5
ร้านสะดวกซื้อที่มีบริการดิลิเวอรี
“พี่เหมยลี่ ผมถามพี่ตามตรงได้ไหมครับ ?”
“อื้อได้สิ”
“พี่ชอบพี่ซานเต๋อหรือครับ” หยางเฟยไม่ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ได้นาน เขาอายุ 16 เื่แบบนี้ก็พอมองออกนิดหน่อย ท่าทีของพี่ซานเต๋อแสดงออกชัดเจนว่าชอบพี่สาวของเขา แต่ท่าทีของพี่สาวดูแปลก ๆ เหมือนจะชอบ แต่ก็ไม่ หรือว่าชอบเขาก็ไม่แน่ใจ
“ไม่หนิ”
“แต่ผมเห็นพี่มองพี่ซานเต๋อทุกทีที่เจอกันเลยนะครับ” พี่สาวของเขาจ้องหน้าอีกฝ่าย แล้วมีสีหน้าแปลก ๆ
“พี่เขาหล่อ พี่แค่ชอบมองอะไรหล่อ ๆ มันสบายตาดี” แบบว่าแพ้คนหล่อ ดาเมจพระเอกเวลาเจอแล้วต้องมองจนเหลียวหลังอะไรแบบนั้น
“ครับ” แม้จะไม่เข้าใจเหตุผลของพี่สาว แต่หยางเฟยก็ไม่เอ่ยปากถามต่อ
“หยางหลง เป็ยังไงบ้าง” เหมยลี่เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น วันนี้หยางหลงเอาสบู่ไปขายให้เพื่อนสนิทของเขาชื่อว่าหลานอวี้เฉิง เป็ลูกชายคนเล็กของนายทหารยศนายพัน
ต้นเื่มาจากน้องชายของเขาไปค้างบ้านของอีกฝ่าย น้องชายทั้งสองคนสนิทกับอีกฝ่ายมาก เวลาที่พ่อแม่ของหลานอวี้เฉิงไปต่างเมือง เขามักจะมาขออนุญาตพ่อแม่ของเธอให้น้องชายไปค้างที่บ้าน
หยางหลงไปค้างที่บ้านของเพื่อน แล้วเอาของใช้ส่วนตัวไปด้วย ทำให้อีกฝ่ายสนใจและขอซื้อจากน้องชาย ดีที่ไม่มีใครสงสัย น้องชายเป็คนฉลาด เขาบอกกับเพื่อนว่าเ้านายของพ่อแม่ได้มาจากต่างเมือง แล้วพ่อกับแม่ก็ทำงานที่สหกรณ์ด้วย
“ได้มา 50 หยวนครับพี่เหมยลี่” หยางหลงยื่นเงินที่ได้จากการขายสบู่ให้พี่สาว
“50 หยวน” เหมยลี่รับเงินมา กลิ่นเงินหยวนช่างหอมหวาน สบู่ก้อนละ 5 หยวน สบู่จมูกข้าวกลิ่นหอม ฟองเยอะ ก้อนใหญ่ด้วย ราคา 5 หยวนถือว่าคุ้มค่าแล้ว เพราะสบู่นี้ถ้าวางขายในร้านสะดวกซื้อที่เธอทำงาน มีราคา 33 บาทต่อก้อนเลย
“พวกนายเอาไปคนละ 10 หยวน” เหมยลี่แบ่งเงินให้น้องชายทั้งสองคน
“รับไปสิ” เธอสบตากับทั้งสองคนด้วยความจริงจัง ยังไงน้องชายก็มีช่วยให้การขายครั้งนี้เกิดขึ้น ที่จริงเธอจะรอให้ถึง่ปลายปีค่อยทำการค้า เธอเพิ่งมาอยู่ที่นี้ได้แค่สองอาทิตย์ อยู่ในขั้นคิดแล้วก็วางแผนงาน
แต่กลิ่นเงินหยวนมันหอมหวาน พอได้จับเงิน ความคิดในหัวก็พุ่งปรี๊ด ถ้าไม่กอบโกยตอนนี้แล้วจะไปกอบโกยตอนไหน
ในอนาคตอีกไม่กี่ปี เธอต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ไหนจะล่าเล่าเรียนของน้องชายทั้งสองคน ลำพังแค่เงินเดือนและเงินเก็บพ่อแม่ อาจจะไม่พอส่งพวกเราสามคนเรียนหนังสือ
