หนุ่มขี้เหงากับสาวขี้วีน

    บทที่ 11 คุณเป็นหมอ..เหรอ?

            คอนเสิร์ตใหญ่เปิดแสดงตอน 2 ทุ่ม ก็แสดงว่าวันนี้ทั้งวัน คณะทีมงาน นักดนตรี แด๊นเซอร์ ต้องพักอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะร็อคเกอร์ตัวพ่อ๻้๵๹๠า๱เวลาทำสมาธิ และพักจริงๆ


            เช้านี้ทำไมกึนซองไม่ลงมารับอาหารเช้าที่ล็อบบี้นะปกติเขาจะลงมานี่ ทีมงานชาวเกาหลีสองสามคน มองหน้าหล่อนแล้วยิ้มปุเลี่ยนๆ เธอยังไม่ได้ถามใครเลยว่าเมื่อคืนเธอกลับมานอนฝันหวานที่ห้องของเธอได้ยังไง


            จนใครๆกินกันเสร็จหมดแล้ว แยกย้ายกันกลับเข้าห้อง เพื่อนอนยาวให้คุ้มกับที่เมื่อคืนเกือบตีสาม กว่าจะได้นอน มนต์ตราสงสัยยิ่งนัก เอ! กินซองไปไหน หรือยังไม่ตื่น เธอจึงบอกพนักงานของโรงแรมให้จัดอาหารเช้าหนึ่งที่ แล้วตามเธอขึ้นไปข้างบน


    “ก็อกๆ” หญิงสาวเคาะเบาๆ


    “เงียบ” 


    “ก็อก ก็อก ก็อก ดังกว่าเดิม”


    “คิมกึนซอง คิมกึนซอง นี่ฉันมนต์ตรานะเอาอาหารเช้ามาให้ ”


    “ทำไงดี ” เธอหันมาพูดกับพนักงานโรงแรมที่เข็นรถอาหารเช้าตามมาด้วย


    “เดี๋ยวผมจะลองโทรเข้าไป ”


    “ กรี๊งๆๆ” เงียบ เขาโทรอีกสองสามครั้ง


    “ไม่มีคนรับสายครับ หรือว่าจะไม่อยู่ ”


    “ หึ๊ย! ไม่หรอก ต้องอยู่สิ เค้าไม่ไปไหนหรอก ” หญิงสาวค้าน


    “เดี๋ยวผมจะไปขอคีย์การ์ดสำรองที่แม่บ้านก่อนนะครับ ”


    “จ๊ะ ได้จ๊ะ ” หญิงสาวเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล กึนซองคุณไม่เป็๲อะไรนะ เมื่อคืนก็ไม่ได้สำรวจเขาอย่างที่เคยลอบมองทุกครั้งหลังเลิกงานว่าเขาสมบูรณ์ โอเคร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่เราบกพร่องในหน้าที่ไปรึป่าวนะ เริ่มตำหนิตัวเอง พนักงานนำคีย์การ์ดมาแล้ว


            หญิงสาวเข้าไปในห้องเป็๲คนแรก แอร์ยังเย็นฉ่ำอยู่ เธอบอกให้เด็กหนุ่มรออยู่ที่ห้องรับแขกก่อนเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกัน


    “ กึนซอง..กึนซอง ” เธอหยุดยืนแและร้องเรียกอยู่หน้าประตูห้องนอน


    “ ก๊อกๆๆ ” ลองเคาะดูสองสามครั้ง


    “ ฉันเข้าไปนะ กึนซอง ”


    “ ฉันเอง..มนต์ตรานะ ” เธอส่งเสียงนำเข้าไปก่อน


            หญิงสาวควานหาสวิตซ์ไฟที่ข้างประตู ทันทีที่ไฟสว่างขึ้นก็มองเห็น ร่างหนึ่งนอนคลุมโปงอยู่บนเตียงมีเสียงคราง ฮือๆออกมา หญิงสาวกระโจนพรวดเดียวถึงตัวดึงผ้านวมออก

    ร่างนั้นนอนขดตัวกลม สั่นเป็๞ลูกนก เอามืออังที่หน้าผากสะดุ้งโหยง ความร้อนขนาดนี้สี่สิบองศาเซลเซียสแน่นอน


    “ น้องๆ เข้ามานี่หน่อย ”หล่อนร้องเรียกพนักงานโรงแรมที่บอกให้รออยู่


    “ ครับพี่ ”


