(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก

    บทที่ 13 ใต้ก้นทะเลสาบ

    บทที่ 13ใต้ก้นทะเลสาบ

       

    “เชนหลาน เปิดโหมดช่วยเหลือการต่อสู้!”

     

    เฮรัคสั่งการในใจพลางกระชับดาบยาวมั่นเขาไม่อาจประมาทพลังของเหล่านักรบโครงกระดูกเบื้องหน้าได้แม้แต่น้อยร่างกายจึงอยู่ในท่าเตรียมพร้อมสู้และถอยหนีตามสถานการณ์

     

    เหล่าอันเดดอ้าปากกะโหลกขยับขากรรไกรกระทบกันเสียงดังแกรก แกรก มือกำดาบยาวที่ผุพังจนขึ้นสนิมเขียวก่อนจะพุ่งเข้าหาเฮรัคอย่างเชื่องช้า

     

    “โชคดีที่พวกมันไม่ได้เร็วเกินไปนัก”

     

    เฮรัคประเมินความสามารถของคู่ต่อสู้ไปพร้อมกับจังหวะก้าวถอยโครงกระดูกตนหนึ่งโถมกายเข้ามาพร้อมเงื้อดาบขึ้นสูงแล้วฟันลงมาสุดแรงหมายจะผ่ากะโหลกเขาให้แยกเป็๲สองเสี่ยง

     

    ทว่าในสายตาของเด็กหนุ่มที่ได้รับแรงสนับสนุนจากชิปพันธุกรรม การเคลื่อนไหวนั้นกลับดูอืดอาดดุจเต่าคลาน เขาเบี่ยงตัวเพียงนิดคมดาบสนิมก็ฟันผ่านอากาศว่างเปล่าจนพื้นดินแตกกระจาย

     

    พริบตาที่โครงกระดูกชะงักแข็งทื่อเพราะเสียจังหวะเฮรัคไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ เขาตวัดดาบยาวในมือสะบัดออกเป็๲วงโค้งที่เฉียบขาดกระแทกเข้ากลางกะโหลกของมันจนแตกละเอียดร่างนักรบโครงกระดูกหยุดนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพังทลายกองอยู่กับพื้นเป็๲ซากกระดูกและเกราะเหล็ก

     

    เขาหันไปดูเอมิลก็พบว่าอัศวินหนุ่มจัดการโครงกระดูกอีกตนลงได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

     

    “แค่นี้เองหรือ?”

     

    เฮรัคเลิกคิ้วประหลาดใจที่ศัตรูดูจะเปราะบางกว่าที่คิด

     

    ทว่าความสบายใจนั้นอยู่ได้ไม่นานนักรบโครงกระดูกอีกสามตนค่อยๆ ผุดขึ้นจากทะเลสาบอีกครั้ง ทั้งสองจึงไม่รอช้าร่วมมือกันกำจัดพวกมันลงได้ทว่าทันทีที่กำจัดโครงกระดูกที่เหลือได้สีหน้าของเอมิลกลับดูหม่นหมองลง

     

    “พวกเขาทั้งหมดคือยามปราสาท...เป็๲รุ่นพี่ของข้า”

     

    เอมิลมองกองกระดูกด้วยสายตาอาลัย

     

    “เราควรเก็บกระดูกเหล่านี้กลับไปฝังให้เรียบร้อย”

     

    เฮรัคพยักหน้าเห็นด้วยเขาโน้มตัวลงหมายจะหยิบเศษกระดูกขึ้นมา แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกระดูกที่เคยนอนนิ่งกลับเริ่มสั่นไหวและลอยขึ้นจากพื้นพวกมันประกอบรวมร่างกันกลางอากาศอย่างรวดเร็วจนกลับมาเป็๲ร่างที่สมบูรณ์อีกครั้งก่อนจะคว้าดาบพุ่งเข้าใส่เฮรัคทันที!

     

    “ระวัง! มันยังไม่ตายสนิท!”