หยางเฟยและหยางหลงรับเงินที่พี่สาวแบ่งให้ ใจจริงพวกเขาไม่อยากรับ แต่เห็นสายตาจริงจังของพี่สาวเลยไม่อยากจะปฏิเสธ
“พี่ว่าเรามาทำการค้าดีไหม ?” ไหน ๆ ก็ไหนแล้ว
“พี่เหมยลี่ มันไม่เสี่ยงไปหรือครับ” หยางเฟยบอกกับพี่สาวด้วยความกังวล ที่กล้าให้หยางหลงเอาสบู่ไปส่งให้เพราะคนขอซื้อที่เพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้
“ผมว่าก็ดีนะครับ ผมพอจะหาช่องทางได้” หยางหลงเห็นด้วยกับพี่สาว ทุกวันนี้ของบางอย่างหาซื้อได้ยาก แล้วก็มีราคาแพง
“แต่ของในมิติของพี่มันพิเศษ แล้วก็ไม่มีขายในเมืองใหญ่ ๆ นะครับ” หยางเฟยบอกกับพี่สาวและน้องชาย
“พี่จะเลือกขายแค่ไม่กี่อย่าง ไม่ได้เอาทุกอย่างออกมาขายเสียหน่อย” เหมยลี่ไม่คิดจะขายทุกอย่างที่มีหรอกนะ
“แล้วพี่จะขายอะไรบ้างครับ” หยางหลงเอ่ยถามอย่างสนใจ ไม่รู้ว่าสิ่งของในมิติของพี่สาวมีมากมายแค่ไหน
“ก็มีสบู่ ขี้ผึ้งทาปาก ข้าวสาร เส้นหมี่ น้ำตาล เกลือ ไข่ไก่” เหมยลี่บอกกับน้องชาย ของพวกนี้น่าจะขายได้ ไม่มีใครสงสัย ที่จริงอยากจะขายแป้งสาลี แป้งข้าวเหนียวด้วย แต่แค่นี้ก็พอแล้ว
ขี้ผึ้งทาปากก็คือวาสลีนกระปุกเล็ก แค่แกะฉลากออกก็เอามาขายได้ เธอเอามาให้น้องชายสองคนใช้ ฤดูหนาวมันจะมีประโยชน์มาก ๆ ช่วยบำรุงริมฝีปากใช้ชุ่มชื่น
“ส่วนของที่มีอย่างอื่นพี่จะเอาไว้กินแล้วก็ใช้ในบ้านเราเท่านั้น”
“ผมเห็นด้วยครับ” หยางหลงพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วเราจะขายของยังไง ?” หยางเฟยเอ่ยถาม สามศรีพี่น้องจึงเริ่มปรึกษากันอย่างจริงจัง
“ตลาดมืดทำเงินให้เราได้มากก็จริงแต่มันเสี่ยงเกินไป” หยางหลงไม่อยากเสี่ยงกับตลาดมืด ่นี้ทหารแดงตรวจตราอย่างเข้มงวด
“อันเราทำบริการดิลิเวอรีไหม ?” เหมยลี่เสนอ บริการนี้สามารถเลือกลูกค้าได้ด้วย หรือไม่ก็หานายหน้ามารับไปส่งอีกที พวกเรามีหน้าที่แค่เตรียมของเท่านั้น
“ยังไงครับ ?” หยางหลงเอ่ยถามด้วยความสนใจ
“เหมือนที่นายทำวันนี้ไง เราเอาสินค้าไปส่งให้ลูกค้าถึงบ้าน เราสามารถเลือกได้ว่าจะขายให้ใคร อาจจะทำเงินได้ไม่มากเท่าตลาดมืด แต่ปลอดภัยกว่าแน่นอน”
“เราแค่ส่งสินค้าที่คนซื้อ้าให้ตามบ้าน ที่โรงเรียน หรือผ่านตัวแทนที่มารับไปส่ง เราจะแบ่งกำไรให้พวกเขาด้วย ยิ่งเขาหาคนซื้อสินค้าได้มากเท่าไหร่ เขาก็จะได้เงินมากขึ้น”