    “ มิสเตอร์คิม ไม่สบายน่ะ น้องช่วยโทรเรียกรถพยาบาลให้หน่อยนะ เอาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดนะ ”


    “ ได้ครับผม ”


    “ อย่า.า.า.ม่ายต้อง..ง…ง…”เสียงแหบพร่าของคนป่วยร้องห้ามมา


    “ เดี๋ยวจะยุ่งไปใหญ่ ตามหมอมาก็แล้วกัน ”คนป่วยมีสติดี พยายามพูด แต่เบามากจนมนต์ตราต้องเอาหูไปแนบกับปากเขา


    “ ตามหมอเหรอ? ” อ้าวก็ฉันเป็๞หมอ แล้วจะตามหมอมาทำไม เออ! ใช่ ทำไมฉันไม่ถามอาการเขาละ กว่าจะเข้าใจตัวเองก็งงอยู่พักละ


    “ กึนซอง นอกจากไข้แล้วคุณมีอาการอะไรอีก ”


    “ ผมท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายทั้งคืน ”


    “นั่นไง ! คงเป็๞เพราะส้มตำแน่เลย บอกแล้วว่าอย่ากินมาก ”


    “ก็มันอร่อย” แน่ะ! ยังจะปากดีอีก หญิงสาวหมั่นไส้

     

     “ น้องเฝ้าเขาอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวพี่ไปเตรียมยาก่อน ”


    “ ครับผม ”เด็กหนุ่มรับปากแข็งขัน


    “ คุณ..อย่าไปไหน อยู่ใกล้ๆผม ” กึนซองเพ้อเพราะพิษไข้


    “ ไปเตรียมยามาให้คุณน่ะสิ ”เธอกระซิบบอก


    “ เออน้อง ในระแวกใกล้ๆนี้มีร้านขายยามั้ย ”


    “มีครับ ที่ชั้นล่างของโรงแรมมีซุปเปอร์มาร์เก็ต มีคลีนิคขายยาของเภสัชกรด้วยครับ ”


    “ แหม! ดีเลย ฝากแป๊บนึงนะ ”


    “ ครับผม ”


            หลังจากได้ยาตามที่๻้๪๫๷า๹ ทั้งยากิน ยาฉีด น้ำเกลือ กลูโคสถ้าจำเป็๞


    ถ้าเขาอ่อนเพลียมากๆ หล่อนแวะที่ห้องพัก ค้นในกระเป๋าใบใหญ่ในนั้นมี หูฟัง และ เครื่องวัดความดัน อ่อ!ต้องหยิบปรอทวัดไข้ไปด้วย ฉวยของจำเป็๲ที่ต้องใช้แล้วก็ตรงไปยังห้องของกึนซองทันที


    “ มาแล้วเหรอ ” เสียงคนป่วยร้องถาม เหมือนตั้งตารออยู่ตลอดเวลา เธอหันไปบอกพนักงานโรงแรม


    “ น้องเอาอาหารเช้านี้กลับไป แล้วเปลี่ยนเป็๲โจ๊กอ่อนๆแทน ใส่ไข่ด้วยนะ เอาที่ค่อนข้างสุกเลยนะ ”


    “ ครับพี่ ว่าแต่..พี่เป็๲หมอด้วยเหรอครับ ” ยังรีรอถาม

    “

    งั้นมั้ง ” เธอตอบขณะที่มือก็เตรียมอะไรให้วุ่นวาย


    “ พี่ๆ..ฝากบอกเค้าด้วยนะครับว่าผมชอบดูซีรี่ย์เค้ามากเลย ”


    “ อือ…แล้วจะบอกให้นะ ”


    “ ครับ ผมไปเตรียมโจ๊กให้นะครับ ”

    พนักงานโรงแรมออกไปแล้ว กึนซองได้ยินเสียงสนทนากันแต่ไม่รู้ความหมายจึงนอนฟังเฉย ด้วยพิษไข้และการเสียน้ำมากจากอาการท้องเดิน เขาจึงนอนแบบหมดเรี่ยวหมดแรง เรียกว่า ถ้าหญิงสาวจะปล้ำเขาก็เชิญเถอะ


    “ กึนซอง อ้าปากอมปรอทวัดไข้หน่อยนะ ”


    “ เอาแขนยื่นออกมานอกผ้าห่มหน่อยนะ ฉันจะวัดความดัน ”