     

    เฮรัคร้องเตือนพลางยกดาบขึ้นรับแรงปะทะ

     

    ไม่ว่าจะถูกสับเป็๲ชิ้นหรือทุบจนแหลกเหล่าอันเดดก็ยังคงลุกขึ้นมาใหม่เสมอราวกับต้องคำสาปที่ไม่มีวันสิ้นสุดเฮรัคขมวดคิ้วแน่นก่อนจะสั่งการในใจ

     

    “เชนหลาน...สแกนโครงกระดูกพวกนี้เดี๋ยวนี้!”

     

    “ตรวจพบเส้นพลังงานรังสีไม่ทราบชนิดเชื่อมต่ออยู่กับร่างเป้าหมาย”

     

    ชิปพันธุกรรม รายงานผล

     

    “เส้นงั้นหรือ?”

     

    เฮรัคมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นสิ่งใด

     

    “เน้นให้เห็นเป็๲สีน้ำเงิน!”

     

    วินาทีต่อมาในทัศนวิสัยของเฮรัคพลันปรากฏเส้นแสงสีน้ำเงินจางๆพาดอยู่ด้านหลังโครงกระดูกแต่ละตัว ปลายเส้นทอดลึกลงไปสู่ความมืดมิดใต้ก้นทะเลสาบ

     

    “สแกนทะเลสาบนี้หาแหล่งกำเนิดแสง!”

     

    “พบแหล่งพลังงานรังสีเข้มข้นที่พิกัดก้นทะเลสาบ”

     

    เฮรัคฟันโครงกระดูกที่เพิ่งลุกขึ้นมาจนแตกสลายอีกครั้งสายตาจ้องมองลงไปในน้ำนิ่งสนิทพลางครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง

     

    “เอมิล... ข้าจะลงไปดูก้นทะเลสาบ!”

     

    “เ๽้าเสียสติไปแล้วหรือ!”

     

    เอมิลอุทานเสียงหลง

     

    “ข้างล่างนั่นมีแต่ของประหลาดนะ!”

     

    “มันอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดก็ได้...ข้าต้องลองดูเท่านั้น”

     

    เฮรัคตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวสำหรับเขาที่เส้นทางอัศวินกำลังจะถึงทางตันสิ่งลึกลับใต้น้ำนี้อาจเป็๲โอกาสเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

     

    “ชิปพันธุกรรม ปิดการได้ยินของข้า!”

     

    เฮรัคถอดเกราะหนักออกเพื่อความคล่องตัวเขาเดินไปยังริมทะเลสาบก่อนจะกระโจนลงสู่น้ำเย็นจัดจนแสบผิวด้วยร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก เขาจึงกัดฟันทนรับความเย็นเยียบนั้นได้ในสายตาที่ปรับโหมดแล้วเขาเห็นเส้นแสงสีน้ำเงินทั้งห้าเส้นทอดดิ่งลงสู่จุดเดียวกันที่ก้นทะเลสาบ

     

    เขาดำดิ่งลึกลงไปจนเห็นแสงสีน้ำเงินสว่างจ้าจุดหนึ่ง

     

    “นาฬิกาพกงั้นหรือ?”

     

    ที่ก้นทะเลสาบมีนาฬิกาพกเรือนหนึ่งวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวมันถูกห่อหุ้มด้วยรัศมีสีน้ำเงินเข้มที่เป็๲ต้นตอของพลังงานทั้งหมดเมื่อเฮรัคเอื้อมมือไปคว้ามัน ใบหน้าซีดขาวสยดสยองก็ผุดขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้งมันอ้าปากกว้างกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น ทว่าเฮรัคที่ปิดการได้ยินไว้กลับไม่รู้สึกสะทกสะท้าน

     

    “ตรวจพบพลังงานรังสีไม่ทราบชนิดกำลังถูกดูดซับและจัดเก็บภายในร่างกาย”

     

    ชิปพันธุกรรม รายงาน

     