“ก็ดีนะครับ แต่เราคงต้องเริ่มจากคนสนิท คนที่ไว้ใจได้ แล้วค่อย ๆ ขยายการค้าขาย” หยางหลงดูเหมือนจะชอบการค้ามาก เธอเห็นแววนักธุรกิจหนุ่มมาจากน้องชายคนเล็กมาแต่ไกล
“ต้องทำอย่างระมัดระวังและรอบคอบด้วยนะครับ” หยางเฟยกำชับ น้องชายคนนี้คงต้องรับราชการ เป็ทหารหรือไม่ก็ตำรวจ เวลาใช่ชุดเครื่องแบบนี้ชายเธอต้องดูเท่มาก ๆ แน่เลย
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว การค้าขายของสามพี่น้องก็เกิดขึ้น โดยมีเหมยลี่เป็คนจัดเตรียมสินค้า หยางหลงคอยหาลูกค้า หยางเฟยคอยคัดกรองลูกค้าแล้วก็ช่วยส่งสินค้า
ผ่านมาหนึ่งเดือนผลตอบรับดีกว่าที่คิดเอาไว้มาก โดยเฉพาะเครือข่ายของหลานอวี้เฉิง แล้วอีกคนก็คือเพื่อนสนิทของเหมยลี่ เธอชื่อ อันเจียนจู เธอเป็ลูกสาวของนายตำรวจ เธอเพิ่งมาร่วมการค้าได้แค่อาทิตย์กว่าๆ แต่ยอดการสั่งสินค้าเยอะมา
แล้วสิ่งที่เหมยลี่ค้นพบว่ามิติแสนธรรมดาอย่างร้านสะดวกซื้อของเธอจะไม่ธรรมดาอีกต่อไป นั่นก็คือสามารถเอาของที่นำออกมาเก็บเข้าไปได้
เมื่อนำออกมาอีกครั้ง ของที่นำเข้าไปก็จะกลับมาจำนวนเท่าเดิม เหมือนตอนที่ใส่เข้าไป มันวิเศษมาก ๆ อย่างเธอเอาน้ำตาลออกมา 15 ถุง ข้าวสาร 15 ถุง แล้วนำกลับเข้าไปเก็บไว้ในมิติ ใน่เช้า ่บ่ายเอาออกมาขาย วันถัดไปก็จะมีน้ำตาลและข้าวสารเพิ่มมาอีกอย่างละ 15 ถุง
เื่จำนวนของสิ่งของไม่เป็ปัญหาสำหรับเธออีกต่อไป สินค้าบางอย่างในร้านสะดวกซื้อก็วางเอาไว้ในชั้นวางขายไม่กี่ชิ้น อย่างวาสลีนกระปุกเล็กเอาไว้ทาปาก มีวางในชั้นแค่ 4 กระปุกเท่านั้น
ความพิเศษของมิติร้านสะดวกซื้อเพิ่มความสะดวกให้เธอ เหมยลี่ลองเอาคูปองใส่เข้าไป พบว่ามันสามารถทำได้เช่นกัน แต่เงินนั้นทำไม่ได้ เพราะเมื่อเอาเงินเก็บไว้ในมิติแล้วนำออกมา เงินก็จะไม่กลับมาในวันถัดไป
“จริงสิหยางหลง เรารับคูปองอุตสาหกรรมหน่อยดีไหม ?” ที่ผ่านมา รับแค่คูปองเนื้อ แล้วก็ผ้าเท่านั้น คูปองอุตสาหกรรมก็น่าสนใจเหมือนกัน เธออยากจะซื้อจักรยานให้น้องชาย
“ได้ครับ พี่เหมยลี่จัดของเสร็จหรือยังครับ มาเดี๋ยวผมช่วย” หยางหลงเสนอตัวช่วยพี่สาว พี่ชายฝาแฝดของเขาหยางเฟยไปส่งสินค้า
“ของคุณนายเจิน ข้าวสาร 2 ถุง น้ำตาล 1 ถุง ไข่ไก่ 20 ฟอง” เหมยลี่อ่านรายการให้น้องชายช่วยจัด
“เหนื่อยหรือเปล่า เสาร์อาทิตย์แทบจะไม่ได้พักเลย” เหมยลี่เอ่ยถามน้องชายด้วยความเป็ห่วง เธอน้องชายส่งของแค่วันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น เพราะวันปกติยังต้องไปโรงเรียน เหมยลี่เองก็เตรียมตัวอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน อีก 2 เดือนเธอก็จะจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายแล้ว