    “ ไข้สูงนะกึนซอง ความดันปกติ ตอนคุณถ่ายปวดท้องมั้ย? ”


    “ ปวดมาก เหมือนมีคนมาบิดไส้ผม ”


    “ อืม..คงติดเชื้อเดี๋ยวฉันจะฉีดยาฆ่าเชื้อให้นะ ”

    ในความไข้อันเลือนลาง ชายหนุ่มคิดว่าเขาอยู่กับหมอแล้ว เพราะหมอคล่องแคล่วเหลือเกิน แต่ทำไมเสียงหมอจึงเหมือนกับคนที่เขารู้จักและคุ้นเคยแถมหมอพูดภาษาเกาหลีชัดเป๊ะ


    “ กึนซองตะแคงหน่อย ฉันจะฉีดยา ” เย็นวาบๆที่สะโพก แล้วเจ็บนิ๊ดเดียว นิดเดียวจริงๆ หมอคนนี้มือเบาจังเขายังคงหลับตาต่อ


    “ เดี๋ยวจะให้น้ำเกลือสัก 500ซีซีนะ เพราะปากแห้งเชียวร่างกายคงขาดน้ำ ” เธออธิบายต่อพลางเอื้อมมือไปจับชีพจรที่ข้อมือ ชีพจรเต้นเร็วนิดหน่อยแต่ทำไมเขาไม่ต่อปากต่อคำบ้างนะ นึกแปลกใจ เตียงที่กึนซองนอนเป็๲เตียงแบบโบราณที่มีเสาสี่เสาแล้วมีม่านตกแต่งหรูหรา พอดีกับที่พนักงานโรงแรมกลับเข้ามาพร้อมกับโจ๊กตามสั่ง เธอจึงบอก


    “ น้องช่วย เอาน้ำเกลือนี่มัดติดกับเสาเตียงหน่อย พี่ตัวเตี้ยเอื้อมไม่ถึง ” หญิงสาวจัดการไล่แอร์ออกจากน้ำเกลือ


    “ น้องไปทำงานเถอะ ที่เหลือนี่พี่จัดการเองได้ ”


    “ ถ้ามีอะไรโทรเรียกนะครับพี่ ”


    “ จ้า ขอบใจ.. อ้อ! น้องไม่ต้องไปบอกใครเ๱ื่๵๹ที่เขาไม่สบายนะ กลัวจะยุ่งไปกันใหญ่ ” เธอสำทับเด็กหนุ่ม


    “ ก็นซอง เจ็บอีกทีนะ ฉันจะให้น้ำเกลือคุณ ”

    คราวนี้ “คำว่าน้ำเกลือ” ทำให้ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมอง เขาก็เห็นใบหน้าน้อยๆมวยผมไว้กลางศรีษะลูกผมดูรุ่ยร่าย ก้มๆเงยๆอยู่กับหลังมือของเขา เงยหน้าขึ้นมาปรับสายน้ำเกลือให้หยดตามที่๻้๪๫๷า๹ ก้มลงมองที่มือแล้วแปะพลาสเตอร์


    “ เอาละ เสร็จแล้ว” ใช้มืออังที่หน้าผากเขาอีกครั้ง


    “ เหงื่อออกแล้วนี่ ไข้ก็ลดลงแล้วด้วย” หล่อนยิ้มให้ชายหนุ่มแล้วเอามือสอดใต้คอของเขา


      “ขยับลุกนิดนึง พิงหัวเตียงนะ เดี๋ยวฉันจะเอาหมอนรองมาให้ ”

    จัดท่าสบายๆให้คนไข้เสร็จก็ผุดลุกเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มมองตาม ทึ่งอีกแล้ว ร้อยเ๱ื่๵๹มีเ๱ื่๵๹ไหนบ้างนะที่ยัยคนนี้ทำไม่ได้ คนถูกนินทาเดินออกมาพร้อมกับอ่างใส่น้ำมีผ้าขนหนูผืนเล็กๆสีขาวลอยอยู่ในนั้น


    “เช็ดหน้า เช็ดตัวสักหน่อยนะคะ จะได้ลดไข้ด้วยและก็จะได้สบายตัวขึ้น ”


    “คุณเป็๲หมอเหรอ? ”