    พลังงานสีน้ำเงินไหลพุ่งจากนาฬิกาเข้าสู่ร่างของเฮรัคราวกับกระแสน้ำใบหน้าผีร้ายนั้นเปลี่ยนจากโกรธแค้นเป็๲ตื่นตระหนกและสุดท้ายคือแววตาอ้อนวอนขอชีวิต

     

    แต่เฮรัคไม่สั่นคลอนเขาดูดซับพลังงานนั้นต่อไปจนเกลี้ยง ยามห้าคนต้องมาตายที่นี่และเอมิลเกือบต้องสังเวยชีวิตไปอีกคนเขาจึงไม่มีความเมตตาให้กับสิ่งที่ชั่วร้ายเช่นนี้

     

    กระบวนการดูดซับดำเนินต่อไปเพียงไม่นาน เสียงของเชนหลาน ก็ดังขึ้นในหัวของเขา

     

    “การดูดซับเสร็จสิ้นพลังจิตเพิ่มขึ้น 1.0!”

     

    แสงสีน้ำเงินที่เฮรัคมองเห็นซึ่งเคยห่อหุ้มนาฬิกาได้หายไปแล้วเขาจึงทีบตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำ

     

    ทันทีที่เฮรัคดูดซับแหล่งพลังงานประหลาดนั้นเหล่านักรบโครงกระดูกบนพื้นดินก็พังทลายลงกลายเป็๲เพียงกองกระดูกแห้งธรรมดาที่ไม่ขยับเขยื้อนอีกเอมิลถอนหายใจเมื่อเห็นแบบนั้นเขามองไปที่ทะเลสาบเพื่อมองหาเฮรัค เมื่อเห็นคลื่นน้ำกระเพื่อมและเฮรัคที่ตัวเปียกโชกโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเขาจึงผ่อนคลายลง

     

    “ข้าพบสิ่งนี้ที่ก้นทะเลสาบครับ”

     

    เฮรัคชูนาฬิกาพกประณีตสีทองสลับน้ำเงินให้เอมิลดูขณะเดินขึ้นมาจากทะเลสาบด้วยสภาพตัวเปียกโชก

     

    “นาฬิกาพกงั้นหรือ...ต้นเหตุของเ๱ื่๵๹ทั้งหมดมาจากของสิ่งนี้เองรึ”

     

    เอมิลพินิจดูด้วยความประหลาดใจ

     

    “นี่มันทองคำแท้แต่สีน้ำเงินนี่ข้าไม่เคยเห็นวัสดุแบบนี้มาก่อนเลยมันเรียบเนียนไร้รอยต่ออย่างน่าอัศจรรย์”

     

    เฮรัคสังเกตเห็นปุ่มทองคำเล็กๆที่ฐานนาฬิกา เมื่อกดลงไปฝาหน้าก็เปิดออกเผยให้เห็นกลไกภายในที่เข็มทองยังคงเดินอย่างเที่ยงตรงพื้นหลังหน้าปัดเป็๲รูปภาพหอคอยทรงหกเหลี่ยมที่ดูลึกลับ

     

    ทันทีที่นาฬิกาเปิดออกกระแสข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงคำนึงของเฮรัคโดยตรง

     

    “นาฬิกาพกเรือนนี้คือวัตถุปีศาจ ชิ้นแรกที่ข้าสร้างขึ้นในฐานะ ศิษย์พ่อมด ข้าได้บรรจุ‘เวทการรักษาศักดิ์สิทธิ์’ ลงไปเพื่อรักษา๤า๪แ๶๣และชำระคำสาป ขอให้เ๽้าโชคดีสหายของข้า นิโคลัส คาร์ลอส แคมบี”

     

    หัวใจของเฮรัคเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุดข้อมูลที่ได้รับมานี้คือขุมทรัพย์ที่ล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำกองพะเนิน “ศิษย์พ่อมดวัตถุปีศาจ พลังเวท”

     

    ในที่สุดเขาก็พบเบาะแสของสิ่งที่โลกนี้เรียกว่าปาฏิหาริย์ เสียที!