“ไม่ครับ” หยางหลงไม่เหนื่อยจริง ๆ เขารู้สึกสนุกมากกว่า
“อาทิตย์นี้เราจำกัดปริมาณสินค้าดีไหม เราจะได้มีเวลาพัก พี่จะได้ทำของอร่อย ๆ ให้กิน”
“ขอแค่นมช็อกโกแลตขวดใหญ่ก็พอครับ” หยางหลงบอกกับพี่สาว เหมยลี่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มด้วยความเอ็นดูน้องชายของเธอ ก่อนจะส่งนมช็อกโกแลตที่น้องชายชอบให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณครับ” หยางหลงรับมาด้วยรอยยิ้ม พี่เหมยลี่ใจดีกับพวกเขาที่สุด
วันเวลาผ่านพ้นไปอีกหนึ่งเดือน การค้าขายของเหมยลี่เริ่มลงตัวมากขึ้น การส่งของจำกัดปริมาณมากขึ้น ลูกค้าที่ส่งให้ก็มีแค่ลูกค้าประจำ ที่แวะเวียนมาสั่งของทุกสัปดาห์
วันนี้น้องชายสองคนไปส่งของ แล้วก็ให้เธออยู่เฝ้าบ้าน อยู่ว่าง ๆ เหมยลี่เลยออกมาปลูกดอกไม้ที่รั้วหน้าบ้าน
“น้องเหมยลี่”
“พี่ซานเต๋อไม่เจอกันนานเลย สบายดีนะคะ” เธอยังคงเอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม ่นี้คือปลายเดือน 5 งานที่แปลงนาไม่ค่อยยุ่งพอสมควร ได้ข่าวว่าพี่ซานเต๋อย้ายไปพักกับคุณตาที่หมู่บ้านฟู่เทียน
“ไม่ค่อยเท่าไหร่ น้องเหมยลี่ทำอะไรครับ” คนหล่อมาพูดจาเพราะ ๆ ใส่ ใจมันสั่นใจเอาได้ง่าย ๆ เลยนะเนี่ย
“ปลูกดอกไม้ค่ะ” ไม่เห็นหรือไงว่าปลูกดอกไม้อยู่ นี้คนหล่อกำลังกวนตีนกันใช่ไหม ? ไม่น่ารักเลย เห็น ๆ อยู่ยังจะถาม
“น้องดูเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปจนพี่แปลกใจ” หยงซานเต๋อเอ่ยถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย เขาเคยคิดว่าระหว่างเราสองคนคือคนรักกัน แต่อยู่ ๆ คนตรงหน้าก็รับหมั้นกับชายอื่นที่ไม่ใช่เขา
เขาเฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่า ทำไม ? คน ๆ นั้นไม่ใช่เขา เขายอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าเขารักเหมยลี่ สายตาที่เหมยลี่มองเขามันต่างจากเมื่อก่อนมาก ต่างราวกับคนละคน
ถึงจะส่งยิ้มให้เขา พูดจาอ่อนหวานกับเขา แต่สายตาดูเ็าและว่างเปล่า ไม่รู้ว่าทำไม ั้แ่ที่เหมยลี่ตกน้ำ ทุกอย่างก็ดูเปลี่ยนไป ถึงจะมีแววตาชื่นชอบ แต่มันไม่เหมือนเมื่อก่อน มันว่างเปล่าไร้ซึ่งความรักความผูกพัน
