อไปตรวจดูกับดักสัตว์เหมือนกับหลายๆวันที่ผ่านมา
'วันนี้ขอให้ข้าโชคดีบ้างเถอะน่า ได้ไก่ป่าสักตัวก็ยังดีนะเ้าค่ะท่านเ้าป่าเ้าเขาทั้งหลาย เมตตาลูกช้างตาดำๆสักครั้งเถิดเ้าค่ะ ข้าออกมาตรวดูกลับดักอยู่ทุกวันแต่ไม่เห็นจะได้อะไรกลับไปเลยสักวันเช่นนี้มันก็……เฮ้อ!'
เดินไปพลางก็คิดในใจพลางจนมาถึงจุดที่นางทำกับดักเอาไว้จุดแรก แค่จุดแรกก็ทำให้นางใจฝ่อแล้ว ซินหยานมองไปที่กับดักที่ว่างเปล่าตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างคนปลงตกซะแล้ว เมื่อตรงนี้ไม่ได้นางก็เดินไปหาเป้าหมายต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงจุดที่สี่ ซินหยานยืมมองตรงไปที่กับดักอย่างดีใจ ตอนนี้ในใจของนางกำลังเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น "ได้แล้ว ได้แล้ว วันนี้ข้าจะได้กินเนื้อไก่แล้วแม่!! ยู้วฮูววว"
หายตื่นเต้นดีใจแล้วซินหยานก็รีบวิ่งไปที่กับดักก่อนจะปลดไก่ออกมามัดขาทั้งสองข้างแล้ววางลงในตะกร้า แล้วทำกับดักอันใหม่ไว้แทนที่อันเก่า จากนั้นก็เดินไปดูกับดักสุดท้ายต่อทันที "ฮ่า ฮ่า ฮ่า โชคดีอีกแล้ววันนี้ ไก่จ๋าไก่ ได้ไก่ตัวใหญ่อีกแล้ว คิคิ"
เมื่อตรวจดูกับดักครบแล้วซินหยานก็รีบกลับบ้านทันทีเพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว นางไม่อยากกลับถึงบ้านมืดเพราะมันอันตรายสำหรับคนที่ต่อสู้ไม่เป็เช่นนาง พอถึงบ้านนางก็รีบเข้าบ้านก่อนจะปิดประตูให้แ่าแล้วเข้าไปในมิติเทพพร้อมกับไก่ป่าตัวใหญ่สองตัวทันที
ซินหยานนอนเล่นอยู่บนโซฟาพร้อมกับกินสาลี่อย่างสบายใจ นางรู้สึกสบายใจและปลอดภัยทุกครั้งที่เข้ามาในนี้ เพราะมิติเทพแห่งนี้คือที่ส่วนตัวของนางไปแล้ว หากว่านางไม่อนุญาตใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาในนี้ทั้งนั้น นอนไปได้สักพักนางก็ลุกขึ้นเข้าครัวเพื่อทำอาหารสำหรับมือเย็นนี้
"วันนี้ข้าอยากจะกินต้มยำไก่แซ่บๆจังเลย แค่คิดก็น้ำลายจะไหลแล้ว" ซินหยานพูดกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี ก็นะ…ั้แ่นางมาเกิดใหม่ก็ยังไม่ได้กินเนื้อสัตว์เลยนี่นา ถึงในมิติจะมีข้าวและอาหารที่เธอมีในชาติที่แล้วมาให้ด้วย แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะสิ่งที่ท่านเทพไม่ได้เอามาด้วยก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆยังไงล่ะ วันนี้ที่ได้ไก่ป่าตัวอ้วนมาถึงสองตัวจะไม่ให้นางดีใจได้ยังไงเล่า
"ห๊าาา!! อร่อยที่สุด ฝีมือข้านี่อร่อยอย่าบอกใครเลยนะแม่ ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์เสียเงินหลายหมื่นไปเข้าครอสเรียนทำอาหารและขนมต่างๆ ฮิฮิ" กินไปก็พูดพร่ำไปคนเดียวอย่างมีความสุขตามประสาของคนที่อยู่คนเดียวจนชินไปซะแล้ว
หลังกินข้าวอิ่มแล้วซินหยานก็ออกมาเดินเล่นรอบๆมิติเทพเพื่อย่อยอาหาร 'หืมมม…วันนี้ดูเหมือนมิติเทพจะขยายขนาดกว้างกว่าเดิมใช่หรือไม่' ซินหยานคิดในใจพลางมองไปรอบๆอย่างตั้งใจ เมื่อแน่ใจแล้วว่าพื้นที่ในมิติเทพแห่งนี้กว้างขึ้นกว่าเดิมก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา หากเป็เช่นนี้นางจะเอาพืชผักผลไม้จากด้านนอกมาปลูกในมิติเพิ่มได้หรือไม่นะ?
"แต่ก่อนจะลองนำของพวกนั้นมาปลูกด้านใน สู้ลองปลูกข้าวในมิติเทพนี้ดูก่อนไม่ดีกว่าหรือไง ไหนๆท่านเทพก็ได้แถมข้าวเปลืกมาให้ตั้งหลายกระสอบเชียวนะ ถ้าข้าปลูกได้….ต่อไปก็ไม่ต้องเปลืองเงินอีแปะซื้อข้าวกินแล้ว อีกอย่างข้าวในมิติจะต้องเป็ข้าวที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน ซินหยานคนงามรับประกันคุณภาพจ้าาาา"
เมื่อรู้แล้วว่าจะทำอะไรนางก็เดินยิ้มแย้มอย่างพอใจกลับเข้าบ้าน ส่วนเื่จะปลูกข้าวนั้นนางคงจะปลูกหลังจากที่สร้างบ้านเสร็จนั่นแหละ ซินหยานที่เดินเข้ามาในห้องนอนแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆทันที 'เื่งานเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ส่วนวันนี้ข้าก็ขอพักผ่อนเอาแรงก่อนล่ะกันนะเ้าค่ะ' แล้วเ้าตัวก็หลับไปอย่างที่คิดจริงๆ………..