    หญิงสาวไม่ตอบ ลงมือเช็ดหน้าแล้วใช้นิ้วเสยผมเขาให้ดูเป็๞ผู้เป็๞คนมากขึ้น ซักแล้วบิด บิดแล้วเช็ด ทั้งหน้าอกรักแร้ แขนและขาทั้งสองข้าง ตลอดเวลาชายหนุ่มได้แต่เฝ้ามองดูด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก


    “ ดีจัง ” เขาพึมพำเบาๆ


    “คุณมีแป้งฝุ่นโรยตัวมั้ย คุณจะได้ไม่เหนียวตัว” หญิงสาวถาม

    เมื่อจัดการให้กึนซอง สบายเนื้อสบายตัวหน้าตาผ่องใสแล้ว


    “กินโจ๊กหน่อยนะคะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง น้ำเกลืออย่างเดียวเอาไม่อยู่หรอกค่ะ ”


    “ก็จะเรียกรถพยาบาล คุณก็ไม่ยอมไปนี่นะ ก็ต้องเจอกับหมอจำเป็๲อย่างฉันนี่แหละ ” หล่อนยกถ้วยโจ๊กมาไว้ในมือ ตักโจ๊กแล้วยกขึ้นเป่า


    “ อั้ม…ร้อนมั้ยคะ..รสชาติเป็๲ไงพอใช้ได้มั้ย” หล่อนถามด้วยน้ำเสียงปราณี อย่างที่เคยไต่ถามอาการกับคนไข้ของหล่อน


    “ ครับ อร่อย ”


    “อร่อยก็ต้องทานเยอะๆนะคะ คอนเสิร์ตจะเริ่มเย็นนี้แล้วนี่ คุณมีเวลาพักผ่อนอีกแค่ห้าหกชั่วโมงเท่านั้น ”


    “ แค่ไม่มีไข้ผมก็โอเคขึ้นแล้ว ” ชายหนุ่มบอก


    “อย่าเพิ่งวางใจ คุณเสียน้ำไปเยอะ อาจวูบกลางเวทีได้นะ ฉันคงต้องเตรียมกระเป๋ายาให้พร้อม เดี๋ยว๾ั๠๩์ล้มกลางเวที ” คนไข้หนุ่มถึงกับเผลอตัวหัวเราะออกมา


    “ แน่ะ หัวเราะได้แล้วนี่ รอดตายละ ”


    “คุณยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าเป็๲หมอ ”


    “ เดี๋ยวกินโจ๊กเสร็จแล้ว กินยาสัก2-3เม็ดนะ ”


    “ไม่ ”


    “ เอ๊า.. ทำไมล่ะ ”


    “ ก็ผมถามว่าเป็๲หมอรึเปล่า ก็ไม่ตอบ ยาที่ไม่ใช่หมอให้ผมไม่กินหรอก เดี๋ยวจะตายเอา ”

    หญิงสาววางถ้วยโจ๊กดังกึก


    “ถ้าจะตายนะ นายตายไป๻ั้๫แ๻่ยาฉีดเข็มแรกแล้ว นายคิม..โธ่เว้ย! ” คำหลังนี้เธอสบถเป็๞ภาษาไทย


    “ โธ่เว้ย ” แปลว่าอะไร


    “ แปลว่า..กินยานะคะคนดี ” กึนซองหัวเราะหึๆ


    “ ตลกร้ายนะคุณ  ผมว่าไม่น่าใช่ ”


    “ก็เวลาคนไข้ไม่ยอมเซ็นต์ยินยอมให้ผ่าตัด ฉันก็ปะเหลาะเขาอย่างนี้แหละ ”


    “ปะเหลาะ..แปลว่าอะไร ”

    เอ๊าา..ไม่จบแฮะ ไม่จบ กูหนอกู นางบ่นในใจ


    “ก็แปลว่า .. ปลอบโอ้โลมผู้อื่น ให้ทำตามเรา ”


    “ อย่าถามนะว่าโอ้โลมแปลว่าอะไร ”

    หญิงสาวรีบเบรค

    กึนซองยิ้ม มองหล่อนด้วยสายตาที่แปลกไปกว่าทุกครั้ง


    “ ตกลง คุณเป็๲หมอจริงๆด้วย ”


    “  อ้าวนี่ก็ไม่จบ เยอะนะนายเนี่ย ” หล่อนค่อนในใจ


    “ กินยาค่ะ ” หญิงสาวยื่นยาให้พร้อมกับแก้วน้ำ