“พี่ซานเต๋อ พี่ลองคิดทบทวนดูดี ๆ นะคะ วันนี้ความรู้สึกของพี่อาจจะมีความผูกพันให้เหมยลี่ก็ได้” เธอหมายถึงเหมยลี่คนเดิม ไม่ใช่เธอในตอนนี้
“สักวันหนึ่งพี่จะพบทางเดินของตัวเอง แล้วพี่จะพบว่ามีคนที่พี่คู่ควรมากกว่าเหมยลี่ สักวันหนึ่งพี่จะเจอกับผู้หญิงที่ทำให้ใจของพี่หวั่นไหว แล้ววันนั้นพี่จะเดินจากฉันไปอย่างไม่ใยดี” แววตาจริงจังทอดมองมาที่พระเอกของเื่ด้วยความจริงจัง
“เหมยลี่จะรู้ใจพี่ดีเท่าตัวพี่ได้ยังไง” หยงซานเต๋อไม่ยอมรับว่าเขาจะหวั่นไหวกับผู้หญิงคนอื่น ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขามั่นคงกับความรู้สึกของตัวเองมาโดยตลอด เขาถึงเฝ้ารอให้หญิงสาวที่เขารักเรียนจบ แล้วจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอ
สุดท้ายแล้วเป็เธอที่ไม่รอเขา ยอมรับหมั้นกับคนที่ครอบครัวหามาให้ เขาได้แต่เ็ปกับเื่ที่เกิดขึ้น ถึงได้หลบหน้าเธอสักพัก
“ไม่มีใครรู้อนาคตหรอกนะคะ อีกปีหรือสองปีการปฏิวัติอาจจะจบลง การสอบเกาเข่าอาจจะกลับมาสอบอีกครั้ง ถ้าเราสองคนแต่งงานสร้างครอบครัว พี่ซานเต๋อพร้อมที่จะทิ้งความฝันของตัวเอง มาอยู่เคียงข้างฉันหรือคะ ?”
“....”
“พี่ลองคิดดูนะคะ ถ้าเื่ที่ฉันพูดมันเกิดขึ้นจริง ๆ พี่พร้อมจะทิ้งความฝันของตัวเองหรือเปล่า ?” ในเนื้อเื่ของนิยายพระเอกมีความฝันอยากจะเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด
เขาทิ้งภรรยาที่เขาบอกว่ารักนักรักหนา ไปเดินตามความฝันของตัวเอง ทิ้งให้ภรรยาที่กำลังท้องอยู่เพียงลำพัง ไปเรียนมหาวิทยาลัย แล้วก็พบเจอกับคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว
เขากลับมาเพื่อขอหย่าขาดจากภรรยาที่เขาบอกว่ารักมาก เขาทิ้งเธอคนนั้นไปอย่างไม่ใยดี วันเวลาผ่านไปนับ 5 ปี ถึงคิดได้กลับมาง้อขอคืนดี
เธอเป็นางเอกของหยงซานเต๋อไม่ไหว เธอไม่มีทางเลือกผู้ชายที่จะทิ้งเธอในอนาคตอย่างแน่นอน
“มันจะไม่เกิดขึ้น..” เขาเงียบไปนานกว่าจะตอบออกมา
“ใช่ค่ะมันจะไม่เกิดขึ้น” เหมยลี่สบตากับคนตรงหน้า แล้วพูดออกมาอีกหนึ่งประโยค
“เพราะว่าฉันเลือกที่จะหมั้นหมายกับคนที่ครอบครัวหาให้”
“น้องเหมยลี่” ซานเต๋อเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายกับเขามากขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนก็มีใจรักกัน เคยสัญญาว่าเธอจะเป็เ้าสาวของเขาเพียงคนเดียว
“ฉันพูดความในใจของฉันแล้ว พี่ตัดใจซะเถอะนะคะ อนาคตยังมีหญิงสาวที่เพียบพร้อมรอพี่ซานเต๋ออยู่”
“แต่ว่าพี่...”
“มันสายไปแล้วพี่ซานเต๋อ ต่อให้พี่จะพูดคำ ๆ นั้น ทุกอย่างก็ไม่เปลี่ยน” เหมยลี่ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น วาสนาของเธอและเขาควรจบลงตรงนี้ ไม่มีอีกแล้วคนที่รักปักใจเพียงแต่เขา
“ถ้าหากว่าพี่พิสูจน์ได้ว่าพี่รักมั่นเพียงแต่เหมยลี่ แล้ววันหนึ่งเหมยลี่ก็ยังไม่ได้แต่งงาน เหมยลี่จะให้โอกาสพี่ได้ไหม โอกาสที่พี่จะได้ทำตามคำสัญญาที่เหมยลี่เคยให้กับพี่ไว้” หยงซานเต๋อไม่คิดจะยอมแพ้ ใจของเขามันรักเธอจริง ๆ
“ขอโทษด้วย แต่คำสัญญานั้นได้ตายจากเหมยลี่ไปแล้ว ั้แ่วันที่เหมยลี่ตกลงไปในแม่น้ำวันนั้น เหมยลี่คนนี้ลืมเลือนมันไปแล้ว ขอโทษพี่ซานเต๋อด้วย”
“พี่ยินดีจะรอ รอจนกว่าเหมยลี่จะเห็นว่าพี่รักและจริงใจกับเหมยลี่มากที่สุด หรือต่อให้เหมยลี่ไม่รักพี่ พี่ก็ยังคงยินดีจะรักเหมยลี่ตลอดไป” หยงซานเต๋อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น
เทียนเหมยลี่สบตามองคนตรงหน้า เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา ทั้งสองต่างจ้องมองตากันเงียบ ๆ
“พี่เหมยลี่” เสียงเรียกของหยางเฟยดังมาแต่ใกล้ เขาวิ่งด้วยความเร็วเข้ามาหาพี่สาว หลังจากกลับมาจากส่งของก็พบพี่สาวแล้วก็พี่ซานเต๋อยืนคุยกันอยู่หน้าบ้าน สีหน้าของพี่สาวเขามองไม่เห็นเพราะอีกฝ่ายหันหลังให้ แต่สีหน้าของพี่ซานเต๋อเขามองเห็นอย่างชัดเจน
“หยางเฟย กลับมาแล้วเหรอ”
“พี่เหมยลี่” หยางหลงเดินตามมาทีหลัง
“เข้าบ้านครับ” หยางเฟยเอ่ยด้วยเสียงเข้ม ก่อนจะลากพี่สาวของตัวเองเข้าไปในบ้าน ส่วนหยาวหลงเอ่ยทักทายพี่ซานเต๋อ สองสามประโยค จากนั้นก็เดินเข้ามาในบ้าน
หยางเฟยมันเป็อะไรของมัน ทำไมต้องทำหน้าดุขนาดนั้น หยางหลงยกมือขึ้นมาเกาหัวแกร่ก ๆ มึนงงกับการกระทำของพี่ชายฝาแฝดของตนเอง